ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 100 : คำถามทั้ง 3 ข้อ
“อย่างนี้สิถึงค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย” ฉางกวงแววตาเปล่งประกาย ก่อนจะรัวหมัดที่มีพลังเทียบเท่าเมื่อครู่นี้เข้าไปอย่างรุนแรง
“ฝันไปเถอะ” ไฉฟู่หลินสีหน้ามืดมนก่อนที่จะโยนแผ่นหินใสออกมาเบื้องหน้าของตน
“วิ้ง” เมื่อมันถูกโยนออกมา ลวดลายอักขระอันซับซ้อนก็พลันปรากฏขึ้นมา ฉับพลันนั้นเอง
ก็พลันมีชั้นพลังงานสีขาวนวลอันทรงพลังทั้ง 10 ชั้น โผล่ขึ้นมาขวางหมัดของฉางกวงเอาไว้
“ครืน” หมัดของฉางกวงที่มีพลังเทียบเท่ากับขั้น 6 ได้ปะทะกับม่านแสงนั้นอย่างจัง
ส่งผลให้ 4 ชั้นแรกแตกสลายลงในทันทีจนมาถึงชั้นที่ 5 หมัดของฉางกวงก็ถูกหยุดเอาไว้ ราวกับโดนโคลนดูดไม่อาจดึงหมัดออกมาได้
“ขั้น 5 แล้วอย่างไรกัน เจ้าคิดว่าจะเจาะแผ่นค่ายกลเหมันต์ 10 ทิศของข้าเข้างั้นรึ ฝันไปเถอะ” ไฉฟู่หลินตะโกนด้วยสีหน้าสะใจ ต่อให้เจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนขั้น 6 ก็ไม่อาจเจาะเข้ามาได้
ด้วยค่ายกลอันนี้เป็นของที่เหล่าผู้อาวุโสให้ไฉฟู่หลินมาไว้รักษาชีวิต จึงไม่แปลกที่มันจะแข็งแกร่งเยี่ยงนี้ การโจมตีที่ต่ำกว่าขั้นเสมือนขั้น 7 ทั้งหมดจะไร้ผล แล้วถ้าหวังว่าจะใช้เวลาค่อย ๆ ทำลายมันลงละก็เป็นอะไรที่เปล่าประโยชน์เป็นอย่างมาก ด้วยมันมีพลังในการนำพลังปราณจากสิ่งแวดล้อมมาฟื้นฟูตนเอง
ถ้าไม่ชนะภายในครั้งเดียวละก็มีแต่จะต้องยอมแพ้ไปเท่านั้น
“เอาไงดีนะ” ฉางกวงมองยังมือที่ยังติดอยู่กับชั้นพลังเหมันต์อย่างลำบากใจ
ถ้าเกิดว่าเขาปล่อยพลังปราณขั้น 6 ออกมาทั้งหมดละก็ เจ้าม่านพลังนี่ก็ไม่ใช่อุปสรรคเลย
แต่ว่าเขาก็อยากจะเก็บมันไว้เป็นไพ่ตายสุดท้ายของตนเอง
“จริงด้วยข้าลืมไปเสียสนิทเลย” ฉางกวงพลันถ่ายทอดพลังพลังปราณของตนลงไปยังมือทั้งสองข้างที่ถูกตรึงไว้ในทันที
“เปล่าประโยชน์ อยู่เฉย ๆ รอให้ข้าไปบดขยี้เจ้าเสียดี ๆ ” ไฉฟู่หลินยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
อาศัยจังหวะนี้โยนแผ่นค่ายกลอีก 4 แผ่นออกไป ทั้ง 4 ทิศอย่างรวดเร็ว
“วิ้ง” อักขระของแผ่นค่ายกลทั้ง 4 พลันดูดกลืนเหมันต์ที่อยู่โดยรอบในระยะ 1 ลี้ในทันที
ก่อนที่จะก่อตัวเป็นภูเขาเหมันต์สูง 5 จั้งในไม่กี่ชั่วอึดใจต่อมา
“นี่มันอันใดกัน แผ่นค่ายกลอีกแล้วรึ เจ้านี้ใช้ออกมาราวกับเทน้ำเทท่าเลย ช่างร่ำรวย ร่ำรวยเกินไปแล้ว”
ต้องรู้ว่าการที่จะสร้างค่ายกลระดับสูงสักอันหนึ่งนั้นจะต้องใช้ทั้งเงินและเวลาเป็นอย่างมาก แถมถ้ายิ่งสลักค่ายกลระดับสูงลงไปบนแผ่นหินอีกละก็ต้องใช้ทั้งเงินและเวลาเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ถ้าจะให้เอ่ยละก็ทรัพย์สินที่ผลาญไปกับแผ่นค่ายกลทั้งหมดนี้ แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้น 7 ที่มาเห็นเข้าก็ต้องคลุ้มคลั่งด้วยความอิจฉาอย่างแน่นอน ฉะนั้นเหล่าคนที่มาดูจึงไม่มีใครเอ่ยค้านความคิดเห็นของคนเมื่ครู่
“ใช่แล้ว นี่เป็นอภิสิทธิเฉพาะคนรวยเท่านั้น ว่าแต่นั่นคือค่ายกลชนิดใดกัน ทำไมข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อน”
“ถ้าข้าดูไม่ผิดนี่น่าจะคือค่ายกลเทือกเขาเหมันต์ 100 ปี อันโด่งดังของตระกูลไฉ”
“แล้วมันคือค่ายกลอันใดกันเล่าพวกเจ้ารู้ก็อย่ามัวแต่อมพะนำกัน รีบเอ่ยมาให้ไว”
“เจ้าบ้า เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่อง 1 ค่ายกลสยบทั่วหล้างั้นเหรอ ว่ากันว่าผู้นำตระกูลไฉที่มีพลังฝึกตนขั้น 9 ใช้ค่ายกลอันนี้สยบ 3 ผู้ฝึกตนที่มีพลังปราณเทียบเท่ากันมาแล้ว จึงทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่องคนตระกูลไฉเลย แม้แต่สำนักเหมันต์ประกายก็ยังต้องให้หน้าอีกฝ่ายอยู่ 2 ส่วน”
“ข้าก็ว่าแล้ว ทำไมเจ้าไฉฟู่หลินผู้นี้จึงกล้าทำตัวร่ำรวยเช่นนี้ ที่แท้ก็ไม่กลัวว่าใครจะปล้นไปนี่เอง”
“งั้นเจ้าฉางกวงก็คงไม่ต้องเอ่ยถึงเลยละสิ เฮ้อ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“นั่นมันระดับไหนกัน จะเอาเจ้าอวดรวยไฉฟู่หลินไปเทียบกับผู้นำตระกูลไฉได้เยี่ยงไรกัน แต่ด้วยอำนาจอันทรงพลังของค่ายกลนี้ ผู้ฝึกตนในขอบเขตขั้น 5 ทุกคนจะต้องโดนภูเขาเหมันต์ทั้ง 4 บดทับพ่ายแพ้ไปอย่างแน่นอน ไม่มีใครต้านทานได้”
“นี่มันไม่ดีแน่”เมื่อฉางกวงดึงมือออกมาจากม่านพลังสีขาวได้นั้น เมื่อสังเกตเห็นภูเขาเหมันต์ 5 จั้งทั้ง 4 สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“จงสยบให้กับข้าผู้นี้ซะ” ไฉฟู่หลินตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ภูเขาเหมันต์ทั้ง 4 พลันพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลันเอียงลงมาปิดล้อมไว้ทั้ง 4 ทิศ
“เหมันต์พิโรธ ฝ่ามือเหมันต์บรรพกาล” ฉางกวงไม่กั๊กพลังของตนไว้อีกต่อไป ฝ่าหนึ่งไว้วางบนพื้นขณะเดียวกันอีกมือก็วาดอักขระหยุกหยิกกลางอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว
“ครืน” กลิ่นอายของผู้ฝึกตนขั้น 6 แผ่ออกมาพร้อมกับ แขนเหมันต์ขนาดยักษ์ 4 ข้างพลันผุดขึ้นมาจากพื้นเหมันต์อย่างรวดเร็ว อักขระที่วาดบนอากาศพลันไปหลอมรวมกับฝ่ามือเหมันต์ในชั่วพริบตา ก่อนที่จะปรากฏอักขระขึ้นบนฝ่ามือเหมันต์ พร้อมกับกลิ่นอายโบราณแผ่ออกมา
“ครืน” แขนเหมันต์ยักษ์ทั้ง 4 ข้าง พลันพุ่งออกไปปะทะกับภูเขาเหมันต์อย่างฉับพลัน
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“จังหวะนี้แหละ” ฉางกวงพุ่งตัวไปด้วยความเร็วของผู้ฝึกตนขั้น 6 จึงทำให้ไฉฟู่หลินไม่อาจมองตามได้ทัน มาโผล่อยู่เบื้องหลังของอีกฝ่าย ก่อนที่จะง้างหมัดต่อยออกไปอย่างรวดเร็ว
หมัดนี่รวบรวมพลังปราณและพลังกายของฉางกวงเอาไว้จึงทำให้ม่านเหมันต์ 10 ทิศแตกกระจายลงอย่างกระทันหัน
“เป็นไปไม่ได้” ไฉฟู่หลินอุทานด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ก่อนที่จะโดนแรงหมัดที่เหลืออยู่ของฉางกวงซัดจนกระเด็นออกจากเวที ไปชนกับม่านแสงที่กางเอาไว้อย่างรุนแรง
พอไฉฟู่หลินสลบไป แผ่นค่ายกลทั้งหมดก็หยุดทำงานลง ภูเขาเหมันต์ทั้ง 4 ก็สลายลงกลายเป็นเศษเหมันต์ตกลงมาจากบนฟ้า
“ผู้ชนะคือท่านฉางกวง กรุณารับของเดิมพันไปด้วย” ในวินาทีที่ไฉฟู่หลินกระเด็นออกจากเวที เสียงก็พลันประกาศขึ้นมาในทันที พร้อมกับขวดหยาดเหมันต์พิรุณก็พลันปรากฏขึ้นบนมือของฉางกวงอย่างรวดเร็ว
“ขอบใจมากสหายไฉ ถ้าท่านใดสนใจจะประลองต่อก็ติดต่อข้ามาได้ทุกเมื่อเลยนะ” ฉางกวงเอ่ยจบร่างของเขาก็พลันจางหายไปในทันที
“ฟุ่บ” ร่างของฉางกวงพลันปรากฏขึ้นมาตรงบริเวณที่พักศิษย์สายนอกของตน ก่อนจะเห็นร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งยืนอยู่หน้าที่พักของเขา
“ท่านเจ้าสำนัก ท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดงั้นรึ” ฉางกวงถามออกไปอย่างประหลาดใจ
“อะแฮ่ม เจ้าหนู ชายชราผู้นนี้นับถือในความสามารถของเจ้า ตอนนี้ชายชราอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ถ้างั้นชายชราผู้นี้จะชี้แนะเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน ถามมาได้เลย 3 ข้อ” เจ้าสำนักมองฉางกวงพลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ
“แสดงว่าท่านเจ้าสำนักก็คงไม่ค่อยชอบคนตระกูลไฉเท่าไหร่แฮะ จะต้องจดจำเอาไว้” ฉางกวงครุ่นคิดอยู่ภายในเสี้ยวอึดใจก่อนจะนึกคำถามในหัวของตนออกมาอย่างรวดเร็ว
“คือข้าน้อยสงสัยมานานแล้ว ว่าทำไมขณะที่ใช้วิชาอยู่นั้น ทำไมข้าน้อยวางมือไว้บนพื้นจึงรู้สึกว่ามันจะง่ายกว่ามาก แถมยังรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเสียอีก มันเพราะอะไรรึขอรับ”
“อ้อเรื่องนี้นี่เอง จากที่ข้าดูมาเจ้าคงจะหมายถึงท่าสุดท้ายที่เจ้ารียกฝ่ามือยักษ์ออกมาสินะ นั่นก็เพราะว่าในพื้นดินมีพลังงานเหมันต์มากกว่าบนอากาศอย่างไรเล่า จึงไม่แปลกเลยที่มันจะเหนี่ยวนำพลังงานชนิดเดียวกันบางส่วนมาเสริมพลังให้ตนเอง” เจ้าสำนักชราตอบด้วยทีท่าสบาย ๆ
“แล้วข้าจะมีวิธีไหมที่สามารถใช้มันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องวางมือลงบนพื้น แต่ประสิทธิภาพยังเท่าเดิมอยู่”
ฉางกวงจ้องมองท่านเจ้าสำนักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“แน่นอนว่ามี ถ้าเจ้าบรรลุขั้น 7 แห่งขอบเขตเสถียรคงปราณละก็ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องวางมือไว้บนพื้นเลย เอาง่าย ๆ เลยก็คือพลังปราณของเจ้ายังไม่บริสุทธิมากพอ ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณมากมายเพียงใดก็ไม่อาจเทียบคุณภาพกันได้ นี่จึงทำให้วิชาธาตุส่วนใหญ่นั้นจะนิยมในผู้ฝึกตนขั้น 7 ขึ้นไปเท่านั้น เพราะผู้ฝึกตนขั้นที่ต่ำกว่านั้นจะใช้ออกมาได้ก็ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือบางคนก็ใช้ไม่ได้เลยก็มีให้เห็นกันอยู่”
“งั้นขอเก็บคำถามข้อสุดท้ายไว้ก่อนได้ไหมขอรับ” ฉางกวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
แค่นี้เขาก็ได้เปิดโลกมากเกินพอแล้ว ตอนนี้ต้องรีบไปย่อยข้อมูลก่อน
“ย่อมได้ อ้อแล้วอย่าลืมย้ายที่อยู่ด้วย ประกาศเลื่อนขั้นศิษย์ของเจ้ามาแล้ว” ชายชราเจ้าสำนักเมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ร่างกายก็พลันหายไปในทันที ไม่เหลือแม้แต่เงา