ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 12 : คหบดีหรือเซียน?
ณ ห้องประลองซ่งหยวน
พอได้ยินดังนั้นซ่งหยวนจึงออกมาทางด้านหลังของห้องพัก เดินอ้อมออกมาตรงทางที่เปิดให้ผู้ชมเข้ามานั่ง
“พ่อเเม่พี่น้อง คู่ถัดไป ซ่งหยวน ปะทะ เฉินเฟย 2ตระกูลคหบดีใหญ่ ใครจะอยู่ใครจะไป รอติดตามรับชมได้เลย” ผู้บรรยายพูดพลางขยับมือไปมา
ซ่งหยวนเดินเข้ามาถึงทางขึ้นเวที เขาเดินขึ้นไปบนเวทีรอยยิ้มอบอุ่น มองไปอีกฝั่งหนึ่ง เห็นชายหนุ่มรูปร่างใหญ่โต หน้าตาเหมือนพวกนักเลงในเหลาสุรา ดูดีเเบบสบถ ไม่สนใจผู้ใด ประกอบกับการเเต่งตัวที่ดูเรียบง่าย คล้ายชาวบ้านทั่วๆไป ไม่มีอะไรโดดเด่น
เเต่เเต่งตัวยังงี้ก็ยังดูเด่นตาอยู่ดี ส่วนสูงประมาณชายวัย 25
“เจ้านี่ก็เป็นอย่างงี้ไม่เปลี่ยนเลยนะ ตั้งเเต่ก่อนหน้านี้ที่ข้าสู้กับเจ้าไป” ซ่งหยวนยิ้มอบอุ่น มองมายัง เฉินเฟย
“เจ้าเองก็ยังพูดมากไม่เปลี่ยน จะพูดมากไปทำไมกัน สุดท้ายก็วัดกันที่กำปั้น”
เสียงประกาศเริ่มการประลองมาถึง เฉินเฟยพลันเอาเท้ายันเวที เตะเท้าพุ่งตัวง้างหมัดเตรียมปะทะกับซ่งหยวน
“เจ้าก็เป็นซะอย่างงี้ ข้าไม่ชอบใช้กำลังเลยจริงๆ เจ้าเองก็ควรลดความเร่าร้อนใช้สมองเพิ่มขึ้นอีกซักนิดนิง”
ซ่งหยวนตั้งท่าตั้งรับ ถือหนังสือด้วยมือเดียว หมัดเข้าปะทะกับหนังสือเเต่น่าเเปลกที่หมัดเหมือนโดนเบี่ยงเบนทำให้จากที่เฉินเฟยพุ่งตัวมายังซ่งหยวนก็พุ่งเบี่ยงผ่านซ่งหยวนไปยังกำเเพงด้านหลังซ่งหยวนเเทน
“หนอย เจ้ามีเเต่ท่านี้เหรอไง” เฉินเฟยคำรามเสียงดัง พลันเอาขายันพื้นเพื่อไม่ให้ตกลงด้านล่างเวที เกิดรอยยาวจนถึงขอบเวทีจึงหยุดลง
ทั้งหมดนี้ดูเหมือนนาน เเต่ที่จริงเกิดขึ้นในช่วงกะพริบตาเท่านั้น
ไม่รอให้พักหายใจ เฉินเฟยพลันพลิกตัวกระโดดขึ้นสูงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ร่ายใช้วิชา’ตราประทับฝ่ามือ’ เฉินเฟยรัวฝ่ามือลงมาจากฟากฟ้า ขณะที่ร่างเขาค่อยๆร่วงลงตามเเรงโน้มถ่วง
“วิชาตระกูลเฉินใช้ได้เลย เจ้าก็พัฒนาขึ้น เเต่เจ้านึกไม่ถึงว่าข้าเองก็ยังไม่เอาจริงเช่นกัน”
ซ่งหยวนยิ้มอบอุ่นเช่นเคย พลางร่ายใช้วิชา ‘ม่านมรรคา’
พลางเเกว่งหนังสือแนวกากบาทเหนือหัวของตน ปรากฎม่านตัวอักษรโบราณสีทอง สว่างไสว ฝ่ามือจำนวนมาก พุ่งมาอย่างกับดาวตก ชนกันม่านสีทองดัง ‘ปัง ปัง ปัง’
ฝ่ามือที่ชนกับม่านสีทองเริ่มจางหายไป ม่านสีทองก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย พอฝ่ามือหายไปหมด ม่านสีทองปรากฎรอยเเตกร้าว
‘มรรคาไม่มัวหมอง’ ซ่งหยวนพึมพำเสร็จพลันมีพลังงานจำนวนมากถูกดึงมาจากม่านสีทอง ม่านพลันสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว รวมเป็นเส้นสายสีทองเส้นหนึ่งพุ่งไปหาเฉินเฟยอย่างรวดเร็ว
จะหลบก็หลบไม่ทันเเน่นอน เฉินเฟยโดนเข้าไปจังๆ ไหล่ขวาพลันปรากฎรูขึ้นมารูหนึ่ง โลหิตไหลริน เห็นดังนั้นเฉินเฟยจึงขอยอมเเพ้ สีหน้าไม่เต็มใจอย่างชัดเจนแฝงความจนใจ
“ขอบคุณพี่เฉินที่ออมมือให้เเล้ว” ซ่งหยวนพูดพลางยิ้มอบอุ่นหันมองไปยังผู้ชม
มีเสียงตะโกนจากผู้ชมด้วยความตื่นเต้น ยังไม่มีผู้ใดนึกขึ้นเลยว่าม่านสีทองมันคืออะไร
เว้นเสียเเต่
“อย่างที่คิดไว้ 3 ตระกูลใหญ่เป็นตระกูลเซียนจริงๆด้วย
ข้าคิดไม่ผิด สนามประลองถ้าสามารถชนะได้คงได้เหรียญมาเเน่ๆ เเต่ก็คงจำกัดรางวัลไว้
ถ้าไม่เช่นนั้น 3 ตระกูลเซียนจะลงเเข่งงานประลองนี้กันทำไม” ฉางกวงจ้องมองจนจบการประลอง สายตาก็ล้ำลึกขึ้น