ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 544 : ชิ้นส่วนแห่งกฎ!
“ฮ่าๆ พี่เซียว ดูเหมือนเราจะเป็นคนประเภทเดียวกัน!”
ได้ยินเช่นนั้น ฉายเฉินก็หัวเราะเสียงดังออกมา ราวกับได้พบคน
สนิท เพราะความคิดของเซียวฮั่นตรงกับเขาโดยที่ไม่ได้ปรึกษากันมา
ก่อน เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อลานประลองนรกภูมิ แล้วเกิดความคิด
เช่นเดียวกับเซียวฮั่นทุกประการ
“ลานประลองนรกภูมิคือแดนมรณะที่แท้จริง ทุกวันจะต้องมียอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลกหลายร้อยหลายพันตกตาย แต่ก็จะมียอดฝีมือขั้น
ราชันแห่งโลกคนใหม่ปรากฎขึ้น และอาจถึงขั้นมียอดฝีมือขั้นราชันแห่ง
โลกนับแสนตะลุมบอนกัน”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ บนใบหน้าของฉายเฉินก็ปรากฏสีหน้าหวาดผวา
ขึ้น สงครามนั้นจะต้องเป็นสงครามที่ดุเดือดที่สุดตั้งแต่ที่เขาเข้ามาแดน
มรณะอย่างแน่นอน แต่ก็เป็นเพราะสงครามนั้นเช่นกัน ที่ทำให้ตอนนี้
เขาควบคุมพลังแห่งกฏมิติที่สมบูรณ์ได้สามประเภท
ส่วนเซียวฮั่นเมื่อได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจทันทีว่ายอดฝีมือขั้นราชัน
แห่งโลกที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ เกรงว่าอาจจะต้องไปที่ลานประลองนรก
ภูมิทุกวัน เพราะเหตุนี้จึงทำให้ที่นั่นมียอดฝีมือมากบ้างน้อยบ้างสลับกัน
ไปตามสถานการณ์
เพราะแดนมรณะคือโลกใบใหญ่ที่แท้จริง และไม่ด้อยไปกว่า
จักรวาลระดับเทพที่กว้างใหญ่ไพศาลใบหนึ่ง จำนวนของยอดฝีมือมี
มากมายจนนับไม่ถ้วน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วแดนมรณะมียอดฝีมือ
ขั้นราชันแห่งโลกจำนวนเท่าใด แต่จะต้องมีจำนวนหลักแสนอย่าง
แน่นอน กระทั่งว่าอาจมีถึงหลักล้าน
“คิดว่าพี่เซียวคงเคยได้ยินมาก่อน กล่าวกันว่าลานประลองนรกภูมิ
เจ้าแห่งความตายเป็นผู้สร้างขึ้น ถึงแม้ข้อนี้จะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือ
เท็จ แต่แดนมรณะจะต้องพิศดารเกินบรรยาย ทุกครั้งที่สังหารยอดฝีมือ
คนหนึ่งได้ พลังแห่งกฎในตัวก็จะรู้แจ้งได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่วนยอดฝีมือที่ตก
ตายเหล่านั้น กฎก็จะแหลกสลาย ทว่าไม่ได้หวนกลับคืนไปยังโลกหงเห
มิง แต่จะสลายอยู่ในแดนมรณะแห่งนี้”
“เพราะเหตุนี้เอง หากจำนวนยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกตกตาย
หลายพันหลายหมื่นคนขึ้นไป เขตใจกลางของแดนมรณะก็จะถือกำเนิด
สิ่งที่มีชื่อว่าชิ้นส่วนแห่งกฎ! สิ่งที่ได้ชื่อว่าชิ้นส่วนแห่งกฎนี้ หลังจากที่
ดูดกลืนมันก็จะสามารถควบคุมพลังแห่งกฎหนึ่งในสิบส่วนได้ หาก
สามารถดูดกลืนชิ้นส่วนแห่งกฎได้สิบชิ้น เช่นนั้นก็จะควบคุมกฎ
ประเภทนั้นได้เลยทันที!”
เมื่อฉายเฉินกล่าวถึงแดนมรณะที่ถือกำเนิดชิ้นส่วนแห่งกฎออกมา
เซียวฮั่นก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ชิ้นส่วนแห่งกฎหนึ่งชิ้นสามารถ
ช่วยให้เจ้าควบคุมพลังแห่งกฎได้หนึ่งในสิบส่วน
หากดูดกลืนได้สิบชิ้นก็จะสามารถควบคุมพลังแห่งกฎได้โดย
สิ้นเชิง ไม่ว่ายอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกคนใดก็ล้วนแต่ต้องบ้าคลั่ง
เพราะสิ่งนี้ ถึงขั้นทุ่มทุกสิ่งที่ตนมีออกไปช่วงชิงอย่างไม่เสียดาย
“อีกทั้งชิ้นส่วนแห่งกฎเหล่านี้ ยังสามารถช่วยให้รู้แจ้งถึงพลังแห่ง
กฎที่ไม่เคยควบคุมมาก่อน เช่นพลังแห่งกฎมิติของข้า หากได้ดูดกลืน
ชิ้นส่วนแห่งกฎมิติหนึ่งชิ้นก็จะทะลวงสู่ขอบเขตที่สมบูรณ์ได้ น่า
เสียดายที่ไม่ได้รับชิ้นส่วนแห่งกฎชิ้นที่สอง เพราะเหตุนี้พลังแห่งกฎมิติ
ของข้าจึงเป็นเพียงกฎที่สมบูรณ์ แต่ยังไม่สามารถถือกำเนิดอำนาจแห่ง
กฎออกมาได้”
ขณะที่กล่าวฉายเฉินก็เผยสีหน้าเสียดายเล็กน้อย ต่อให้อยู่ที่แดน
มรณะมาหลายปี แต่ก็ได้เพียงถือกำเนิดชิ้นส่วนแห่งกฎมิติเพียงไม่กี่ชิ้น
เท่านั้น ในตอนเริ่มต้นฉายเฉินดิ้นรบแทบตายกว่าจะได้ชิ้นส่วนชิ้นหนึ่ง
มา ส่วนชิ้นส่วนแห่งกฎมิติที่เหลือ ก็ถูกบุรุษผู้นั้นเอาไปเสียแล้ว
ไม่ผิดหรอก บุรุษผู้นั้นเอาไป ไม่ได้เป็นการช่วงชิงไป และไม่ได้เกิด
การต่อสู้ใดๆ แม้แต่น้อย เพราะบุรุษผู้นั้นน่าหวาดกลัวเกินไป ต่อให้เป็น
การดำรงอยู่ที่สามารถสู้รบกับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกได้ ก็ไม่
กล้าที่จะช่วงชิงชิ้นส่วนแห่งกฎมิติกับบุรุษผู้นั้น
เพราะนั่นคือบุรุษผู้น่าหวาดกลัวที่แท้จริงแม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกก็สามารถโจมตีจนพ่ายแพ้ได้ เขาควบคุมพลังแห่งกฎ
มิติและกาลเวลาที่สมบูรณ์ควบคู่กัน อย่าว่าแต่ขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่ง
โลก แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่สาม เมื่อเผชิญหน้า
กับบุรุษผู้นี้ ก็ไม่สามารถโจมตีอีกฝ่ายได้
บุรุษที่อยู่ในใจของฉายเฉินผู้นั้น ก็คือเย่ฉางเฟิงนั่นเอง เย่ฉางเฟิง
คืออันดับหนึ่งแห่งตระกูลเย่ กระทั่งว่าเป็นรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งเขต
กลาง ความสามารถที่แท้จริงนั้นไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัด
แต่ทุกคนต่างรู้ว่าเย่ฉางเฟิงแข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวมาก น่า
หวาดกลัวจนถึงขั้นที่ทำให้คนสัมผัสได้ถึงขอบเขตที่น่าพรั่นพรึง ต่อให้
เป็นการดำรงอยู่ที่ใจคอเหี้ยมโหดเหล่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่ฉางเฟิง ก็
คงต้องกล˺ากลืนฝืนทน
“แต่ชิ้นส่วนแห่งกฎที่ถือกำเนิดขึ้นมาในแต่ละครั้งมีเพียงไม่กี่ชิ้น
เท่านั้น เพราะเหตุนี้เมื่อชิ้นส่วนแห่งกฎปรากฏขึ้นแต่ละครั้ง ยอดฝีมือ
ขั้นราชันแห่งโลกนับพันนับหมื่นก็จะเกิดสงครามนองเลือดฉากหนึ่ง
หากพี่เซียวไม่คิดที่จะไปยังลานประลองนรกภูมิ พวกเราไปรอที่แดน
มรณะก็ได้”
เมื่อคิดดูแล้ว ฉายเฉินกลับไม่บังคับให้เซียวฮั่นไปยังลานประลอง
นรกภูมิ เพราะที่นั่นคือนรกที่แท้จริง อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นราชันแห่ง
โลกทั่วไปเลย แม้แต่การดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลก ก็ล้วนแต่ตก
ตายไม่รู้เท่าไหร่ แม้แต่ตัวฉายเฉินเองก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นอยู่
หลายครา
“ในเมื่อเจ้าเอ่ยถึงขนาดนี้ ข้าก็อยากลองไปให้เห็นกับตาเสีย
หน่อย!”
คนคลี่ยิ้ม หากเขาสามารถนำชิ้นส่วนแห่งกฎเหล่านั้นมาได้ ต่อให้
ได้มาเพียงชิ้นเดียว ความสามารถของเขาก็จะยกระดับขึ้นมาไม่น้อย
หากเขาได้ชิ้นส่วนแห่งกฎความตายมาหนึ่งชิ้น เช่นนั้นเขาก็จะ
สามารถควบคุมอำนาจแห่งกฎหนึ่งในสิบส่วนได้ ความสามารถก็จะ
มากกว่าตอนนี้เป็นเท่าตัว
หากกล่าวว่าเซียวฮั่นไม่ตื่นเต้น นั่นคงเป็นเรื่องเท็จ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งสำหรับเซียวฮั่นที่ต้องการยกระดับและความสามารถ ชิ้นส่วน
แห่งกฎเหล่านี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถช่วยเขายกระดับการ
ฝึกตนได้
“แต่ก่อนที่จะออกเดินทาง ข้าต้องเตรียมไพ่ตายไว้เสียก่อน!”
เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว เซียวฮั่นจึงไม่รีบเดินทางไปยังลานประลอง
นรกภูมิในทันที ที่นั่นจะต้องมียอดฝีมือนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันแน่นอน
เกรงว่ายอดฝีมือแห่งพันธมิตรซาเซิงก็อาจจะอยู่ที่นั่นด้วย
เมื่อถึงตอนนั้นหากเขาปรากฏตัว จะต้องถูกยอดฝีมือแห่ง
พันธมิตรซาเซิงไล่สังหารอย่างแน่นอน หากอยากได้ชิ้นส่วนแห่งกฎ
เหล่านั้น สงครามนองเลือดจะต้องเกิดขึ้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หาก
ไม่เตรียมไพ่ตายเพื่อป้องกันไว้ก่อน เกรงว่าถึงตอนนั้นอาจจะตายไม่
รู้ตัว
“วิ้ง!”
ไม่นาน พลังแห่งกฎความตายแต่ละสายก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของ
เซียวฮั่น จากนั้นลายเส้นค่ายกลมรณะที่เคลื่อนอยู่บนฝ่ามือของเซียว
ฮั่นก็ผสานรวมกันเป็นค่ายกลขนาดเล็ก ค่ายกลขนาดเล็กนับไม่ถ้วน
ผนวกเข้าด้วยกัน จนในที่สุดก็กลายเป็นค่ายกลมรณะแห่งหนึ่ง
สำหรับเซียวฮั่นในตอนนี้ การจัดวางค่ายกลมรณะคือเรื่องที่
ง่ายดายมาก กระทั่งว่าไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก ก็สามารถจัดวางค่าย
กลมรณะที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งออกมาได้
“คิดไม่ถึงว่าพี่เซียวจะรู้เรื่องเต๋าแห่งค่ายกล ทั้งยังรู้ลึกซึ้งกว่ามหา
ปรมาจารย์ค่ายกลที่ข้าเคยพบเหล่านั้นมากมายนัก!”
ฉายเฉินที่ยืนมองอยู่ด้านข้างอดกล่าวชื่นชมออกมาไม่ได้
เมื่อมองเซียวฮั่นจัดวางค่ายกล ช่างเป็นฉากที่น่าชื่นชมเป็นอย่าง
ยิ่ง ราวกับกำลังฟังยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกท่านหนึ่งกำลัง
บรรยายเต๋า ความลับที่อยู่ในนั้นมิอาจมีผู้ใดอ่านได้ออก
อย่ามองว่าค่ายกลมรณะที่อยู่เบื้องหน้านี้ ไม่สามารถสร้างภัย
คุกคามให้เขาได้ แต่สำหรับยอดฝีมือที่ฝึกตนเพียงขั้นราชันแห่งโลก
ระดับที่เจ็ดหรือแปด ค่ายกลมรณะที่อยู่เบื้องหน้านี้ สามารถสร้างภัย
คุกคามถึงชีวิต เมื่อค่ายกลปรากฏก็คือเวลาที่พวกเขาจะตกตายและถูก
ดูดกลืนพลังชีวิต
“ชมเกินไปแล้ว ข้าเพียงเรียนรู้ด้วยตนเอง มีเวลาก็ลองจัดวางดู
เท่านั้น แค่ทำตามใจต้องการ มิใช่ทักษะที่น่าชื่นชมแต่อย่างใด”
คนส่ายศีรษะ เซียวฮั่นเอ่ยไปตามใจ จากนั้นเงาร่างก็เปล่งประกาย
และเริ่มวาดลายเส้นค่ายกลและกฎค่ายกลแต่ละสายลงบนนภากาศ
บริเวณไกล รอจนกระทั่งลายเส้นค่ายกลนับพันล้านและกฎค่ายกลนับ
สิบล้านปรากฏขึ้น ค่ายกลมรณะก็ถูกจัดวางออกมาได้สำเร็จ
เมื่อฉายเฉินกลายเป็นผู้คุ้มกันค่ายกล ตลอดช่วงระยะเวลานี้ เซียว
ฮั่นจึงจัดวางค่ายกลมรณะนับร้อยจนสำเร็จได้อย่างราบรื่น ถึงแม้
ระหว่างทางจะพบกับยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกไม่น้อย แต่ก็ถูกฉาย
เฉินจัดการโดยการใช้มือมืด
เพราะฉายเฉินแสร้งว่าตนเป็นยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่
หก ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุดเหล่านั้น หากในใจไม่เกิดการ
ตื่นตัวอย่างเต็มที่ ก็ล้วนถูกฉายเฉินผู้ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแสดงมีดสะบั้น
เซียนออกไปสะบั้นศีรษะโดยไม่ทันตั้งตัว จนจิตวิญญาณเทพดับสลาย
และร่างดับสูญ
เมื่อค่ายกลมรณะกว่าร้อยแห่งถูกเซียวฮั่นวาดออกมา ภายใต้
สายตาของเซียวฮั่น ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็ปรากฏขึ้นกลางนภา
กาศ นี่คือค่ายกลมรณะเลิศล˺าที่รวมตัวขึ้นมาจากค่ายกลมรณะนับร้อย
แห่ง
แค่เพียงค่ายกลมรณะนับร้อยที่ผนวกกับพลังแห่งความตายอันน่า
พรั่นพรึงก็เพียงพอที่จะสังหารยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกทั่วไป
ได้ เมื่อค่ายกลปรากฏ พลังชีวิตต้องดับสูญ!
แม้แต่ฉายเฉินในตอนนี้ก็มีสีหน้าหวาดผวา หากค่ายกลมรณะ
มากมายเช่นนี้ระเบิดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เกรงว่าอาจจะได้รับ
บาดเจ็บสาหัส ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก ก็อาจถูกพลัง
ของค่ายกลมรณะที่ระเบิดตนเองนับร้อยทำให้บาดเจ็บสาหัสได้
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะภายใต้สายตาของฉายเฉิน
เซียวฮั่นนำค่ายกลมรณะสลักวาดออกมาทีละแห่ง จากนั้นก็นำใส่เข้าไป
ในอากาศ
จากการเวลาที่เคลื่อนหมุน ตอนนี้ฉายเฉินไม่รู้สึกขวัญผวาแล้ว แต่
หนังตากลับกระตุกอย่างบ้าคลั่ง เพราะหลังจากที่จัดวางค่ายกลมรณะ
นับร้อยออกมา เซียวฮั่นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนกระทั่งตอนนี้ค่ายกล
มรณะนับพันถูกเซียวฮั่นใส่เข้าในความว่างเปล่า
ค่ายกลมรณะนับพัน ลายเส้นค่ายกลมรณะนับพันล้าน และกฎ
ค่ายกลนับพันล้านได้ผสานรวมกันเป็นค่ายกลมรณะที่น่าหวาดกลัวจน
มิอาจจินตนาการได้ นี่คือค่ายกลมรณะที่ประกอบขึ้นมาจากค่ายกล
มรณะหนึ่งพันแห่ง เพียงแค่พลังแห่งความตายที่แฝงอยู่ในนั้น ก็เพียง
พอที่จะทำให้ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกขวัญหนีดีฝ่อได้
ค่ายกลมรณะแห่งนี้ยังใช้ฟ้าดินของแดนมรณะเป็นรากฐานค่ายกล
ค่ายกลมรณะหนึ่งพันแห่ง สามารถระดมพลังแห่งความตายของแดน
มรณะได้ครึ่งหนึ่ง หากพลังนี้ระเบิดออกมา ฉายเฉินคงมิอาจ
จินตนาการได้ว่าแดนมรณะแห่งนี้จะมียอดฝีมือตกตายมากเท่าใด
หากฉากนั้นเกิดขึ้นจริง ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่แดนมรณะ แม้แต่โลก
หงเหมิง เกรงว่าขุมอำนาจนับไม่ถ้วนอาจเกิดความแปรปรวนอย่างใหญ่
หลวง
กระทั่งฉายเฉินมิอาจจินตนาการได้เลยว่าช่วงวินาทีที่เกิด
เหตุการณ์ขึ้นจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร ในใจของฉายเฉินเกิดความสงสัย
เล็กน้อยว่าตนคิดผิดหรือไม่ที่ลงเรืออันโหดเหี้ยมของเซียวฮั่น
หากเกิดผลลัพธ์ที่น่าหวาดกลัวเช่นนั้นจริง แล้วขุมอำนาจอัน
ยิ่งใหญ่ต่างๆ ของโลกหงเหมิงรู้ว่าเรื่องนี้เขามีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นนั้นเขา
อย่าได้คิดที่จะมีชีวิตอยู่ที่โลกหงเหมิงต่อไปเลย
แต่เมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉายเฉินได้เพียงกัดฟันเดินหน้าต่อไป
เขาหวังเพียงว่าตนจะเดิมพันถูก มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงมิอาจจินตนาการ
ได้
เมื่อค่ายกลมรณะกว่าพันแห่งถูกเซียวฮั่นจัดวางสำเร็จแล้วนำใส่
เข้าไปในความว่างเปล่า จนกลายเป็นค่ายกลมรณะเลิศล˺าแห่งหนึ่ง
เซียวฮั่นจึงโล่งใจ สำหรับเขาแล้ว นี่คืองานก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ไพศาล
แห่งหนึ่ง ไม่สามารถรู้สึกสบายใจได้แม้แต่น้อย
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็สามารถไปที่ลานประลองนรกภูมิได้แล้ว”
คนคลี่ยิ้ม หลังจากที่มีค่ายกลมรณะนับพันเป็นไพ่ตาย เซียวฮั่นจึง
เอ่ยขึ้นกับฉายเฉิน
“หา? อ่อ…ได้ๆ!”
ได้ยินเช่นนั้น ฉายเฉินที่ยังคงสติหลุดลอยอยู่ก็รู้สึกตกตะลึง
จากนั้นก็รีบพยักหน้าติดกัน ตอนนี้ฉายเฉินหวังเพียงว่า ต่อไปเซียวฮั่น
จะไม่ได้ใช้ค่ายกลมรณะหนึ่งพันแห่งนี้พร้อมกัน เพราะเขาไม่สามารถ
จินตนาการได้เลยว่า หลังจากที่ค่ายกลมรณะหนึ่งพันแห่งระเบิดตนเอง
ออกมา จะเกิดผลลัพธ์ที่น่าหวาดกลัวเพียงไร!