ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 80 : เริ่มหาสมาชิกกลุ่ม (1)
“ก่อนอื่นก็ไปหาเจ้าขี้เก๊กนั่นก่อนละกัน” ฉางกวงไม่รอช้าจึงรีบเดินไปยังที่พักของจางฮั่นในทันที
ที่พักของจางฮั่นนั่นอยู่แถวกลาง ๆ ของบริเวณที่พักทั้งหมดของเหล่าศิษย์ใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่ไกลจากที่พักของฉางกวงแต่แถวนั้นคนก็มักจะพลุกพล่านอยู่เป็นประจำ จึงทำให้ใช้เวลาเดินนานพอสมควร
“จางฮั่น เจ้าอยู่ไหม” ฉางกวงเอ่ยพลางยกมือเคาะยังประตูที่พักที่ดูไม่ต่างกันกับของเขามากนัก แต่เห็นได้ชัดว่ามีการต่อเติมเพิ่มอยู่หลายจุด จึงดูโดดเด่นกว่าของคนอื่นไม่น้อยเลย
เคาะไปครั้งแรกก็ไร้เสียงตอบรับออกมา ฉางกวงจึงลองเคาะพร้อมตะโกนไปด้วยอีก 2 3 ครั้ง พอเห็นว่ายังคงเป็นเช่นเดิมจึงอดไม่ได้ที่จะมุ่นคิ้วลงอย่างไม่รู้ตัว
“เออ สหายตรงนั้นน่ะ พอรู้ไหมว่าเจ้าของที่พักแห่งนี้ไปไหนหรือ” ฉางกวงเหลือบไปเห็นคนที่อยู่ที่พักข้าง ๆ เดินออกมาพอดีจึงเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็วพลางชี้ไปยังที่พักของจางฮั่น
“ข้าไม่รู้ แต่ว่ามันก็ดูแปลก ๆ ชอบกลนะ” ศิษย์ใหม่ที่พักข้าง ๆ จางฮั่นหันมองไปตามที่ฉางกวงชี้แล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ
“สหายแล้วมันแปลกยังไงรึ” ฉางกวงถามด้วยความสนใจ
“ก็ปกติแล้วน่ะ ที่พักข้าง ๆ ของข้านั้นจะเสียงดังเป็นอย่างมาก ข้าก็ว่าจะไปคุยกับเขาอยู่เลย แต่วันนี้กลับดูเงียบพิกลช่างผิดปกตินัก” ศิษย์ใหม่ที่พักข้าง ๆ จางฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ในนั้นแฝงอารมณ์หงุดหงิดอยู่ด้วยบางส่วน
“ขอบใจมากนะสหาย เดี๋ยวข้าจะไปบอกเขาให้” ฉางกวงที่เห็นว่าอีกฝ่ายดูรีบเร่งก็ไม่คิดจะรั้งอีกฝ่ายไว้จึงบอกลากับอีกฝ่ายในทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตามที่คาดเอาไว้ศิษย์ใหม่ผู้นี้ก็พลันเอ่ยตอบตามมารยาทแล้วจึงรีบเร่งจากไปอย่างรวดเร็ว
“ถึงพลังฝึกตนจะอยู่เพียงเเค่ขั้น 3 เเต่เขามองออกว่าอีกฝ่ายอยู่ห่างจากขั้นครึ่งก้าวเเค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเทียบกับกลุ่มศิษย์ใหม่ในรอบนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ เลยทีเดียว
“อืม ไม่เลวเลย” ฉางกวงมองไปยังทิศทางที่ศิษย์ใหม่ที่พักข้าง ๆ จางฮั่นจากไปแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับมาสนใจเรื่องของตนต่อ
“เจ้านั่นต้องอยู่แน่ ๆ แต่แค่ไม่ยอมออกมาเจอกับข้า” ฉางกวงครุ่นคิดอยู่ในใจ วิธีไหนกันนะที่จะบีบให้อีกฝ่ายมาเผชิญหน้ากับตนได้
“งั้นก็ประนีประนอมก่อนแล้วกัน นั่งดักรออยู่หน้าประตูนี่แหละ ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะไม่ออกมาจากที่พักของตนเอง” ฉางกวงคิดได้เช่นนั้นจึงนั่งลงตรงหน้าประตูในทันทีพลางใช้วิชาเหมันต์สร้างกำแพงอย่างง่าย ๆออกมาล้อมรอบตนเอง 4 ทิศ พลางเสกหลังคาโปร่งแสงออกมาเพียงเท่านี้ก็ได้ห้องสี่เหลี่ยมแบบง่าย ๆ ไว้ฝึกพลังปราณแล้ว
“เอาล่ะ ข้าเริ่มฝึกดีกว่า หวังว่าเจ้าจะไม่ยอมแพ้เร็วเกินไปนะ” ฉางกวงมองไปทิศทางประตูที่พักของจางฮั่นด้วยแววตาคาดหวังอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มฝึกปราณของตนเองอย่างอารมณ์ดี
ปราณขั้น 5 ของเขาโคจรขึ้นมาในทันที ก้อนพลังงาน 2 ก้อนในร่างกายของเขาถูกกระตุ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับแผ่พลังปราณขั้น 5 ที่เข้มข้นอย่างมากออกมา แต่ถึงอย่างนั้นแรงกดดันนั้นก็ไม่แผ่ออกจากห้องแบบง่าย ๆ ของฉางกวงเลยแม้แต่น้อย เพราะว่ากำแพงเหมันต์นั้นช่วยดูดซับแรงกดดันเอาไว้ส่วนหนึ่ง
และอีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือฉางกวงได้ผสานค่ายกลเร้นกายเข้ากับตัวกำแพงเหมันต์ด้วย จึงไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่จะสัมผัสมันไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเหล่าศิษย์ใหม่ได้มาเห็นเหตุการณ์นี้เข้าละก็จะต้องอุทานออกมาอย่างแน่นอน
“เจ้าหนุ่มนี่ นิสัยไม่ดีเลย ช่างน่าตียิ่งนัก” เงาสายหนึ่งที่จับจ้องยังห้องง่าย ๆ ของฉางกวงอย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือจะร้องไห้ดี แต่ในไม่กี่อึดใจต่อมานั้นเงานั้นก็หายไปราวกับภูตผี จึงไม่มีใครสังเกตได้เลยแม้แต่น้อย
“อืมปราณของข้าใกล้เข้าสู่ครึ่งก้าวขั้น 6 แล้วถ้าได้ทรัพยากรฝึกตนมาเพิ่มรึรอเวลาให้ผ่านไปอีกไม่กี่วันข้าก็จะเป็นครึ่งก้าวได้อย่างแน่นอน” ฉางกวงมั่นใจเป็นอย่างมากเพราะว่าฤทธิ์ของยาวายุเหมันต์ยังคงส่งผลต่อร่างกายของเขาอยู่ ถึงแม้ว่าจะน้อยนิดก็ตาม แต่พลังปราณของเขาที่ผ่านมาได้หลวมรวมกับผลึกแกนอสูรที่ถูกสกัดมาจึงทำให้มั่นคงกว่าผู้ฝึกตนปกติทั่ว ๆ ไป
“แต่ถ้าข้าฝืนบรรลุขั้น 6 ละก็เกรงว่าพื้นฐานจะไม่มั่นคงเอาได้” ฉางกวงคิดอยู่ในใจเงียบ ๆ แต่ก็พลันได้สติขึ้นมา พร้อมกับหันไปมองยังทิศทางที่พักของจางฮั่น ที่บัดนี้มีเด็กผู้หนึ่งที่ใส่ชุดสีเหลืองสลับขาวยืนพลางจ้องมายังห้องแบบ ๆ ง่าย ๆของฉางกวงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากจางฮั่นเจ้าของที่พักนั่นเอง
“เจ้าบอกมาสิ ว่าจะเอาอย่างไรกับข้ากันแน่” จางฮั่นเมื่อเห็นฉางกวงยกยิ้มยียวนจึงอดเอ่ยไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด
“นี่เจ้าเอ่ยเช่นนี้กับผู้มีพระคุณของเจ้างั้นรึ” ฉางกวงหรี่ตามองยังจางฮั่นอย่างนิ่งสงบ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แรงกดดันของขั้น 4 อันเข้มข้นที่แผ่ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ก็ทำให้จางฮั่นรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเลย
ราวกับว่าอากาศรอบตัวเขามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น
“ก็ได้ ๆ ข้าขออภัยด้วยที่เสียมารยาทกับเจ้าไปเมื่อครู่นี้” จางฮั่นเอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก
“เฮ้อ ข้าจะไม่ถือเรื่องนี้กับเจ้าละกัน แต่ข้ามีเรื่อง ๆ หนึ่งที่อยากให้เจ้าช่วยข้าหน่อย” ฉางกวงเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง
“ข้าไม่อาจตอบรับเจ้าได้หรอก ถ้ายังไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย” จางฮั่นเอ่ยออกมาอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน
เมื่อได้ยินดังนั้นฉางกวงจึงเล่าภารกิจสุ่มที่ตัวเองรับมาอย่างรวดเร็ว พลางสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายไปด้วย
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนึงตั้งใจฟังเป็นอย่างมากและก็มีบางช่วงเช่นกันที่อีกฝ่ายนั้นเผลอขมวดคิ้วออกมอย่างไม่รู้ตัว
“ข้าตกลงก็ได้ แต่ถือว่าที่เจ้าช่วยข้าไว้ครั้งที่แล้วถือว่าหายกันไป” จางฮั่นเอ่ยพลางมองมายังฉางกวง
“ได้ งั้นข้าจะถือว่าเจ้าตกลงแล้วนะ” ฉางกวงพยักหน้าอย่างพึงพอใจแต่ไม่สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าจางฮั่นนั้นดูผ่อนคลายขึ้นจากเมื่อครู่นี้
“งั้นอีก 3 วันข้างหน้ามาเจอกันที่ซุ้มภารกิจสำนักนะ ข้าไปละ” ฉางกวงเอ่ยเสร็จแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว
“ได้สมาชิกมาคนนึงแล้ว แต่คนที่สองเนี่ยสิ ข้าชักจะหนักใจเสียแล้ว” ฉางกวงที่นึกไปถึงยังความบาดหมางของจางฮั่นและฉีหมิงเทาที่ราวกับน้ำและน้ำมันก็อดปวดหัวขึ้นมาไม่ได้ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องนำตัวฉีหมิงเทามาเข้ากลุ่มภารกิจนี้ให้จงได้
ไม่ใช่ว่าฉางกวงจะอยากจัดกลุ่มเช่นนี้ แต่ว่าศิษย์ใหม่ที่เขาเห็นแววมากที่สุดและก็พอรู้จักกันบ้างก็คือสองคนนี้
“งั้นก็ค่อยว่ากันใหม่ละกัน ข้าไปพักผ่อนดีกว่า” ฉางกวงเดินกลับที่พักตนเองอย่างรวดเร็ว
ในวันถัดมานั้นเอง พอฉางกวงจัดการตัวเองเสร็จก็ไม่รอช้ารีบไปหาคนผู้หนึ่งในทันที
บริเวณที่นัดกันไว้ก็คือตรงบริเวณใกล้ ๆ กับที่แลกเปลี่ยนทรัพยากรของสำนัก เนื่องจากอยู่ไม่ไกลฉางกวงจึงเดินมาถึงยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงแล้วนั้นฉางกวงจึงเริ่มกวาดตาหาคนที่เขานัดมาอย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องย่นหน้าผากเมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วหาอีกฝ่ายไม่เจอ ซึ่งช่วงเช้าของสำนักนั้นบริเวณนี้ผู้คนมักจะพลุกพล่านกันอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะหาใครสักคนให้เจอโดยไม่เอ่ยเรียกกัน
“ทางนี้สหายฉาง” เสียง ๆ หนึ่งดังออกมาจากด้านหน้าของฉางกวง พอมองตามต้นเสียงไปก็เห็นเด็กหนุ่มสวมชุดสีฟ้าน้ำทะเลผู้หนึ่ง กำลังเดินมาตรงเบื้องหน้าของฉางกวง
“ทำไมท่านจึงไม่สวมหยกไว้ที่เอวตามที่นัดกันไว้เล่า” ฉางกวงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด
“ช้าขออภัยท่านด้วยสหายฉาง พอดีข้าลืมน่ะ” เด็กหนุ่มชุดฟ้าพลันยิ้มออกมาพลางส่งเสียงแหะ ๆ ราวกับว่ารู้สึกผิดอย่างเต็มประดา
“ช่างมันเถอะ เรามาคุยประเด็นสำคัญกันดีกว่า” ฉางกวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“งั้นก็ตามข้ามาเลยสหายฉาง” เด็กหนุ่มชุดสีฟ้าน้ำทะเลพลันโบกมือให้ฉางกวงตามมา พร้อมกับเดินนำไปอย่างสบาย ๆ