ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 158
พรหมลิขิตชัด ๆ
เมื่อพี่สาวซึ่งเป็นสหายสนิท ทยอยแต่งงานติด ๆ กัน ยาม
นี้สาวโสด กับหญิงมีคู่หมั้นจึงได้พากันมานั่งอยู่ในร้านนํ้าชาเพียง
สองคนกับบ่าวรับใช้
“พี่สาว ฮวาท่านเป็นอะไรเจ้าคะ เรียกข้าออกมาดื่มชากิน
ขนมแต่ข้าไม่เห็นว่าท่านจะแตะต้องสิ่งใด”
หญิงงามเจ้าของชื่อยกมือเท้าคางมองผ่านหน้าต่างของ
โรงนํ้าชาชั้นสองด้วยอาการเหม่อลอย
“อันอัน อีกไม่นานเจ้าก็จะต้องออกเรือน ถ้าถึงเวลานั้นก็
เหลือข้าเพียงคนเดียวที่จะต้องไร้คนข้างกายใช่หรือไม่” นํ้าเสียง
ของคนพูดแฝงไว้ด้วยความหดหู่
หนิงอัน อดที่จะหัวเราะให้กับคำพูดนี้ไม่ได้จึงทำให้นาง
ถูกมองค้อนจากคนฝั่งตรงข้าม
100
“พี่สาว ในเมืองหลวงของเราไม่มีคุณชายท่านใดถูกตา
ต้องใจท่านบ้างเลยหรือเจ้าคะ” หนิงอัน หยุดหัวเราะถามขึ้น
นํ้าเสียงและสีหน้าแสดงความจริงจัง
หลางกุ้ยฮวา ส่ายศีรษะไปมา “ไม่มี” สองคำจากริม
ฝีปากบางของเจ้าตัว ทำให้หนิงอันมองใบหน้าอ่อนหวานของนาง
อย่างค้นหาคำตอบ
“ท่านออกจะงามถึงเพียงนี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มี
คุณชายบ้านไหนส่งแม่สื่อมาเจรจา” หลังสิ้นประโยคนี้
หลางกุ้ยฮวาก็มีใบหน้าแปรเปลี่ยน “มี แต่คนผู้นั้นได้ถูก
ขนานนามว่าเป็นจอมอันธพาลนักเลงหญิงแห่งเมืองหลวงเสียแรง
ที่เป็นถึงสหายวัยเยาว์ของซื่อจื่อเหลียนเซียวมู่ตง แต่กลับไม่มี
นิสัยเหมือนกันเลยสักนิด”
หนิงอันหูผึ่ง อีกทั้งสีหน้าของเจ้าตัวยังฉายชัดถึงความ
ประหลาดใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง “พี่สาว คู่หมั้นของข้าเขามี
สหายด้วยหรือเจ้าคะ” ซึ่งคำถามของหนิงอัน ได้ทำให้ผู้ที่ได้ยิน
หัวเราะออกมาเสียงดัง
101
ทั้งสี่สาวนาย บ่าวจึงได้หันใบหน้ามาทางต้นเสียงพร้อม
กัน “มู่ตง! ท่านมาได้อย่างไร” หนิงอัน รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่
จะฉีกยิ้มอย่างประจบให้คนรักที่กำลังทำสีหน้าคล้ายปลาตาย
“เดินมา” นํ้าเสียงของเขาแสนราบเรียบ (โอ๊ะโอ๋! อย่า
บอกนะว่าเขาโกรธข้า) “ท่าน ไม่พอใจที่ข้าคิดว่าท่านไร้สหาย
อย่างนั้นหรือ” หนิงอัน ไม่พูดเปล่าเพราะนางได้ดึงปลายแขนเสื้อ
ตัวยาวของชายหนุ่มแกว่งไปมา
“เปล่า” คำพูดกับสีหน้าช่างตรงกันข้ามอย่างยิ่ง “ข้าขอ
โทษ ก็ท่านไม่เคยเล่าถึงเรื่องนี้ให้ข้าฟังเลยนี่น่า ถ้าอย่างนั้นเอาไว้
ข้าจะยอมให้ท่านลงโทษดีหรือไม่” จบประโยคนี้ของหญิงคนรัก
ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายอยู่ชั่วครู่ จนแทบจะไม่
มีใครจับสังเกตได้ ยกเว้นก็แต่ชายหนุ่มรูปงามผิวกายคร้ามแดดดู
สุขภาพดีเพียงเท่านั้น
(ช่างเจ้าเล่ห์เสียจริง แต่ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนผู้นี้
จะมีมุมแบบนี้ด้วย) นี่คือความคิดของชายคนนี้
หลางกุ้ยฮวามองการกระทำของสหายอายุน้อยกว่าด้วย
รอยยิ้ม ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนเพื่อยอบกายทำความเคารพ
102
ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ตามมารยาท แม้ว่าเขาคนนี้จะเป็นคู่หมั้นของ
เพื่อนสนิทก็ตาม
“คารวะซื่อจื่อและคุณชายเจ้าค่ะ”
“เชิญคุณหนูหลางตามสบายเถอะ” เหลียนเซียวมู่ตงพูด
ขึ้น หนิงอัน เองก็ได้ยอบตัวกล่าวทักทายชายผู้มาพร้อมกับคนรัก
เช่นกัน
“น้องสะใภ้ตามสบายเถอะ” คำพูดนี้ ทำให้หนิงอันมอง
หน้าของผู้พูดเต็มไปด้วยความสงสัยสลับกับใบหน้าของชายคน
รัก เหลียนเซียวมู่ตงกำลังจะอ้าปากแนะนำสหายให้อันอันได้รู้จัก
ทว่าชายคนนี้ได้เอ่ยแนะนำตัวเองออกมาก่อน ซึ่งชื่อแซ่นี้
ได้นำพาให้หลางกุ้ยฮวาตกใจจนใบหน้าซีด (เมืองหลวงใช่แคบ
เกินไปหรือไม่) เจ้าตัวคิด
“ข้ามีนามว่าซ่งชิงฮั่น เป็นสหายจอมอันธพาลนักเลง
หญิงที่คุณหนูใหญ่หลางพูดถึงเองขอรับ” แววตาวิบวับ ถ้อยคำ
เชิงหยอกล้อนี้จับจ้องไปทางหลางกุ้ยฮวา
103
หนิงอันคล้ายได้กลิ่นของความไม่ชอบมาพากล จึงได้
พิจารณามองชายหนุ่มกับสหายรุ่นพี่ก่อนที่จะถูกชายคนรักยกมือ
ขึ้นปิดตาตน
“ท่านทำอะไร” เด็กสาวแหว พลางนำมือของตนจับมือ
ของเหลียนเซียวมู่ตงออก “ห้ามมอง”
หนิงอัน อมยิ้มในขณะมองใบหน้าอันเคร่งขรึมของคนรัก
“ไปนั่ง” เหลียนเซียวมู่ตงพูดแก้เก้อ “อืม” หนิงอัน ยอมเชื่อฟังแต่
โดยดี
ทางด้านของหลางกุ้ยฮวาหลังจากรู้แล้วว่าชายหนุ่มคนนี้
เป็นใครแม้ภายในใจของเจ้าตัวจะตื่นตระหนก กระนั้นใบหน้าก็
ยังคงแสดงออกอย่างสงบนิ่ง (ใจเย็น ๆ เสี่ยวฮวา)
แต่ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าแย้มยิ้มอยู่เป็นนิจมีหรือจะปล่อย
ให้หญิงสาวทำตามปรารถนาได้อย่างไร “ข้าไม่ทราบมาก่อนเลย
ว่าคุณหนูหลางจะให้ความสนใจในตัวของข้ามากถึงเพียงนี้”
หลางกุ้ยฮวามองใบหน้าของคนที่ถือวิสาสะนั่งลงข้าง
ตนเองทันที “ห๊ะ! ข้านี่นะสนใจท่าน” กุ้ยฮวา ยกนิ้วเรียวชี้เข้าหา
ตนเองถามออกมาด้วยใบหน้าเหลอหลา
104
ซึ่งใบหน้าเช่นนี้ทำให้ชายหนุ่มผู้กำลังตีสีหน้าหยอกเย้า
หัวใจเต้นแรง (เด็กโง่คนนี้จำข้าไม่ได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ) เขาคิด
“หากไม่ใช่เจ้าแล้วข้าจะหมายถึงใคร” เขาพูดพยักหน้าพูดขึ้น
อย่างจริงจัง
“ข้าว่าคุณชายน้อยจวนโหวคงจะเข้าใจผิดนะเจ้าคะ
ชื่อเสียงของท่านนั้นขจรขจาย ทั่วทั้งเมืองหลวงไม่ว่าแม่นางน้อย
ใหญ่ต่างเล่าลือกันไปทั่ว ข้าเองก็พูดมาตามที่ได้ยินเพียงเท่านั้น”
“การที่คุณหนูพูดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเองก็สนใจข้าด้วย
หรอกใช่หรือไม่” ชายหนุ่มยังไม่วายกระเซ้าเหย้าแหย่ผู้ที่ตนพึงใจ
อีกครั้ง
(ช่างเหมือนกับข่าวลือไม่มีผิด คนผู้นี้ทั้งหน้าหนาและ
หลงตัวเองเป็นอย่างยิ่ง) กุ้ยฮวา กลอกตาขาววนไปมา
หนิงอัน ยกชาขึ้นจิบ โดยมีเหลียนเซียวมู่ตงส่งขนมให้
นางอย่างรู้ใจ ‘อย่างกับชมละครไม่มีผิด’ หนิงอัน ยกยิ้มสื่อสารกับ
สหายเต่าตัวน้อย
‘ชมละครคือสิ่งใด ข้ารู้จักแต่ชมงิ้ว’ คำกล่าวของกุ้ยเฮย
ทำให้หนิงอันไอออกมา
105
“เจ้ากินระวังสิ ไม่มีใครแย่งสักหน่อย” เหลียนเซียวมู่ตง
ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มยังได้ลูบหลังและนำผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากให้
คนรักอีกด้วย
ทุกการกระทำของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ทำ
ให้หญิงสาวที่ได้เห็นภาพนี้ต่างพากันเขินอาย
และคิดอย่างเพ้อฝัน จนกระทั่งมีคุณหนูหนึ่งในนั้นพูด
ออกมาโดยไม่คิด “ข้าอยากเป็นคนรักของเขา”
แม้ว่าผู้พูดจะอยู่ห่างออกไปไกลหลายโต๊ะแต่สำหรับผู้ฝึก
ยุทธ์อย่างหนิงอัน รวมถึงชายหนุ่มทั้งสองรวมถึงผู้ติดตามย่อมได้
ยินอย่างชัดเจน “แค่ก ๆ” หนิงอัน ไอออกมาดังมากกว่าเดิม
“ข้าไม่คิดมีคนอื่น นอกจากเจ้าเพียงคนเดียว” เหลียน
เซียวมู่ตง กล่าวเสียงดังทำให้โต๊ะของพวกเขาตกเป็นที่สนใจของ
ผู้คนมากมายที่ได้ยิน ทำให้หญิงสาวคนนั้นที่กล่าวออกมาถึงกับ
อับอาย
นางจึงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้และรีบสาวเท้าเดินออกมาจาก
บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว “นี่ล่ะนะ พูดจาไม่รู้จักระมัดระวังตัว”
คุณหนูคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนที่จะยกถ้วยนํ้าชาขึ้นจิบ
106
ทางด้านหนิงอันหลังจากได้ยินคำพูดเช่นนี้เจ้าตัวจึงได้
ยกยิ้มก่อนที่จะพูดสัพยอกชายคนรัก “ข้าจดจำไว้แล้วนะ”
“แล้วแต่เจ้าเถอะ เพราะในชีวิตข้าขอเพียงเจ้าก็เพียงพอ
แล้ว” เหลียนเซียวมู่ตงพูดพลางกอบกุมมือของเด็กสาวเอาไว้แน่น
จนทำให้ผู้ร่วมโต๊ะอดที่จะขวยเขินแทนคนทั้งสองที่กล้าแสดง
ความรักต่อกันออกมาไม่ได้
“อะแฮ่ม….ข้าไม่อยากจะขัดเจ้าทั้งคู่หรอกนะ แต่ว่าช่วย
สงสารคนไร้คู่เช่นข้าด้วย” ซ่งชิงฮั่น ไม่พูดเปล่าเนื่องจากสายตา
ของเจ้าตัวหาได้ละไปจากใบหน้าสวยหวานของหลางกุ้ยฮวา
(คนหน้าหนามองข้าสายตาเช่นนี้หมายความเช่นไร) นาง
คิดขึ้นอย่างอึดอัด “เจ้าอิจฉาคือเรื่องของเจ้า ไม่ใช่ปัญหาของข้า”
เหลียนเซียวมู่ตงกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา
“เจ้าก็รู้ว่าชื่อเสียงของข้ายํ่าแย่ถึงเพียงนี้ จะมีสาวงามคน
ไหนยินดีเสียสละตนมาอยู่ร่วมจวนเดียวกับข้ากัน เรื่องทั้งหมด
ต้องโทษเจ้านี่แหละที่มอบงานและข่าวลือเหล่านี้มา” นํ้าเสียงของ
เขาแผ่วเบาอย่างน่าสงสาร
107
เหลียนเซียวมู่ตง เพียงปรายตามองเขาด้วยสีหน้าเรียบ
นิ่ง “เจ้าเลือกใช้วิธีผิดเอง อย่าโทษข้า”
“เจ้าจะพูดเช่นนี้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ช่วยแก้ไขความเข้าใจ
ผิดให้ข้ากับคุณหนูหลางได้ฟังก่อน ส่วนคนอื่นนั้นข้าไม่สนใจ
หรอก”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้า” หลางกุ้ยฮวา ถามขึ้นทันที
“เกี่ยวสิ อีกไม่กี่วันข้าจะส่งแม่สื่อไปยังจวนของเจ้าอีก
ครั้ง หากว่าเจ้ายังเข้าใจข้าผิดอยู่แบบนี้ ข้าจะทำเช่นไร” ซ่งชิงฮั่น
พูดออกมาเสียงดัง
“ข้าไม่แต่งกับท่าน อันอัน ข้าขอตัวกลับก่อนนะ” หลาง
กุ้ยฮวา รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยใบหน้าแดงกํ่าไม่รู้ว่านางโกรธหรือ
อาย
“เจ้าค่ะ” คล้อยหลังสหายรุ่นพี่เดินจากไปโดยมีซ่งชิงฮัน
เดินตามไปติด ๆ หนิงอันจึงได้หันมาหาคนรัก “ท่านพูดมาให้
ละเอียด”
108
“เจ้าอิ่มหรือยัง” เหลียนเซียวมู่ตง กลับพูดขึ้นมาอีกอย่าง
หนิงอันพยักหน้าและเมื่อผู้ติดตามของชายหนุ่มเรียกเสี่ยวเอ้อมา
เก็บเงิน
“ข้าบอกเจ้าได้เพียงว่าชิงฮั่นไม่ได้เป็นอย่างข่าวลือ อีกทั้ง
เจ้านั้นมีความชอบพอกับคุณหนูหลางด้วยใจจริง” เหลียนเซียวมู่
ตง พูดขึ้นในระหว่างที่พวกเขาเดินลงจากบันได
“ถ้าเป็นอย่างที่ท่านว่าจริง อีกไม่นานพี่สาวกุ้ยฮวาคงได้
ออกเรือนเป็นแน่ ท่านรู้ไหมเมื่อกี้นางยังบ่นกับข้าเรื่องนี้อยู่เลย”
หนิงอัน พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างยินดีหากว่าพี่สาวคนสนิทเจอ
คู่ครองที่ดี
ซึ่งหนึ่งเดือนต่อมาเรื่องที่หนิงอันพูดไว้ก็เป็นความจริง
เมื่อวันนี้นางได้มางานแต่งของหลางกุ้ยฮวา ภายในห้องหอของคู่
บ่าวสาว “พี่สาว ตอนนี้ท่านออกเรือนก่อนข้าอีกนะเจ้าคะ ข้ายินดี
ด้วย”
หลางกุ้ยฮวาก้มศีรษะลงทั้งที่ยังมีผ้าคลุมหน้า หนิงอันไม่
ต้องเดาก็รู้ว่าใบหน้าของเจ้าสาวในตอนนี้ต้องแดงมากจากคำ
109
หยอกเย้าของตนเป็นแน่ “ท่านเขินข้าหรือเจ้าคะ ฮ่า ๆ ข้าไม่ล้อ
ท่านอีกแล้วก็ได้” หนิงอัน พูดขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม
“ข้ากับเขาเคยรู้จักกัน เขาเป็นคนที่ข้าประทับใจเมื่อครั้ง
ยังเด็ก” กุ้ยฮวาพูดขึ้นเสียงเบา
นางบีบมือที่ตักเข้าหากันแน่นแก้อาการขวยเขินยามนึก
ถึงเรื่องอดีตเพียงแต่นางเล่าออกมาเพียงเล็กน้อย
“อย่างไรหรือเจ้าคะ” หนิงอัน ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
อยากเห็น
“ในตอนนั้นข้าอายุได้เจ็ดขวบ ช่วงนั้นในเมืองหลวงหาได้
สงบสุขข้าได้ออกไปนอกจวนและพลัดหลงกับมารดาและใน
ขณะที่ข้ากำลังเดินอย่างไม่รู้ทิศทางและตะโกนเรียกหาท่านแม่
อยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้จะเข้ามาจับตัวข้า
ในขณะนั้นได้มีพี่ชายคนหนึ่งช่วยข้าหนีและได้มาส่งที่จวน แม้ว่า
หลังจากนั้นเขาจะมาหาข้าอีกหลายครั้ง
110
แต่ข้าก็ลืมถามชื่อของเขาอยู่ตลอด เนื่องจากเขามักแวะมาไม่
นานซึ่งแต่ละครั้งมักจะมีขนมหรือไม่ก็ของฝากติดมือมาทุกครั้ง
จนกระทั่งข้าอายุได้สิบปีเราทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก”
“แล้วเหตุใดท่านจึงจำเขาไม่ได้ในวันนั้นล่ะเจ้าคะ” หนิง
อัน ถามขึ้นอย่างสงสัยหลังจากฟังจนจบ
“ในตอนนั้นเขารูปร่างใหญ่มาก คล้ายก้อนแป้งตัวก็ขาว
หาใช่ผิวเป็นสีนํ้าผึ้งเช่นตอนนี้” คำตอบของกุ้ยฮวา ทำให้หนิงอัน
กระจ่างทันที
“อย่างนี้เขาเรียกพรหมลิขิตชัด ๆ นะเจ้าคะ ข้าขอยินดีกับ
พี่สาวอีกครั้ง”
สองสาวสนทนากันอยู่ได้อีกไม่นาน ประตูหน้าห้องของ
บ่าวสาวก็มีเสียงอึกทึก
“พี่สาวฮวา เจ้าบ่าวของท่านมาแล้ว ข้าขอมอบสิ่งนี้ให้
เป็นของขวัญสุดพิเศษ” หนิงอัน รีบนำตำราเล่มหนึ่งให้กับสหาย
รุ่นพี่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินตามหญิงรับใช้ออกมาด้านนอก
111
กุ้ยฮวา รู้สึกสงสัยในสิ่งที่เด็กสาวให้มา และเมื่อนางเปิด
หน้าแรก ใบหน้าของตนก็เริ่มเห่อร้อน และยิ่งเปิดหน้าต่อไป
ใบหน้าของนางก็ยิ่งแดงกํ่า
(อันอัน สหายบ้าข้าว่าแล้วในตอนนั้นเหตุใดเจ้าจึงพูด
ออกมาแบบนี้ หากท่านอยากรู้ก็รีบแต่งงานสิเจ้าคะข้าก็จะมอบ
ให้ท่านเหมือนกัน)
112