คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 468 แทะ
เสียงดังตุ้บ หลี่มู่ถูกเซี่ยลี่โยนลงพื้น จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาเช็ดมือพลางเอ่ยอย่างเย็นชา “เก็บศพไว้ ผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายชอบซากขั้นกำเนิดใหม่ขึ้นไป”
“ขอรับ” สื่อหรูรีบตอบและให้คนยกซากหลี่มู่ไป จากนั้นเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “เจ้าหอ หลี่มู่เป็นคนทำเรื่องนี้หรือ?”
“ไม่ใช่เขา เขาแค่กลัวว่าข้าจะกล่าวโทษจึงหลบหนี ข้าค้นจิตดูแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับเขา เป็นตัวไร้ประโยชน์จริงๆ เสียเวลาข้า” เซี่ยลี่เอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา
จางจิ่งเฉิงจึงเอ่ยถาม “เจ้าหอ ในเมื่อหลี่มู่ไม่ได้เป็นคนทำ ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี”
“ค้นต่อไป ถึงกับกล้าก่อเรื่องในถิ่นของข้า หาตัวคนออกมา ตะเกียงฐานบงกชเก้าวิญญาณกำลังขาดจิตวิญญาณดั้งเดิมมาจุดตะเกียงสวรรค์พอดี” ดวงตาเซี่ยลี่มองสื่อหรูและจางจิ่งเฉิงแวบหนึ่ง คนทั้งสองรู้สึกเหมือนตกลงไปในโพรงน้ำแข็งทันทีอดสั่นสะท้านไปทั้งตัวไม่ได้
คนทั้งสองครุ่นคิด หรือเจ้าหอสงสัยพวกเขา ถ้าใช้เวทค้นจิตก็มีแต่ตายสถานเดียว
เซี่ยลี่ไม่ได้ลงมือแต่มองคนทั้งสองด้วยเจตนาสังหารพลางเอ่ยว่า “ถ้าหาคนร้ายตัวจริงไม่พบ ข้าก็ได้แต่ตามจากพวกเจ้าสองคนแล้ว นิ่งอึ้งอยู่ทำไม ยังไม่รีบไปหาอีก!”
“ขอรับ!” สี่อหรูและจางจิ่งเฉิงรีบพาคนจากไปราวกับหนีเอาชีวิตรอด ค้นหาที่อยู่ของจินเฟยเหยาอย่างดุร้ายไปทั่ว เซี่ยลี่ครุ่นคิด เลิกล้มความคิดจะไปหาเหรินอิ๋นทว่าไปสงบสติอารมณ์พวกผู้บำเพ็ญเซียนที่เอะอะโวยวายว่าจะจากไปก่อน แน่นอนว่ามีเพียงวิธีเดียว นั่นคือใช้เจตนาสังหารและอานุภาพกดดันข่มขู่พวกที่ไม่เชื่อฟังสักหน่อย ฆ่าไม่กี่คนก็สามารถทำให้ทุกคนอยู่ในความสงบได้ เขาไม่ชอบสภาพแวดล้อมเสียงดัง เช่นนี้มีแต่จะทำให้เขาหงุดหงิด ความกระหายจะฆ่าคนยิ่งรุนแรง
คนของหอเหอฮวนค้นหาสัตว์ภูติขนสีดำไปทั่ว จินเฟยเหยาที่มีฐานะเป็นสัตว์ภูติขนสีดำกลับกลายร่างเป็นเทาเที่ยน้อยติดยันต์ซ่อนกายวิ่งมาที่ใต้เรือเหาะ มีคนนอกเข้ามาในตัวเรือน้อยมาก ห้องควบคุมเรือซึ่งใช้บังคับเรือเหาะอยู่ที่นี่เอง
นางไม่มีวิธีอื่นจะชิงตัวหวาหวั่นซีและสยงเทียนคุนคืนมาจากมือเหรินอิ๋นซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่า ถ้าบุกเข้าไปเกรงว่าได้แต่ต้องอ้าขาให้เขาอีกคน อีกฝ่ายไม่ใช่เหรินเซวียนจือ ถ้าเป็นเจ้าหมอนั่นใช้แค่หวาหวั่นซีก็จัดการอยู่หมัด
วิธีช่วยคนที่จินเฟยเหยาคิดได้คือทำลายหอเหอฮวน ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าทำให้ที่นี่ย่อยยับในพริบตา อย่างน้อยที่สุดก็ต้องทำให้เรือเหาะร่วงลงไป ขอเพียงทุกคนแตกตื่นลนลาน นางไม่เชื่อว่าเหรินอิ๋นยังดึงพลังได้ในสถานการณ์เช่นนี้ จะหนีรอดได้หรือไม่ค่อยว่ากันทีหลัง ก่อเรื่องให้ใหญ่โตไว้ก่อน
ห้องควบคุมเรืออยู่ตรงกลางลำเรือ เนื่องจากมีการตรวจสอบทุกแห่งหน ดังนั้นที่นี่จึงมีผู้รับใช้จำนวนมากกำลังค้นหาอย่างละเอียดเช่นกัน ห้องในตัวเรือมีไม่มาก สถานที่หลายแห่งมองเห็นได้ทะลุปรุโปร่ง มองแวบเดียวก็เห็นพื้นที่ทั้งหมดชัดเจน
เรือเหาะของหอเหอฮวนใหญ่โต ทั้งยังสร้างบ้านบนดาดฟ้าเรือมากเกินไปทำให้ผู้รับใช้มีจำนวนไม่พอ หลังจากตรวจสอบที่นี่พวกเขาก็รีบไปตรวจสอบที่อื่น ไม่เช่นนั้นคงตรวจค้นไม่ทั่วทั้งลำเรือ
ห้องที่มีนับพันก็ต้องตรวจค้นทีละห้อง โชคดีที่ทุกคนใช้การรับรู้ได้ไม่เช่นนั้นหลายวันก็คงไม่เสร็จ
จินเฟยเหยานั่งยองๆ อยู่ข้างห้องควบคุมเรือตลอดเวลา ประตูห้องควบคุมเรือมีการป้องกันอันแข็งแกร่งคุ้มครองอยู่ นางไม่มีทางบุกเข้าไปทางประตูได้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาเฝ้ารอตรงหัวเลี้ยวด้านข้างจนผู้รับใช้ตรวจสอบที่นี่เสร็จสิ้น รอให้คนน้อยหน่อย
เห็นคนจากไปเกือบหมดแล้ว จินเฟยเหยาจึงโผล่ศีรษะออกมาเหลียวซ้ายแลขวา มีผู้รับใช้ขั้นหลอมรวมสี่คนเฝ้าอยู่ตรงทางเข้าตัวเรือไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา ดังนั้นนางจึงกลับมาตรงหัวเลี้ยวอีกอย่างวางใจ ใช้อุ้งเท้านำถุงเฉียนคุนออกมาและล้วงพู่กันวิญญาณมาวาดวงเวทเล็กๆ บนกำแพง
หลังวาดวงเวทเล็กๆ นี้เสร็จ สถานที่ที่นางอยู่ก็ซ่อนอยู่ในนั้น ถ้ามีคนผ่านมาจะเห็นเพียงตรงมุมว่างเปล่าไร้สิ่งใด ถึงเล็กก็มีประโยชน์ การกระเพื่อมของพลังวิญญาณวงเวทเล็กน้อยจนไม่เป็นที่สังเกต ไม่เหมือนวงเวทขนาดใหญ่ที่พอขับเคลื่อนก็ทำให้ปราณวิญญาณฟ้าดินโดยรอบปั่นป่วน
นั่งอยู่ในวงเวทเล็กไม่ถึงครึ่งจั้ง จินเฟยเหยาอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวบริสุทธิ์เป็นแถวแน่นขนัดกัดลงไปบนกำแพงราวกับฉีกทึ้งเนื้อแห้ง กำแพงถูกนางกัดเป็นรู นางถ่มเศษไม้ในปากลงในวงเวทและเริ่มกัดคำแล้วคำเล่า
ถึงห้องควบคุมเรือจะมีการป้องกันอันแข็งแกร่งทว่าก็แค่ตรงประตูใหญ่ ส่วนอื่นๆ เนื่องจากไม่มีแม้แต่หน้าต่าง ดังนั้นทั้งหมดจึงสร้างจากไม้ลายเหล็กอันแข็งแกร่งทนทาน ไม่ใช้การป้องกันใดๆ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ใช้ของวิเศษชั้นกลางโจมตีก็แค่ทำให้ไม้ลายเหล็กเป็นรอยเท่านั้น เนื่องจากมีวัตถุดิบชั้นดีขนาดนี้สร้างกำแพงทำให้คนรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่งจึงสร้างการป้องกันไว้แค่ตรงประตู
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนฟันดีขนาดนั่งแทะกำแพงอยู่ตรงมุม
ทว่าคนที่สมองงอกอยู่บนก้นอย่างจินเฟยเหยาไม่ใช้วิธีการปกติธรรมดาแต่กลับทำเรื่องเช่นนี้ ไม้ลายเหล็กแข็งแกร่งจริงๆ ดังนั้นนางจึงได้แต่แทะไม้รสชาติแย่ทีละคำเล็กๆ แต่ตอนนี้นางตัวนิดเดียว แค่แทะออกมาเป็นรูสุนัขลอดก็เข้าไปได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน
ใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อ จินเฟยเหยาจึงแทะไม้ลายเหล็กเป็นรูขนาดหนึ่งฝ่ามือ ด้านในคือห้องควบคุมเรือ นางเกรงว่ากวาดการรับรู้เข้าไปจะทำให้คนรู้สึกตัวจึงยื่นหน้าโผล่ศีรษะเข้าไปมองดูด้านในโดยที่ก้นยังอยู่ข้างนอก
ด้านในเป็นห้องอันกว้างขวาง วางแท่นอาคมลวดลายซับซ้อนหกชิ้นตามรูปลักษณ์หกเหลี่ยม บนนั้นฝังศิลาวิญญาณชั้นล่าง กลางแท่นอาคมมีเสาแสงยิงออกมาหกสายขึ้นไปที่กระจกอาคมลวดลายบงกชบนเพดานห้องและมีม่านแสงสีขาวหิมะทอดตัวลงมาหกด้าน กลางม่านแสงมีเรือเหาะที่สร้างขึ้นจากเงาแสงลำหนึ่ง พอเห็นรูปแบบก็รู้ว่าเป็นเรือเหาะของหอเหอฮวนในตอนนี้
ทว่าส่วนอื่นๆ ของม่านแสงมีเงาดำเป็นชิ้นๆ ที่สร้างขึ้นจากเงาแสง จินเฟยเหยามองดูหลายครั้งรู้สึกว่าคุ้นตาอย่างยิ่ง ทันใดนั้นก็นึกออก นี่คือแผนที่โลกระดับเทพมิใช่หรือ ที่แท้หอเหอฮวนถึงกับใช้แผนที่ชั้นยอดขนาดนี้
เนื่องจากตรงกลางมีเสาแสงและม่านแสง ในห้องควบคุมเรือจึงไม่มีสิ่งของส่องสว่าง นอกจากตรงกลางสว่างแล้ว มุมโดยรอบก็มืดมิดอยู่บ้าง รูที่จินเฟยเหยาแทะออกมาถูกศีรษะที่มีขนสีดำของนางอุดไว้พอดี แสงจากภายนอกจึงไม่ลอดเข้ามา ทำให้คนไม่สังเกตเห็นว่าห้องถูกขุดเป็นรู
ในเวลานี้เอง บนแท่นอาคมส่งเสียงดังแกร่ก ศิลาวิญญาณสองชิ้นพลันมืดลง ใช้ปราณวิญญาณหมดแล้วกลายเป็นหินสีเทา เวลานี้จึงมีผู้รับใช้ขั้นสร้างฐานรีบเดินมาเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณชั้นล่างก้อนใหม่ จินเฟยเหยานับจำนวน พบว่าทั้งห้องควบคุมเรือมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานอยู่แค่หกคน เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของนางอย่างยิ่ง ตามการคาดเดาของนาง สถานที่สำคัญถึงเพียงนี้ต้องหาคนขั้นแปลงจิตหรือขั้นกำเนิดใหม่มาเฝ้าสิ
แต่เห็นสภาพแวดล้อมมืดมิดสุดขีด ผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงนั่งอยู่ที่นี่คงอยู่ว่างจนเบื่อหน่าย ถ้ามีคนให้ตนเองมาทำเรื่องเช่นนี้จริง เกรงว่าตนเองก็คงมีโทสะ น่าเบื่อเกินไป
ผู้บำเพ็ญเซียนหกคนนั่งลงด้านหลังแท่นอาคมอย่างซังกะตาย เห็นศิลาวิญญาณกลายเป็นสีเทาก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเป็นก้อนใหม่แทนศิลาวิญญาณที่กลายเป็นสีเทา งานเรียบง่ายและจืดชืดอย่างยิ่ง อีกทั้งจำนวนครั้งยังเยอะ ก้นยังนั่งไม่ทันร้อนก็ต้องลุกมาเปลี่ยน จินเฟยเหยามองดูอยู่ครู่หนึ่งคนพวกนี้ก็เปลี่ยนศิลาวิญญาณไปไม่ต่ำกว่าสิบครั้งแล้ว
นางอดบริภาษในใจไม่ได้ เจ้าหอช่างตระหนี่จริงๆ ถึงกับใช้ศิลาวิญญาณชั้นล่างขับเคลื่อนเรือเหาะ ทั้งยังบรรทุกคนจำนวนมาก อย่างน้อยก็น่าจะใช้ศิลาวิญญาณชั้นกลาง จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่หลายวัน ศิลาวิญญาณชั้นล่างแบนี้สิ้นเปลืองมหาศาล
แต่พอคิดๆ ดู นี่คือการประหยัดสินะ ศิลาวิญญาณชั้นกลางและศิลาวิญญาณชั้นล่างเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง ไม่ได้นั่งเรือเหาะตามลำพังเสียหน่อย จะได้ใช้ของดีๆ ไม่ต้องยุ่งยาก บรรทุกคนมากมายปานนี้ใช้ศิลาวิญญาณชั้นล่างดีกว่า ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องเปลี่ยนเอง
เห็นในนั้นไม่มีคนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่ง จินเฟยเหยาก็หัวเราะหึๆ มุดเข้าไปทางรู ครั้งนี้กลับมีความเคลื่อนไหว ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานหกคนพบเห็นนางทันที หลังจากเห็นชัดเจนว่าเป็นสัตว์ภูติตัวน้อย หลายคนก็ตะลึงงันแล้วมองรูกว้างหนึ่งฝ่ามือข้างกำแพง
“เกิดอะไรขึ้น?” หลายคนกระโดดพรวด นี่คือไม้ลายเหล็กนะ เหตุใดจึงมีรูได้ นึกถึงเมื่อครู่ยังมีคนเข้ามาตรวจสอบ ส่วนสัตว์ภูติตัวเล็กเบื้องหน้ามีขนสีดำและเขาโง้งพอดี เป็นสัตว์ภูติที่ทุกคนกำลังตามหาอยู่มิใช่หรือ ถึงกับวิ่งมาที่นี่
“จับมันได้ พวกเราจะได้รับรางวัล!” คนทั้งหกตื่นเต้นยินดี นี่คือปิ่งสอดไส้ที่ร่วงลงมาจากฟ้าเชียวนะ เก็บได้ฟรีๆ โดยไม่เปลืองแรง!
จินเฟยเหยากระโจนขึ้นชูอุ้งเท้าเล็กๆ ตบพวกเขา อุ้งเท้าของนางในยามนี้มีขนาดเพียงซานจา[1]เท่านั้น เล็กจ้อยอย่างยิ่ง ใครจะเห็นเจ้าตัวที่มีขนาดใกล้เคียงกับแมวป่าอยู่ในสายตา เห็นอุ้งเท้าตบมายังคร้านจะหลบแตต่คิดจะฉวยโอกาสนี้ใช้มือจับนางไว้
ทว่าเมื่ออุ้งเท้าของจินเฟยเหยาตบลงบนใบหน้าของผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่งก็ได้ยินเสียงตูม ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานช่วงปลายถูกอุ้งเท้าตบลอยออกไปกระแทกบนผนังอย่างหนักหน่วง จากนั้นนางก็เหินร่างหมุนตัว ยกขาหลังขึ้นเตะผู้บำเพ็ญเซียนอีกคนหนึ่ง ความเคลื่อนไหวของนางว่องไวดุจสายฟ้าแลบ กระโจนไปมากลางอากาศไม่กี่ครั้งก็ทำให้คนทั้งหกล้มลง
คนทั้งหกถึงตายก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสัตว์ภูติเล็กๆ ตัวหนึ่งจึงมีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนี้ แค่วนไปมาไม่กี่ครั้งก็ตบผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานหกคนคว่ำ
จินเฟยเหยาหยุดลงคืนสู่ร่างมนุษย์แล้วปัดๆ มือเอ่ยว่า “ถึงกับดูแคลนข้า ขนาดหลบก็ไม่หลบ ถึงตัวจะเล็ก แต่เรี่ยวแรงของเทาเที่ยไม่เล็กนะ แต่เป็นวิธีที่ดี ต่อไปจะใช้กระบวนท่านี้จู่โจมคนอื่น โดยเฉพาะผู้บำเพ็ญเซียนสตรีส่วนมากชอบสัตว์ภูติน่ารักๆ ถึงตอนนั้นพุ่งเข้าใส่อ้อมอกพวกนางจากนั้นค่อยตบแรงๆ ต้องโจมตีร้อยครั้งโดนร้อยคราแน่”
คิดวิธีคดโกงชั่วร้ายได้ สายตาของนางก็มองบนร่างของคนทั้งหก พวกเขารับผิดชอบเปลี่ยนศิลาวิญญาณ ในตัวต้องพกศิลาวิญญาณที่ใช้เสริมแทนแน่ ถึงจะเป็นศิลาวิญญาณชั้นล่างแต่ก็ดีกว่าไม่มี
นางค้นหาถุงเฉียนคุนจากร่างของพวกเขาอย่างชำนิชำนาญ ใช้การรับรู้กวาดมองแวบหนึ่งก็ผิดหวังทันที ในถุงที่มีสัญลักษณ์หอเหอฮวนแต่ละใบมีศิลาวิญญาณชั้นล่างไม่เกินหนึ่งพันก้อน ท่าทางเจ้าหอคนนี้จะตระหนี่มาก ตัดใจให้คนพวกนี้พกเยอะหน่อยไม่ได้
จินเฟยเหยาเก็บศิลาวิญญาณแล้วจึงจ้องมองม่านแสงขนาดยักษ์ ขอเพียงทำลายสิ่งนี้เรือเหาะก็จะร่วงลงไป จะร่วงลงไปที่ใดนะ? บนแผ่นดินหรือในทะเลของโลกระดับวิญญาณ คิดดังนั้นนางก็เริ่มหัวเราะหึๆๆ
…………………………………………………….
[1] ซานจา คือ ผลไม้สีแดงสดขนาดเล็ก รสเปรี้ยว รับประทานได้