ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 543 : ย้อนกลับมา!
“คนประหลาดนี่เอง!”
หลังจากฉายเฉินหลบหนีไปไกลแล้ว เซียวฮั่นก็ไม่คิดจะล่าสังหาร
อีกฝ่าย อย่างไรความแข็งแกร่งของเขายังไม่เพียงพอจะต่อกรกับอีก
ฝ่าย และเขายังสามารถรับรู้ได้ว่ากฎความเร็วและกฎวายุของอีกฝ่าย
บรรลุขั้นสูงนานแล้ว ทั้งนี้มากกว่าครึ่งก็เปลี่ยนเป็นพลังแห่งกฎแล้ว
หากอิงตามความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว อีกฝ่ายคงมีความ
แข็งแกร่งเพียงพอจะต่อสู้กับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก ทั้งนี้ฉาย
เฉินยังมีพลังแห่งกฎที่สมบูรณ์แบบชนิดที่สาม ถึงฉายเฉินยังมิได้ใช้มัน
จริงๆ แต่เซียวฮั่นกลับรับรู้ได้แล้วว่านั่นคือพลังแห่งกฎมิติ
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเจ้าหนุ่มที่เรียกตนเองว่าฉายเฉินผู้นี้คือการ
ดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งยิ่งในขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกแน่นอน และความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงยังสามารถสู้กับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกได้
แต่อีกฝ่ายกลับต้องพึ่งพามือมืดเบื้องหลังเพื่อสังหารการดำรงอยู่ขั้น
ราชันแห่งโลกระดับที่ห้าอย่างเขา นี่เรียกได้ว่าไม่สมเหตุสมผลสักนิด
ในขณะเดียวกัน ยามนี้ฉายเฉินก็ลอบใช้วาจาด่าทอไปด้วย เพราะ
การพบกับเซียวฮั่น เขาก็โชคไม่ดีมากแล้ว ซ˺าร้ายยังเจอกับคน
ประหลาดถึงเพียงนี้
“มีพลังในขั้นราชันแห่งโลกระดับที่ห้า แต่กลับสามารถแสดงความ
แข็งแกร่งในขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลก เพียงแค่พลังแห่งกฎที่ควบคุมอยู่
ก็มีมากถึงสิบเอ็ดชนิดแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ยังมีร่างอมตะของยอดฝีมือขั้น
เทพแห่งโลก คงเป็นบุตรหลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกสักท่าน
สินะ? ข้าล่วงเกินคนประหลาดถึงเพียงนี้เข้าแล้ว อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสของ
อีกฝ่าย ต่อให้อีกฝ่ายเติบใหญ่ขึ้นมาแล้วแก้แค้นในภายภาคหน้า มิใช่
เพียงแค่ข้า แม้แต่ตระกูลของข้าก็ยังแบกรับไม่ได้!”
ตอนนี้ฉายเฉินคาดการณ์ถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นหลังจาก
ตนล่วงเกินเซียวฮั่นเอาไว้แล้ว ภาพที่เกิดขึ้นน่าหวาดกลัวจนหัวใจแทบ
วาย หากอีกฝ่ายเป็นบุตรหลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกท่านหนึ่ง
จริง เช่นนั้นวันนี้จะกล่าวว่าเขาโชคร้ายเพียงเล็กน้อยไม่ได้แล้ว ดีไม่ดี
ตัวเขาเองอาจต้องพัวพันกับคนผู้นี้ไปตลอดชีวิตก็ว่าได้
“ไม่ได้ ข้าต้องหาทางไกล่เกลี่ยกับอีกฝ่าย แม้จะผูกมิตรไม่สำเร็จก็
มิอาจเป็นศัตรูกัน!”
ฉายเฉินมุ่นหัวคิ้ว ก่อนจะเอ่ยพึมพำอยู่คนเดียว จากนั้นความคิดก็
ผุดขึ้นในใจของเขาทันที และฉายเฉินก็เป็นคนที่มองการณ์ไกล สิ่งที่เขา
มองจึงมิใช่เพียงแค่ผลประโยชน์ตรงหน้า แต่ยังรวมไปถึงผลที่จะได้รับ
ในอนาคตด้วย
นี่จึงเป็นสาเหตุที่เขาเลือกออกมือกับยอดฝีมือที่มีพลังอ่อนด้อย
เหล่านั้นก่อน เพราะยอดฝีมือเช่นนั้นไม่มีผู้ใดหนุนหลัง สังหารแล้วคือ
สังหารเลย มิอาจสร้างผลกระทบเลวร้ายอันใดในภายภาคหน้าได้
แต่เซียวฮั่นที่เจอในวันนี้กลับต่างออกไป เป็นไปได้อย่างยิ่งที่อีก
ฝ่ายจะเป็นบุตรหลานของผู้เฒ่าอมตะขั้นเทพแห่งโลกสักท่าน และฉาย
เฉินรู้ว่าการล่วงเกินบุคคลเช่นนี้ หากตนคลี่คลายความบาดหมางกับอีก
ฝ่ายไม่ได้ สิ่งที่รอเขาอยู่ต้องเป็นอนาคตอันมืดมนอย่างไม่ต้องสงสัย
อีกด้านหนึ่ง เซียวฮั่นมิได้สนใจว่าฉายเฉินจะคิดอย่างไร ยามนี้เขา
กำลังจัดวางค่ายกลมรณะต่อ ถึงอานุภาพที่เพิ่งเกิดจากค่ายกลมรณะ
ระเบิดตนเองจะไม่สามารถทำให้ฉายเฉินได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นก็เป็น
เพราะความแข็งแกร่งที่มากมายมหาศาลของฉายเฉิน หากเปลี่ยนเป็น
ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่แปดหรือเก้า เกรงว่าคงถูกช่วงชิง
พลังชีวิตจนหมดสิ้นไปนานแล้ว แม้แต่จิตวิญญาณเทพก็ยังสูญสลาย
และนี่เป็นเพียงความแข็งแกร่งที่รวบรวมจากค่ายกลมรณะหนึ่ง
แห่งระเบิดตนเองเท่านั้น หากมีค่ายกลมรณะสิบแห่ง หลายสิบแห่ง
หรืออาจมากกว่าร้อยแห่งระเบิดตนเองพร้อมกัน เช่นนั้นจะเกิดพลัง
ความตายที่น่าพรั่นพรึงเพียงใด? คงไม่มีทางจินตนาการได้โดยสิ้นเชิง
เกรงว่าพอถึงเวลาต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกก็ยัง
ต้องถูกกลืนกินพลังชีวิต แม้แต่ร่างก็ยังสูญสลายไปในทันที
จุดประสงค์ในการจัดวางค่ายกลมรณะแต่ละแห่งขึ้นมาก็เพื่อสิ่งนี้
ในแดนมรณะไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าค่ายกลมรณะแล้ว แดนมรณะและค่าย
กลมรณะต่างเป็นสิ่งที่สวรรค์บรรจงสร้างขึ้นมาคู่กัน
กระทั่งพอเซียวฮั่นคิดได้ว่าหากเขาจัดวางค่ายกลมรณะกว่าหมื่น
แห่งได้ แล้วค่ายกลมรณะเหล่านั้นถูกเขาระเบิดจนทำให้พลังความตาย
จากทั้งแดนมรณะปะทุออกมา
เมื่อถึงเวลา อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลก ต่อให้
เป็นยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็ยังต้องถูกพลังที่น่าพรั่นพรึงจน
ไม่มีทางจินตนาการได้สังหาร
นี่มิใช่เรื่องล้อเล่น หากค่ายกลมรณะกว่าหมื่นแห่งระเบิดตนเอง
เช่นนั้นเซียวฮั่นที่สังหารยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกก็จะบรรลุขอบเขต
เหนือจินตนาการ และเมื่อถึงเวลาเกรงว่าพลังแห่งกฎที่เขาควบคุมคง
พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดหรืออาจถึงขั้นกลายเป็นกฎที่สมบูรณ์
แบบเลยก็ว่าได้
“ครืน!”
ระหว่างที่เซียวฮั่นกำลังจัดวางค่ายกลมรณะหนึ่งแห่ง และลายเส้น
ค่ายกลแต่ละสายหลั่งไหลเข้าไปในความว่างเปล่า อากาศก็สั่นไหว
เล็กน้อย จากนั้นเงาร่างของฉายเฉินก็ย้อนกลับมา
“ตูมมม!”
พอเห็นเงาร่างของฉายเฉินปรากฏขึ้น สีหน้าของเซียวฮั่นก็เผย
ความเยือกเย็นออกมาอย่างฉับพลัน ก่อนที่พลังแห่งกฎทั้งหมดจะ
กลอกกลิ้งอีกครั้ง บัดนี้กระบี่ม่อหยุ่นโผล่พ้นฝักแล้ว และเขาเองก็ได้
ถ่ายทอดความคิดไปในหนอนอ้วนที่ยังกัดกินศพอย่างต่อเนื่อง ขอ
เพียงแต่เกิดความผิดปกติสักอย่างขึ้นมา หนอนอ้วนจะลอบออกมือ
ทันที
“อย่า! นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้ามิได้มาเพื่อต่อสู้ ข้ามาเพื่อปรับ
ความเข้าใจ เมื่อครู่เป็นความผิดของข้าเอง ข้ายินดีชดใช้ความเสียหาย
ให้ท่าน”
ระหว่างที่กล่าว ฉายเฉินก็สะบัดฝ่ามือ จากนั้นแหวนเก็บสิ่งของนับ
ร้อยวงก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของเขา
ก่อนที่ฉายเฉินจะมองไปยังแหวนเก็บสิ่งของตรงหน้าด้วยความ
เจ็บปวด แต่พอคิดได้ว่าเขาต้องการปรับความเข้าใจกับเซียวฮั่น เขาจึง
ทำได้เพียงกัดฟันโยนแหวนเก็บสิ่งของทั้งหมดให้เซียวฮั่นไป
หลังจากโยนแหวนเก็บสิ่งของให้เซียวฮั่น เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบหัวใจ
ขึ้นมาทันที นี่คือของรักของหวงของเขา หากมิใช่เพราะต้องการ
ประนีประนอมกับเซียวฮั่น ต่อให้ทุบตีจนเขาตกตาย เขาก็ไม่ยอมหยิบ
แหวนเก็บสิ่งของเหล่านี้ออกมา
อย่างที่รู้กันว่าแหวนเก็บสิ่งของแต่ละวงล้วนได้มาจากร่างของยอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลกแต่ละท่าน อีกทั้งภายในแหวนแต่ละวงยังมีศิลา
วิญญาณหงเหมิงและสมบัติล˺าค่าจำนวนมาก
พอเห็นภาพตรงหน้า เซียวฮั่นก็กระตุกคิ้ว แล้วจึงเหลือบมองฉาย
เฉินแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้ทันที เพราะเขาเดาไม่ออกว่าฉายเฉินจะมา
ไม้ไหน
“ใต้เท้า ข้าน้อยมิได้มีเจตนาร้ายจริงๆ นี่คือความจริงใจในการ
ประนีประนอมของข้า และท่านเองก็มีร่างอมตะ ข้ามิอาจทำอันตราย
อันใดต่อท่านได้แน่นอน ดังนั้นใต้เท้าไม่จำเป็นต้องกังวลหรือแปลกใจ”
พอเห็นสีหน้าประหลาดใจของเซียวฮั่น ฉายเฉินจึงรีบอธิบายทันที
ด้วยความที่เกรงว่าเซียวฮั่นอาจเข้าใจผิดอีกครั้ง
หลังจากเห็นว่าฉายเฉินดูเหมือนมาเพื่อประนีประนอมจริงๆ เซียว
ฮั่นจึงมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงสะบัดฝ่ามือ ก่อนที่แหวนเก็บสิ่งของ
เหล่านั้นจะมาอยู่ในมือของเขา พอเขากวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์หนึ่งครา
เซียวฮั่นก็เห็นสมบัตินับไม่ถ้วนในแหวนเก็บสิ่งของแต่ละวง เป็นที่
ชัดเจนแล้วว่าฉายเฉินมาเพื่อไกล่เกลี่ยจริงๆ มิเช่นนั้นคงไม่หยิบแหวน
เก็บสิ่งของออกมาจำนวนมากถึงเพียงนี้
กล่าวได้ว่าเพียงแค่ทรัพยากรและสมบัติล˺าค่าภายในแหวนเก็บ
สิ่งของเบื้องหน้าเหล่านี้ก็สามารถสร้างขุมอำนาจระดับหนึ่งขึ้นในเขต
บูรพาได้หนึ่งขุมแล้ว และแน่นอนว่าถึงเซียวฮั่นจะเชื่อว่าฉายเฉินมา
เพื่อประนีประนอม แต่เขาก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว หากฉายเฉินคิดไม่
ซื่อ เขาก็จะให้หนอนอ้วนออกมือทันที
หลังจากหนอนอ้วนกัดกินพลังและสมบัติล˺าค่าไปจำนวนมาก พลัง
การกัดกินก็น่าหวาดกลัวขึ้นเรื่อยๆ เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพ
แท้จริงแห่งโลก หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวก็อาจถูกหนอนอ้วนกัดกินจน
ไม่เหลือซาก ถึงความแข็งแกร่งของฉายเฉินจะยิ่งใหญ่ แต่เซียวฮั่นเชื่อ
ว่าเมื่อตนผนวกรวมกับหนอนอ้วน ถึงจะสังหารอีกฝ่ายไม่ได้ แต่อีกฝ่าย
ก็ไม่มีวิธีจัดการพวกเขาอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ ข้าจะรับสิ่งของเหล่านี้ไว้ ส่วนความบาดหมางระหว่างเรา
ก็จบลงเท่านี้ หากเจ้าไม่มีเรื่องอันใด พวกเราก็แยกกันตรงนี้!” หลังจาก
น˺าเสียงเฉยชาดังขึ้น เซียวฮั่นก็ดึงสายตากลับคืนมา
จากนั้นเขาก็สะบัดฝ่ามือ แล้วจึงโยนแหวนเก็บสิ่งของทั้งหมดเข้า
ไปในแผ่นหยกนำโชค และแหวนเก็บสิ่งของเหล่านี้จะกลายเป็นเสบียง
อาหารของหนอนอ้วน
“แค่กๆ!”
เมื่อเห็นเซียวฮั่นรับเอาแหวนเก็บสิ่งของไปแล้ว เขาก็เผยสีหน้า
ร้อนรน จากนั้นฉายเฉินก็กระแอมออกมาสองเสียงอย่างเลี่ยงไม่ได้ จน
โลหิตเกือบกระเซ็นออกจากปาก
“ใต้เท้า หากไม่รังเกียจ ข้ายินดีผูกมิตรกับท่าน ท่านคิดว่าอย่างไร
ขอรับ? เช่นนี้ พวกเราก็จะดูแลและเป็นหูเป็นตาให้กันในแดนมรณะ
แห่งนี้”
ฉายเฉินถูมือพลางเอ่ยขึ้น เขากล่าวเช่นนี้ออกมาเป็นครั้งแรก
เพราะที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างลำพัง ยากที่จะร่วมมือกับผู้ใด
อย่างที่รู้กันว่าหากร่วมมือกับผู้ใดแล้ว ผลประโยชน์ทั้งหมดที่ได้มา
ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง นี่คือการใช้มีดหั่นหัวใจของฉายเฉินอย่างไม่
ต้องสงสัย แต่เพื่อผูกมิตรกับเซียวฮั่น ฉายเฉินกลับส่งคำเชิญเป็นครั้ง
แรก เพราะถ้าหากเขาสามารถผูกมิตรกับเซียวฮั่นสำเร็จ อนาคตของ
ฉายเฉินก็จะได้รับผลดีชนิดที่ไม่มีทางจินตนาการได้
ด้วยเหตุนี้ ฉายเฉินจึงยอมสละผลประโยชน์ตรงหน้าเพื่อผลดีที่จะ
ได้รับในอนาคต อย่างไรเขาก็เป็นคนมองการณ์ไกล เขาจึงรู้ว่าตนควร
เลือกอย่างไร
พอได้ยินดังนั้น จิตใจของเซียวฮั่นก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
เป็นที่รู้กันว่าฉายเฉินคือการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกที่ควบคุม
พลังแห่งกฎอันสมบูรณ์แบบสามชนิดท่านหนึ่ง ด้านความแข็งแกร่งก็
สามารถต่อกรกับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกได้ เมื่อความ
แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่ในแดนมรณะ เกรงว่าคงเป็นการดำรงอยู่ระดับแนว
หน้า
หากเขาสามารถร่วมมือกับฉายเฉินได้จริง เช่นนั้นการจัดวางค่าย
กลมรณะต่อๆ ไปก็จะง่ายดายขึ้นมาก อย่างน้อยที่สุดเมื่อเจอกับยอด
ฝีมือที่ไร้คู่ต่อกร ฉายเฉินก็สามารถออกมือกับศัตรูแทนเขาได้
ตัวอย่างเช่น หากมีฉายเฉินคอยออกมือตอนที่เจอกับซาอู๋เซ่ออีก
ครั้ง ซาอู๋เซ่อย่อมทำอะไรเขาไม่ได้ และถ้าหากฉายเฉินรู้ความคิดของ
เซียวฮั่น เกรงว่าเขาคงลอบด่าทอเซียวฮั่นอยู่ไม่น้อย พวกเขาร่วมมือกัน
หาใช่ให้ฉายเฉินเป็นลูกสมุนของเซียวฮั่นเสียที่ไหน
“ตกลง เพียงแต่หากเจ้าคิดไม่ซื่อ พวกเราจะไม่เพียงแต่ไม่ร่วมมือ
กัน แต่ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นบุคคลที่ข้าต้องสังหาร!”
เซียวฮั่นกวาดสายตามองฉายเฉินแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างเย็น
ชาทันที สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือคนกลับคำพูดและคนหน้าซื่อใจคด
“วางใจเถิด ในเมื่อพวกเราเป็นพันธมิตรกัน ข้าย่อมมิอาจมีใจคด
โกง เช่นนั้นก็มาทำความรู้จักกันใหม่อีกครั้ง ข้ามีนามว่าฉายเฉิน มาจาก
เขตกลาง!”
ฉายเฉินลูบเคราของตนให้เรียบ แล้วจึงเอ่ยขึ้นพลางแย้มยิ้ม ครั้งนี้
เขาคิดจะผูกมิตรกับเซียวฮั่นผู้เป็นบุตรหลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่ง
โลกด้วยความจริงใจ
แน่นอนว่าถ้าหากเขารู้ว่าร่างอมตะของเซียวฮั่นเป็นสิ่งที่เซียวฮั่น
หลอมขึ้นเอง ทั้งยังมิได้เป็นบุตรหลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกคน
ใด ไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาจะเป็นอย่างไร
“ข้ามีนามว่าเซียวฮั่น ไม่มีสำนัก เจ้าจะถือว่าเป็นผู้ฝึกตนพเนจรก็
ได้”
และตอนนี้เซียวฮั่นก็พยักหน้าให้กับฉายเฉิน นับแต่บัดนี้ไปถือว่า
เขามีพันธมิตรในแดนมรณะแห่งนี้แล้ว
“ฮ่าๆ ที่แท้ก็พี่เซียวนี่เอง!”
ทว่าพอสิ้นเสียงของเซียวฮั่น ฉายเฉินยิ่งเชื่อว่าเซียวฮั่นเป็นบุตร
หลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกสักท่านยิ่งขึ้นไปอีก มีเพียงบุตร
หลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกเท่านั้นถึงจะไม่มีสำนัก และมีเพียง
บุตรหลานของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกที่มีลูกไม้และความแข็งแกร่งที่
ร้ายกาจเช่นนี้
เพียงแต่ระหว่างที่กล่าว ฉายเฉินก็เกิดความสงสัยขึ้นในใจ
กะทันหัน
“เหตุใดคนประหลาดมักมีชื่อด้วยคำว่าเดียวกัน ในเขตกลางก็มีคน
ประหลาดอย่างเย่ฉางเฟิง คิดไม่ถึงว่าข้าจะเจอคนประหลาดอย่างเซียว
ฮั่นอีกครั้งในแดนมรณะแห่งนี้”
ขณะที่กำลังคิด ฉายเฉินก็ส่ายศีรษะ ในสายตาของเขา ไม่ว่าจะ
เป็นเย่ฉางเฟิงหรือเซียวฮั่นต่างก็เป็นคนพิสดารทั้งสิ้น ขอเพียงแต่คน
ประเภทนี้ไม่ตกตาย อย่างน้อยที่สุดในภายภาคหน้าพวกเขาก็จะเป็น
การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูง หรืออาจถึงกับกลายเป็น
ยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกก็เป็นได้
ยิ่งผูกมิตรเร็ว ผลประโยชน์ก็ยิ่งมาก นี่คือสาเหตุที่ฉายเฉินยอม
จ่ายแหวนเก็บสิ่งของนับร้อยวงออกไปอย่างไม่เสียดาย นั่นก็เพื่อ
ต้องการผูกมิตรกับเซียวฮั่น
“พี่เซียว ไม่รู้ว่าท่านสนใจมุ่งหน้าไปลานประลองนรกภูมิด้วยกัน
หรือไม่ หากสนใจพวกเราก็รีบมุ่งหน้าไปกันเถิด!” ทันใดนั้นฉายเฉินก็
คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะทันที
“ลานประลองนรกภูมิงั้นรึ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของเซียวฮั่นก็แข็งค้าง เพราะเขาไม่เคยได้
ยินชื่อลานประลองนรกภูมิมาก่อน
“ไม่ผิด ลานประลองนรกภูมิคือเขตใจกลางของแดนมรณะแห่งนี้
ที่นั่นมีลานประลองอยู่จริงๆ มียอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกหลายหมื่นไป
จนถึงหลายแสนท่านต่อสู้กันที่นั่นทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นที่ที่น่าพรั่นพรึง
ที่สุดในแดนมรณะ ดังนั้นที่นั่นจึงถูกเรียกขานว่าลานประลองนรกภูมิ!”
พอนึกถึงลานประลองนรกภูมิ จิตใจของฉายเฉินก็สั่นไหวขึ้นมา
อย่างห้ามไม่ได้ ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ที่น่าหวาดกลัวที่สุดจากทั้งแดน
มรณะ แต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับก็มากที่สุดในแดนมรณะด้วย
“ลานประลองนรกภูมิมีสิ่งใดควรค่าให้ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลก
ไปรวมตัวกันมากถึงเพียงนั้น?”
หลังจากฟังคำกล่าวของฉายเฉิน เซียวฮั่นจึงรู้ว่าลานประลองนรก
ภูมิที่ฉายเฉินเอ่ยถึงต้องมีความลับที่เซียวฮั่นไม่รู้เป็นแน่แท้ หากมีไว้
เพื่อสังหารคนอย่างเดียวคงไม่จำเป็นต้องมียอดฝีมือรวมตัวกันมากถึง
เพียงนั้น มีเพียงผลประโยชน์มหาศาลอยู่ตรงหน้าเท่านั้นถึงจะดึงดูดให้
ยอดฝีมือจำนวนมากมารวมกัน!