คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 432 เตา
เด็กหนุ่มลังเลเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยปากกล่าววาจา “ข้าคือเผ่าเหยียน[1]ในโลกวิญญาณซิงฮวา เป็นชาวบ้านธรรมดา”
“อ้อ ชาวบ้านธรรมดา ไม่เป็นไรแล้ว อีกสักครู่เจ้านำหนังสัตว์ไปชิ้นหนึ่งแล้วไปได้” เดิมทีจินเฟยเหยายังจะตั้งใจฟัง พอได้ยินว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา ยังฟังไม่จบก็ไม่สนใจทันที
ส่วนหวาหวั่นซีกลับเอ่ยอย่างสนิทสนม “จะกินอาหารแล้วค่อยเดินทางหรือไม่ ไม่เช่นนั้นเจ้าเดินไปสองก้าวก็เดินไม่ไหวแล้ว ต้องกลับมาลำบากพวกเราใหม่อีก”
“ไม่ พวกท่านอย่าไล่ข้าไป สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าคือเผ่าเหยียนในโลกวิญญาณซิงฮวาจริงๆ” เด็กหนุ่มตะลึงงัน แก้ตัวอย่างร้อนใจ
จินเฟยเหยากัดตะเกียบ บอกเขาอย่างสงบนิ่ง “พวกเราไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย เดิมทีนึกว่าบนศีรษะเจ้ามีเปลวเพลิงอาจจะเป็นบุตรของตระกูลที่มีอำนาจ ไม่แน่ว่าอาจเป็นคนในตระกูลให หญ่ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา เป็นชาวบ้านธรรมดายังต้องไปช่วยน้องสาวของเจ้าหรือยังต้องส่งพวกเจ้ากลับโลกวิญญาณซิงฮวา ชาวบ้านธรรมดาไม่มีของดีๆ อะไร จะเอาสิ่งใดมาตอบแทน นอย่างหนัก ยุ่งยากเกินไป เจ้าไปเองเถอะ”
เด็กหนุ่มมองพวกนางอย่างหมดวาจาอยู่บ้าง คิดไม่ถึงว่าจะกล้าแสดงความละโมบและเห็นแก่ตัวขนาดนี้ ท่าทางตนเองคำนวณพลาด ถึงอย่างไรก็เป็นแบบนี้แล้ว มิสู้เปิดเผยฐานะตรงๆ ถึงถูกรีดไถ ถก็ดีกว่าตอนนี้มากนัก ดังนั้นเขาจึงกัดฟันเอ่ยอีกครั้ง “ขอโทษด้วย เมื่อครู่ข้าพูดโกหก”
“หืม?” จินเฟยเหยายิ้มให้เขา “เจ้าอย่าได้ยินพวกเราว่าเจ้าไม่มีอำนาจจึงไม่ยอมช่วยเจ้า จากนั้นเจ้าก็แต่งเรื่องว่าเจ้าเป็นองค์ชายของเผ่าเหยียน น้องสาวของเจ้าเป็นองค์หญิงเผ่าเหย ยียนแห่งเผ่าปิศาจ พวกเจ้าไม่เชื่อฟังคำพูดของผู้อาวุโสแอบหนีออกมาเล่นระหว่างสู้รบ ระหว่างทางถูกคนเผ่ามนุษย์เผ่ามารลักพาตัวไป เห็นบนศีรษะของพวกเจ้ามีเปลวเพลิง บนร่างมีความอบอุ่ น จึงขายมาที่โลกวิญญาณเทียนจี๋ที่หนาวเย็นแห่งนี้ทำความอบอุ่นให้คนที่นี่นะ?”
เด็กหนุ่มอ้าปากมองจินเฟยเหยา ผ่านไปเนิ่นนานจึงเอ่ยตะกุกตะกักว่า “ท่านรู้อย่างชัดเจนขนาดนี้ได้อย่างไร? เรื่องราวเป็นจริงดังที่ท่านว่า ไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย”
ได้ยินคำพูดของเขาแล้วขนาดพั่งจื่อก็ยังตั้งใจมองเขา เรื่องนี้จอมปลอมเกินไป จะบังเอิญขนาดนี้ที่ไหน เห็นพวกนางไม่เชื่อ เด็กหนุ่มจึงร้อนใจ รีบดึงเสื้อผ้าเผยให้เห็นรอยสักรูป เปลวไฟบนเอว “นี่คือลวดลายแห่งราชันของเผ่าเรา มีเพียงตระกูลราชันจึงสามารถสักได้ ไม่เชื่อพวกท่านดูสิ ลายสักของน้องสาวข้าอยู่บนลำคอ สิ่งนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้าเป็นองค์ ชาย”
มีประเพณีแบบนี้ด้วย? จินเฟยเหยาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ไม่แน่ว่าจะเป็นความจริง ส่วนหวาหวั่นซีมองลายสักสีแดงของเขาอย่างละเอียดแล้วเอ่ยว่า “เจ้าบอกเรื่องราวมาให้ชัดเจน ถ้าส่ง งพวกเจ้ากลับไปแล้วได้ผลประโยชน์มากจริงๆ บางทีพวกเราอาจจะฉวยโอกาสแวะส่งพวกเจ้ากลับไป”
เด็กหนุ่มรีบสวมเสื้อผ้า จากนั้นเล่าว่าเพราะเหตุใดพวกเขาจึงถูกขายมาที่นี่อย่างชัดเจนและละเอียดลออ
ที่แท้เขาเป็นองค์ชายที่อายุเยาว์ที่สุดของเผ่าเหยียนในโลกวิญญาณซิงฮวา ชื่อว่าเหยียนเฮ่า มีน้องสาวฝาแฝดคนหนึ่งชื่อเหยียนซิง และเป็นอย่างที่จินเฟยเหยาบอก เผ่าเหยียนเข้าร่ วมในการสู้รบครั้งนี้ ทว่ากลับสิ้นสุดค่อนข้างเร็ว สงครามสิ้นสุดลงเมื่อสามปีก่อน ส่วนเขาฉวยโอกาสที่การสู้รบเพิ่งสิ้นสุดลงพาน้องสาวออกมาดูผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์เผ่ามารถอยท ทัพจึงถูกเผ่ามารที่อาศัยอยู่ที่โลกวิญญาณเทียนจี๋ลักพาตัวไป
เผ่าเหยียนที่มีเปลวอัคคีและร่างมีความอบอุ่นโดยกำเนิดอย่างพวกเขา ในสถานที่อันหนาวเหน็บเช่นโลกวิญญาณเทียนจี๋ เหมาะสมที่จะให้ความอบอุ่นแก่ชนชั้นสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากพี่ชายน้องส สาวแอบออกมาดูผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์และเผ่ามารจึงถูกลักพาตัวไปแบบปัญญาอ่อน ถูกพามาโลกวิญญาณเทียนจี๋สถานที่ซึ่งแตกต่างจากโลกวิญญาณซิงฮวาโดยสิ้นเชิง
คนที่ลักพาตัวพวกเขาเป็นเผ่าปิศาจขั้นหลอมรวมคนหนึ่ง เขานึกว่าเป็นเพียงเผ่าเหยียนธรรมดา พอมาถึงโลกวิญญาณเทียนจี๋ก็ถูกขายเปลี่ยนมือให้ชนชั้นสูงเผ่ามารที่นี่ บอกว่าขายที่จร ริงบอกว่ามอบให้จะดีกว่า ในสถานที่ซึ่งแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจนอย่างเผ่ามาร สิ่งของดีๆ ล้วนใช้สำหรับประจบประแจงชนชั้นสูง ชนชั้นสูงระดับล่างก็เปลี่ยนมือมอบพวกเขาให้ระดับบนอีกที ทั้งสองคนถูกเปลี่ยนมือมาเป็นทอดๆ สุดท้ายอยู่ในเมืองเหวินเสวี่ย[2]ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่สิบกว่าวัน
ที่จริงพวกเขาไม่มีประโยชน์มากนัก คือวางไว้ในห้องสามารถทำให้ในห้องอุ่นได้ มีประโยชน์เท่ากับเป็นกองเพลิงกองหนึ่งเพียงแต่รื่นหูรื่นตาหน่อย บางครั้งยังสามารถอุ่นเตียงได้ ถ้า าขายไปในสถานที่อันร้อนระอุ แบบนั้นถึงให้เปล่าก็ไม่มีคนต้องการมากนัก
ครั้งนี้ที่เขาสามารถหนีออกมาได้ เนื่องจากเมืองเหวินเสวี่ยมีบุคคลสำคัญท่านหนึ่งมา เขากับน้องสาวถูกเปลี่ยนมือมอบให้ใต้เท้าท่านนี้อุ่นห้องอีก พวกเขาสองคนถูกตั้งไว้ในห้อง ให้อุ่นห้องล่วงหน้า ทว่าเนื่องจากงานเลี้ยงข้างหน้าจัดนานเกินไป รออยู่นานก็ไม่เห็นมีคนมา ส่วนห้องนี้รับรองบุคคลสำคัญที่มีศักดิ์ฐานะพิเศษอย่างยิ่งโดยเฉพาะ มองออกไปทางหน้าต่า างของส่วนที่ยื่นออกมาจากประตูกำแพงที่มีหอคอย ด้านล่างคือชั้นหิมะหนาสีขาวนอกเมือง ดังนั้นเหยียนเฮ่าพลันเกิดความคิดหลบหนี ฉุดลากน้องสาวคิดจะหนีออกทางหน้าต่าง
ในห้วงคับขันกลับได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงพูดดังมา เหยียนซิงจึงผลักเขาออกไป ตนเองกลับรั้งอยู่ถ่วงเวลา
เมืองเหวินเสวี่ยสร้างสูงมากเพื่อป้องกันเมืองถูกพายุหิมะกลบฝัง เหยียนเฮ่าร่วงลงมาจากหน้าต่างสูงสามสิบกว่าจั้งกระแทกหิมะหนาข้างนอกจึงเก็บชีวิตน้อยๆ กลับคืนมาได้
ฟังประสบการณ์อันน่าเศร้าสลดของเหยียนเฮ่าจบ ยังมีน้องสาวที่เป็นตายไม่ทราบแน่ชัด จินเฟยเหยาส่ายศีรษะแล้วเดินมา ตบบ่าเขาและเอ่ยด้วยน้ำใสใจจริง “เจ้านอนลงก่อน”
เหยียนเฮ่าไม่รู้ความนัยเบื้องหลัง ทว่าภายใต้การยืนกรานของจินเฟยเหยาเขายังนอนลงบนพื้นหญ้า จากนั้นจินเฟยก็เลิกเสื้อผ้าของเขาขึ้น มองดูหนังท้องของเขาแล้ววางชิ้นเนื้อบางๆ หลายแผ่นลงบนหนังท้องของเขา
“นี่คือ?” เหยียนเฮ่ามองนางอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่านี่คือกำลังทำอะไรอยู่?
ส่วนหวาหวั่นซีพลันยกเท้าขึ้นเตะจินเฟยเหยาออกไป ทั้งยังด่าทอเสี้ยงเกรี้ยว “เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ!”
จินเฟยเหยาเท้าคางเอ่ยอย่างใสซื่อ “บอกว่าตลอดร่างของเขาร้อนระอุมิใช่หรือ? ข้าคิดจะลองดูว่าสามารถใช้ย่างเนื้อแทนเตาได้หรือไม่”
“…” น้ำตาทะลักออกมาจากดวงตาของเหยียนเฮ่า คนอะไรกัน ไม่เคยเห็นคนที่รังแกคนอื่นแบบนี้มาก่อน เผ่ามารเพียงถือว่าเขาเป็นสิ่งทำความอบอุ่น คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะย่างเนื้อบนห หนังท้อง
“ทางนั้นมีเตามิใช่หรือ เจ้าอยากย่างเนื้อโยนศิลาวิญญาณใส่แล้วเปิดเตาก็ได้ ยังรังแกเด็กน้อยอีก!” หวาหวั่นซีชี้เตาที่สร้างจากวงเวทเพลิงเตาหลายอันที่อยู่ตรงมุมกระท่อมพลางด่ าทออย่างไม่สบอารมณ์
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างไม่ยินยอม “ข้าแค่ทดสองดู ไม่ได้จะกินแน่ๆ เสียหน่อย” ตรงนี้เพิ่งเอ่ยจบก็ได้ยินเสียงดังชี่ ชิ้นเนื้อหลายแผ่นที่วางบนหนังท้องของเหยียนเฮ่ามีน้ำมันซึมออก กมาและสุกแล้ว
หวาหวั่นซีหมดวาจา ถึงกับย่างเนื้อสุกแล้ว ส่วนเหยียนเฮ่าเมื่อเผชิญหน้ากับชิ้นเนื้อที่สุกบนหนังท้องในสมองก็ว่างเปล่า ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
“ข้าลองชิมหน่อย” ไม่รู้ว่าจินเฟยเหยาปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขาอีกครั้งเมื่อใด คว้าเนื้อบนหนังท้องของเหยียนเฮ่าชิ้นหนึ่งใส่ปาก หลังจากเคี้ยวก็เอ่ยชมเชย “อร่อยมาก เนื้อนุ่ม เ เห็นแก่ที่ระดับการย่างเนื้อของเจ้ายอดเยี่ยมขนาดนี้ ข้าจะช่วยน้องสาวของเจ้าออกมา”
เหยียนเฮ่าไม่รู้ว่าสมควรขอบคุณนางหรือไม่ หรือต่อไปต้องปรุงอาหารบนร่างของตนเอง?
ยามนี้ จินเฟยเหยาเลิกเสื้อผ้าของเขาอีก “เสื้อผ้าชุดนี้ของเจ้าไม่เลวเลย ไฟเผาไม่ขาด ทำจากสิ่งใด?”
“นี่คือหนังของหนูอัคคี ทนไฟ อีกทั้งสกปรกแค่โยนเข้าไปเผ่าในกองไฟก็จะเหมือนใหม่” เสื้อผ้าที่เหยียนเฮ่าสวมสีแดงเข้มนิดๆ ไม่เหมือนผ้า ไม่เหมือนหนัง ลูบแล้วยังอ่อนนุ่ม
สิ่งนี้สะดวกจริงๆ ทนไฟและยังไม่ต้องซัก จินเฟยเหยาจับวัสดุและเอ่ยถามอย่างรู้สึกสนใจ “นี่คือผลผลิตเฉพาะถิ่นของโลกวิญญาณซิงฮวาพวกเจ้าหรือ?”
“ใช่ มีเพียงพวกเราที่มีหนูอัคคี ข้ากลับไปแล้วต้องมอบหนังหนูอัคคีหลายชิ้นให้ผู้อาวุโสแน่ๆ” เหยียนเฮ่าหัวไวยิ่ง รีบกล่าววาจาคล้อยตามคำพูดนาง
จินเฟยเหยายิ้มแย้ม “ถือว่าตกลงแล้วนะ”
“นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เสด็จพ่อของข้าต้องตอบแทนบุญคุณยิ่งใหญ่ของผู้อาวุโสแน่ ผู้อาวุโส ตอนนี้อย่าให้ข้าเป็นเตาได้หรือไม่ แบบนี้ข้าไม่เคยชินอย่างยิ่ง” เหยียนเฮ่ารีบหา ข้ออ้างให้ตนเอง ถ้าถูกใช้ต่างเตาจริง ราชวงศ์คงต้องขายหน้าจนหมดสิ้น
“ข้าแค่ลองดู ไม่ได้บอกว่าต้องใช้เจ้าย่างเนื้อเสียหน่อย เจ้าไม่หิวหรือ? รีบมานั่งกินอาหารหน่อย แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็อยู่ว่าง เอากานี้วางบนต้นขาจะได้ต้มน้ำร้อนมาชงชา” จินเฟย เหยาตบบ่าของเขา ระดับอุณหภูมิบนร่างกายเหมาะสมมาก ท่าทางไม่ใช่แตะต้องไม่ได้
สุดท้ายเหยียนเฮ่าก็นั่งอยู่ข้างหม้อด้วยสีหน้างุนงง นั่งขัดสมาธิบนต้นขาวางกาน้ำชาต้มน้ำในนั้น ส่วนจินเฟยเหยาม้วนแขนเสื้อขึ้น เอ่ยชมเชยเสียงดัง “เหยียนเฮ่ายอดเยี่ยมมาก พอ อมานั่งข้างๆ รอบด้านก็เริ่มอบอุ่นขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องพกพาตอนออกจากบ้านในฤดูหนาวจริงๆ”
พั่งจื่อได้ยินคำพูดนี้ก็รีบมานั่งเบียดข้างกายเหยียนเฮ่า ถึงภายในเกาะลอยได้เล็กๆ ฤดูทั้งสี่ราวกับวสันต์ ทว่านั่นคือภายใต้สภาพแวดล้อมธรรมดา โลกวิญญาณเทียนจี๋แห่งนี้เหน็บหนา าวสุดขีด ทำให้อุณหภูมิของเกาะลอยได้เล็กๆ ลดลงไม่น้อย เดิมทีมันก็กลัวหนาวอยู่แล้ว ดังนั้นพอได้ยินว่าตรงนี้อบอุ่นก็รีบมาเบียด
ในขณะที่พวกนางนั่งเบียดเหยียนเฮ่าอย่างมีความสุข พี่กระจกก็มุดออกมาจากใต้กองหิมะ เหาะเข้ามาในเกาะลอยได้ ถอนหายใจยาวพลางเอ่ยว่า “ในที่สุดก็ซ่อมเสร็จ พวกเจ้าหาคนผู้หนึ่ง งไปซ่อมวงเวทกับข้า พวกเราก็ไปได้”
ยังเอ่ยไม่จบ เขาก็เห็นในเกาะลอยได้เพิ่มมดแมลงมาตัวหนึ่ง ทั้งยังเป็นคนเผ่าเหยียน หลังจากตะลึงงันไปเล็กน้อย เขาก็อ้าปากเอ่ยว่า “ทำไมให้เขาต้มน้ำร้อน รีบขุดสระใหม่ให้ เขาลงไปแช่ในน้ำ ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็จะมีน้ำพุร้อนให้แช่ สถานที่หนาวเย็นอย่างยิ่งแบบนี้ น้ำพุร้อนสุขสบายที่สุด ถ้ามีสุราอีกนิดนะ…”
พี่กระจกชะงัก พลันรู้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่ง เอ่ยอย่างแค้นเคือง “รู้แต่แรกข้าเอาร่างจริงลงมาแล้ว ของเล่นมากมายจริงๆ น่าโมโหแทบตาย”
เหยียนเฮ่ามองคนเหล่านี้อย่างหวาดกลัว ทำไมแต่ละคนยิ่งมีความคิดแย่ๆ มากขึ้นทุกทีนะ อีกทั้งเห็นพวกนางมีท่าทางรู้แจ้ง ตนเองคงต้องไปต้มน้ำพุร้อนเสียแปดส่วน เขาพลันนึกได้ ถ้าช ช่วยน้องสาวออกมา หรือว่าน้องสาวของตนเองต้องเปลื้องผ้าช่วยพวกเขาอุ่นน้ำร้อน? เรื่องนี้…เรื่องนี้ไม่ได้นะ!
ส่วนพี่กระจกรู้จากจินเฟยเหยาแล้วว่าเหยียนเฮ่าคนนี้ยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่งรอให้พวกนางไปช่วยเหลือ จึงนึกถึงข้อเรียกร้องที่ตนเองเสนอออกมาที่โลกวิญญาณจ้งถู่เมื่อสองปีก่อนได้ ทันที จินเฟยเหยาเอ่ยยิ้มๆ อย่างเข้าใจโดยไม่ต้องบอก “วางใจเถอะ ถึงเวลาข้าจะให้นางวางท่านไว้ในอ้อมอกแน่ ให้ท่านรู้สึกถึงอ้อมอกสาวน้อยอันร้อนผ่าวของนาง”
“อุณหภูมิแค่นี้ข้าไม่กลัวหรอก เจ้าใส่มาได้เต็มที่เลย” หนึ่งคนหนึ่งกระจกสนทนาหัวข้อสัปดน จากนั้นก็หัวเราะหึๆ อย่างชั่วร้ายในเวลาเดียวกัน หัวเราะจนเหยียนเฮ่ามีความรู้สึกเหมือนขึ นเรือโจร[3]
………………………………..
[1] เหยียน หมายถึง เปลวไฟ
[2] เหวินเสวี่ย คือ สดับหิมะ
[3] ขึ้นเรือโจร หมายถึง เข้าสู่หนทางผิด ยากจะถอนตัว