คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 470 ของวิเศษชิ้นยักษ์แห่งโลกเทพ
เรือเหาะราวกับบอลเพลิงขนาดยักษ์แหวกนภาไปยังขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว หวาหวั่นซีพลันพบว่านี่คือเส้นทางที่พวกนางมาก่อนหน้านี้พอดี และจุดหมายของทิศทางนี้คือโลกเทพกูซู่
แย่แล้ว! เรือเหาะลำนี้จะชนโลกเทพกูซู่ หวาหวั่นซีตกใจคิดจะขยับตัวแต่กลับเคลื่อนไหวไม่ได้เลยสักนิด นางได้แต่พยายามถ่ายทอดเสียงไปหาสยงเทียนคุนทางด้านข้าง “รีบใช้พลังวิญญาณคุ้มกันทั่วร่าง ด้านหน้ามีโลกระดับเทพแห่งหนึ่ง พวกเราจะพุ่งชน!”
สยงเทียนคุนได้ยินเสียงของนางจึงกัดฟันถ่ายทอดเสียงตอบ “แรงโจมตีมหาศาลเกินไป! นำของวิเศษออกมาไม่ได้ ได้แต่ใช้พลังวิญญาณคุ้มครองทั่วร่าง ชนไปต้องตายแน่”
“นำของวิเศษแก่นชีวิตออกมา ตอนนี้ชีวิตสำคัญที่สุด ขอเพียงมีลมหายใจก็มีชีวิตอยู่ต่อไปได้!” หวาหวั่นซีตวาดเสียงเกรี้ยว ร่างของนางเป็นของปลอม ถึงเสียหายขอเพียงซ่อมแซมใหม่ก็ใช้ได้ ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่มีร่างเลือดเนื้ออย่างสยงเทียนคุนเกรงว่าคงไม่ตายดี
“รู้แล้ว!” เนื่องจากเกี่ยวพันกับจินเฟยเหยาที่อยู่บนเรือ เมื่อครู่สยงเทียนคุนยังเกิดความรู้สึกว่าเป็นสามีภรรยาไม่ได้กลับมีบุญได้ตายด้วยกัน ตอนนี้ถูกหวาหวั่นซีตวาดเตือนสติก็รู้สึกหน้าร้อนลวกทันที คิดว่าเสี่ยวจินกับตนเองจะตายด้วยกันได้อย่างไร ต้องพยายามมีชีวิตต่อไปจึงถูกต้อง!
ดังนั้นความปรารถนาจะมีชีวิตจึงพุ่งพรวด เขากัดฟันปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาให้แนบสนิททั่วร่างอย่างยากลำบาก จากนั้นย้ายกระบี่ดอกจวี๋สังหารมาไว้ในปาก รอพริบตาที่พุ่งชนก็จะคายกระบี่ดอกจวี๋สังหารมาคุ้มครองตนเอง
เวลานี้ปรากฏจุดแสงดวงหนึ่งอยู่ลิบๆ หวาหวั่นซีตกตะลึง เร็วเกินไปแล้ว นี่คือระยะทางที่เดินทางหลายสิบวัน คิดไม่ถึงว่าใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็มาถึงจุดหมาย ถ้าชนด้วยความเร็วระดับนี้ เรือเหาะต้องจบสิ้นแน่!
ม่านตานางหดวูบ ถึงจะเคยตายมาครั้งหนึ่งแล้ว ทว่าความหวาดกลัวก็ยังพลุ่งขึ้นในจิตใจและกรีดร้องลั่น
ตูม!
เรือเหาะชนอย่างรุนแรงด้วยความเร็วอสนีบาตไม่ทันฟาดกรอกหู เป้าหมายพอดีเป็นต้นไม้วิญญาณจริงแห่งโลกเทพกูซู่ การโจมตีอันแข็งแกร่งทลายม่านแสงของต้นไม้วิญญาณจริงแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที กิ่งก้านของต้นไม้วิญญาณจริงพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งคิดจะดีดเรือเหาะออกไป ทว่าเนื่องจากรวดเร็วเกินไปต้นไม้วิญญาณจริงจึงต้านทานการโจมตีของเรือเหาะไม่ได้ ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เรือเหาะกระแทกลำต้นของต้นไม้วิญญาณจริงอย่างรุนแรง
เรือเหาะถูกทำลายกลายเป็นเศษไม้จำนวนนับไม่ถ้วนในพริบตา ยังมีผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหมดถูกชนจนลอยขึ้นมาราวกับเทพธิดาโปรยบุปผา ผู้บำเพ็ญเซียนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรต่ำบางคนถูกคลื่นกระแทกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
ตรงที่จินเฟยเหยาและเซี่ยลี่อยู่คือในตัวเรือ มองไม่เห็นภาพข้างนอก แต่ผิวสัมผัสกลับใหญ่ขึ้นเนื่องจากอยู่ใต้ท้องเรือ พริบตาที่ชนต้นไม้วิญญาณจริงนางก็คำรามลั่น ปราณวิญญาณ ปราณปิศาจ ปราณมาร และไฟนรกทั้งหมดในร่างทะลักออกมาข้างนอกและโอบห่อหุ้มร่างกายชั้นแล้วชั้นเล่าอย่างบ้าคลั่ง กระดูกสีดำเป็นประกายก็ถูกปราณวิญญาณคุ้มครอง ภายในร่างมีแสงรัศมีอันน่าตกตะลึงวาบออกมา
จากนั้นนาง เซี่ยลี่ รวมทั้งเรือเหาะก็ชนต้นไม้วิญญาณจริงพร้อมกัน
หลังการชนอย่างรุนแรงผ่านพ้น โลกเทพกูซู่ก็เงียบกริบราวกับสิ้นชีพ การชนทำให้เกิดผงคลีฟุ้งตลบและแผ่กระจายไปรอบด้านอย่างช้าๆ หลังฝุ่นธุลีหายไป สภาพที่นั่นก็เละเทะเป็นแถบ
บนลำต้นของต้นไม้วิญญาณจริงราวกับถูกสัตว์ขนาดยักษ์กัดไปคำหนึ่ง มีรอยกว้างหลายร้อยจั้งปรากฏอยู่ ส่วนเรือเหาะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือแค่เศษชิ้นส่วนและเศษต้นไม้เกลื่อนพื้น ยังมีผู้บำเพ็ญเซียนที่บ้างล้มตายบ้างพิการร่วงอยู่บนพื้นราวกับเศษขยะ
ในโลกเทพกูซู่มีเผ่าปิศาจจำนวนมาก พวกเขาก็โดนคลื่นกระแทกนี้เช่นเดียวกัน บาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน บางคนโดนคลื่นกระแทกแล้วถึงกับพุ่งออกไป ไม่รู้ว่าถูกชนไปที่ใดแล้ว
หวาหวั่นซีได้สติเป็นคนแรก ร่างกายของนางไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด ต่อให้บาดเจ็บหนักแค่ไหนก็ไม่หมดสติ แต่นางถูกฝังอยู่ใต้กองเศษซาก ดังนั้นนางใช้พลังวิญญาณเล็กน้อย พอพบว่ามือและเท้าไม่มีปฏิกิริยาก็พยายามขยับศีรษะ วิญญาณจริงของนางถูกใส่ไว้ในศีรษะทว่ากู่หลิงซินกลับอยู่ในร่างกาย ตอนนี้ไม่มีกู่หลิงซินคอยให้พลังงาน นางได้แต่ใช้พลังวิญญาณที่ฝืนใช้ได้เคลื่อนไหวศีรษะพยายามมุดออกมาจากใต้เศษซาก
ฉากเบื้องหน้าทำให้นางตกตะลึงอย่างหนัก ที่นั่นน่าสลดสังเวช นางอดคิดไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ไม่สนใจชีวิตของผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ถึงกับเตะเรือมา พอก้มหน้าลงมองหวาหวั่นซีก็ยิ้มอย่างขมขื่น อย่างที่คาดไว้ ร่างกายของนางถูกชนจนแตกเป็นสี่ห้าส่วนจริงๆ ตอนนี้เหลือแค่ศีรษะ ร่างส่วนอื่นๆ ไม่รู้ว่าไปที่ใดแล้ว
จริงสิ ชุดจูเชวี่ยของข้า! หวาหวั่นซีไม่สนใจเรื่องอื่น เริ่มค้นหาชุดจูเชวี่ยของตนเองทันที นั่นเป็นของวิเศษชั้นยอดเชียวนะ ถ้าหายไปจินเฟยเหยาต้องอาละวาดตายแน่ เห็นรอบด้านยังไม่มีใครปรากฏตัว นางจึงรีบกระโดดค้นหาชุดจูเชวี่ยของตนเองในกองเศษซาก หาชุดจูเชวี่ยไม่พบนางกลับพบสยงเทียนคุนแทน
ร่างครึ่งหนึ่งของสยงเทียนคุนถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพัง นอนแน่นิ่งราวกับตายไปแล้ว หวาหวั่นซีกระโดดไปหา ใช้ศีรษะของตนเองชนเขา ทว่าสยงเทียนคุนกลับไม่มีปฏิกิริยา นางจึงคิดจะฟังดูว่าเขายังมีเสียงหัวใจเต้นอยู่หรือไม่ จึงกระโดดไปคิดจะฟัง ขณะกระโดดไม่ทันระวังไปสัมผัสไหล่ของเขาเข้า ได้ยินเสียงดังกร๊อบหัวไหล่ทั้งหมดผิดรูปทันที
หวาหวั่นซีตะลึงงัน ส่งพลังวิญญาณออกไปตรวจสอบทั่วร่างเขาโดยไม่สนใจจะประหยัดพลังวิญญาณที่มีอยู่ไม่มาก หลังจากตรวจสอบ นางก็ส่ายศีรษะ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายจริงๆ ข่าวดีคือสยงเทียนคุนยังมีชีวิตอยู่ ข่าวร้ายคือกระดูกหลายแห่งทั่วร่างเขาแตกละเอียด อวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย สามารถตายได้ทุกเมื่อ
ทันใดนั้น ยามนี้มีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนและเสียงพูดจาดังมา หวาหวั่นซีรีบเอียงศีรษะพิงข้างกายสยงเทียนคุน ปลอมเป็นศีรษะคนตายหรี่ตามองสภาพการณ์รอบด้าน
“ใครกัน!” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงปรากฏตัวขึ้นอย่างเดือดดาล นางเห็นต้นไม้วิญญาณจริงถูกชนจนหายไปชิ้นหนึ่ง ในใจให้เดือดดาลสุดขีด ต้นไม้วิญญาณจริงคือนาง นางคือต้นไม้วิญญาณจริง ตอนนี้ต้นไม้วิญญาณจริงถูกชนจนกลายเป็นแบบนี้ ตัวนางก็ไม่ดีไปกว่ากันเท่าไรนัก เมื่อครู่นางกระอักโลหิตสดคำโตๆ ออกมาหลายครั้งในถ้ำต้นไม้ด้านล่าง จนถึงตอนนี้ก็ยังเจ็บเอวอยู่
มองดูที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพบว่ามีเผ่ามนุษย์อยู่ทั่วทุกแห่ง นางขมวดคิ้วบอกเผ่าปิศาจข้างกาย “เซียวเหม่ย หาคนที่รอดชีวิตมา ข้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำ!”
“เจ้าค่ะ!” สตรีเผ่าปิศาจขั้นกำเนิดใหม่ช่วงต้นคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านข้าง มือถืออาวุธนอกรีต ถึงกับเป็นปังตอขนาดใหญ่เล่มหนึ่ง นางไม่มีปีก ใบหน้าก็ไม่แหลม ไม่ใช่มนุษย์วิหคของโลกเทพกูซู่
เซียวเหม่ยยกปังตอเริ่มค้นหาในเศษซาก เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงสั่งการอีกด้วยสีหน้าเย็นชา “หลิงหลง เจ้าพาคนไปทำความสะอาดทันที ดูว่าคนของพวกเราบาดเจ็บล้มตายไปมากเพียงใด ราชันเฟยเทียน เจ้าพาเผ่าเหนี่ยวเหาะไปจับตาดูบนท้องฟ้า สังเกตความเคลื่อนไหวภายนอก เชวี่ยอิง เจ้าไปเรียกทุกคนมา ห้ามขาดแม้แต่คนเดียว ถึงกับกล้าทำร้ายข้าบาดเจ็บ ถึงตายแล้วก็จะให้พวกเขาเป็นปุ๋ยของข้า”
เผ่าปิศาจทุกคนได้รับคำสั่งก็พาคนจากไป เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงมองทุกสิ่งเบื้องหน้าอย่างดุร้ายน่ากลัว ถ้าเรือเหาะของเผ่ามนุษย์ลำนี้พลาดมาชนก็ให้พวกเขาแต่ละคนไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ แต่ถ้าจงใจทำ เช่นนั้นก็ต้องให้พวกเขามาได้กลับไม่ได้ ลิ้มลองรสชาติของหมื่นพิษกร่อนกระดูกขออยู่ไม่ได้ขอตายไม่สมปรารถนา
ครั้งที่แล้วราชันเสินอวี่ช่วยจินเฟยเหยาต้านทานหายนะโดยบังเอิญ ถึงแม้จะพาคนหลบหนีไปได้ ทว่าเนื่องจากแก้พิษไม่ได้มาตลอด สิ่งของประเภทน้ำค้างทองร้อยขจัดมีวัตถุดิบมากเกินไป ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายโอกาสรอดริบหรี่ ในเวลาสั้นๆ หาวัตถุดิบได้ไม่ครบ บวกกับไม่อยากเข้าใจผิดกับเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง คนขั้นว่างเปล่าในเผ่าของนางจึงมาหาเจ้าแม่ต้นไม้ที่โลกเทพกูซู่
นี่คือพูดจาดีๆ จนหมดเกลี้ยงและให้ผลประโยชน์ไปไม่น้อย เจ้าแม่ต้นไม้จึงเห็นแก่หน้าและน้ำใจที่ราชันเสินอวี่ก็ถือเป็นเทพผู้ปกปักษ์เผ่าปิศาจจึงนำน้ำยาแก้พิษออกมา เผ่าปิศาจอื่นๆ ก็ส่งคนมาเชื่อมสัมพันธ์กับเจ้าแม่ต้นไม้ เจ้าแม่ต้นไม้มีสิ่งที่พวกเขาต้องการ นั่นคือของเหลวต้นไม้วิญญาณจริง มันสามารถใช้ใส่ในหญ้าวิญญาณอื่นๆ แทนหญ้าวิญญาณอายุห้าร้อยปีขึ้นไปหลอมเป็นยาได้ อีกทั้งประสิทธิภาพยังดีกว่าหญ้าวิญญาณธรรมดา นับเป็นสิ่งวิเศษอันล้ำค่าที่สุดในโลกระดับเทพ
จู่ๆ เจ้าแม่ต้นไม้ก็หลับลึกมานานปีทำให้เผ่าปิศาจทั้งหมดรอคอยอย่างทุกข์ทน สูญเสียของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงไป ยาเพิ่มพลังบำเพ็ญเพียรทั้งหมดล้วนต้องเตรียมหญ้าวิญญาณให้ครบ ไม่มีสิ่งที่ใช้แทนได้เลย ทว่าตอนนี้เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงได้สติแล้ว คนของทั้งสามเผ่าจึงตื่นเต้น
ถึงเจ้าแม่ต้นไม้จะเรียกตนเองว่าเป็นเทพผู้ปกปักษ์ของเผ่าปิศาจ ทว่านางไม่เพียงแลกเปลี่ยนของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงกับเผ่าปิศาจเท่านั้น โลกเทพกูซู่ในปีนั้นมีของวิเศษเยอะที่สุดและเป็นสถานที่ซึ่งมีผู้บำเพ็ญเซียนมากที่สุด ทุกคนต่างคิดจะแลกเปลี่ยนกับเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง เพื่อให้ได้ของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงมาใช้ง่ายๆ
เซี่ยลี่เชิญเหรินอิ๋นมาในครั้งนี้ก็เพราะได้ยินว่าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงตื่นแล้ว โลกเทพกูซู่กลับคืนสู่ความมีชีวิตชีวาอีกครั้งจึงคิดจะชิงลงมือก่อน เขาเชิญเหรินอิ๋นที่มีการไปมาหาสู่กับเผ่าปิศาจมาช่วยเหลือและสร้างความสัมพันธ์ก่อนเพื่อให้ได้ของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงเร็วกว่าผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์และเผ่ามารอื่นๆ ก้าวหนึ่ง ถึงไม่ได้แลกเปลี่ยนกับเจ้าแม่ต้นไม้โดยตรง ได้ของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงจากมือเผ่าปิศาจก็เป็นเรื่องดี
แต่คิดไม่ถึงเลย ไม่รู้ว่าเหรินอิ๋นในยามนี้มีสารรูปใดแล้ว เขากลับถูกส่งมาที่โลกเทพกูซู่โดยตรง ถึงเขายังมีชีวิตอยู่ แต่เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะเจรจาแลกเปลี่ยนกับเขาอย่างสงบนิ่งหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นางไม่นำเขาไปทำปุ๋ยต้นไม้ก็นับว่าดีแล้ว
ส่วนพวกเผ่าปิศาจเมื่อครู่เป็นคนที่เผ่าปิศาจอื่นๆ ส่งมารับใช้เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงทั้งหมด
สตรีเผ่าปิศาจคนหนึ่งที่เดินผ่านข้างกายสยงเทียนคุนพลันชะงักฝีเท้า เอ่ยอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง “พวกเจ้าดูคนผู้นี้สิ สิ่งที่ไหลตรงบาดแผลไม่ใช่โลหิตสดทว่าเป็นสิ่งของสีเงิน นี่คือสิ่งใด มีเผ่ามนุษย์เลือดสีเงินด้วยหรือ?”
“หลี เจ้าพูดอะไรน่ะ ขอข้าดูหน่อย” มีเผ่าปิศาจได้ยินคำพูดของนางจึงเดินมามองอย่างสงสัย
สิ่งที่พวกนางมองดูพอดีเป็นหวาหวั่นซี โลหิตของนางใช้โลหิตสีเงินของทายาทฉีหลินสร้างขึ้น ย่อมแตกต่างจากเผ่ามนุษย์ธรรมดา เห็นพวกนางจ้องมองตนเอง หวาหวั่นซีจึงนิ่งสนิทปลอมเป็นศีรษะของคนตายต่อไป
ทว่าสยงเทียนคุนที่อยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายด้านหลังนางกลับแสร้งทำไม่ได้ เขายังมีลมหายใจอยู่นิดๆ จึงถูกเผ่าปิศาจพบเห็นทันที
“เผ่ามนุษย์คนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ดียิ่งนัก นำไปส่งมอบให้เจ้าแม่ต้นไม้ได้” คนทั้งสองใช้การรับรู้กวาดดูสยงเทียนคุน พบว่าเขายังมีชีวิตอยู่แค่ไม่ได้สติ ไม่ได้สติก็ไม่เป็นไร ขอเพียงมีชีวิตอยู่ก็สามารถใช้เวทค้นจิตได้
คนทั้งสองกำลังคิดจะลากเขาไป พลันมีเสียงพรวด มีคนผู้หนึ่งมุดออกมาจากใต้เศษซากที่อยู่ไม่ไกลนัก พอออกมาคนผู้นี้ก็ด่าทอ “ถุย! ที่แท้เจ้าสารเลวคนใดทำ อยากเล่นเกมพุ่งชนก็ไปเล่นคนเดียวสิ มาทำร้ายคนอื่นทำไม!”
………………………………………..