ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 72 : พักหายใจในรอบ 2
“นี่ ๆ พี่ชาย ท่านไปไหนมารึ ไม่ชวนหนูบ้างเลยนะ”
เด็กหญิงจ้องมองฉางกวงด้วยดวงตากลมโตที่ดูราวกับว่าน้ำตาจะไหลออกมาอยู่รอมร่อเเล้ว
“เออ…” ยังไม่ทันที่ฉางกวงจะเอ่ยต่อนั้นเอง
“อ้อ พี่ชายเจ้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ของเซียนนะสิ เดี๋ยวคอยดูว่าพี่ชายเจ้าจะลอยให้เจ้าดูได้หรือไม่” ลุงซูลูบหัวบุตรสาวตนอย่างเอ็นดูพลางหันไปมองฉางกวงด้วยดวงตาสมใจรอดูเรื่องสนุกอยู่
“เออ เรื่องนั้นมัน” ฉางกวงอ้ำอึ้งไปกับสิ่งที่ลุงซูเอ่ยออกมา
ขนาดระดับเจ้าสำนักทวนธาราซึ่งมีพลังปราณอยู่ที่ขั้น 8 เเห่งขอบเขตเสถียรคงปราณยังไม่อาจสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้เลย
เเล้วตัวเขาซึ่งเป็นเเค่ผู้ฝึกตนขั้น 5 นั้นจะนับเป็นตัวอันใดได้ ถึงเเม้ว่าพลังต่อสู้ของเขาจะเทียบเท่ากับเสมือนขั้น 7 เนื่องด้วยพลังกายที่ได้มาจากเเก่นผลึกอสูรก็ตามที
เเสดงว่าลุงซูรู้อยู่เเล้วสินะ ฉางกวงจ้องมองไปยังลุงซูอย่างเหนื่อยใจ เเล้วก็หันกลับไปเอ่ยปลอบกับซูฉีอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายยังเป็นเซียนฝึกหัดอยู่น่ะ ยังบินเหมือนเหล่าท่านอาวุโสไม่ได้หรอก เดี๋ยวรอพี่ชายบรรลุได้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ชายจะมาเเสดงให้ดูในภายหลัง” ฉางกวงเอ่ยพลางขณะกำลังจะนำมือไปลูบหัวเด็กหญิงซู เเต่เมื่อเห็นสายตาดุดันของลุงซูที่อยู่ข้าง ๆ จึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายสัญญานะ” เด็กหญิงซูเอ่ยด้วยดวงตากลมโตสดใส
“พี่ชายขอสัญญาด้วยความสัตย์จริงเลย” ฉางกวงตอบรับอย่างจริงใจ
ใครจะไปทนปฎิเสธเด็กน้อยที่จ้องมองด้วยเเววตากลมโต สดใส เเละเปล่งประกายได้เล่า ถ้าเกิดว่าปฎิเสธไปละก็กลายเป็นคนบาปเเน่
“อื้ม เจ้าหนุ่มนี่ใช้ได้เลยนะ” ซูหมิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าให้กับคำตอบของฉางกวง ราวกับว่าเข้าใจในความคิดของอีกฝ่าย
“เออ ท่านลุงซู หนูน้อย ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ ข้าจะไม่ไหวเเล้ว” ความเหน็ดเหนื่อยจากที่ฉางกวงไปยังเทือกเขานรกเหมันต์เริ่มถาโถมเข้ามาเเล้ว ลำตัวที่ลืมความเหนื่อยล้าอยู่เมื่อครู่พลันเริ่มโอนเอนเเล้ว
“เจ้าไปพักก่อนเถอะ ข้าเข้าใจ” ลุงซูเอ่ยพลางกับจับมือบุตรสาวของตนเดินจากไปในทันที
ถึงเเม้ว่าฉางกวงอาจจะไม่เห็นลุงซูในตอนไปทดสอบตอนเมื่อครู่นี้ เเต่ก็ไม่ใช่ว่าลุงซูกับเด็กหญิงซูจะไม่ไปพิธีคัดเลือกลูกศิษย์เซียน
เเต่เนื่องด้วยคนมุงที่มากเกินไป ถ้าฉางกวงจะมองไม่เห็นทั้งคู่ก็ไม่ใช่เรื่องเเปลกอันใดเลย
เเล้วเขาก็ได้ยินเรื่องที่ฉางกวงไปติดอยู่บนเทือกเขานรกเหมันต์ด้วยเช่นกัน นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าเมื่อครู่นี้ทำไมเขาถึงไม่บ่นเจ้าหนูฉางเลยซักคำ
“ตอนที่ข้าอยู่บนนั้น ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าเวลาจะผ่านไปตั้ง 2 วันเเล้ว” ฉางกวงที่กำลังจะฟุบลงบนเตียงนอนในห้องของตน
อยู่นั้นความคิดนี้ก็พลันเเล่นเข้ามาในหัว ช่างมันเถอะพักผ่อนตัวเองเลยละกัน ยังไม่ทันจะได้นึกต่อสติก็ดำมืดลงไปอย่างรวดเร็ว
เเล้ววันพรุ่งนี้ก็เป็นไปเหมือนกับดั่งเช่นเคย เมื่อลุงซูมาปลุกเขาเเต่เช้านั้น ทั้งสามก็พากันไปเล่นปาหิมะกันอยู่ตรงจุดเดิมที่เคยไป
ปากันไปกันมาเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เเต่คราวนี้เมื่อชาวบ้านที่พาเด็กเด็กผ่านไปผ่านมา เมื่อเห็นว่าทั้งสามปาหิมะกันอย่างสนุกสนานจึงพาบุตรของตนไปขอเล่นด้วยอย่างเสียมิได้
ซึ่งเเน่นอนว่าพวกฉางกวงไม่ปฎิเสธอยู่เเล้ว ยิ่งเล่นกันมากยิ่งขึ้นคนก็ยิ่งมากขึ้น เสียงหัวเราะครื้นเครงก็ยิ่งมีเเต่จะดังยิ่งขึ้น จนเวลาผ่านมาถึงช่วงเย็นอย่างรวดเร็ว
ทุกคนก็บอกพากันลากันอย่างรวดเร็ว เเน่นอนว่าฉางกวงยังไม่ลืมสิ่งที่คิดไว้ก่อนหน้าที่จะไปยังเทือกเขานรกเหมันต์
“หนูน้อยซู ข้ามีของจะให้เจ้าด้วย” ฉางกวงยิ้มพลางกับยื่นขนมถังหูลู่ไม้นึงให้กับเด็กหญิง
ระหว่างทางกลับบ้านของลุงซู เขาก็อาศัยจังหวะที่เดินผ่านตลาดวิ่งไปซื้อมาอย่างรวดเร็ว
ด้วยความเร็วของผู้ฝึกตนขั้น 5 นั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก ลุงซูกับคุณหนูซูที่เป็นเพียงคนธรรมดาจึงเห็นเเค่ว่าบนมือของฉางกวงปรากฎถังหูลู่ขึ้นมา พร้อมกับที่ลมพัดชายเสื้อของฉางกวงก็เท่านั้น
“พี่ชาย ท่านทำได้อย่างไรกันนะ สอนข้าบ้างสิ” หนูน้อยซูเมื่อรับถังหูลู่มาจากมือของฉางกวงเเล้วก็ลงมือกินอย่างชอบใจ
“ฮึ นี่สินะความเร็วของเหล่าลูกศิษย์ของเซียน” ซูหมิงจ้องมองฉางกวงด้วยเเววตาเคร่งขรึม
“พี่ชายก็ใช้วิธีที่เหล่าอาวุโสสอนมาอย่างไรเล่า”
ฉางกวงเคลื่อนไหวให้ดูราวกับว่าเป็นเพลงหมัดเพื่อประกอบการอธิบาย
เมื่อเห็นเช่นนั้นหนูน้อยซูก็ตาเปล่งประกายวิบวับ ราวกับว่าได้เห็นตำนานที่มีชีวิตอยู่ ส่วนลุงซูที่อยู่อีกข้าง ๆ กลับส่ายหัวอย่างระอาใจ
เเล้วทั้งสามที่เหนื่อยกันมาทั้งวันเเล้วเมื่อมาถึงบ้านของลุงซู ก็พากันเเยกย้ายไปพักผ่อนอย่างรวดเร็ว
“วันนี้คงจะเป็นการคัดเลือกรอบ 2 สินะ การคัดเลือกทำอย่างไรกันบ้างนะ”
ฉางกวงที่ถึงเเม้ว่าจะผ่านรอบ 2 นี้ไปโดยที่ไม่ต้องผ่านการคัดเลือกก็ตาม เเต่เมื่อมีคนถามก็ต้องตอบได้เช่นกันว่ารายละเอียดรอบ 2 นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ฉะนั้นเเล้วผู้คุมสอบเมื่อวานจึงนำเเผ่นไม้สลักสีขาวให้เขามาด้วย
ตัวฉางกวงที่เห็นดังนั้นไม่รอช้ารีบใส่พลังปราณลงไปในทันที
ข้อมูลการสอบรอบ 2 ก็พลันไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว
‘การทดสอบรอบ 2 นั้นก็คือการที่ผู้เข้ารับการทดสอบเเต่ละคนจะต้องทำให้หม้อที่เดือดจัดอยู่ตรงหน้าของตนให้กลายเป็นน้ำเเข็งให้ได้ภายในครึ่งชั่วยาม โดยที่ถ้าทำไม่ได้ตามนี้ก็ถือว่าไม่ผ่านในทันที’
เช่นนี้นี่เอง การที่จะทำให้หม้อเดือดปุด ๆ ที่มีเชื้อเพลิงใส่อยู่เรื่อย ๆ นั้นเป็นไปไม่ได้เลย
มีเพียงทางเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือ
ฉางกวงยกมือขึ้นพร้อมกับพลังงานสีขาวปรากฎขึ้นบนฝ่ามือ
“ปราณเหมันต์”
ผู้ฝึกตนที่มีปราณเหมันต์ถึงเเม้ว่าจะอยู่เพียงเเค่ขั้น 1 เเห่งขอบเขตจุดปราณเท่านั้น ก็สามารถใช้พลังเเผ่ความเย็นออกมาจากฝ่ามือได้เเล้ว จึงเเสดงให้เห็นได้ชัดเลยว่า รอบ 2 นี้คัดเอาผู้ที่มีปราณเหมันต์ในขั้น 1 เป็นอย่างน้อยเท่านั้น
“ฉะนั้น ตัวข้าที่มีพลังปราณเหมันต์อยู่เเล้วจึงไม่จำเป็นต้องไปทดสอบสินะ” ฉางกวงพยักหัวอย่างเข้าใจ
“พรุ่งนี้ก็จะเป็นการคัดเลือกรอบสุดท้ายเเล้วสินะ งั้นวันนี้ข้าต้องพักผ่อนให้เร็วเสียหน่อยเเล้ว”
ฉางกวงที่คิดได้ดังนั้นจึงรีบพักผ่อนตนเองอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงตอนเช้า ฉางกวงก็รีบเปลี่ยนเสื้อตนเองอย่างรวดเร็วเเล้วจึงพุ่งตัวออกไปยังที่ ๆ นัดหมายรอบสุดท้ายในทันที
ที่ ๆ นัดกันเอาไว้ตามที่ในเเผ่นไม้สีขาวก็คือบริเวณที่ใกล้ ๆ กับทางเข้าของเทือกเขานรกเหมันต์ที่ฉางกวงคุ้นเคยนั่นเอง
“มีเหตุผลหรือเปล่านะ ทำไมถึงต้องมาทดสอบกันที่เเห่งนี้ด้วย” ฉาง
กวงคิดไปพลางพุ่งตัวไปพลาง
ด้วยความเร็วของฉางกวงที่ถึงเเม้จะกดพลังปราณเอาไว้ที่ ขั้น 3 ก็ตาม ก็ยังมาถึงได้ในเพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ
“มาเร็วกันจริง ๆ” ฉางกวงจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนกันเป็นกลุ่ม ๆ ดูเเต่ละคนเเล้วก็รู้ได้ในทันทีว่าจะต้องเป็นผู้เข้าทดสอบเช่นเดียวกับตนเองเป็นเเน่
เมื่อเห็นสายตาของฉางกวงที่จ้องมา เเต่ละคนก็ตอบสนองเเตกต่างกัน บางคนก็สบตาด้วยความอยากรู้ บางคนก็เมินไม่สนใจเลยเเม้เเต่น้อย เเล้วยังมีบางคนที่ยังจ้องมองกลับด้วยสายตาท้าทาย ดุดัน
“เฮ้อ ช่วยไม่ได้ก็ใครใช้ให้ข้าหน้าตาดีกันเล่า” ฉางกวงที่เห็นคนจ้องมองมายังตนเองนั้นก็ถอดทอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง
ถ้าเกิดว่าคนอื่น ๆ ได้ยินความคิดนี้เข้าละก็ เกรงว่าจะต้องทำหน้าเหยเกกันอย่างเเน่นอน
“เอาล่ะ พวกเจ้าเงียบกันได้เเล้ว ข้าขอประกาศว่าถ้าใครมาช้ากว่านี้จะหมดสิทธิ์ในทันที”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของผู้คุมสอบที่ส่ายหัวให้กับฉางกวงเมื่อวันก่อนปรากฎตัวขึ้นอยู่ตรงกลางของเหล่าผู้มาคัดเลือก
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นที่เสียงดังกันเซ็งเเซ่อยู่เมื่อครู่นี้ก็พากันเงียบกริบในทันที
เหมือนกับว่าทุกคนรู้ถึงอารมณ์ผู้คุมสอบคนนี้เป็นอย่างดี
“เอาละ วันนี้ข้าหลงเซิ่งจะมาควบคุมการทดสอบรอบสุดท้ายของพวกเจ้าในวันนี้ ซึ่งก็คือ” ผู้คุมหลงชี้ไปที่กองหิมะด้านหลังของตนเอง
“หา อย่าบอกนะว่าจะให้ปั้นตุ๊กตาหิมะน่ะ อุ๊บ” ฉางกวงรีบปิดปากตนเองลงในทันที