คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 418 จุดกำเนิด
กลับมาถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ จินเฟยเหยาก็เห็นกระจกสภาพโลกวิญญาณยังลอยอยู่กลางอากาศดังเดิม รอคอยนางกลับมาอย่างสงบนิ่ง ดังนั้นนางจึงแย้มยิ้มเต็มหน้า เอ่ยถามอย่างประจบเอาใจ “พ พี่กระจก ท่านลอยอยู่แบบนี้เหนื่อยหรือไม่ ต้องการให้ข้าอุ้มหรือไม่?”
กระจกสภาพโลกวิญญาณส่งเสียงอุ๊บส์แล้วหัวเราะออกมา จากนั้นใช้น้ำเสียงหยิ่งยโสตอบ “เป็นอย่างไร ตอนนี้เชื่อข้าแล้วสินะ แค่ให้เจ้าไปเปิดวงเวท ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเสียหน่อย เจ้าก็ ได้เปรียบอย่างมากแล้ว”
จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ “พี่กระจก ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อท่าน แต่ข้าคิดจะให้โอกาสท่านได้แสดงความสามารถ ท่านดูสิ ตอนนี้ข้าก็ยอมสยบอยู่ภายใต้บานกระจกของท่านแล้ว ความรู้สึกที่ถูก กคนดูแคลนก่อนจากนั้นค่อยถูกคนเห็นความสำคัญและประจบประแจงแบบนี้ดีเป็นพิเศษใช่หรือไม่”
“พอแล้ว ช่างรู้จักพูดจา เรื่องที่ไร้มารยาทก่อนหน้านี้ข้าเป็นผู้ใหญ่จะไม่ถือสาผู้น้อย ช่างเถอะ” กระจกสภาพโลกวิญญาณเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ ท่าทางนิสัยคงไม่ดีไปกว่าจินเฟยเหยาเท่าใด
“พี่กระจก อยากให้ข้าทำเรื่องใดก็ต้องบอกกล่าวให้กระจ่างชัด ไม่เช่นนั้นข้าไม่รู้อะไรเลยคงทำได้ยาก” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ
นางเพียงอยากจะดูระดับความยาก ถ้ายากก็เสนอความปรารถนาที่ทำได้ยากเย็นหน่อย ถ้าง่ายเพียงแค่ยกมือ ก็เสนอความปรารถนาเรียบง่ายหน่อย จะทำเรื่องยากแต่กลับเสนอความปรารถนาง่ายๆ ไม่ได ด้ ถึงตอนนั้นจะไม่คุ้มค่า
แสงบนพี่กระจกกระพริบวาบ ตอบรับอย่างสบายอกสบายใจ “เจ้าอยากสอบถามเรื่องราวใช่หรือไม่ เจ้าว่ามา อยากรู้เรื่องใด”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจล่ะ” จินเฟยเหยาถามตรง “ท่านเป็นใคร?”
“ข้า? ถือว่าเป็นการรับรู้สายใยหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งของที่เกิดสติปัญญาขึ้นเอง” กระจกเอ่ยตอบโดยไม่ต้องคิด
จอมเจ้าเล่ห์ จินเฟยเหยาอดด่าทอในใจไม่ได้ ที่นางถามคือการรับรู้ของใคร ไม่ใช่แค่ถามเขาเท่านั้น คิดจะถามถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง ทว่าการรับรู้กลับหลีกเลี่ยงทันที พูดแต่สิ่งที่ ไม่เกี่ยวข้องและไม่สำคัญ
นางจึงถามต่อ “ความสามารถของท่านยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทำให้โลกวิญญาณจ้งถู่จึงกลายเป็นป่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วยามได้อย่างไร?”
“ง่ายดายยิ่ง เนื่องจากวงเวทดินชุ่มชื้นใช้ควบคุมไอพิษของโลกวิญญาณจ้งถู่โดยเฉพาะ เพียงแต่มันหยุดลงแล้ว แค่เปิดวงเวทดินชุ่มชื้นจากนั้นใช้เวทกระตุ้นชีวิตเท่านั้น ง่ายเพียงแค่ย ยกมือ” พี่กระจกหมุนกลางอากาศหลายรอบ เอ่ยอย่างกระตือรือร้น
จินเฟยเหยาสงสัย “ท่านเป็นคนมอบวิธีการฟื้นฟูโลกวิญญาณน้ำพุเหลืองให้อินเยวี่ยหรือ?”
นางอยากรู้เรื่องนี้มาก ถ้าเป็นมัน ก็แสดงว่ากระจกสภาพโลกวิญญาณและอินเยวี่ยมีความเกี่ยวพันกันไม่น้อย สิ่งนี้ตนเองประมูลมาจากคฤหาสน์อินของเขา ตอนนั้นคงไม่ได้จงใจวางแผนให้ตนเอ องชอบของสิ่งนี้หรอกนะ สำหรับนางแล้วกระจกสภาพโลกวิญญาณในอดีตเป็นแค่แผนที่ที่ใช้สะดวกสบาย ตอนนี้กลับแตกต่างออกไป เจ้าสิ่งนี้พูดได้
ตอนนี้คิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าสงสัย ทำไมตนเองจึงเกิดความรู้สึกหุนหันแบบนั้นขึ้นได้ แค่เห็นแวบเดียวก็ราวกับบุรุษมองเห็นหวาหวั่นซีจะเป็นจะตายเพื่อให้ได้มันมาทันที คิดๆ ดู แล้วศิลาวิญญาณเหล่านั้นของตนเอง ในอดีตยังไม่ได้เสียดายขนาดนั้น ตอนนี้นางเสียดายแทบตายแล้ว
จินเฟยเหยาคาดเดาถูก พี่กระจกก็ยินดีอย่างยิ่ง เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ใช่ ข้าเป็นคนให้วิธีแก่เขาเอง ครั้งที่แล้วเจ้าไปโลกวิญญาณน้ำพุเหลืองข้ายังเคยหาเวลาว่างมาดู เจ้าหนูนี่ ยังไม่ได้ฟื้นฟูให้เป็นดังเดิม ดูแล้วยิ่งเหมือนยมโลกเข้าไปทุกที โง่เขลาจริงๆ”
“เดี๋ยวก่อน!” จินเฟยเหยาพลันจำได้ว่าตอนตนเองอยู่ที่โลกวิญญาณน้ำพุเหลือง ดูเหมือนจะไม่เคยนำกระจกสภาพโลกวิญญาณออกมานะ เจ้าหมอนี่เคยวิ่งออกมาดูเมื่อไร! “ท่านออกมาตั้งแต่เมื อใด หรือปกติท่านแอบหนีออกมาบ่อยๆ คนวิปริต! การรับรู้แค่สายใยเดียวอะไรกัน ท่านคงเป็นผีสิงอยู่ในนั้นเสียแปดส่วน”
“อย่ายุ่งน่า ใครอยากจะดูเจ้ากัน ผู้อื่นไม่รู้คุณธรรมตามปกติของเจ้า ทว่าข้าอยู่ติดตัวเจ้าแบบนี้จะไม่รู้กระจ่างเชียวหรือ ข้าเป็นการรับรู้สายใยเดียวจริงๆ แค่ทิ้งไว้ที่นี่เพื่ อชมดูเรื่องสนุก ถึงบางครั้งจะเห็นเจ้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่สนใจอยู่แล้ว” พี่กระจกเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ไม่เห็นว่ามีตรงไหนไม่สมควรเลยสัก กนิด
จินเฟยเหยามองเขาอย่างหมดวาจา “ท่านมีนิสัยไม่จริงจังจริงๆ ในเมื่อท่านใช้เวลาสามชั่วยามทำให้โลกวิญญาณจ้งถู่กลายเป็นป่า เพราะเหตุใดท่านกลับไม่ทำให้โลกวิญญาณน้ำพุเหลือง ท่านจง งใจทำเพื่อมองดูอินเยวี่ยทรมานสินะ”
“เจ้าอย่ามาใส่ความ ผู้สูงส่งอย่างข้าจะทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้อย่างไร พิษในโลกวิญญาณน้ำพุเหลืองแตกต่างจากที่นี่ ที่นี่แค่มีสินแร่มากเกินไป ดังนั้นสกปรกนิดหน่อย ขอเพียงควบคุม ความเป็นพิษของแร่ได้ก็พอ สิ่งของทั้งหมดในโลกวิญญาณน้ำพุเหลืองล้วนเป็นพิษ ถ้าให้ข้าทำ คงต้องทำลายมันทิ้งทั้งหมดจากนั้นย้ายภูเขาถมทะเลมาจากโลกวิญญาณอื่น สร้างโลกวิญญาณข ขึ้นใหม่” พี่กระจกส่ายไหวกลางอากาศราวกับกำลังส่ายศีรษะ
ย้ายภูเขาถมทะเล…คนผู้นี้ร้ายกาจเพียงใดกันแน่นะ คิดไม่ถึงว่าคนที่เหาะขึ้นสวรรค์จะดุร้ายขนาดนี้
จินเฟยเหยาอิจฉาและเพิกเฉยพฤติกรรมวิปริตของเขา ถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “พี่กระจก คิดจะให้ข้าเปิดวงเวทอะไร ต้องทำอย่างไร มีอันตรายหรือไม่?”
“นั่นเรียกว่าวงเวทสะกดวิญญาณเก้าชั้น! แม้แต่เรื่องนี้ก็จำไม่ได้” พี่กระจกเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ท่านพูดอีกรอบหนึ่ง ก่อนหน้านี้ข้าตกใจมากไป ดังนั้นจึงจำไม่ได้” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ
“เห็นแก่ท่าทีที่ไม่เลวของเจ้า ข้าจะบอกอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง เจ้าตั้งใจฟังให้ดี” พี่กระจกส่งเสียงขึ้นจมูก “หลังจากข้าเหาะขึ้นสวรรค์ เผ่าปิศาจก็ทำเรื่องที่ผิดต่อข้า ดังน นั้นข้าจึงผนึกโลกระดับเทพไว้ เดิมทีข้าคิดจะสั่งสอนพวกเขา อย่างมากหลายร้อยปีก็เปิดออก แต่คิดไม่ถึงว่าต่อมาข้าก็มีเรื่องสัพเพเหระรัดตัว ดังนั้นจึงขี้เกียจ…จึงไม่ว่างไปทำเร รื่องนี้ ตอนนั้นพอดีผ่านโลกวิญญาณน้ำพุเหลือง ข้าจึงมอบกุญแจเปิดวงเวทให้เจ้าหนูศพนั่น ถ้าบอกตรงๆ ก็หมดสนุกกัน ข้าคิดจะรอตอนพวกเขาหาดวงตาวงเวทพบแห่งหนึ่ง ค่อยออกมาทำให ห้เขาประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าเขาก็เกียจคร้านเช่นกัน ถึงกับขายข้าเพื่อศิลาวิญญาณ ข้ามองเจ้าหมอนี่ผิดไปจริงๆ”
จินเฟยหยามองเขาเงียบๆ อดมีสีหน้าดูแคลนไม่ได้ ถึงจะเตรียมใจมาแล้วว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นการรับรู้ของผู้ยิ่งใหญ่เผ่ามนุษย์ท่านนั้นที่กักขังโลกระดับเ เทพเอาไว้ แค่ได้ยินสิ่งที่เขาเปิดเผยออกมาระหว่างพูดจาเมื่อครู่ คนผู้นี้ขี้เกียจไปเปิดวงเวท ดังนั้นจึงลากถ่วงเวลามาหลายพันปี
คิดจะเปิดวงเวทชัดๆ ตอนมอบสิ่งของให้อินเยวี่ยยังแกล้งโง่ จะทำให้ประหลาดใจ นิสัยแบบนี้ต้องแปลกประหลาดแน่ มิน่าเล่าจึงกล่าวกันว่าถ้าคนเรามีชีวิตอยู่มานานหากไม่กลายเป็นมารก็ค คงเปลี่ยนเป็นภูติ ไม่มีใครปกติสักคน
“พี่กระจก ข้าถามได้หรือไม่ว่าตอนนั้นเผ่าปิศาจทำเรื่องอะไรจึงทำให้ท่านเดือดดาลถึงเพียงนี้?” จินเฟยเหยาค่อนข้างสงสัยเรื่องนี้ ที่แท้ทำเรื่องอะไรให้โกรธเคืองและไม่พอใจ จึงต้อง งรับหายนะใหญ่แบบนี้
“เอ่ยถึงเรื่องนี้แล้วข้าก็มีโทสะ นั่นเป็นเรื่องเมื่อหกพันปีก่อน ข้าสร้างถ้ำเซียนแห่งหนึ่งในสถานที่ซึ่งมีทิวทัศน์งดงามในโลกระดับเทพ ประตูถ้ำเซียนมีทะเลสาบเมฆ ในทะเลสาบมีเมฆ ฆสีสันสดใสลอยอยู่ชั่วนาตาปี ทิวทัศน์นับว่าไม่เลว ทว่าวันที่ถ้ำเซียนเพิ่งสร้างเสร็จก็มีสัตว์ปิศาจกลุ่มใหญ่มา พวกมันเพิ่งถึงฤดูผสมพันธุ์พอดี กลิ้งตัวแย่งชิงพื้นที่อยู่ริมทะเลส สาบ ตอนนั้นข้าออกไปหาสหาย หลังจากข้ากลับมา ทะเลสาบเมฆก็เปลี่ยนเป็นบึงโคลน ดอกไม้และต้นหญ้าตรงประตูถูกทำลายหมด ถึงจะอยู่ห่างจากถ้ำเซียนร้อยจั้ง ทว่าก็เป็นพื้นที่ของข้า ดั งนั้นข้าจึงสั่งสอนพวกมันสักหน่อย” กระจกเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ยังมีท่าทางเดือดดาลดังเดิม น้ำเสียงฟังดูแล้วไม่พอใจ
จินเฟยเหยามองกระจกสภาพโลกวิญญาณอย่างประหลาดใจ แผ่นหลังอดหลั่งเหงื่อเย็นเยียบไม่ได้ นี่คนประเภทใดกัน แค่สัตว์ปิศาจกลุ่มหนึ่งใช้ชีวิตตามความเคยชิน เขาถึงกับผนึกโลกระดับเท ทพทั้งหมดเอาไว้ เหตุใดจึงมีคนที่อยู่ว่างจนเบื่อหน่ายแบบนี้ หรือว่านี่คืออยู่ในตำแหน่งสูงก็ยิ่งโดดเดี่ยว เบื่อหน่ายจนถึงขีดสุดจึงทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้
“ด้วยสาเหตุแค่นี้?” จินเฟยเหยาไม่เข้าใจ ผนึกโลกระดับเทพหนึ่งร้อยแปดแห่ง ต้องใช้พลังมากเพียงใด ถ้าแค่สาเหตุนี้จริงๆ จิตใจคนผู้นี้คงแคบจนเล็กกว่าปลายเข็มหลายเท่า จะล่วงเกิ นไม่ได้เป็นอันขาด
“ไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งของในถ้ำเซียนของข้าหายไป มีเผ่าปิศาจฉวยโอกาสที่สัตว์ปิศาจวุ่นวายอยู่ข้างนอก ตอนเสี่ยวถงจื่อของข้าออกไปขับไล่ก็ติดบนร่างเสี่ยวถงจื่อเข้ามาในถ ถ้ำและขโมยสิ่งของของข้าไป ข้าไปทวงกับเผ่าปิศาจ พวกเขาถึงกับแกล้งโง่ ดังนั้นข้าจึงผนึกโลกระดับเทพ” พี่กระจกเอ่ย
จินเฟยเหยาโล่งอก คนผู้นี้พูดแล้วหยุดพักทำให้คิดไปทางอื่น พูดว่าสิ่งของถูกเผ่าปิศาจขโมยไปก่อนได้หรือไม่ บอกว่าประตูใหญ่ถูกสัตว์ปิศาจทำลายทำไม ทำให้ข้านึกว่าเป็นคนบ้าเสี ยอีก จากนั้นนางก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “ขโมยสิ่งใดไป?”
พี่กระจกพลันหัวเราะชั่วร้ายหลายครั้ง จากนั้นเอ่ยว่า “วิญญาณจริงสัตว์เทพขวดหนึ่ง ในนั้นมีตัวหนึ่งเป็นเทาเที่ย”
“…” จินเฟยเหยาหมดวาจา จากนั้นชี้หน้ามันแล้วด่าทอเป็นการใหญ่ “ท่านได้สิ่งของมาจากที่ใด ท่านเป็นคนทำนั่นเอง! ที่แท้ข้ากลายเป็นแบบนี้เพราะท่านเป็นคนทำ ท่านบ้าหรือเปล่า เอ อาของพรรค์นี้มาทำอะไร ได้มาก็ช่างเถอะ ท่านยังทำของหาย ท่านชดใช้ชีวิตของข้ามาเลยนะ!”
“ทำไมเจ้าถึงเป็นแบบนี้นะ เรื่องนี้จะโทษข้าได้อย่างไร เผ่าปิศาจในโลกระดับสวรรค์ปลดปล่อยวิญญาณจริงเหล่านี้ลงมา ข้าลงมาเก็บรวบรวมพวกมันโดยเฉพาะ ไม่ให้พวกมันทำร้ายเผ่ามนุษย์ ข้าเสียสละเวลาของตนเองมาทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เจ้ายังว่าข้าอีก” พี่กระจกบิดร่าง ไม่พอใจท่าทีของจินเฟยเหยาอย่างยิ่ง
“หา” จินเฟยเหยาชะงัก จากนั้นส่งเสียงขึ้นจมูกและบ่นว่า “ทำไมท่านไม่ทำลายวิญญาณจริงล่ะ ยังโยนไว้ในถ้ำเซียนตามสบายให้เผ่าปิศาจมาขโมยไปอีก”
“จะทำลายได้อย่างไร ครั้งที่แล้วเล่นเดิมพันสูงต่ำข้าแพ้เสียของวิเศษชั้นยอดให้พวกเขาหลายชิ้น วิญญาณจริงเหล่านี้ข้าจะเอากลับไปทำให้พวกเขาคายสิ่งของออกมา ผู้ใดจะรู้ว่าเผ่าปิ ศาจพวกนี้จะกล้าขนาดมาขโมยสิ่งของของข้า หากมิใช่ตกลงกับเผ่าปิศาจในโลกระดับสวรรค์ไว้แต่แรกว่าจะไม่แตะต้องคนที่อยู่ด้านล่าง ข้าคงดับชีพพวกเขาไปนานแล้ว วิญญาณจริงทั้งหมดถูกพ พวกเขาปลดปล่อยออกไป น่าเสียดายของวิเศษชั้นยอดหลายชิ้นนั้นของข้า ไม่รู้ว่าต่อไปข้าจะชนะเดิมพันได้คืนมาหรือไม่” ในน้ำเสียงของพี่กระจกเต็มไปด้วยความเสียดายและโกรธแค้นที่ดวงโชค คลาภของตนเองย่ำแย่ยิ่ง เดิมพันสูงออกต่ำ เดิมพันต่ำออกสูง
ดวงตาจินเฟยเหยาจับจ้องพื้นวนเวียนอยู่หลายรอบ ในใจมีแต่ความเคียดแค้น ที่แท้โลกระดับสวรรค์ใช้ชีวิตกันแบบใด!