ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 79 : ภารกิจอันลึกลับ
หลังจากกลับมาถึงที่พักของตนเอง ฉางกวงจึงเริ่มปิดด่านฝึกตนในทันที
โอสถวายุเหมันต์ที่อยู่ในมือ พอถูกฉางกวงกลืนลงไปพลังงานในยาก็ถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว ถ้าสังเกตในร่างกายของฉางกวงในตอนนี้ก็จะเห็นได้ว่าพลังงานของยานั้นถูกก้อนพลังงานสีแดงขาว 2 ก้อนนั้นดูดกลืนไปอย่างตะกละตะกราม
ส่วนไฟเหมันต์นั้นมันก็ลุกโชนอยู่นิ่ง ๆ อีกด้านหนึ่ง ไม่สนใจโอสถวายุเหมันต์เลยด้วยซ้ำราวแถมมถ้าดูดี ๆ ก็ราวกับดูถูกโอสถเม็ดนี้เสียเต็มประดา
“เฮ้อ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมไฟเหมันต์จึงไม่ดูดกลืนมันเข้ามาก็เถอะ แต่ว่าพลังปราณของข้าก็ดูดีขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว” ฉางกวงสำรวจร่างกายตนเองอย่างรวดเร็ว พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
พลังปราณขั้น 5 ของเขาในตอนก่อนหน้านี้นั้นถึงจะดูสมบูรณ์เเบบก็จริงอยู่ แต่ในอีกด้านนึงความบาดเจ็บก็ค่อยๆสะสมอยู่ในร่างกายของเขาด้วยเช่นกัน เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเขาจะบรรลุระดับขั้นพลังปราณในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก จึงไม่แปลกเลยที่เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น
ยาวายุเหมันต์ได้ช่วยนำเอาสารพิษและสารตกค้างออกมาได้อย่างพอดิบพอดี พลังขั้น 5 ในตอนนี้ของเขานั้นจึงพร้อมที่จะบรรลุขั้นย่อยได้ทุกเมื่อ การจะบรรลุขั้นครึ่งก้าวสู่ขั้น 6 นั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเเล้ว
ในวันถัดมานั้นเอง ฉางกวงจึงรีบไปรวมตัวยังลานที่ใกล้ ๆ กับที่พักของศิษย์สายนอกตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ พึ่งจะเดินเข้าไปใกล้นั้นเอง
“ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะผ่านมาได้เสียด้วย”
“ฮึ ข้ามีสหายเช่นเจ้าได้เยี่ยงไรเนี่ย มีสหายที่ไหนเอ่ยกันเยี่ยงนี้บ้าง”
“สหายท่านสนใจแลกของกันหรือไม่ ข้าแถมเพิ่มให้เท่าตัวเลยเอ้า”
เสียงมากมายปนกันไปมา ทำให้ฉางกวงอดที่จะถอดทอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายไม่ได้
พอมาถึงยังลานก็เป็นตามที่คาดเอาไว้ เหล่าศิษย์ใหม่ที่เข้ามาพร้อม ๆ กับตนพากันยืนจับกลุ่มคุยกันอย่างสะเปะสะปะ ฉางกวงจึงเดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้
“เฮ้ เจ้าน่ะ อย่าลืมหนี้ที่เจ้าฝากไว้ด้วยล่ะ” เสียงนั้นมาพร้อมกับชายร่างอ้วนผู้หนึ่งซึ่งผู้นั้นแน่นอนนว่าย่อมเป็นฉีหมิงเทา
“ได้ ข้าก็รอชดใช้บุญคุณของเจ้าอยู่เช่นกัน” ฉางกวงตอบด้วยท่าทางหนักแน่นจริงใจ แต่ในใจนั้นคิดว่าเจ้าอ้วนนี่ช่างคิดเล็กคิดน้อยยิ่งนัก
“มีวันนั้นอย่างแน่นอน แต่ครั้งหน้าบิดาจะซัดมันแน่” เจ้าอ้วนแซ่ฉีหันไปยังอีกด้านหนึ่งซึ่งมีคนยืนล้อมกันอย่างเหนียวแน่น ตรงกลางกลุ่มคนก็คือจางฮั่นนั่นเอง
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก มันเป็นเรื่องปกติของบัณฑิตอยู่แล้วที่จะช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่า”
จางฮั่นที่เอ่ยไปพลางสังเกตท่าทางของกลุ่มคนไปพลาง เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่มองมายังตนเองนั้นเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสและนับถือนั้นก็อดที่จะยืดอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจไม่ได้ แต่พอเหลือบไปเห็นฉางกวงกับจางฮั่นที่กำลังมองมาด้วยสายตาที่แตกต่างกันไปนั้นเอง ก็พลันรีบเหลือบตาไปทางอื่นทันที ทำราวกับว่าไม่เห็นสายตาของคนทั้งคู่
“ฮึ เพราะอย่างนี้ไง บิดาจึงไม่ชอบใจมันเลย” ฉางกวงได้ยินจางฮั่นเเค่นเสียง ก็ได้แต่นิ่งฟังอย่างเงียบ ตัวเขาไม่รู้ถึงความบาดหมางระหว่างคนทั้งคู่
ไม่เอ่ยอันใดเลยจะเป็นการดีที่สุดเเล้ว
“เงียบกันได้แล้ว และจงมาตั้งเเถวกันซะ” น้ำเสียงที่ดูไม่ทุ้มไม่แหลมเกินไปพลันดังขึ้นไปทั่วยังลานว่างอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่สวมใส่ชุดที่ดูก็รู้ว่าต้องเป็นผู้อาวุโสอย่างแน่นอนปรากฎตัวขึ้นอย่างฉับพลัน
“เฮ้อ ไม่เบื่อมุกอย่างนี้กันบ้างรึไง เดินเข้ามาปกติกันไม่ได้รึไร” ฉางกวงคิดอยู่ในใจแต่ก็รีบตามเหล่าศิษย์ใหม่ไปเข้าแถวอย่างรวดเร็ว
พอเห็นเหล่าศิษย์ใหม่เข้าเเถวเเละเงียบกันแล้ว ผู้อาวุโสท่านนั้นก็กระแอมพลางเอ่ยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าด้วย เหล่าต้นกล้าทั้งหลาย วันนี้ข้าจะมาประกาศเกี่ยวกับกฎเกณฑ์และสิ่งที่พวกเจ้าควรรู้ให้ฟัง” ฉางกวงที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ จึงจับใจความได้คร่าว ๆ ว่า
สำนักเหมันต์ประกายนั้น มีกฎอยู่ไม่กี่ข้อ ก็คือไม่อนุญาติให้ต่อสู้กันยกเว้นตรงลานประลองใกล้ ๆ ที่แลกเปลี่ยนของกัน
ศิษย์ในสำนักห้ามลงมือสังหารกันโดยเด็ดขาด ถ้าถูกจับได้จะได้รับโทษสูงสุดของสำนัก
และก็ข้อสุดท้ายที่ทำให้เขาขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เหล่าศิษย์ใหม่ทุกคนจะต้องรับการทดสอบแบบสุ่มทุก ๆ 3 เดือน ถ้าไม่ผ่านก็จะถูกไล่ออกจากสำนักในทันที ซึ่งแบบทดสอบส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ฝึกตนขั้น 4 มีบ้างที่บางครั้งจะยากกว่าปกติ แต่ก็สามารถรับภารกิจของสำนักที่มีความยากระดับเทียบเท่ากันซึ่งก็คือขั้น 4 มาทำทดแทนการทดสอบได้
“ทำไมกฎของสำนักนี้จึงเข้มงวดเช่นนี้เล่า” ฉางกวงจ้องไปยังผู้อาวุโสที่กำลังเอ่ยประเด็นนี้อยู่นั่นเอง
พลันมีคนในกลุ่มศิษย์ใหม่ยกมือขึ้น
”เจ้าถามมาได้เลย“ ผู้อาวุโสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
”ท่านผู้อาวุโส คือว่า กฎการทดสอบนี่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนนไหมขอรับ”
“เป็นคำถามที่ดี ข้าก็เกือบลืมเอ่ยไปเลย กฎข้อนี้จะทดสอบเจ้าเพียงเเค่ช่วงที่พวกเจ้าเป็นศิษย์สายนอกเพียงเท่านั้น ถ้าเจ้ากลายเป็นศิษย์สายในละก็ไม่ต้องทดสอบอีก”
พอได้ยินเช่นนั้นเหล่าศิษย์ก็พากันส่งเสียงโฮดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
“อย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย” สีหน้าฉางกวงดูดีขึ้นมาไม่น้อย ถ้าเป็นอย่างนี้ละก็เพียงเขาแค่หาทางกลายเป็นศิษย์สายในก็พอแล้วใช่ไหม
หลังจากนั้นผู้อาวุโสก็เอ่ยต่ออีกราวครึ่งชั่วยามเเล้วจึงให้ทุกคนแยกย้ายกันได้
ฉางกวงจึงตัดสินใจไปหาดูภารกิจของสำนักในทันที สถานที่รับภารกิจนั้นอยู่ใกล้กับจุดที่ฉางกวงเคยไปแลกโอสถวายุเหมันต์อย่างมาก
ฉางกวงจึงเดินไปถึงจุดรับภารกิจได้อย่างรวดเร็ว
“นำตราประจำตัวของสำนักไปทาบกับแผ่นหินแล้วภารกิจก็จะปรากฎขึ้นมาในตราของข้าสินะ” ฉางกวงก้มลงมองยังแผ่นหินที่อยู่บนโต๊ะรับภารกิจ เเละก็เหลือบมองไปยังผู้ที่ท่าทางเกียจคร้านคนหนึ่งกำลังนอนฟุบอยู่ข้าง ๆ นั้นก็อดส่ายหัวออกมาไม่ได้
“เจ้าหมอนี่ไม่คิดจะอธิบายเรื่องภารกิจให้เลยสินะ ช่างเถอะ สนใจเรื่องภารกิจก่อนดีกว่า” ฉางกวงรีบหยิบตราประจำสำนักของตนออกมาแล้วจึงทาบลงไปอย่างรวดเร็ว พอเห็นประกายแสงที่เปล่งออกมาก็ยกตราของตนขึ้นมาอยู่ระดับสายตาพร้อมกับอ่านอย่างรวดเร็ว
ภารกิจระดับ 4 ปรุงโอสถวายุเหมันต์ ค่าตอบแทน ยาวายุเหมันต์ 2 เม็ด
ภารกิจระดับ 4 จับสัตว์อสูรความยากระดับ 4 ค่าตอบเเทน เขาสัตว์อสูร 2 ข้าง
…
…
ภารกิจระดับ 4 ช่วยซ่อมค่ายกล(รายละเอียดเพิ่มเติมคุยกันได้) ค่าตอบเเทน ผลึกอสูรระดับ 4 3 ชิ้น
“อืม ก็ดูสมน้ำสมเนื้อกับภารกิจสำหรับผู้ฝึกตนขั้น 4 ดีนะแต่ว่าของรางวัลพวกนั้นออกจะน้อยไปสักหน่อยสำหรับตัวเขา”
ฉางกวงเลื่อนลงไปอย่างผ่าน ๆ แล้ววก็มีสะดุดกับภารกิจนึงเข้าอย่างจัง
(สุ่ม) จับกลุ่มสัตว์อสุรที่กำลังอาละวาด ค่าตอบเเทน ???
“ภารกิจอันนี้มันคืออะไรเนี่ย” ฉางกวงไม่รอช้ากดไปดูรายละเอียดในทันที
ภารกิจสุ่มก็คือภารกิจที่มีความท้าทายมากกว่าภารกิจทั่ว ๆ ไปในระดับขั้นของมันเองแต่แน่นอนว่าความยากของมันต้องไม่เกินขั้น 4 ซึ่งถ้าสามารถทำสำเร็จได้ของรางวัลนั้นจะมากกว่าภารกิจทั่วไป 2 3 เท่า
“น่าสนใจนะ แต่ถ้าเกิดของรางวัลมันไม่คุ้มค่าล่ะ” ฉางกวงไล่สายตาอ่านรายละเอียดไปเรื่อย ๆ ก็ไปสะดุดตากับคำว่าภารกิจนี้มีค่าเท่ากับ ภารกิจระดับ 4 สองภารกิจ พอเห็นเช่นนั้นเขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป รีบรับภารกิจมาในทันที
“ภารกิจไม่น่ากังวลเท่าไหร่ แต่สมาชิกทีมนี่สิ ในนั้นก็ไม่บอกเสียด้วยว่าจะจัดมาให้หรือให้หาเอง” ฉางกวงคิดอยู่ภายในใจ แต่ก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับไปยังที่พักของตน
พอฉางกวงจากไปได้สักพักหนึ่งแล้ววนั้นเอง คนเฝ้าภารกิจท่าทางเกียจคร้านเมื่อครู่ที่กำลังฟุบอยู่ก็พลันยกตัวขึ้นมาช้า ๆพร้อมกับหันไปมองตรงทิศทางที่ฉางกวงพึ่งจากไปด้วยแววตาที่สนอกสนใจ
ถ้าผู้คุมสอบหน้ายิ้มได้มาเจอกับคนผู้นี้เข้าละก็จะต้องจำได้อย่างแน่นอนนว่าเป็นคน ๆ เดียวกันกับที่เฝ้ามองอยู่ในตอนทดสอบเข้าสำนัก
พอมาถึงที่พักฉางกวงจึงหยิบตราประจำสำนักของตนมาตรวจสอบอีกรอบอย่างไม่รอช้า
สักพักหนึ่ง รายละเอียดเพิ่มเติมก็ปรากฎขึ้นมา
ภารกิจสุ่ม รวบรวมวัตถุดิบ รายละเอียดกลุ่ม สามารถตั้งกลุ่ม 6 คนเองได้โดยที่ต้องห้ามเกินผู้ฝึกตนระดับ 4
“รู้คร่าว ๆ แล้ววว่าจะต้องทำอะไร ส่วนเรื่องกลุ่มนี้น่าจะไม่ยาก”
ฉางกวงนึกถึงยังเจ้า 2 คนนั่นซึ่งก็คือฉีหมิงเทากับจางฮั่นขึ้นมาในทันที
แต่มันยังไม่บอกสถานที่ กับ สิ่งที่ให้รวบรวมมานี่สิปัญหาเลย หมายความว่าต้องเตรียมรับมือได้ทุกสถานที่ ๆ ต้องไป
แต่รางวัลคือเเกนผลึกอสูรขั้น 6 สำหรับ สมาชิกในกลุ่ม ส่วนหัวหน้ากลุ่มจะได้รับแกนนผลึกอสูรขั้น 7 รางวัลพวกนี่ช่างน่าเย้ายวนยิ่งนัก