ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 708 : หยกจิตวิญญาณมาถึงมือ!
ในห้องที่มีขนาดกว้างใหญ่ ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านชงชาให้
เซียวฮั่นและไป๋จื้อไจ้หนึ่งจอก แต่เซียวฮั่นกลับไม่รีบร้อนที่จะดื่ม
สายตาของเขาทอดมองไปที่ศาลา ในที่สุดก็ร่วงลงบนหินสีดำก้อนหนึ่ง
หินก้อนนี้ราวกับถูกบูชาไว้ในบ้าน เซียวฮั่นเพียงมองหนึ่งคราก็
สามารถมองออกว่า หินสีดำก้อนขนาดเท่ากำปั้นนี้คือหยกจิตวิญญาณ
ในนั้นแฝงด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์เกินจะเปรียบ เพียงแต่
หัวหน้าหมู่บ้านไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้
“แขกผู้มีเกียรติทั้งสอง ไม่ทราบว่าเหตุใดพวกท่านจึงเดินทางมาที่
หมู่บ้านของพวกเรา”
คนเดินเข้ามาในห้อง ไป๋ป๋อมองเซียวฮั่นและไป๋จื้อไจ้ ทันใดนั้นก็
เอ่ยถามด้วยความเกรงใจ
“แค่ออกมาเดินเปิดหูเปิดตา เผื่อว่าจะพบกับของล˺าค่า”
กล่าวจบ สายตาของเซียวฮั่นก็ตกลงบนหินสีดำก้อนนั้นอย่าง
เจตนา
ไป๋ป๋อดูเหมือนสังเกตเห็นสายตาของเซียวฮั่น เขาจึงมีสีหน้า
แปรเปลี่ยนทันทีแล้วจึงเอ่ยพลางยิ้มอย่างเก้อเขิน
“หมู่บ้านไป๋สือของพวกข้าเรียบง่ายนัก จะมีของล˺าค่าอันใดกัน”
“นั่นก็ไม่แน่”
เซียวฮั่นมองไป๋ป๋อคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เมื่อถูกสายตาของเซียวฮั่น
จับจ้อง ไป๋ป๋อก็เกิดความรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาในใจ และรู้สึกขนลุกชัน
ทั่วทั้งร่าง
“ท่านแขกผู้มีเกียรติล้อเล่นแล้ว!” คนสีหน้าค้างชะงัก ไป๋ป๋อยิ้ม
เก้อเขิน
“ข้ามิได้ล้อเล่น หากท่านผู้เฒ่าป๋อยินดีมอบหินก้อนนั้นให้ข้า ข้าก็
ยินดีที่จะใช้โอสถปีศาจเหล่านี้มาแลก!” ขณะที่กล่าว เซียวฮั่นก็ให้ไป๋จื้
อไจ้นำโอสถปีศาจออกมา
เมื่อได้ยินคำกล่าวของอาจารย์ ไหนเลยไป๋จื้อไจ้จึงกล้าขัดคำสั่ง
เขารีบหยิบโอสถปีศาจแต่ละเม็ดออกมาจากหน้าอกของตนเอง
อันที่จริงแล้วสำหรับไป๋ป๋อ ต่อให้เซียวฮั่นจะนำโอสถปีศาจมาแลก
เขาก็ไม่นำหินก้อนนั้นออกมา เพราะหินก้อนนั้นคือสิ่งที่บรรพบุรุษของ
เขาทิ้งเอาไว้ บรรพบุรุษของเขาคือยอดฝีมือระดับเทพที่แข็งแกร่งอย่าง
มากท่านหนึ่ง ภายหลังถูกศัตรูทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส จึงหลบหนีออก
จากหมู่บ้านไป๋สือ
ต่อมาบรรพบุรุษของเขาเสียชีวิตลง จึงทิ้งไว้เพียงหินก้อนนี้เพื่อดู
ต่างหน้า และสายเลือดของไป๋ป๋อก็ลงหลักปักฐานไว้ที่หมู่บ้านไป๋สื
อแห่งนี้
ส่วนการฝึกตนขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสามที่ไป๋ป๋อ
ครอบครอง ก็เป็นเพราะเคล็ดวิชาม้วนหนึ่งที่บรรพบุรุษของเขาทิ้งไว้ให้
แต่เคล็ดวิชานั้นได้สูญหายไปแล้ว ดังนั้นการฝึกตนของเขาจึงได้หยุดอยู่
เพียงขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่สาม และไม่สามารถยกระดับการ
ฝึกตนได้อีก
ขณะที่ไป๋ป๋อกำลังปฏิเสธเงื่อนไขของเซียวฮั่น ไป๋จื้อไจ้ก็นำโอสถ
ปีศาจแต่ละเม็ดมาวางเรียงไว้บนโต๊ะ ตอนที่มีเพียงสิบเม็ดแรก ไป๋ป๋อไม่
รู้สึกว่ามีสิ่งใดน่าประหลาดใจ
แต่เมื่อเริ่มมากขึ้นถึงยี่สิบ สามสิบ กระทั่งห้าสิบเม็ด คิ้วของไป๋ป๋อ
ก็กระตุกขึ้นอย่างหักห้ามไม่ได้ จากสายตาของเขาสามารถมองออกว่า
โอสถปีศาจเหล่านี้ล้วนแต่ไม่ใช่สิ่งของธรรมดาสามัญ
โอสถปีศาจขั้นต˹าสุดล้วนแต่เทียบเท่ากับสัตว์ปีศาจขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลกระดับที่สามและสี่ ในนั้นยังรวมถึงโอสถปีศาจขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลกระดับสูงกว่าสิบเม็ด
โอสถปีศาจระดับสูงคือสิ่งที่ไป๋ป๋อไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการมา
ก่อน หากมีโอสถปีศาจเหล่านี้ อย่างน้อยในระยะเวลาหลายสิบปี
หมู่บ้านไป๋สือจะไม่ต้องจ่ายค่าภาษีบรรณาการอีกเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โอสถปีศาจจะต้องสามารถแลกเปลี่ยนเป็น
เคล็ดวิชาที่ไม่เลวได้ม้วนหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นจริง ในหมู่บ้านไป๋สือก็จะ
ถึงขั้นสามารถอาศัยเคล็ดวิชานั้นเพื่อทำให้ความสามารถของทั้ง
หมู่บ้านได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล
ถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าหมู่บ้านไป๋สือคงสามารถสร้างขบวนทัพที่
ประกอบด้วยยอดฝีมือเทพขั้นแท้จริงแห่งโลกทั้งหมดขึ้นมาได้
เมื่อคิดเช่นนี้ ไป๋ป๋อจึงเบิกตากว้างโพลง กระทั่งว่ากลืนน˺าลาย
หลายครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
อย่างที่รู้ว่าหินสีดำก้อนนั้น ถึงแม้บรรพบุรุษจะทิ้งไว้ให้ ทั้งยังบอก
ว่าเป็นของล˺าค่า แต่ไป๋ป๋อก็ไม่เคยรู้สึกว่าหินก้อนนั้นคือของล˺าค่าแต่
อย่างใด
ถึงขั้นที่ว่าเขาเคยนำไปที่งานประมูลของเมืองเทียนสือมาก่อนแล้ว
หลังจากที่ได้รับการวิเคราะห์ ที่นั่นก็บอกว่าเป็นเพียงหินธรรมดาสามัญ
ก้อนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ของล˺าค่าอย่างที่ท่านบรรพบุรุษได้เคยฝากฝัง
การที่เขาเก็บหินก้อนนี้ไว้ ก็เป็นเพราะบรรพบุรุษของเขาทิ้งไว้ให้
จึงไม่กล้านำไปทิ้งเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้มีคนนำโอสถปีศาจเกือบร้อย
เม็ดมาแลกกับหินก้อนนี้ หากกล่าวตามจริง ในใจของไป๋ป๋ออยากทำ
การค้านี้ใจแทบขาด
“ท่านผู้เฒ่าป๋อ ท่านลองดูหน่อยว่าโอสถปีศาจเหล่านี้เพียงพอ
หรือไม่?”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นไม่ได้มองไปที่โอสถปีศาจนับร้อยนั้นแม้แต่ครา
เดียว
“นี่…”
ได้ยินเช่นนั้น ไป๋ป๋อกลับไม่ส่งเสียงอันใด เพราะเขาดูออกว่า หาก
บุรุษหนุ่มผู้นี้สนใจหินก้อนนี้ ตนอาจจะได้รับโอสถปีศาจจำนวน
มากกว่านี้
“ท่านผู้เฒ่าป๋อ เกิดเป็นคนอย่าได้โลภมากนักเลย”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นคล้ายกับอ่านความคิดของไป๋ป๋อออก ทันใดนั้น
จึงเอ่ยพลางยิ้มออกมา
เมื่อไป๋ป๋อได้ยินเช่นนั้น ก็เกิดใจสั่นสะท้านขึ้นมาทันที คนมองไปยัง
โอสถปีศาจนับร้อยเม็ดบนโต๊ะ ในนั้นยังมีโอสถปีศาจขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลกระดับสูงสุดอยู่ด้วย ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจว่า ตนโลภมากเกินไป
แล้วจริงๆ หากอีกฝ่ายไม่ต้องการหินก้อนนั้นแล้ว ถึงตนอยากร้องไห้ก็
คงร้องไม่ออกแล้วกระมัง?
“ที่ท่านแขกผู้มีเกียรติกล่าวมานั้นก็จริง โอสถปีศาจเหล่านี้
เพียงพอแล้ว หินก้อนนี้ท่านจงนำไปเถิด!”
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ไป๋ป๋อจึงรีบเอ่ยขึ้นทันที เพราะกลัวว่าเซียวฮั่น
จะเปลี่ยนใจภายหลัง กระทั่งรีบเก็บโอสถปีศาจเหล่านั้นไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ เซียวฮั่นได้เพียงคลี่ยิ้ม เขาไม่ได้กล่าวอะไรมาก ได้
เพียงเดินไปที่หยกจิตวิญญาณก้อนนั้น หลังจากที่สัมผัสหยกจิต
วิญญาณอย่างเบามือบนใบหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดใจ
“มีการผนึกตราประทับไว้ด้วยหรือ? มิน่าเล่าคนทั่วไปจึงมองไม่
ออก!”
เดิมทีหยกจิตวิญญาณทั่วไป คนธรรมดาล้วนสามารถมองความ
แตกต่างออก แต่หยกจิตวิญญาณเบื้องหน้านี้ กลับไม่ต่างอะไรจากหิน
ทั่วไป
หากไม่ใช่เพราะเซียวฮั่นควบคุมพลังของวิถีแห่งจิตวิญญาณ เขาก็
คงไม่สามารถค้นพบคลื่นพลังจิตวิญญาณอ่อนๆ ที่แผ่กระจายออกมา
เพราะหยกจิตวิญญาณเบื้องหน้านี้ถูกตราประทับปิดผนึกเอาไว้
ส่วนตราประทับในหยกจิตวิญญาณนั้นปิดผนึกสิ่งใดเซียวฮั่นก็มิ
อาจรู้ได้ มีเพียงปลดผลึกตราประทับออกมาเท่านั้น เขาจึงจะรู้ได้ว่าใน
ตราประทับมีสิ่งใดแอบแฝง
แน่นอนว่าการปลดผนึกตราประทับคือเรื่องที่ควรทำในเร็ววัน แต่
ยังไม่ใช่ตอนนี้ อย่างน้อยเขาก็ไม่สามารถปลดผนึกต่อหน้าไป๋ป๋อได้
หลังจากสัมผัสถึงคลื่นพลังของหยกจิตวิญญาณก้อนนี้ เซียวฮั่นก็
รับหยกจิตวิญญาณไว้อย่างไม่ส่งเสียง ส่วนไป๋ป๋อก็ไม่พบความลับอันใด
ในนั้น สำหรับมุมมองของเขาแล้ว แม้แต่คนที่งานประมูลยังบอกว่านี่
คือหินธรรมดาสามัญ เช่นนั้นก็คงไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน
กล่าวได้ว่าในมุมมองของไป๋ป๋อ บุรุษหนุ่มเบื้องหน้าผู้นี้ขาดทุน
อย่างมาก
แต่การขาดทุนนี้คือการยินยอมที่ข้าก็ยินดี อีกทั้งเซียวฮั่นยังเป็นผู้
เสนอการค้ามาก่อน ภายหลังหากเกิดปัญหาอะไร ก็ไม่ใช่ความผิดของ
เขา
“ไปเถิด!”
เซียวฮั่นตบไหล่ไป๋จื้อไจ้ แล้วจึงเอ่ยพลางยิ้ม
“ท่านแขกผู้มีเกียรติไม่นั่งอีกสักหน่อยหรือ?” ได้ยินเช่นนั้น ไป๋ป๋อ
จึงเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจเล็กน้อย
“ไม่ล่ะ หากมีเวลาว่างข้าจะมาเยี่ยมท่านผู้เฒ่าป๋ออีกครั้ง”คนคลี่
ยิ้ม เซียวฮั่นพาไป๋จื้อไจ้ออกจากที่พักของไป๋ป๋อ
ส่วนไป๋ป๋อนั้นไม่สนใจว่าเซียวฮั่นแลกหินนั้นไปเพื่ออะไร สำหรับ
เขาแล้ว โอสถปีศาจร้อยเม็ดที่จัดวางอยู่เบื้องหน้าตนเหล่านี้คือสมบัติ
ล˺าค่าที่แท้จริง เมื่อมีโอสถปีศาจเหล่านี้ อนาคตของหมู่บ้านไป๋สือก็จะ
เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกสวรรค์
เซียวฮั่นพาไป๋จื้อไจ้ออกไป จากนั้นพวกเขาก็กลับมาในถ˺าอีกครั้ง
เมื่อมองถ˺าที่ตนอาศัยอยู่มาหลายสิบปี ไป๋จื้อไจ้ก็ได้แต่ปลงอนิจจัง
ส่วนเซียวฮั่นไม่มีเวลาไปสนใจไป๋จื้อไจ้ที่ลอบปลงอนิจจัง เขาเอ่ย
ออกมาว่า
“ช่วงนี้ข้าต้องปิดด่านสักระยะ หากเจ้าไม่มีอะไรก็ออกไปฝึกฝน
เคล็ดวิชานำโชคอิสระภายนอกถ˺า รอจนข้าปิดด่านเสร็จสิ้น ข้าจะพา
เจ้าไปยังเมืองเทียนสือ!”
“ขอรับ ท่านอาจารย์!”
ได้ยินเช่นนั้น ไป๋จื้อไจ้จึงพยักหน้า ไม่นานเขาก็ออกไปนอกถ˺าเพื่อ
ป้องกันการปิดด่านของอาจารย์ตน คนอื่นอย่าได้คิดที่จะเข้ามาในถ˺า
ของเขาเด็ดขาด
ส่วนเซียวฮั่นก็หยิบหินสีดำก้อนนั้นออกมาไว้ในถ˺า แล้วใช้พลังจิต
วิญญาณสายหนึ่งทุ่มเข้าไปในนั้น
ไม่นานเซียวฮั่นก็ดูออกว่าตราประทับในหยกจิตวิญญาณนี้คือ
อะไร นี่คือตราประทับจิตวิญญาณเทพ ที่ยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกท่าน
หนึ่งใช้พลังแห่งจิตวิญญาณเทพมาประทับไว้ในหยกจิตวิญญาณก้อนนี้
ส่วนการนำจิตวิญญาณเทพสายหนึ่งของตนมาไว้ในหยกจิต
วิญญาณ จะต้องให้ผู้มีวาสนามาเป็นผู้เปิดผนึกเท่านั้น
“เปิด!”
ทว่าสำหรับเซียวฮั่นแล้ว การปลดผนึกตราประทับนี้ย่อมเป็นเรื่อง
ที่ง่ายดายนัก หลังจากที่ปลดผนึกแล้ว ในจิตวิญญาณเทพของเซียวฮั่น
ก็ได้ปรากฏเงาร่างของจิตวิญญาณเทพสายหนึ่งขึ้นมาทันที
เงาร่างสายนี้เลือนรางเกินจะเปรียบ เซียวฮั่นรู้ว่านี่คือเงาของจิต
วิญญาณเทพสายหนึ่งที่อีกฝ่ายทิ้งเอาไว้ เป้าหมายก็เพื่อสืบทอดเคล็ด
วิชาของตน
สิ่งนี้ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้เซียวฮั่นแต่อย่างใด เมื่อเงา
ร่างนี้ปรากฏขึ้น เซียวฮั่นก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นการดำรงอยู่ในขั้น
เทพแห่งโลกระดับสูง แต่เพราะถูกยอดฝีมือขั้นเทพจักรพรรดิโจมตีจน
ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงแม้จะหนีไปไกลจนสุดหล้าฟ้าเขียว แต่สุดท้ายก็
ยังทิ้งเคล็ดวิชาคลื่นโหมซัดเอาไว้ม้วนหนึ่ง
สำหรับเซียวฮั่นแล้ว เคล็ดวิชานี้มีความสำคัญเป็นรองเท่านั้น ขอ
เพียงมีหยกจิตวิญญาณ นั่นต่างหากคือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด
ยอดฝีมือผู้นั้นนำเงาร่างแห่งจิตวิญญาณของตนประทับเข้าไปใน
หยกจิตวิญญาณ เพื่อให้ผู้สืบทอดของตนสามารถรักษามันไว้สืบต่อไป
ตลอดกาล ต่อให้ผ่านไปนับพันล้านปี เงาร่างสายนี้ของเขาก็จะดำรงอยู่
เพราะหยกจิตวิญญาณก้อนนี้
แต่หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจของตน จิตวิญญาณเทพสายนั้นก็
สลายหายไป
“เคล็ดวิชาคลื่นโหมซัด ข้าจะมอบต่อให้ทายาทรุ่นหลังของเจ้า
เอง”
เมื่อคิดดูครู่หนึ่ง เซียวฮั่นจึงตัดสินใจนำเคล็ดวิชานี้มอบให้ไป๋ป๋อ
เพราะของสิ่งนี้เดิมทีเป็นของอีกฝ่ายอยู่แล้ว การที่ตนได้หยกจิต
วิญญาณก้อนนี้มา หากกล่าวตามจริงก็ได้เปรียบเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เคล็ดวิชานี้สำหรับเซียวฮั่นแล้วไม่มีประโยชน์อะไร
มากมาย เพราะเขาหาใช่ยอดฝีมือที่ควบคุมพลังแห่งวิถีวารีไม่
แต่หยกจิตวิญญาณก้อนนี้สามารถช่วยเหลือเซียวฮั่นไว้อย่างมาก
เมื่ออาศัยหยกจิตวิญญาณก้อนนี้ เขาก็จะสามารถฟื้นสภาพพลังแห่งจิต
วิญญาณของตนกลับคืนมาได้
สำหรับหยกจิตวิญญาณในมือเซียวฮั่นก้อนนี้ เขาเดาว่าน่าจะฟื้น
พลังแห่งจิตวิญญาณของตนได้สี่ส่วน ถึงแม้จะมีขนาดเท่าฝ่ามือ แต่
พลังแห่งจิตวิญญาณเทพในนั้นกลับไม่ธรรมดา หากกล่าวถึงเพียงระดับ
ขั้น ก็นับว่าเป็นหยกจิตวิญญาณระดับล˺าเลิศก้อนหนึ่ง
พลังแห่งจิตวิญญาณสี่ส่วนนี้ เพียงพอที่จะทำให้การฝึกตนของเขา
ฟื้นสภาพกลับมาในขั้นเทพแห่งโลกได้
กล่าวได้ว่าการที่ได้รับหยกจิตวิญญาณก้อนนี้มา คือสิ่งที่เซียวฮั่น
ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เรียกได้ว่าย˹าจนรองเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน ยาม
ได้มากลับไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย เขาเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าที่หมู่บ้าน
ไป๋สือจะมีหยกจิตวิญญาณระดับล˺าเลิศเช่นนี้
เมื่อมีหยกจิตวิญญาณ เซียวฮั่นก็สามารถฟื้นสภาพพลังแห่งจิต
วิญญาณและการฝึกตนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่เซียวฮั่นเริ่มปิดด่าน
ฝึกตน เขาก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปหลายสิบวันแล้ว
ขณะที่เขาปิดด่านฝึกตน นายพรานไม่น้อยต่างมาเยี่ยมเยียนเซียว
ฮั่น ทว่าล้วนแต่ถูกไป๋จื้อไจ้ที่อยู่ภายนอกขัดขวางไว้ เพราะขณะที่เซียว
ฮั่นปิดด่าน ไป๋จื้อไจ้ย่อมไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปรบกวนอย่างแน่นอน
“แค่ขอทานตัวเหม็นที่บังเอิญโชคดีเท่านั้นเอง หากข้าได้เทพเซียน
ผู้นั้นมาเป็นอาจารย์ ขอทานอย่างเจ้าคงไม่ได้กระหยิ่มยิ้มย่องเช่นนี้
หรอก!”
เมื่อบุรุษหนุ่มเหล่านั้นเห็นไป๋จื้อไจ้ขัดขวางการมาขอเยี่ยมเยียน
ของพวกเขา จึงลอบกล่าวด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
แน่นอนว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าไป๋จื้อไจ้ พวกเขาคงไม่กล้าเอ่ยออกมา ได้
เพียงแอบกล่าวในใจเท่านั้น ไป๋จื้อไจ้ในตอนนี้ ไม่ใช่ขอทานที่พวกเขาดู
ถูกได้อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ไป๋จื้อไจ้คือการดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลกคนหนึ่ง
เพราะก่อนหน้าที่ยังขอเป็นศิษย์ไม่สำเร็จ พวกเขาจึงรู้ว่าตอนนี้
ควรหยุดหาเรื่องไป๋จื้อไจ้ก่อนชั่วคราว!