ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 58 : การต่อสู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“เจ้าคิดจจะกบฎงั้นรึ” เงาสามสองสายพุ่งออกมาจากเผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลซ่งเเละเฉินอย่างดุดัน
ผู้นำตระกูลซ่งเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง เเล้วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“เจ้าโง่ หมิงเทาจัดการเขาเสีย”
พอสิ้นเสียงนั้นเอง ซ่งหมิงเทาที่อยู่ด้านข้างก็พลันจ้วงฝ่ามือใส่รองเจ้าสำนักหนึ่งในสองคนที่เหลืออย่างรวดเร็ว
เดิมทีสำนักทวนธารานั้นมีรองเจ้าสำนักเพียงเเค่ 2 คนเท่านั้น เเต่เมื่อไม่นานมานี้เองซ่งหมิงเทาพึ่งจะบรรลุขั้น 7 เเห่งขอบเขตเสถียรคงปราณ จึงทำให้เขามีคุณสมบัติที่เพียงพอในการขึ้นเป็นรองเจ้าสำนักได้ในที่สุด
“ฮึ่ม” รองเจ้าสำนักผู้นี้ก็รีบยกมือที่เต็มไปด้วยพลังปราณออกมาปัดมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือทั้ง 2 ปะทะกันอย่างจัง คลื่นกระเเทกพลังปราณทั้งสองทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกหวาดกลัวไม่กล้าเข้าไปใกล้เเม้เเต่น้อย
เเม้เเต่ผู้นำตระกูลเฉินเเละรองเจ้าสำนักอีกคนหนึ่งที่เห็นดังนั้น สีหน้าของทั้งสองก็เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมขึ้นมากหลายส่วน
ทั้งสองเริ่มเข้าปะทะกันอย่างดุดัน หลายสิบกระบวนท่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผู้นำตระกูลเฉินเองก็พุ่งตัวไปปะทะกับรองเข้าสำนักที่เหลืออย่างรวดเร็วเช่นกัน
ส่วนทางด้านผู้นำตระกูลซ่งก็ไม่มีท่าทีว่าจะเข้าไปช่วยเลยเเม้เเต่น้อย เเต่กลับทรุดตัวลงกลับพื้นพลางพึมพำอักขระบางอย่างพร้อมกับถ่ายทอดพลังปราณสีทองของตนเองลงไปในค่ายกลอย่างรวดเร็ว
ปล่อยไว้เป็นอย่างนี้ไม่ดีเเน่ รองเจ้าสำนักผู้หนึ่งจึงเอ่ยเพื่อพยายามรบกวนสมาธิของอีกฝ่าย
“เจ้าทำเช่นนี้ไม่กลัวว่าท่านเจ้าสำนักจะมาถลกหนังของพวกเจ้ารึไร”
“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องนี้หรอก มีคนไปเล่นกับเขาเรียบร้อยเเล้ว” ซ่งหมิงเทาเอ่ยด้วยเสียงเยาะ พลางนำลูกเเก้วถ่ายทอดภาพออกมาอย่างรวดเร็ว เเล้วจึงเเบ่งปราณส่วนหนึ่งออกมาถ่ายทอดลงไปข้างในนั้นอย่างรวดเร็ว
“วิ้ง” ลูกเเก้วใสนี้พลังเปล่งเเสงออกมา ฉายให้เห็นภาพขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่
พอรองเจ้าสำนักได้เห็นภาพในนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวขึ้นมาในทันที จึงทุ่มเทการโจมตีใส่ซ่งหมิงเทาอย่างรุนเเรง
ด้วยความที่ซ่งหมิงเทาเปิดช่องโหว่ เเละด้วยที่รองเจ้าสำนักเลือดเข้าตา จึงทำให้การโจมตีในครั้งนี้เข้าเป้าอย่างจังซ่งหมิงเทาพลันทรุดตัวลงกับพื้น เเล้วก็กระอักเลือดออกมากองหนึ่ง
“พวกเจ้าช่างบังอาจยิ่งนักที่จับมือกับพวกชั่วพวกนั้น” รองเจ้าสำนักมองยังซ่งหมิงเทาอย่างผิดหวังเป็นอย่างมาก
ตระกูลเซียนจะบังอาจเกินไปเเล้ว กล้าจับมือกับกองโจรเพื่อลอบโจมตีท่านเจ้าสำนัก ซึ่งจอมโจรในภาพเเน่นอนว่าถ้าหัวหน้าจอมโจรเงาหมิฬเเละหัวหน้าจอมโจรเงาโลหิตได้มาเห็นเข้าละก็ ทั้งสองจะต้องยิ้มอย่างยินดีเป็นเเน่ เพราะว่าจอมโจรผู้นี้ก็คือจอมโจรเงาอสูรซึ่งก็เป็นพี่รองของทั้งสองนั่นเอง
ระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ต่อสู้กันชุลมุนอยู่นั้นเอง
ฉางกวงเริ่มระมัดระวังตัวตั้งเเต่ตอนที่ได้ยินเสียงประกาศของผู้นำตระกูลเเล้ว เขาจึงเริ่มใช้งานเเผ่นอักขระเคลื่อนย้ายในทันที เเต่ก็ต้องผิดหวังที่การเคลื่อนย้ายไม่เกิดขึ้น เขาจึงรู้ได้ในทันทีว่าการเคลื่อนย้ายออกไปจากสำนักทำไม่ได้อย่างเเน่นอน
“ผลลัพธ์คงมาจากค่ายกลขนาดใหญ่ยักษ์ที่ข้าเห็นมันเมื่อครู่สินะ” ฉางกวงกัดฟันกรอดพลางหันไปมองยังวงค่ายกลที่กำลังล้อมรอบสำนักอยู่อย่างหัวเสีย
“งั้นข้าใช้เจ้านี่เลยละกัน” ฉางกวงกัดฟันกรอดยิ่งกว่าเดิมรีบนำเอาเเผ่นหยกสีขาวน้ำเงินในถุงเก็บของออกมาอย่างรวดเร็ว
“วิ้ง” หยกสีขาวน้ำเงินก็พลันเปล่งเเสงออกมา พร้อมกับข้อความและตัวเลขออกมา 1 ประโยค
‘ประมวลผลรออีก 1 วัน’
“1 วันหาบิดาเจ้าสิ อย่างอื่นใช้การไม่ได้ข้าไม่เเปลกใจเลย เเต่เจ้าเองก็ใช้ไม่ได้ด้วยรึเนี่ย” ฉางกวงบ่นพึมพำกับตนเอง
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าต้องไปหาท่านอาจารย์ก่อน ฉางกวงกำลังจะร่ายใช้เเผ่นอักขระอยู่นั่นเอง
“เจ้าจงอยู่ที่นี่ดี ๆ เสีย ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านนอกเรือน พร้อมกับมือ ๆ หนึ่งที่กำลังเลื่อนประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เฉินเฟย เจ้า !” ฉางกวงอดอุทานออกมาไม่ได้ ไม่คิดว่าตนเองจะมาถูกสหายของตนขวางทางเอาไว้เช่นนี้เลยจริง ๆ
“ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้เลยจริง ๆ เอาเป็นว่าถ้าเจ้าล้มข้าได้เจ้าก็ไปได้เลย” เฉินเฟยเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง
“งั้นข้าไม่เกรงใจละนะ เเสดงให้ข้าเห็นถึงการพัฒนาของเจ้าหน่อย” ฉางกวงรวบรวมพลังปราณขั้น 4 พลางใช้วิชาเหมันต์พิโรธอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือเหมันต์พลันกดทับลงไปยังเฉินเฟยอย่างรวดเร็ว
“ย้าก !” เฉินเฟยที่เห็นเช่นนั้นก็พลันโคจรพลังปราณของตนเองอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณของเฉินเฟยในตอนนี้นั้นนับได้ว่าอยู่เพียงในขั้น 3 เเห่งขอบเขตจุดปราณเพียงเท่านั้น การที่จะสู้กับฉางกวงที่อยู่ในขั้นที่ 4 เเห่งขอบเขตขยายปราณนั้นเดิมทีเป็นไปไม่ได้อย่างเเน่นอน
เเต่ด้วยเหตุผลอันใดบางอย่างที่พอเฉินเฟยโคจรปราณออกมาในตอนนี้ทำให้เขารู้สึกว่าพลังปราณของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นอีกระดับ
“นี่มัน อย่าบอกนะว่าวิชาลับที่ใช้เพิ่มระดับขั้นพลังปราณของผู้ใช้น่ะ” ฉางกวงมองไปยังเฉินเฟยที่ตอนนี้ลำตัวดูคล้ายเป็นท่อนเหล็กไปเเล้ว กำลังรัวหมัดใส่ฝ่ามือเหมันต์ของเขาอย่างรวดเร็ว
“ตุ้ม ๆๆๆ” หมัด 4 หมัดพุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือเหมันต์นั้นอย่างจัง จนในที่สุดหมัดที่ 4 ก็ทำให้ฝ่ามือเหมันต์สลายตัวไปจนหมด เเลกมาด้วยกับเฉินเฟยที่มีเลือดซึมออกมาจากมุมปาก
“เฉินเฟย เจ้าหยุดเสียเถอะ เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก” ฉางกวงเอ่ยด้วยความเป็นห่วงอีกฝ่าย
การใช้วิชาลับเช่นนี้ย่อมต้องส่งผลเสียต่อตัวเฉินเฟยในอนาคตอย่างเเน่นอน เเถมยังด้วยวิชาเหมันต์พิโรธของตัวเขาเองในตอนนี้อีก วิชานี้ของเขานั้นอยู่ในระดับขั้นที่สูสีกับขั้น 5 บางส่วนได้เลยทีเดียว
จึงน่าประทับใจเป็นอย่างมากเเล้วที่เฉินเฟยสามารถใช้วิชาลับที่ทำให้ระดับขั้นพลังปราณขั้น 3 ของตนเอง กลับสามารถต้านทานการโจมตีของเขาเอาไว้ได้
“ยังไม่หมดหรอก ข้ายังไหวอยู่” เฉินเฟยที่เช็ดมุมปากของตนเองเสร็จพลันพุ่งตัวเข้ามาหาฉางกวงอย่างรวดเร็วพร้อมกับชกหมัด 1 หมัดใส่ฉางกวงอย่างรวดเร็ว
“ครืนๆ” เสียงปราณที่อยู่ในหมัดปะทุออกมาดั่งกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด หมัดนั้นพุ่งเข้าหาฉางกวงอย่างดุดัน
“เกรงว่าหมัดนี้ ถ้าโดนหมัดนี้เข้าไปจัง ๆ ละก็ เเม้เเต่ผู้ฝึกตนขั้น 5 ก็อาจบาดเจ็บสาหัสได้เลยทีเดียว” ฉางกวงสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกับใช้วิชาเหมันต์พิโรธเพื่อสร้างกระดองเต่าออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อหมัดนั้นเข้าปะทะกับกระดองเต่าที่ใสดังกระจกนั้นเอง เห็นได้ชัดเลยว่ากระดองเต่านั้นเกิดรอยร้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นท่าว่าจะไม่ดีเเล้ว ฉางกวงจึงตบฝ่ามือทั้งสองลงพื้นดินอย่างรวดเร็ว ปราณเหมันต์ในตัวพลันถูกสูบอย่างน่าตกใจในขณะที่รอยเเตกของหมัดบนกระดองเต่าพลันลดลงอย่างรวดเร็ว จนเฉินเฟยที่ทรุดตัวลงบนพื้นในที่สุด ร่างกายพลันกระอักเลือดออกมาไม่หยุด
“ข้าไม่อยากทำเช่นนี้กับเจ้าเลยจริง ๆ” ฉางกวงมองไปยังเฉินเฟยอยู่เเวบหนึ่งเเล้วจึงจากไปด้วยเเผ่นอักขระอย่างรวดเร็ว
“ข้าไม่ไหวจริง ๆ ด้วย” เฉินเฟยที่ตอนนี้นอนกระอักเลือดอยู่บนพื้นนั้น ไม่เเปลกใจเลยเเม้เเต่น้อยที่ตนเองพ่ายเเพ้เเก่ฉางกวงเเต่ก็รู้สึกเสียดายอยู่ในใจลึก ๆ ว่าคงไม่ได้สู้กับฉางกวงอีกเเล้ว
เพราะอาการของเขาในตอนนี้บาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมาก เเล้วสถานการณ์ในตอนนี้คงไม่มีใครมาสนใจคนเจ็บหรอก เขาคงจะต้องตายลงไปในไม่ช้านี้
“หืม นั่นมัน” ขณะที่สติเฉินเฟยกำลังเลือนรางอยู่นั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังตกลงมาในมือของเขา