ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 73 : รอบ 3 (1)
“เจ้าหนุ่ม ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยจบเลยนะ” ผู้คุมหลงจ้องมองฉางกวงด้วยดวงตาที่หรี่ลงแสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นเช่นนั้นฉางกวงก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตากับผู้คุมสอบผู้นี้อีก
“เอาล่ะ พวกเจ้าก็คงสงสัยไม่ต่างกันสินะ ว่าทำไมข้าถึงชี้ไปที่หิมะทางด้านหลังนั่นด้วย”
เมื่อผู้คุมสอบหลงเอ่ยมาถึงตรงนี้ แววตาของทุกคนก็รวมกันเป็นจุดเดียว
“ในตอนแรกที่พวกข้าคุยกันมาก็จะเป็นการประลองเพื่อจัดอันดับหรือเอาตัวรอดเนี่ยแหละ
แต่ตัวข้าที่คุมการสอบมานับไม่ถ้วนแล้ว ดูไปดูมาก็รู้สึกเบื่อ ๆ ก็เลยคิดการทดสอบรอบสุดท้ายนี้ขึ้นมาใหม่
ข้าให้ชื่อมันว่า ฐานหิมะจำลอง”
เมื่อเอ่ยจบ ผู้คุมสอบหลงเซิ่งจึงสังเกตเห็นความมึนงงที่อยู่บนใบหน้าของเหล่าผู้คัดเลือกแต่ละคน
จึงรีบเอ่ยเสริมอย่างรวดเร็ว
“หลังจากที่ข้าอธิบายจบแล้ว ข้าจะแจกของชิ้นหนึ่งให้กับพวกเจ้าแต่ละคน
ซึ่งสิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือสร้างฐานหรือจะเรียกว่าบ้านน้ำแข็งก็ได้ เพื่อให้เจ้าพวกสามารถรักษาของชิ้นนั้นให้ได้ในเวลาที่กำหนด ถ้าเกิด
ว่าของใครหายไปละก็ให้ถือว่าหมดสิทธิ์ภายในทันที”
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอันใดต่อ สายตาของผู้คุมหลงเหลือบไปเห็นหนึ่งในผู้คัดเลือกได้ยกมือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าตรงนั้นน่ะ มีอะไรก็ถามมาได้เลย”
“เออ ผู้อาวุโสขอรับ คือว่าข้าน้อยสงสัยว่าทำไมพวกเราจะต้องปกป้องของสิ่งนั้นด้วยรึขอรับ”
“ฮึ ๆ เป็นคำถามที่ดี ของสิ่งนั้นข้าจะให้แทนชีวิตของพวกเจ้าแต่ละคน ฉะนั้นเจ้าว่าถ้าของแค่นี้ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้ละก็ ก็ไม่ได้หมายความว่าแม้แต่ชีวิตของตนเองเจ้าก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้เลยงั้นรึ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ที่ถามสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดเซียวขึ้นมาในทันที
ฉางกวงที่ถึงแม้ว่าจะไม่อยากถามก็ตาม แต่ด้วยความอยากรู้จึงยกมือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าหนุ่ม เจ้าถามมาได้” ผู้คุมสอบหลงเลิกคิ้วมองฉางกวงแต่ก็ยังคงพยักหน้าให้เป็นการอนุญาติ
“เออ ท่านผู้อาวุโสขอรับ การแข่งขันรอบนี้คือให้ผู้เข้าร่วมทุกคนแย่งชิงของกัน
ข้าเข้าใจถูกต้องใช่ไหมขอรับ” ฉางกวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“เจ้าเข้าใจได้ถูกต้องเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ที่จริงแล้วเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแย่งชิงของมาก็ได้
แต่…” ผู้คุมสอบหลงเซิ่งเอ่ยพลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
บรรยากาศโดยรอบราวกับจะหยุดนิ่งลงในพริบตา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลายเลยด้วยซ้ำ
“พวกเจ้าจะระงับใจตัวเองได้หรือเปล่านั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง”
เมื่อสิ้นเสียงผู้คุมสอบหลงเซิ่งทุกคนก็พากันกระซิบกระซาบกันอย่างรวดเร็ว
“ข้าคิดว่าคงเข้าใจกันหมดแล้ว งั้นข้าจะขอเริ่มการทดสอบรอบสุดท้าย ณ บัดนี้ อ้อ ข้าลืมบอกพวกเจ้าไปว่าให้อยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณนี้เท่านั้นนะ ห้ามไปไกล” เมื่อเอ่ยจบ ผู้คุมสอบหลงโบกมือ
พลันมีกลุ่มคนที่ใส่ชุดสีขาวตัดกับน้ำเงินกลุ่มหนึ่งนำเหรียญสีฟ้าสลับขาวมายื่นให้ผู้เข้าคัดเลือกแต่ละคนในทันที
“ทำไมคน ๆนั้นหน้าคุ้นเสียจริง” ฉางกวงจ้องมองไปยังหนึ่งในนั้นที่กำลังยื่นเหรียญให้ผู้เข้าคัดเลือกด้วยท่าทางเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด
“สงสัยข้าคงคิดมากไปเองมั้ง” ฉางกวงรีบหันกลับมาเพื่อรับเอาเหรียญที่อยู่ด้านหน้าของตนเองอย่างรวดเร็ว
เมื่อทุกคนได้รับเหรียญกันครบหมดแล้ว ผู้คุมสอบหลงเซิ่งก็เอ่ยพลางโบกมืออีกรอบเพื่อให้แต่ละคนแยกย้ายไปกันได้แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องเลือกไปในที่ ๆ คนไม่เยอะแล้วสิ” ฉางกวงจ้องมองไปยังทิศใต้ที่เห็นคนกำลังทยอยไปเพียง 3 ถึง 4 เท่านั้นจึงตัดสินใจเลือกทิศทางนี้อย่างรวดเร็ว
ในรอบสุดท้ายครั้งนี้มีคนเข้าร่วมเพียง 30 กว่าคนเท่านั้นซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนคนที่มาทางทิศใต้แล้วก็นับได้ว่าน้อยแล้ว
“แต่ก็อาจจะมีบางคนที่ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง ฉะนั้นข้าจะต้องสร้างออกมาให้ดีที่สุด”
ฉางกวงหยุดลงตรงด้านหน้าของตนเองในทันทีแล้วจึงเริ่มคิดรูปแบบที่พักของตนเองในทันที
ในการที่จะสร้างที่พักโดยใช้หิมะโดยรอบนั้น ไม่น่ากังวลเลยแม้แต่น้อย
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้นั้น เพียงแค่ใช้ปราณในการประสานหิมะเข้าด้วยกันก็ได้แล้ว
แต่ว่าจะสร้างออกมาเป็นรูปแบบอย่างไรเนี่ยละสิ
ฉางกวงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็พลันยกยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว รีบใช้ปราณของตนเองดึงหิมะออกมาสร้างเป็นกำแพงสี่ด้านในทันที
ในขณะที่ฉางกวงกำลังสร้างอยู่นั้นเอง คนที่อยู่ใกล้ ๆ เมื่อเห็นฉางกวงเริ่มสร้างที่พักของตนแล้ว
คิดว่าตนเองจะน้อยหน้าไม่ได้ จึงเริ่มใช้ปราณของตนเองในการดึงหิมะขึ้นมาสร้างด้วยเช่นกัน
ฉางกวงที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วยาม ที่พักที่มีกำแพงสี่เหลี่ยมสี่ด้านและหลังคาสี่เหลี่ยมโปะไว้อย่างเรียบง่ายก็พลันปรากฏขึ้น
ตัดมาที่คนด้านข้างที่กำลังสร้างที่พักของตนด้วยความขะมักเขม้นเมื่อหันมาเห็นรูปทรงที่พักของฉางกวงเป็นเช่นนี้จึงส่ายหัวสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าหนุ่มนี่วางแผนอันใดไว้กันแน่นะ” ผู้คุมสอบหลงเซิ่งที่กำลังมองไปทั่วสถานที่คัดเลือกผ่าน
ภาพฉายจากหยกอยู่เมื่อมาเห็นรูปทรงที่พักของฉางกวงที่ดูเป็นเช่นนี้ ก็รู้ถึงความคิดของฉางกวงได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็พลันนึกถึงเรื่อง ๆ หนึ่งขึ้นมาได้
“ถึงเวลาแล้ว ข้าประกาศผ่านหยกไปเลยแล้วกัน” ผู้คุมสอบหลงเอ่ยผ่านหยกฉายภาพในทันที
“นี่มัน” ฉางกวงหยิบหยกสี่เหลี่ยมที่กำลังเปล่งแสงขึ้นมาโดยไม่รอช้า
“ข้าขอประกาศว่าเหรียญที่พวกเจ้าได้มานั้นสามารถใช้แลกทรัพยากรในการฝึกตนได้ โดยรายละเอียดของทั้งหมดพวกเจ้าสามารถดูในแผ่น
หยกของตนเอาได้เลย จบข่าวเพียงเท่านี้”
เมื่อสิ้นเสียงของผู้คุมสอบ ทุกคนก็พากันเข้าใจถึงรอยยิ้มเลศนัยของผู้คุมสอบหลงเซิ่งได้ในทันที
“ถ้าเกิดว่าทรัพยากรที่ให้แลกนั้นน่าสนใจมากพอก็น่าลองดูอยู่” ฉางกวงรีบถ่ายทอดพลังปราณของตนลงไปในแผ่นหยกที่พึ่งเปล่งแสงเมื่อครู่นี้อย่างไม่รอช้า
เมื่อเห็นรายชื่อทรัพยากรที่อยู่ในนั้นแล้ว สีหน้าฉางกวงก็พลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึงออกมาอย่างห้ามไม่ได้
‘ ชี้แนะตัวต่อตัวกับรองเจ้าสำนักขั้น 8 20 เหรียญ
วิชาระดับ 5 15 เหรียญ
วิชาระดับ 4 12 เหรียญ
โอสถวายุเหมันต์ 10 เหรียญ
แก่นผลึกอสูรระดับ 4 8 เหรียญ
แก่นผลึกอสูรระดับ 3 6 เหรียญ
.
.
.
ชี้แนะตัวต่อตัวกับขั้น 4 3 เหรียญ ’
“แต่ละอันนี่ช่างเย้ายวนเสียจริง โดยเฉพาะยาวายุเหมันต์นั่นน่ะนะ” ฉางกวงนึกไปถึงข้อมูลในหนังสือของสมาคมอักขระที่เขาเคยอ่านมา ในหนังสือนั่นบอกว่ายา ‘วายุเหมันต์’ นั้นหายากเสียยิ่งกว่ายาพฤกษาเซียนที่เขามีอยู่เสียอีก
ด้วยคุณสมบัติวายุและเหมันต์ของยาเม็ดนี้สามารถช่วยในการทะลวงขั้นของขอบเขตขยายปราณได้ แล้วถ้าเกิดว่าขั้นที่ต่ำกว่านั้นกินเข้าไปละก็ จะทำให้พลังปราณเพิ่มขึ้นไป 1 ขั้นในทันที
ส่วนพลังปราณที่บรรลุได้นั้นจะเสถียรในทันที ไม่ต้องเสียเวลาปรับเลยแม้แต่น้อย จึงบอกได้เลยว่าไม่มีผู้ฝึกตนขั้น 6 คนหรือที่ต่ำกว่าคนใดที่หลีกเลี่ยงความเย้ายวนนี้ได้
หรือแม้แต่ขอบเขตเสถียรคงปราณก็ยังนับว่ามีประโยชน์อยู่ไม่น้อย
“10 เหรียญก็ 10 คนสินะ” ฉางกวงคิดไปพลางออกจากที่พักทรงสี่เหลี่ยมของตนไปพลาง
สำหรับคนอื่น ๆ นั้น การชี้แนะอาจจะสำคัญมากที่สุด แต่สำหรับตัวเขาเองที่มีไฟเหมันต์แล้วนั้น
ไม่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย
“เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว” ฉางกวงที่สร้างช่องออกมาจากที่พักของตนแล้วจึงปิดกลับไปอย่างเดิม
เมื่อหันไปมองรอบ ๆ จึงกำหนดเป้าหมายของตนเองได้ในทันที