ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 6: ความจริงของโลกภายนอก
“เซียนเท่านั้นจึงจะมีพลังปราณ โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก ในสายตามนุษย์ธรรมดา เห็นเเค่จุดเล็กๆเท่านั้น
เเต่ถ้าเจ้าเป็นเซียน เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของโลกที่เเท้จริง
ตัวข้าเองนั้นก็ไม่กล้าพูดหรอกว่าตัวเองรู้จักโลก
เเต่นอกป่าเเห่งนี้ข้ารู้จักเเน่นอน”
ลุงจินถอดถอนหายใจ พลางมองมายังฉางกวง
“ท่านลุง เเล้วนอกป่านี้มีอะไรหรือ หรือว่านอกป่านั้นจะเต็มไปด้วยเซียน”
ฉางกวงตาเเวววาวเป็นประกาย ท่าทางสนใจใคร่รู้
“นอกป่านั้น ก็จะเป็นนครเเห่งหนึ่ง นครเเห่งนี้มีเจ้าเมืองคอยปกครองมนุษย์ธรรมดาหน้าฉาก
เเต่หลังฉากนั้น ผู้ที่ปกป้องเหล่ามนุษย์ก็คือเซียน เหล่าสำนักเเละตระกูลทั้งหลาย ”
ลุงจินลูบหนวดเครา เเววตาเหมือนรำลึกอดีต
“นอกป่าเเห่งนี้ จะมีนครเเห่งหนึ่งนามว่า นครมัจฉาธาราใหญ่พอๆลั่วหยาง มีประชากรนับเเสน
มีประตูสี่ทิศ มีเจ้าเมืองคอยดูเเล พร้อมผู้ช่วยอีก 4 คน นครมัจฉาธารานั้นได้นามมาจากถ้ามองนครจากมุมสูงรูปร่างจะคล้ายมัจฉา
เเหวกว่ายท่ามกลางธาราหลายเส้นสายนั้นเอง เจ้านครรับคำสั่งจากเจ้าสำนัก และ3 ตระกูลเซียนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งเหล่าเซียนทั้งหลายจะทำหน้าที่คอยปกป้องนครยามมีภัยพิบัติต่างๆ เซียนต่างถิ่น หรือพวกสัตว์อสูร ซึ่งระหว่างสำนักกับ 3กระกูลเซียนมีการคานอำนาจกัน
สำนักนี้มีนามว่า ทวนธารา ส่วนสามกระกูลเซียนก็มีตระกูล จิน ซ่ง เเละเฉิน
สำนักทวนธาราจะคอยดูเเลทิศเหนือ อีก 3ตระกูลจะเเบ่งไปปกป้องทิศใต้ ตะวันออก ตะวันตก ตามลำดับ
ระดับพลังปราณในนครเเห่งนี้เเบ่งเป็น 9ขั้นหนทางเซียน เเบ่งเป็น 3ขั้นย่อย คือ จุดปราณ ขยายปราณ และ เสถียรมั่นคง
1-3 ถือว่าจุดปราณ ขั้นต้น กลาง สูง ตามลำดับ
4-6 ถือว่า ขยายปราณ ขั้นต้น กลาง เเละสูง
7-9 ถือว่าเสถียรคงปราณ ขั้นต้น กลาง เเละก็สูง’
“ท่านลุงๆ ข้าอยากเข้าร่วมสำนัก ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”
ฉางกวงมองลุงจินด้วยเเววตาตื่นเต้น
“ถ้าเจ้าอยากเข้าร่วมสำนัก ก็ต้องผ่านการทดสอบของสำนัก เจ้าก็จะได้เป็นศิษย์สายนอก”
ลุงจินพูดด้วยเสียงเรียบเฉย สีหน้าอารมณ์ดูค่อนข้างซับซ้อน จนใจ
“ท่านลุงไม่สบายใจรึ งั้นข้าไม่เข้าเเล้ว ท่านลุงสำคัญที่สุด ”
ฉางกวงน้ำเสียงหนักเเน่น เเต่เเววตาก็เสียดายอย่างปิดไม่มิด
“ทำอย่างไรได้เล่า ถ้าท่านลุงข้าไม่เห็นด้วย ข้าคิดว่าลุงหวังดีกับข้า คงมีเรื่องบางอย่าง”
“เจ้าสามารถเข้าได้ เเต่ห้ามเอ่ยนามข้าออกไปเด็ดขาด ! เจ้าต้องสาบานกับข้า ”
“ได้ขอรับท่านลุงจิน ข้าขอสาบาน”
ฉางกวงพูดด้วยน้ำเสียงดังอย่างมั่นใจ พลางตบอกตัวเอง
“ดี ! ข้าเชื่อใจเจ้า งั้นเจ้าก็รีบออกเดินทางเถอะ เดี๋ยวฟ้าจะมืดค่ำเอา ”
ลุงจินพูดพลางเตรียมของมากมายอย่างรวดเร็ว
“งั้นข้าไปก่อนนะท่านลุง ท่านดูเเลสุขภาพตัวเองด้วย ”
ฉางกวงถือกระเป๋าที่ลุงจินเตรียมไว้ กระเป๋าใบใหญ่ที่ดูเต็มไปด้วยของต่างๆมากมาย
เดินออกจากกระท่อมมาตามทางเส้นใหญ่ ลุงจิน ลุงฉีเเละเพื่อนบ้านก็เดินตามกันมาติดๆ
มายืนอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน พลันโบกไม้โบกมือ อวยพรขอให้ฉางกวงเดินทางปลอดภัย ประสบผลสำเร็จกลับมา
“เจ้าก็ดูเเลตัวเองดีๆนะ ถ้าเหนื่อยก็กลับมาหาข้า
ข้าเเละคนในหมู่บ้านเเห่งนี้ ต้อนรับเจ้าเสมอ ”
ลุงจินน้ำเสียงหนักเเน่น เเต่มีเเววสั่นเครือ สีหน้าดูจนใจ
ฉางกวงโบกมือให้ลุงจิน ลุงฉี เพื่อนบ้านพลันพยักหน้า ยิ้มตอบมา ฉางกวงเห็นจึงยิ้มตอบเช่นกัน นึกถึงว่าตนเองเคยอยู่ที่นี่เเต่เดี๋ยวตนเองก็จะไม่อยู่เเล้ว รู้สึกใจโหวงๆ…จึงรีบสลัดความคิดที่อยู่ในใจ ออกเดินทางอย่างรวดเร็วก่อนฟ้ามืด