คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 452 เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง
เผ่าปิศาจผลักจินเฟยเหยาไปส่งปราณให้เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงอย่างกระตือรือร้น นางนึกถึงว่านี่คือโอกาสอันดีที่สามารถปลุกเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงได้อย่างถูกต้องเปิดเผยจึงตอบรับ โดยถือเป็นภารกิจอันพึงกระทำ
ราชันเฟยเทียนโอบกอดเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง จินเฟยเหยาก้าวเข้าไปคุกเข่าลงใช้มือลองจิ้มบนริมฝีปากเจ้าแม่ต้นไม้ รู้สึกว่าเย็นนิดๆ จากนั้นนางเงยหน้าขึ้นมองโดยรอบแล้วเอ่ยว่า “ “ข้าเริ่มนะ”
“อืม” ทุกคนล้วนยืดคอมองนางไม่รู้ว่าเพื่อมองเจ้าแม่ต้นไม้ตื่นหรือไม่
จินเฟยเหยาก้มหน้าชักนำปราณปิศาจขึ้นมาคำหนึ่ง จากนั้นแนบปากกับริมฝีปากส่งปราณปิศาจเข้าไป หลังจากส่งเข้าไปเสร็จนางก็เงยหน้าขึ้น รอครู่หนึ่ง ทุกคนต่างผิดหวัง เจ้าแม่ต้นไม้วิญญา าณจริงได้รับการถ่ายทอดปราณปิศาจแล้วก็ยังไม่ขยับเขยื้อน
“ไม่ได้ผล ส่งปราณปิศาจก็ใช้ไม่ได้” ราชันเฟยเทียนผิดหวังอย่างที่สุด วุ่นวายอยู่นานสุดท้ายยังปลุกนางให้ตื่นไม่ได้
“ไม่ต้องรีบร้อน ให้ข้าลองอีกครั้ง” จินเฟยเหยากลับไม่ล้มเลิก ถึงอย่างไรก็ส่งปราณแท้แล้ว ไม่เพียงปราณปิศาจ นางยังมีสิ่งอื่นที่สามารถส่งให้ได้ด้วย
จากนั้นนางก้มตัวลงอีกครั้งส่งปราณมารเข้าไปคำหนึ่ง ทว่าปราณมารก็ไม่ได้ผลเช่นกัน เผชิญกับสายตาร้อนใจของทุกคน จินเฟยเหยาก็เอ่ยอย่างมั่นใจ “เรื่องแบบนี้ไม่เกินสามครั้ง ให้โอ อกาสข้าอีกครั้ง คราวนี้ดูนะบางทีส่งปราณแท้สามครั้งคนก็ฟื้นได้”
นางก้มหน้าลงอีกครั้งโดยไม่สนใจสายตาสงสัยของทุกคน สิ่งที่ส่งเข้าไปครั้งนี้คือปราณวิญญาณ จินเฟยเหยาส่งปราณวิญญาณลงไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเบื้องหน้า ในขณะท ที่นางผิดหวังและรู้สึกว่าพั่งจื่อหลอกลวงคนแท้ๆ ก็เห็นเปลือกตาของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงขยับนิดๆ นิ้วมือสั่นเบาๆ
“ขยับแล้ว!” ราชันเฟยเทียนสังเกตทุกความเคลื่อนไหวของเจ้าแม่วิญญาณจริงอยู่ตลอดเวลา เจ้าแม่ต้นไม้เพิ่งขยับเปลือกตาและนิ้วมือ เขาก็รู้ทันที
จินเฟยเหยาลุกขึ้นยืนอย่างตกตะลึงแกมยินดี พั่งจื่อเดาถูกจริงๆ ปราณแท้คำนี้ปลุกนางตื่นหรือต้องใช้ปราณแท้ที่แตกต่างกันของทั้งสามเผ่ากันแน่ เรื่องนี้ทำให้คนไม่เข้าใจจริง งๆ
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงค่อยๆ ลืมตาขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวเข้มคู่หนึ่ง จากนั้นนางก็เอ่ยปากพูดอย่างงุนงงอยู่บ้าง “ท่านพี่?”
ไม่มีใครตอบรับนาง นอกจากความยินดีที่เห็นนางตื่นขึ้นมา ทุกคนยังถูกประโยค ‘ท่านพี่’ ของนางทำให้งุนงง กลายเป็นว่าเจ้าแม่ต้นไม้เป็นสตรีแต่งงานแล้ว บุรุษเช่นไรจึงกล้าแต่งกับเจ้ าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงนะ
หลังจากเห็นสภาพรอบด้านชัดเจน เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจึงเห็นว่าตนเองไม่ได้อยู่ในอ้อมอกของท่านพี่ ทว่าอยู่ในมือเผ่าปิศาจขั้นเทพคนหนึ่ง รอบด้านยังมีเผ่าปิศาจและเผ่ามนุษย์ท ที่ท่าทางจับต้นชนปลายไม่ถูกหลายคน ส่วนเบื้องหน้าไม่ไกลนักมีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ ทั้งยังเป็นมนุษย์ปิศาจที่ถูกสัตว์เทพเข้าสิงร่าง ดังนั้นนางจึงลุกขึ้นนั่งถามอย่างงุนงง “พวกเจ้ าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่?”
น้ำเสียงของนางใสกระจ่างน่าฟัง พอนางเอ่ยปาก เผ่าปิศาจทุกคนก็รีบกราบกรานและตะโกนขึ้นพร้อมกัน “คารวะเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง พวกเราคือเผ่าปิศาจที่เกิดและเติบโตที่นี่ เพิ่งผ่านเ เคราะห์สายฟ้ากลายร่างเป็นมนุษย์ ได้พบเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงโดยบังเอิญจึงบังอาจคิดจะปลุกเจ้าแม่ต้นไม้”
เจ้าแม่ต้นไม้ก้มหน้าย้อนนึกจากนั้นเงยหน้าขึ้นเอ่ยทันที “พวกเจ้าทำลายการหลับใหลของข้าได้อย่างไร?”
ในที่สุดก็ถึงเวลาได้ความดีความชอบ จินเฟยเหยาเชิดคางขึ้นเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ข้าเอง ข้าส่งปราณแท้ให้ท่าน เห็นท่านฟื้นขึ้นมาได้ก็รู้สึกดียิ่งนัก”
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงคิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะทำ หวนนึกถึงรสชาติก็รู้สึกไม่ถูกต้องทันที ในใจบังเกิดความสะอิดสะเอียนเอียงหน้าไปอาเจียนทางด้านข้าง
จินเฟยเหยามองนางด้วยสีหน้าเย็นชา เทียบกับการถุยของตนเอง ยายนี่ถึงกับกำลังอาเจียนตรงๆ เห็นได้ชัดว่าแค่สัมผัสริมฝีปาก ปฏิกิริยาของเจ้าแม่ต้นไม้คนนี้มันอะไร เกินจริงมากไป ปแล้ว ในใจจินเฟยเหยาเกิดโทสะรู้สึกว่าเจ้าแม่ต้นไม้เบื้องหน้าวอนโดนอัดมาก ไม่ขอบคุณก็ช่างเถอะ ถึงกับอาเจียนอีก!
อีกทั้งนางอาเจียนอยู่นานยังพูดอย่างได้รับความอยุติธรรม “ถึงกับให้สตรีมาจูบ น่าสะอิดสะเอียนมาก!”
“บุรุษหรือสตรีก็เหมือนกัน ข้าไม่ได้เสียมารยาทกับท่านสักหน่อย ปฏิกิริยาของท่านเกินจริงไป! อีกทั้งท่านฟื้นขึ้นมายังไม่ดีอีกหรือ ไม่ขอบคุณก็ช่างเถอะยังเอ่ยปากพูดจาไม่ดีอีก” ” ในที่สุดจินเฟยเหยาก็ทนไม่ไหว เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
ได้ยินคำพูดของนาง เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงหยุดอาเจียนมองนางอย่างสนใจ จากนั้นยิ้มอย่างเย็นชา “ข้ายังไม่ได้ไปคิดบัญชีกับเจ้า เจ้าก็ส่งตนเองมาถึงประตู ใครใช้ให้เจ้าปลุกข้า? นอกจ จากสามีของข้า ข้าไม่ยอมให้คนอื่นมาปลุกข้าหรอก นี่ข้ายินยอมหลับไปเอง ใครใช้ให้พวกเจ้ายุ่งไม่เข้าเรื่อง! ถึงกับหาสตรีมาปลุกข้า น่ารำคาญจริงๆ”
“ท่านคือเทพของเผ่าเหนี่ยว มีฐานะเป็นเทพสตรีเจ้าแม่ต้นไม้ ท่านถึงกับมีท่าทีเช่นนี้!” ปฏิกิริยาของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงทำให้ทุกคนในที่นั้นตกใจ คิดไม่ถึงว่านางจะเป็นคนเช่นน นี้ ความเพ้อฝันพังทลายอยู่บ้าง
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเลิกคิ้วเอ่ยถาม “เช่นนั้นข้าสมควรมีท่าทีเช่นไร?”
จินเฟยเหยาเอ่ยทันทีโดยไม่ต้องคิด “แน่นอนว่าต้องอ่อนโยนนุ่มนวล มีเมตตาน่ารัก ไม่ยินดีไม่โกรธเคือง กระตือรือร้นช่วยเหลือคน ทั้งยังมีปราณเซียนทั่วร่าง”
“ข้าว่าเจ้าอ่านบันทึกปกิณกะมากไปแล้ว สิ่งที่เจ้าเอ่ยถึงมีแต่ในบันทึกปกิณกะที่แต่งขึ้น เด็กน้อยจริงๆ” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงมีสีหน้าดูแคลน ส่งเสียงขึ้นจมูกแล้วเอ่ยเย้ยหยันทั นที
น่าชังเกินไปแล้ว! จินเฟยเหยามีโทสะอย่างยิ่ง คนผู้นี้มีท่าทีเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงกับเป็นเทพเผ่าเหนี่ยวอะไรนั่นอีก ไม่ดูคุณธรรมของนางเสียบ้าง แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คน นดี
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาฟังพวกนางสองคนปะทะคารม ราชันเฟยเทียนรีบตัดบทพวกนางแล้วเล่าวิกฤติในตอนนี้อย่างสั้นๆ ให้เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงฟังและขอร้องให้เจ้าแม่ต้นไม้ขับไล่เผ่ามนุษย์ ไป
เผชิญหน้ากับคำขอร้องของสาวก เจ้าแม่ต้นไม้กลับไม่สนใจเลยสักนิด เพียงเอ่ยอย่างเดือดดาล “ยุ่งยากจริง ไม่มีอะไรน่าสนใจ ข้ายังต้องกลับไปหลับต่ออีก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ต้องมาห หาข้า พวกเจ้านี่โง่จริงๆ”
“เจ้าแม่ต้นไม้อย่าหลับเลย” ราชันเฟยเทียนคิดไม่ถึงว่าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะมีคุณธรรมแบบนี้ แต่ต่อให้นิสัยแย่เพียงใดก็เป็นเทพของพวกเขา เวลานี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือพูดโน้มน้ าวให้นางยอมช่วยเหลือ อย่ากลับไปหลับอีก “เจ้าแม่ต้นไม้ ถ้าเผ่ามนุษย์ภายนอกโจมตีเข้ามาต้องสังหารพวกเราทิ้งแน่ พวกเราถูกสังหารนั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าพวกเขาลงมือกับเจ้าแม่ต้นไม้จะ ะทำอย่างไร! ขอร้องเจ้าแม่ต้นไม้ช่วยโลกเทพกูซู่ด้วย ท่านคงไม่อยากเห็นบนต้นไม้วิญญาณจริงเต็มไปด้วยเผ่ามนุษย์หรอกนะ!”
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงมีสีหน้าแค้นเหล็กไม่กลายเป็นเหล็กกล้า “เหตุใดเผ่าปิศาจในตอนนี้จึงห่วยขนาดนี้ คนที่ผ่านเคราะห์สายฟ้าแล้วสมควรเป็นคนที่ร้ายกาจมิใช่หรือ” ถึงไม่ยินดีทำงาน นเท่าไรแต่ก็ปล่อยให้เผ่ามนุษย์โจมตีเข้ามาไม่ได้ ดังนั้นนางได้แต่เอ่ยว่า “เรื่องอื่นๆ ต่อไปค่อยว่ากัน”
จากนั้นก็เห็นเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงลอยขึ้น เหาะกลับไปยังสถานที่ฝังหินผลึกเมื่อครู่ แนบตัวลงบนผนังต้นไม้ เห็นกิ่งไม้จำนวนนับไม่ถ้วนชอนไชออกมาจากกำแพง ในไม่ช้าก็พันเจ้าแม ม่ต้นไม้วิญญาณจริงไว้ จากนั้นในดวงตาของนางมีแสงสีเขียวกระพริบวาบ ตวาดเสียงดัง ทั่วร่างเปล่งแสงรัศมีสีเขียว ลวดลายอาคมแต่ละสายทะลักออกมา เข้าสู่กำแพงต้นไม้ทางด้านหลัง
เผ่ามนุษย์นอกโลกเทพกูซู่หลังจากใช้ธงอาคมและยันต์วิญญาณล้มเหลวก็เริ่มใช้กำลังโจมตีการป้องกัน พวกเขาแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ต่างคนต่างเฝ้าตำแหน่งหนึ่ง เริ่มใช้ของวิเศษและเวทมนตร์ โจมตีลงบนการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ถึงทำลายวงเวทเคลื่อนวิญญาณป้องกันสองชั้นสิบสามอันในคราวเดียวไม่ได้ แบ่งทำลายวงเวททีละอันก็พอ
ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของเผ่ามนุษย์ วงเวทเคลื่อนวิญญาณป้องกันสองชั้นถูกทำลายลงทีละอัน สุดท้ายภายใต้การโจมตีอย่างหนักหน่วงการป้องกันอันสุดท้ายก็ถูกเผ่ามนุษย์โจมตีทำ ำลาย เผ่ามนุษย์มองโลกเทพกูซู่ที่เผยออกมาภายนอกให้พวกเขาเข่นฆ่าตามใจชอบ ส่งเสียงร้องอุทานอย่างยินดีและพุ่งตัวไปเตรียมตัวปล้นฆ่ารอบหนึ่ง
ในเวลานี้เอง ต้นไม้วิญญาณจริงพลันส่งเสียงดังวิ้งๆ ระหว่างกิ่งก้านเริ่มเคลื่อนไหว แม้แต่ลำต้นที่ใหญ่ยักษ์ก็เริ่มขยับส่ายราวกับมีชีวิต
“ไสหัวออกไป!” กิ่งก้านที่ใหญ่สุดเปรียบปานของต้นไม้วิญญาณจริงเหล่านี้พลันโจมตีเข้าใส่ผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์ทำให้พวกเขาต้านทานไม่ได้ในพริบตา นี่คือสิ่งใด ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ ถึงกับเริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมา อีกทั้งยังพูดจาได้
พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน นึกว่าเป็นเพราะเวทมายาหรือเวทที่ทำให้สับสน ทุกคนคาดเดาว่าวงเวทเคลื่อนวิญญาณป้องกันสองชั้นเป็นเพียงของปลอม ที่จริงด้านในยังซ่อนสิ่งอื่น ไว้
ทว่ากิ่งก้านของต้นไม้วิญญาณจริงที่ฟาดลงบนร่างผู้บำเพ็ญเซียนกลับทำให้เจ็บจริงๆ อีกทั้งเรี่ยวแรงยังมหาศาล ถูกหวดจนลอยไปไกลลิบ ทุบตีจนกระอักโลหิตสดอนาถเกินทนดูได้ ต้นไ ไม้วิญญาณจริงฟาดผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์สองร้อยกว่าคนลอยออกไปดังป้าบๆ ราวกับตบยุงหรือแมลงวัน ความเคลื่อนไหวทั้งรวดเร็วทั้งว่องไว
หลังจากผู้บำเพ็ญเซียนเล็กๆ ที่เหมือนแมลงถูกต้นไม้วิญญาณจริงกวาดออกไปแล้ว กิ่งก้านของต้นไม้วิญญาณจริงก็หยุดร่ายรำ แสงรัศมีสีเขียวที่ราวกับผ้าโปร่งไปชั้นหนึ่งกระจายลงมาจาก ยอดไม้ ทั่วทั้งโลกเทพกูซู่ถูกปกคลุมไว้ภายใน มองไกลๆ เหมือนแสงดาวสีเขียวกำลังกระพริบ โลกเทพกูซู่ทั้งหมดเปลี่ยนจากต้นไม้ใหญ่ธรรมดาต้นหนึ่งเป็นต้นไม้ที่งดงามศักดิ์สิทธิ์
ส่วนสงครามที่เผ่ามนุษย์โจมตีโลกเทพกูซู่ครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นก็จบลงแล้ว ทั้งยังจบอย่างอธิบายไม่ได้ เผ่ามนุษย์ที่ถูกฟาดลอยไปไม่มีใครขบคิดเข้าใจสักคน นี่มันเรื่องอะไรกั นแน่ ในช่วงเวลาหลายวันที่อยู่โลกระดับเทพ ไม่เคยได้ยินเลยว่าต้นไม้ของโลกเทพกูซู่จะทุบตีคน แต่พวกเขากลับพบเจอเรื่องเช่นนี้ อีกทั้งต้นไม้ต้นนี้ก็แข็งแกร่งจริงๆ เกรงว่า ต่อให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่ามาก็ต้านทานการโจมตีของต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้!
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงที่ฝังอยู่ในต้นไม้จัดการเผ่ามนุษย์ข้างนอกอย่างว่องไว แสงสีเขียวบนร่างนางจางลง จากนั้นก็กล่าวกับพวกราชันเฟยเทียนอย่างไม่สบอารมณ์ “เสร็จแล้ว เผ่ามนุษย ย์ถูกข้าฟาดออกไปหมดแล้วใช้ผ้าดารามรกตคลุมให้พวกเจ้าชั่วคราว พวกเขาคิดจะเข้ามาทำลายต่อก็เป็นไปไม่ได้ ตัวไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้าออกไปได้แล้ว อย่าได้รบกวนเหล่าเหนียง[1]คิดถึ งสามี วันนี้เห็นแก่ที่เรื่องราวเร่งด่วนข้าจะยกโทษให้ ครั้งหน้าถ้ามารบกวนข้าอีก ข้าจะเอาชีวิตพวกเจ้า นอกจากสามีแล้วข้าไม่อยากเจอใครสักคน!”
พวกราชันเฟยเทียนมองสบตากัน นิสัยของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงไม่ค่อยดี ตอนนี้จะทำอย่างไร หรือว่าต้องออกไปแบบนี้ นางคงไม่กลับเข้าไปนอนในหินผลึกอีกครั้งหรอกนะ?
ดวงตาจินเฟยเหยาจ้องมองของล้ำค่าในรัศมีแสงเหล่านั้น นางไม่ยอมแล้วกันไปแบบนี้แน่ กระทั่งสตรีตนเองก็ยังจูบ สุดท้ายถ้าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยจะร้อนใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ!
ดังนั้นนางจึงกลอกตาแล้วเอ่ยกับเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง “เจ้าแม่ต้นไม้อย่านอนอีกเลย ไปหาสามีของท่านโดยตรงก็พอ”
………………………………………
[1] เหล่าเหนียง เป็นคำเรียกตนเองอย่างหยาบคายของสตรีโดยยกตัวขึ้นเป็นแม่ของคู่สนทนา