ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 5: นี่คือลุงของข้า
“เจ้า! เจ้าหายไปไหนมา ลุงเจ้าพอเห็นว่า ยามเซิน(15.00-16.59)เจ้ายังไม่กลับมา จึงขอร้องให้พวกข้าระดมกำลังกันค้นหากันไปทั่วเลย พอค้นหาไปจนถึงยามโหย่ว(17.00-18.59) พวกข้าจึงทำใจว่าจะค้นหาเจ้าอีกทีในตอนเมื่อวาน พอเมื่อวานยามเฉิน(07.00-08.59)
พวกข้าก็ค้นหาเจ้ากันให้ควั่ก เเต่ก็ตัดใจเมื่อชั่วยามที่เเล้วนี่เอง กลับมาได้ก็ดีเเล้วหลานเอ้ย ลุงเจ้าคงตรอมใจเรื่องเจ้าไปเเล้ว รับกลับไปหาลุงเจ้าเถอะ ”
“ขอบใจท่านลุงฉี ขออภัยที่คงไม่ได้คุยนาน เสียมารยาทเเล้ว ขอตัว ขอบใจท่านลุงฉีมาก”
ฉางกวงพูดจบจึงรีบกลับไปยังกระท่อมตนเอง กระท่อมหลังนี้มีลักษณะพิเศษจากหลังอื่นๆ เล็กน้อย เพราะกระท่อมทั้งหลังทำจากไม้ เเถมมีบ่อเลี้ยงปลาอยู่ข้างบ้าน พร้อมเเปลงผัก เเละคอกโค กระบือ ที่กระท่อมจึงดูค่อนข้างกว้างขวาง มีครบต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ฉางกวงรีบเดินเข้าไปในกระท่อมหลังนี้ด้วยความเป็นห่วงลุงจิน
“ลุงจิน ข้า ฉางกวง กลับมาเเล้ว ”
“ไอ้เจ้าบ้า เจ้าเนรคุณ ทำให้ข้าเป็นห่วงเเทบตาย เจ้าอยากเห็นข้ามีหงอกเพิ่มหรืออย่างไร ไหนๆ มาดูหน่อย เจ้าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง”
ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมนิดๆ พูดด้วยเสียงสั่น หนวดกระตุกเล็กๆ สีหน้าดูโศกเศร้า
“ข้าไม่เป็นไร ขออภัยที่ทำให้ท่านเป็นห่วง ลุงจิน ข้าผิดต่อท่าน”ฉางกวงพลางคุกเข่า โขกศีรษะ ขออภัย
ลุงจินสังเกตเห็น ฉางกวง มีสภาพดูย่ำเเย่ เสื้อผ้าเปื้อนโคลน ยับยู่ยี่ ขอบตาเเดงกล่ำ
จึงพูดด้วยความเป็นห่วงว่า “ ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก เจ้าปลอดภัย ข้าก็ดีใจเเล้ว ลุกขึ้น ลุกขึ้น
รีบมาพักผ่อน กินข้าวกินปลาก่อน เดี๋ยวรอข้าเเปปนะ เดี๋ยวทำเนื้อโคปิ้ง ของโปรดเจ้าให้ รีบไปชำระร่างกายเสีย”
ลุงจินรับวิ่งไปที่ห้องครัว พลางปิ้งเนื้ออย่างรวดเร็ว
“ลุงจิน ก็เป็นเช่นนี้ ทำให้ข้ายิ่งรู้สึกผิด”
“เนื้อย่างหอมจริงๆ”
ฉางกวงคิดไปพลาง น้ำลายยืดอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้
พอตั้งสติได้จึงรีบไปอาบน้ำ ชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้า พอเสร็จเรียบร้อย ออกมาก็เจอเนื้อโคปิ้งสีน้ำตาล เหลืองอร่าม มีไขมันเล็กน้อย
กลิ่นหอมตลบอบอวน “จะกินเเล้วนะท่านลุง ข้าไม่ไหวเเล้ว ” ฉางกวงรีบตักกินอย่างมูมมามราวกันนี่มื้อสุดท้ายของเขา
“เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวพอตื่นมาอีกทีค่อยมาเล่าให้ข้าฟัง ”
“ลุงจินเข้าใจข้าเสมอ” ฉางกวงพุ่งตัวไปยังห้องนอน พลางเอนตัวลงเเละก็หลับไปในทันที
พอถึงยามเช้าวันถัดไป ฉางกวงจึงตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี ลุกขึ้นมาก็รีบเดินไปหาท่านลุงจินทันที
“ท่านลุง ถ้าข้าเล่าให้ฟัง ท่านอาจหาว่าข้าเพ้อเจ้อ ท่านเเน่ใจนะ ”
“เล่ามาเถอะ ชีวิตนี้ข้าก็อยู่มาหลายสิบปี ประสบการณ์ย่อมมากกว่าเจ้า ข้าย่อมเชื่อเจ้า ”
“คืออย่างงี้นะท่านลุง คือข้าก็ออกไปตัดไม้เหมือนปกติ เเต่ระหว่างกำลังจะกลับดันพบฝูงหมาป่าเข้า
ข้าก็เลยใส่เกียร์หมา วิ่งจนสะดุดล้มลื่นลงไปยังถ้ำเเห่งหนึ่ง พอไปๆมาๆข้าก็ผ่านการทดสอบ จึงได้ผู้อาวุโสสืบทอดปราณให้
จึงรอดกลับมาได้ ” พูดไปพลางฉางกวงตั้งสมาธิปล่อยพลังปราณที่ดูบางสีเเดงส้มออกมา
พอเห็นดังนั้น ลุงจินจึงมีสีหน้าตกตะลึงก่อน พอตั้งสติได้จึงจนใจ
“ถ้าเจ้ารู้เรื่องปราณ ข้าคงจะต้องบอกเรื่องบางเรื่องกับเจ้าเเล้วหล่ะ ”
ลุงจินพูดไปพลางเอานิ้วลูบหนวด สีหน้าล้ำลึก