ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 414 : เสวียนโยว!
หลังจากเสวียนโยวถูกเนรเทศ เขาก็รู้ทันทีว่าตนได้พบกับคู่มือแล้ว
ทั้งนี้ยังเป็นคู่มือที่น่าหวั่นเกรงคนหนึ่ง บางทีวันนี้เขาอาจถึงขั้นตกตาย
ที่นี่ก็ได้
เพราะลูกไม้ในการเนรเทศนี้มิใช่ลูกไม้ที่ผู้ใดก็สามารถควบคุมได้ มี
เพียงยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งโลกเท่านั้นถึงจะมีลูกไม้เช่นนี้ ยิ่งไป
กว่านั้น นี่ยังเป็นการออกแรงเนรเทศยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งโลกอีก
ท่าน!
แต่ทว่าหลังจากเสวียนโยวถูกเนรเทศมายังโลกใบนี้ เช่นนั้นยามนี้
เขาก็เหลือเพียงเส้นทางเดียวที่สามารถเดินได้ นั่นก็คือสู้จนสุดชีวิต ใน
โลกอันว่างเปล่าเช่นนี้ ต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้เท่านั้นถึงจะสามารถ
ออกไปได้
เงาร่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเสวียนโยวอย่างเนิบช้าภายใต้
สายตาของเขา คนผู้นั้นก็คือโครงกระดูกผลึกใสรูปร่างมนุษย์ คลื่น
ลมปราณของคนผู้นี้อยู่เพียงขั้นเจ้าทรราช แต่เขากลับทำให้เสวียนโยว
รู้สึกถึงความแปลกประหลาด และความรู้สึกเช่นนี้ เขาเคยได้รับจากร่าง
ของเจ้าแห่งความตายเท่านั้น
พอนึกมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเสวียนโยวก็หนักแน่นเกินบรรยาย ถึง
เขาจะอยู่ในสภาพของวิญญาณมืดมิด แต่เขาก็รู้ว่า วันนี้ตนเจอกับ
ปัญหาอันหนักหน่วงเสียแล้ว
อีกด้านหนึ่ง เซียวฮั่นก้าวฝ่าเท้าเข้ามาในโลกอันว่างเปล่าใบนี้
จากนั้นสายตาของเขาก็ทอดลงบนร่างของเสวียนโยว ร่างของเสวียน
โยวทั้งร่างดูคล้ายกับหมอกอันหนาทึบที่ไม่สามารถมองเห็นเงาร่างได้
อย่างชัดเจน
และนี่ก็คือจักรพรรดิทรราชในรูปร่างวิญญาณมืดมิดท่านหนึ่งผู้
เป็นหนึ่งในจักรพรรดิทรราชผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม และเป็นการดำรงอยู่ที่
สามารถบั่นทอนอานุภาพการโจมตีของทุกสิ่ง ต่อให้พลังที่โจมตีลงบน
ร่างของเขาน่าพรั่นพรึงเพียงใด ก็ยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้
ดังนั้น พลังจากกายหยาบของเซียวฮั่นจึงใช้สู้กับเสวียนโยวไม่ได้ มิ
เช่นนั้น เซียวฮั่นคงไม่เปลืองแรงเนรเทศเสวียนโยวมากถึงเพียงนี้
“ใต้เท้า เผยร่างจริงของเจ้าออกมาเถิด!”
สายตาของเสวียนโยวจับจ้องไปยังเซียวฮั่น จากนั้นเสียงเบาๆ ก็ดัง
ขึ้นอย่างเชื่องช้า เซียวฮั่นสามารถพรางตนจากคนอื่นได้ ทว่าเขามิอาจ
ทำเช่นนั้นกับเสวียนโยว
อย่างไรสวรรค์มรณะก็มียอดฝีมือไม่กี่ท่าน และเสวียนโยวก็รู้จัก
พวกเขาทั้งหมด ในเมื่อเซียวฮั่นมิใช่หนึ่งในนั้น เช่นนั้นเซียวฮั่นก็ต้อง
เป็นการดำรงอยู่ที่มาจากด้านนอกของสวรรค์มรณะ
แววตาของเสวียนโยวเปล่งประกายวับวาบ พอเงาร่างของเซียวฮั่น
ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เสวียนโยวก็รู้ว่าทันทีว่าเซียวฮั่นมาจากที่ใด
“ดูเหมือนว่าตำนานจะเป็นเรื่องจริง!”
เสวียนโยวทอดสายตาไปยังเซียวฮั่น แล้วจึงเอ่ยพึมพำขึ้นมา
เสวียนโยวอยู่ในฐานะของการดำรงอยู่ที่อาวุโสเกินบรรยาย เขาย่อมรู้
ความลับที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ บางส่วนไม่รู้
และเซียวฮั่นก็ไม่ได้รีบร้อนจะออกมือ เขาก็มองไปยังเสวียนโยว
ก่อนจะเอ่ยพลางแย้มยิ้ม
“ดูเหมือนว่าเจ้าก็รู้ความลับอยู่บ้างนี่!”
“ข้าแค่เคยได้ยินมาเท่านั้น! เพียงแต่ในเมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะออก
มือ เช่นนั้นทุกสิ่งก็ต้องดับสูญ! หรือจะกล่าวให้ชัดๆ ก็คือ หายนะกำลัง
จะมาเยือน!”
เสวียนโยวส่ายศีรษะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยี่หระ ความตายนั้นไม่
สำคัญสำหรับเขาไปนานแล้ว
ที่ใช้ชีวิตนั้นก็เป็นเพียงเพื่อใช้ชีวิตไปวันๆ ช่วงเวลายาวนานนับไม่
ถ้วน นอกจากการหลับใหลก็ไม่มีสิ่งใดแล้ว หลังจากก้าวเข้าสู่ขั้น
จักรพรรดิทรราช เขาก็ไม่ได้ทะลวงขอบเขตอีกเลย และเขาก็รู้ว่าตน
เดินมาถึงปลายทางแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงรอคอยความตาย หรือไม่
ก็กลายเป็นอาหารของผู้อื่น
ต่อให้ไม่เต็มใจ แต่จะทำอย่างไรได้ ถึงเขาจะเป็นจักรพรรดิทรราช
แล้วอย่างไร ท้ายที่สุด ก็เป็นได้เพียงแค่อาหารอันโอชะเท่านั้น
การเกิดขึ้นมาในโลกเช่นนี้ก็คือความโศกเศร้าของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
คนธรรมดาก็ดี เทพมารก็ดี ต่อให้เป็นผู้ถือครองไร้เทียมทานหรือยักษ์
ใหญ่แห่งยุค แล้วอย่างไร?
ต่อให้ยามนี้เซียวฮั่นนิ่งลงแล้วแล้ว! ทว่าสิ่งมีชีวิตทั้งมวลก็ยังต้อง
ต่อสู้ดิ้นรนจนถึงที่สุด แม้ว่าตัวเขาเองจะถูกยกเว้นก็ตาม
“ยอดฝีมือมนุษย์ การต่อสู้ระหว่างข้าและเจ้า หวังว่าเจ้าจะ
สามารถทำให้ข้าตกอยู่ในห้วงแห่งการหลับใหลได้จริงๆ! เพราะข้าก็เบื่อ
หน่ายการใช้ชีวิตเช่นนี้เต็มทีแล้ว! แต่ถึงอย่างไรข้าก็มิอาจยั้งมือ!”
เสวียนโยวคลี่ยิ้ม ก่อนที่เงาร่างที่มองไม่เห็นของเขาจะบิดเบี้ยว
จากนั้นชายผู้มีสีหน้าไร้อารมณ์ในชุดคลุมสีดำสายหนึ่งจะปรากฏขึ้น
ตรงหน้าเซียวฮั่น
“ข้ารู้แล้ว!”
เซียวฮั่นเอ่ยขึ้นพร้อมกับพยักหน้า ยอดฝีมือก็ต้องมีศักดิ์ศรีของ
ยอดฝีมือ แม้จะตายก็ต้องตายอย่างสมศักดิ์ศรี
“เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว!”
ระหว่างที่เอ่ย ลมปราณแห่งความตายอันสมบูรณ์สายหนึ่งก็กวาด
ล้างออกมาจากร่างของเสวียนโยว ชั่วขณะนี้ความตายได้กลืนกินทุกสิ่ง
เข้าไปแล้ว!
“การทอดถอนใจแห่งความตาย!”
“เฮ้อ…”
เสียงถอนหายใจสายหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของตน ณ เวลานี้ ทุกสิ่ง
แห้งเหี่ยวโรยรา ทุกสิ่งล้วนเป็นความตาย
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวฮั่นเผชิญหน้ากับความตายเช่นนี้ เมื่อเทียบ
กับความตายอันสมบูรณ์ของการดำรงอยู่ไร้เทียมทานนั้น การทอดถอน
ใจแห่งความตายของเสวียนโยวนับว่ายังอ่อนด้อยกว่าเล็กน้อย
แต่ก็ไม่สามารถประมาทได้แม้เพียงนิดเดียว นี่เป็นการทอดถอนใจ
แห่งความตายที่มาพร้อมกับพลังกฎแห่งมรณะ ภายใต้เสียงถอนหายใจ
สายนี้ ต่อให้เป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุคก็ยังต้องตกตาย
พลังมรณะกำลังกลืนกินพลังชีวิตของตน ตอนนี้พลังชีวิตไหลเวียน
ทั่วร่างด้วยความรวดเร็ว เพียงแต่เซียวฮั่นกลับไม่ไหวติงโดยสิ้นเชิง ยาม
นี้เขาก็ควบคุมพลังกฎหงเหมิงแห่งความตายสายหนึ่งแล้ว อาศัยเพียง
การทอดถอนใจแห่งความตายนั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาลนลาน
จนทำสิ่งใดไม่ถูก
จากนั้นพลังแห่งกฎมรณะก็ปรากฏขึ้นบนร่างของเซียวฮั่น
เช่นเดียวกัน การทอดถอนใจแห่งความตายจึงไม่มีทางกัดกินร่างของ
เซียวฮั่นได้อีกต่อไป
เพราะเป็นพลังกฎแห่งความตายเหมือนกัน พวกเขาทั้งสองฝ่ายจึง
ทำอันตรายอันใดต่อกันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เสวียนโยวจึงมิได้รู้สึกแปลกใจ
แต่อย่างใด เขาสะบัดฝ่ามือ ก่อนที่ใบมีดดำขลับเล่มหนึ่งจะปรากฏขึ้น
กลางฝ่ามือของเขา เพียงชั่วครู่ เงาอันเลือนรางไร้จุดสิ้นสุดของเสวียน
โยวก็ฟุ้งกระจายไปทั่วโลกอันว่างเปล่าทั้งใบอย่างฉับพลัน
“ฝังทำลายชั่วนิรันดร์!”
บัดนี้ใบมีดดำขลับอันไร้ขอบเขตที่มาพร้อมกับพลังมรณะมหาศาล
ได้ฝังทุกสิ่งทั้งเป็น รวมถึงฝังทำลายนิรันดร์กาลด้วย!
รัศมีอันมืดมนเปล่งประกายวาววับ ฉับพลันนั้น ใบมีดดำขลับนับ
พันล้านได้เก็บเอาทุกสิ่งขึ้นมาด้วยกระบวนท่าแห่งความตาย ทุกสรรพ
สิ่งสูญสลายภายใต้การโจมตีเดียว ฝังทำลายชั่วนิรันดร์!
“กระบี่ทำลาย!”
กระบี่แห่งความตายที่รวบรวมพลังแห่งกฎความตายสายหนึ่ง
ปรากฏขึ้นในมือของเซียวฮั่น พอกระบี่เล่มนี้ฟาดฟันออกไป กระที่
ทำลาย! กระบี่อันธรรมดาสามัญทำลายสรรพสิ่ง! ความตายต้องมา
เยือนอย่างแน่นอนภายใต้กระบี่เล่มเดียว!
การปะทะระหว่างความตายและความตาย จึงมีเพียงแค่ความตาย
ที่น่าพรั่นพรึงยิ่งขึ้น ทุกสิ่งล้วนตกตายอย่างเงียบเชียบ ไม่ว่าจะเป็น
เซียวฮั่นหรือเสวียนโยว ใบหน้าของแต่ละคนต่างเผยซึ่งสีหน้าที่ไร้ซึ่ง
พลังชีวิต นี่คือพลังมรณะระหว่างคนทั้งสองที่กำลังกลืนกินพลังชีวิต
ของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
“โลงศพทมิฬมรณะ!”
“เปิด!”
โลงศพสีดำโลงหนึ่งโผล่ขึ้นในความตายอันไร้จุดสิ้นสุด ยามนี้
ลมปราณมรณะกำลังโอบล้อมโลงศพทมิฬนี้ไว้ จากนั้นกลิ่นอายอัน
โหดเหี้ยมก็กวาดล้างออกมาจากโลงศพทมิฬมรณะ
“ตูม!”
ทันทีที่โลงศพเปิดออก พลังมรณะอันน่าหวาดผวาก็จู่โจมออกมา
ประหนึ่งกระแสน˺าไหลเชี่ยว ก่อนที่ศพร่างหนึ่งจะคืบคลานออกจากโลง
ศพทมิฬนั้น
สีหน้าของศพร่างนี้เฉยชาไร้อารมณ์ ทั้งยังไร้ซึ่งพลังชีวิตอันใด สอง
ตาอันกลวงโหวงมีแววแห่งความน่าหวาดผวาที่กลืนกินพลังชีวิตของทุก
สิ่ง ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องถูกดูดกลืนพลังชีวิตภายใต้ดวงตา
ของศพนี้
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!”
เซียวฮั่นมองไปยังศพร่างนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจสาเหตุที่เสวียนโยว
ผู้อยู่ในฐานะจักรพรรดิทรราชไม่ได้เปิดโลกต้นกำเนิดอันกว้างใหญ่ของ
ตนขึ้นมา
เพราะศพร่างนี้เป็นศพของเสวียนโยว! เสวียนโยวจึงกลายเป็น
วิญญาณมืดมิด และศพของตนก็ได้บ่มเพาะจนกลายเป็นศพเทพ
กล่าวได้ว่า หากเสวียนโยวและศพของตนผสานร่างเป็นหนึ่งเดียว
ความแข็งแกร่งที่สามารถปลดปล่อยออกมาได้ก็อาจถึงขั้นอยู่เหนือกว่า
จักรพรรดิแห่งโลกทั่วไป
“ยอดฝีมือมนุษย์ ให้ข้าได้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้า
เถิด!”
พอสิ้นเสียงถอนหายใจ เงาร่างของเสวียนโยวและศพของเขาก็
ผนวกรวมกันเป็นหนึ่ง
นี่คือครั้งแรกที่เสวียนโยวและศพของเขารวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่ง
เดียว และนี่ก็ยังหมายความว่า เสวียนโยวได้ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะตาย
แล้ว
“ตาย!”
ระหว่างที่เสวียนโยวคลานออกมาจากโลงศพทมิฬ พลังมรณะที่
รวมอยู่บนร่างของเขาต้องอยู่เหนือกฎความตายแน่นอน หลังจากพลัง
มรณะอันน่าพรั่นพรึงกวาดล้างออกมา แม้แต่เซียวฮั่นในตอนนี้ก็ยังรู้สึก
ราวกับจะถูกพรากชีวิต
“วิ้ง!”
พอรัศมีอมตะเปล่งประกายระยิบระยับออกมาจากร่างเต๋าอมตะ!
พลังมรณะที่น่าหวาดกลัวนั้นจึงไม่มีทางรุกล˺าร่างของเซียวฮั่นได้อีก
ต่อไป เพียงแต่สีหน้าของเซียวฮั่นในตอนนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเกิน
บรรยายขึ้นมา
การที่เสวียนโยวและศพของเขานั้นรวมกันเป็นหนึ่งเดียว นี่เท่ากับ
ยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งโลกสองท่านรวมร่างเข้าด้วยกัน ความ
แข็งแกร่งก็จะเพิ่มพุ่งพรวดอย่างน่าหวาดผวา และราคาที่ต้องจ่ายก็คือ
เสวียนโยวต้องตายเท่านั้น
นี่คือการต่อสู้กับเซียวฮั่นที่เสวียนโยวมีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะตาย
ไม่ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไรก็ล้วนไม่สลักสำคัญสำหรับเสวียนโยว สำหรับ
เขานั้น เขาแค่คิดจะสู้รบอย่างสุดกำลังสักรอบเท่านั้น นี่คือการต่อสู้ครั้ง
สุดท้ายในชีวิตของเขา และจะเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขา
ด้วย
ในเมื่อเซียวฮั่นให้โอกาสนี้แก่เขา เสวียนโยวย่อมมิอาจพลาดมันไป
ได้ อย่างไรพอหายนะในภายภาคหน้ามาถึง เขาก็จะไม่มีโอกาสเช่นนี้
แล้ว ถึงยามนั้น เกรงว่าเขาคงถูกบดขยี้ให้ตายอย่างง่ายดายคล้ายกับ
เป็นมดปลวกเพียงตัวเดียว
แต่ไม่ว่าอย่างไร เสวียนโยวก็ยังเป็นจักรพรรดิทรราชท่านหนึ่ง ใน
เมื่อต้องการตาย ก็ต้องตายอย่างมีเกียรติ!
หลังจากเสวียนโยวรวมร่างเข้ากับศพของตนแล้วปะทุพลังที่
เหนือกว่ายอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งโลกทั่วไปออกมา เซียวฮั่นก็เริ่ม
เคลื่อนไหว
บัดนี้ โลกอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตหกใบโผล่ขึ้นที่ด้านหลังของ
เซียวฮั่น หนึ่งในนั้นก็คือโลกไร้จุดสิ้นสุดสิบใบที่รวมกันกลายเป็น
จักรวาลระดับจักรพรรดิหนึ่งจักรวาล ส่วนโลกอีกห้าใบที่เหลือก็คือ
จักรวาลอันดับสองที่เปิดหลังจากเซียวฮั่นเข้ามาในสวรรค์มรณะ
พลังของจักรวาลระดับจักรพรรดิและจักรวาลอันดับสองห้า
จักรวาลรวมอยู่บนร่างของเซียวฮั่นในทันที ชั่วขณะนี้พลังที่น่าหวั่น
เกรงได้ระเบิดออกมาจากร่างของเซียวฮั่น
ในตอนนี้ คนทั้งสองไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใดออกมา พวกเขาต่าง
ปลุกเร้าพลังของตนทั้งหมดที่มีอย่างสุดความสามารถ กระบี่แห่งความ
ตายที่เซียวฮั่นกุมไว้ในมือเปล่งประกายรัศมีกระบี่พร่างพราว ก่อนที่เงา
ร่างของเขาและเสวียนโยวที่กำลังจับกุมใบมีดดำขลับจะปะทะเข้า
ด้วยกันอย่างดุเดือด
การปะทะกันแต่ละครั้ง พลังของคนทั้งสองก็ปะทะเข้าด้วยกัน
อย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน ทั้งยังส่งผลให้ร่างเต๋าอมตะของเซียวฮั่นเริ่ม
แตกสลาย ขณะเดียวกัน พลังมรณะที่น่าพรั่นพรึงก็กัดกินร่างเต๋าอมตะ
ของเซียวฮั่นอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะเป็นร่างเต๋าอมตะขั้นสูงก็ยังต้านทาน
การกัดกร่อนของพลังมรณะที่น่าหวาดกลัวนั้นไม่ได้
ร่างเต๋าอมตะของเซียวฮั่นกลับกลายเป็นอ่อนด้อยเกินบรรยาย
ภายใต้การกัดกินของพลังมรณะ การปะทะกันแต่ละครั้งทำให้ร่างกาย
ของเซียวฮั่นเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาทีละสาย
ส่วนร่างของเสวียนโยวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน อย่างที่รู้กันว่า การจู่โจม
ของเซียวฮั่นแต่ละครั้งเป็นการปลุกเร้าพลังของจักรวาลระดับ
จักรพรรดิหนึ่งจักรวาลบวกเข้ากับจักรวาลอันดับสองห้าจักรวาล ด้วย
เหตุนี้การโจมตีแต่ละครั้งจึงสามารถพังทลายโลกอันยิ่งใหญ่หนึ่งใบได้
ไม่ยาก กระทั่งจักรวาลระดับจักรพรรดิอาจแบกรับการโจมตีไม่กี่ครั้ง
ของเซียวฮั่นไม่ไหว
ดังนั้น ร่างของเสวียนโยวจึงแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีภายใต้การ
ปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง รัศมีกระบี่แทงทะลุทรวงอกจนเกิดเป็นรูขนาด
มหึมา ทั้งยังเกิดรอยแผลที่แสนสยดสยองขึ้นมาทั่วร่าง
แต่ทว่าก็ยังไม่มีผู้ใดหยุดมือ ยามนี้ พวกเขาต่างจับจ้องไปยังอีก
ฝ่ายโดยไม่ละสายตา! พวกเขาต่างปลดปล่อยพลังออกมาไม่ขาดสาย
พลังทำลายล้างได้พังทลายทุกสิ่งอย่างรุนแรง
ตอนนี้ พลังที่ปลดปล่อยออกมาในแต่ละครั้งที่คนทั้งสองปะทะกัน
ล้วนสามารถทำลายจักรวาลระดับจักรพรรดิได้หนึ่งจักรวาล ต่อให้เป็น
พลังที่ทะลักออกมาเพียงสายเดียวก็ยังสามารถสังหารผู้ถือครองแห่งยุค
ท่านหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าจะเป็นเซียวฮั่นหรือเสวียนโยวก็ต่างใช้พลังทั้งหมดที่มี ความ
แข็งแกร่งของคนทั้งสองได้หลุดพ้นขอบเขตที่ยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิ
แห่งโลกทั่วไปสามารถไปถึงเสียแล้ว
กระทั่งไม่ว่าจะเป็นเซียวฮั่นหรือเสวียนโยวก็เปรียบได้กับยอดฝีมือ
ขั้นจักรพรรดิแห่งโลกขั้นที่สองกำลังทำสงครามกัน
การปะทะกันแต่ละครั้งเป็นการเปรียบเทียบว่าพลังของผู้ใดน่า
พรั่นพรึงหรือโหดเหี้ยมอำมหิตกว่ากัน คนทั้งสองมิได้ใช้กระบวนท่า
มากมายนัก เป็นเพียงการปะทะระหว่างพลังบริสุทธ์เท่านั้น
นี่คือการต่อสู้ที่เรียบง่ายแต่โหดร้ายที่สุด และยังเป็นการต่อสู้ที่
ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก! สำหรับคนทั้งสอง เวลานี้ คนทั้งสอง
ต่างกำลังเพลิดเพลินไปกับการสู้รบระหว่างพวกเขาด้วยกัน
และเสวียนโยวก็มิเคยผ่านการต่อสู้เช่นนี้มาก่อนในชีวิต ความรู้สึก
นี้ทำให้เสวียนโยวรู้สึกถึงสิ่งที่เรียกว่าเลือดอันร้อนระอุ
อย่างที่รู้กันว่า เสวียนโยวเกิดมาพร้อมกับสติปัญญา ต่อให้ไม่มี
ความรู้สึก และไม่มีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา และใช้ชีวิตไปวันๆ เขาจึง
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า พอถึงช่วงเวลาสุดท้าย เขาจะยังสามารถรู้สึก
ถึงเลือดอันเร่าร้อน
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เสวียนโยวเผยรอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ในชีวิต ถึงจะตายเขาก็ไม่เสียใจ!