ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 54 : หัวใจหลักของสำนักทวนธารา
“เเสดงว่าช่วงนี้สำนักจะต้องเกิดเรื่องใหญ่จริง ๆ เป็นเเน่” หลังจากที่เเยกกับเเขกอาวุโสจ้าวกับเจียงหวงเเล้ว ฉางกวงก็เดินไปพลางครุ่นคิดไปพลาง อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้
มันจะเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ระหว่างท่าทีเเปลก ๆ ของซ่งหยวนเมื่อตอนที่ฉางกวงกับเจียงหวงได้รับภารกิจไปช่วยเหลือสมาคมค่ายกล กับข่าวลือเรื่องที่สมาคมค่ายกลกำลังวางเเผนสร้างค่ายกลขนาดใหญ่อยู่
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงละก็ นับได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของสำนักเลยทีเดียว
“ข้าเป็นเพียงว่าที่ศิษย์สายในธรรมดา ๆ คนหนึ่ง คงไม่มีผู้ใดมาสนใจลูกศิษย์คนหนึ่งของสำนักหรอก ถึงจะมีปัญหาจริง ๆ เเต่ข้าก็ยังมีสิ่งนี้อยู่” ฉางกวงเอ่ยพลางค่อย ๆ นำถุงเก็บของใบเล็กออกมา เเล้วจึงเปิดดูสิ่งของที่อยู่ด้านในนั้นอย่างระมัดระวัง
หยกสีขาวน้ำเงินอันหนึ่งพลันเปล่งประกายอยู่ในถุง เหมือนกับมันพยายามสื่อสารกับสถานที่ ที่มันจากมาอยู่
พอเห็นว่าหยกสีขาวน้ำเงินยังอยู่ดีอยู่ก็รู้สึกโล่งใจ พลันรีบปิดถุงอย่างรวดเร็ว
ด้วยถุงเก็บของอันนี้ทึบเเสงเป็นอย่างมาก ฉางกวงจึงไม่กังวลเเม้เเต่น้อยว่าจะมีใครมาเห็นหยกชิ้นนี้
เดินมาไม่นานก็มาถึงเรือนของตนเองเเล้ว ฉางกวงจึงเดินเข้าเรือนตนเองอย่างสบาย ๆ คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์
การดำเนินการตรวจประวัติของว่าที่ศิษย์สายในทั้ง 15 คนก็ดำเนินการไปจนครบทุกคนภายในเวลา 3 วันถ้วนพอดี
ตราหยกสัญลักษณ์ของฉางกวงที่ได้มาใหม่นั้นพลันปรากฎคำว่าศิษย์สายในขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับสีหน้าของฉางกวงที่ฉีกยิ้มอย่างมีความสุข
ศิษย์สายในจะมีความเเตกต่างจากศิษย์สายนอกตรงที่ศิษย์สายในจะได้มีโอกาสเลือกฝึกวิชาประจำสำนัก 1 วิชา ซึ่งวิชาเหล่านี้อาจมีค่ามากสำหรับผู้ฝึกตนธรรมดาทั่ว ๆ ไป เเต่สำหรับฉางกวงหรือสามตระกูลเซียนเเล้วนั้น วิชาเหล่านี้ก็ดึงดูดความสนใจได้เพียงเล็กน้อยก็เท่านั้น
เเต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้ผู้คนมากมายสนใจที่จะเป็นศิษย์สายใน สิทธิพิเศษต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจเเละเย้ายวนที่สุดสำหรับทุกคน
สิทธิพิเศษเหล่านั้นก็คือ การได้รับโควตาเม็ดยาทุกวันจากสมาคมโอสถ ซึ่งระดับเม็ดยาที่ได้มานั้นจะเหมาะกับผู้ฝึกตนที่อยู่ขั้น 4 -6 ของขอบเขตขยายปราณ
เเถมสามารถซื้อเม็ดยาระดับสูงกว่านั้นเพิ่มเติมได้ในราคาถูกกว่าปกติถึง 5 ส่วนอีกด้วย นี่ต่างหากจึงจะเป็นสิทธิพิเศษที่ผู้ใดก็ปรารถนา
สิทธิพิเศษนี้มีเเต่เพียงผู้อาวุโสระดับสูง ศิษย์สายใน เเละก็ศิษย์ผู้สืบทอดเท่านั้น จึงเห็นได้เลยว่าสิทธินี้มีค่ามากเพียงใด
“เเม้เเต่ผู้อาวุโสหลินมู่เองก็อาจจะไม่มีสิทธินี้ก็ได้ เเต่ท่านอาจารย์ของเรานั้นเป็นเเขกอาวุโส ไม่เเปลกใจเเล้วที่ทำไมถึงมียาสีเขียวนั่นได้” ฉางกวงที่กำลังเเผ่พลังปราณเข้าไปในตราหยก ก็พลันพยักหัวอย่างเข้าใจว่าอย่างนี้นี่เอง
ไม่น่าทำไมผู้อาวุโสหลินมู่ถึงรู้สึกขอบคุณตัวเขาเป็นอย่างมาก ที่เเท้ก็อยากได้สิทธิพิเศษนี้นี่เอง ถ้าผู้อาวุโสหลินมู่มาได้ยินความคิดนี้ของฉางกวงเข้าละก็ เกรงว่าคงจะตกตะลึงอึ้งค้างเป็นเเน่ เพราะฉางกวงคิดได้ตรงกับความคิดของเขาเป็นอย่างมาก
“ในฐานะศิษย์สายในเเล้ว งั้นข้าก็ต้องไปเลือกวิชาซักหน่อยเเล้ว” ฉางกวงเหลือบไปเห็นข้อความบนหยกประจำตัวศิษย์สายในเรียกรวมตัวจึงรีบออกจากเรือนของตนเองอย่างรวดเร็ว รีบไปยังตึกเก่าเเก่บนน้ำตกอย่างรวดเร็ว
พอฉางกวงมาถึงยังบริเวณน้ำตก ก็พลันเห็นเจียงหวง หยางกาน หลัวชง หยุนไฮ่ เเละก็อีก 10 คนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ซึ่งจางหย่งกับจางเหว่ยก็นับรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน
“ในที่สุดพวกเจ้าก็มากันครบซักที” สิ้นเสียงอันดังกึกก้องก็พลันปรากฎเงาร่าง ๆ หนึ่ง ร่างนี้ดูเป็นชายวัยกลางคนที่ดูลึกล้ำเป็นอย่างมาก
รังสีที่เเผ่ออกมาก็ทำให้ทั้ง 15 คนตกตะลึง รู้สึกเหมือนกับว่าอยากจะก้มลงคารวะชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นอย่างมาก
“บุคคลผู้นั้นมัน อย่าบอกนะว่า…” หยุนไฮ่ละล่ำละลักเตรียมจะเอ่ยออกมานั้นเอง
“ข้ามีนามว่า ซ่งหมิงเทา เป็นรองเจ้าสำนักเเห่งนี้ ก่อนอื่นข้าขอเเสดงความยินดีกับพวกเจ้าด้วย” ซ่งหมิงเทายิ้มอย่างอบอุ่นพลางมองทั้ง 15 คนเเบบผ่าน ๆ
“ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้เเซ่ซ่งต้องชอบยิ้มเช่นนี้ด้วยนะ” ฉางกวงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาอยู่ชั่วครู่ จึงรู้สึกได้ว่าปราณของอีกฝ่ายนั้นมั่นคงดั่งกับหุบเขาไท่ซานที่เเม้เเต่อาจารย์ของเขายังไม่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้เลย สีหน้าฉางกวงพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“ข้าดูจากสีหน้าของพวกเจ้าเเล้ว พวกเจ้าคงสงสัยสินะว่าระดับพลังปราณของข้านั้นไปถึงขั้นไหนเเล้ว” ซ่งหมิงเทาเอ่ยคล้ายจะรู้ความคิดของทุกคน
ฉางกวงพลันพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว ทุกคนเองก็เช่นกัน ไม่เว้นเเม้เเต่บุรุษดั่งก้อนหินอย่างเจียงหวงเองก็ตาม
“พวกเจ้าคงจะเคยได้ยินมาเเล้วใช่ไหม ว่าระดับพลังปราณในขั้นหนทางเเห่งเซียนนั้นเเบ่งได้ออกเป็น 9 ขั้น”
“อย่าบอกนะว่าท่านรองเจ้าสำนักบรรลุขั้น 7 เเห่งขอบเขตเสถียรคงปราณเเล้วน่ะ” หยุนไฮ่หลุดอุทานออกมาอย่างห้ามไม่ได้
ฉางกวงเเละคนอีก 13 คนพลันหันไปมองหยุนไฮ่กันเป็นตาเดียว
“เจ้านี่ใช้ได้เลยทีเดียว ข่าวสารรวดเร็วจริง ๆ ใช่เเล้ว ข้าผู้อาวุโสพึ่งจะบรรลุขั้นนี้ได้ไม่นานนี้เอง” ซ่งหมิงเทาจ้องมองไปยังหยุนไฮ่ด้วยท่าทีสนอกสนใจ
“โห” บางคนพลันอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น ไม่คิดไม่ฝันว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้มาพบกับจอมยุทธ์ระดับนี้ด้วย
จอมยุทธ์ที่บรรลุขั้นเสถียรคงปราณในสำนักทวนธารานั้นเเทบจะนับได้ด้วยนิ้วเพียงไม่กี่นิ้วเลยทีเดียว จึงนับได้ว่าเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับจอมยุทธ์ระดับนี้
“พวกเจ้าไม่ต้องตกอกตกใจถึงขนาดนั้นก็ได้ ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อพาพวกเจ้าไปเลือกวิชาของพวกเจ้าเเล้วพร้อมกับเเนะนำเรื่องต่าง ๆ ให้พวกเจ้าฟัง” ซ่งหมิงเทามองมายังทั้ง 15 คนอย่างอบอุ่น เเล้วจึงพาทุกคนขึ้นไปยังน้ำตกประจำสำนักอย่างง่ายดายเพียงโบกมือก็พลันมีเรือปรากฎขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
คนทั้งกลุ่มจึงนั่งเรือนั้นค่อย ๆ ไต่ไปบนลำธาร จนขึ้นมาถึงยังด้านบนของน้ำตก ทุกคนจึงทยอยกันลงตรงพื้นดินข้าง ๆ พอทุกคนลงกันหมดเเล้ว ซ่งหมิงเทาจึงโบกมืออีกรอบเเล้วเรือก็พลันหายไปอย่างรวดเร็วเช่นเดิม เเล้วจึงพาทั้งกลุ่มไปเยี่ยมชมยังสถานที่ต่าง ๆ บนน้ำตกของสำนัก
รวมไปถึงเรือนของพวกเขาเเต่ละคนที่จะได้รับในฐานะศิษย์สายใน
ตอนนี้พวกเขาก็มายืนอยู่ตรงบริเวณตึกโบราณเก่าเเก่ที่ฉางกวงได้เห็นเป็นอย่างเเรกเลยตอนที่เดินเข้ามา
เขาจึงรู้สึกประทับใจกับตึกนี้เป็นอย่างมาก
“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าคงจะเคยเห็นตึก ๆ นี้ตอนที่พวกเจ้าพึ่งเข้ามาในสำนักกันเเล้ว วันนี้ก็ถึงเวลาเเล้วที่พวกเจ้าจะได้รู้ว่าตึกนี้ก็คือตึกรวบรวมวิชาในสำนักของพวกเรา” ซ่งหมิงเทายิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“สมเเล้ว ที่ตึกนี้จึงดูเก่าเเก่” ฉางกวงพยักหัวอย่างเข้าใจ
ตึกนี้เกรงว่าคงจะสร้างเป็นที่เเห่งเเรกเป็นเเน่ อาจกล่าวได้เลยว่าตึกเก่าเเก่เเห่งนี้นับได้ว่าเป็นหัวใจหลักเเละเป็นหน้าเป็นตาให้กับสำนักทวนธาราเลยทีเดียว
“งั้นพวกเจ้าก็เข้าไปกันทีละคนนะ จำเอาไว้นะว่าพอเข้าไปในตึกเเล้วพวกเจ้าไม่ต้องทำอันใดทั้งสิ้น เดี๋ยวตึกนี้จะพิจารณาวิชาที่เหมาะสมกับตัวเจ้าเอง เเละก็จะพาไปหาด้วย อาจจะมีวิชาให้พวกเจ้าเลือกได้ซัก 3 4 วิชา” ซ่งหมิงเทาเอ่ยอย่างนิ่งเฉย เหมือนกับผู้ที่เคยเอ่ยเรื่องนี้มาจนจำได้ทุกตัวอักษร ไม่มีความตื่นเต้นเลยเเม้เเต่น้อย
“รับทราบขอรับ” ทุกคนพากันตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
ทุกคนจึงเรียงลำดับการเข้าไปจากลำดับในการคัดเลือกในรอบ 2
จางเหว่ยจึงได้เข้าไปเป็นคนเเรก พอเขาเข้าไปได้ชัก 1 ชั่วยาม
ก็พลันออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เเล้วจึงหันมามองฉางกวงด้วยเจตนาต่อสู้อยู่ช่วงหนึ่งเเล้วก็เเยกย้ายกลับเรือนของตนเองไป
“ถึงตาของข้าเเล้วสินะ” ฉางกวงที่ได้อันดับสองจึงเดินเข้าไปในตึกเก่าเเก่นั้นด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ตัวเขาก็อยากรู้เช่นกันว่าตนเองจะเหมาะกับวิชาเเบบไหน