ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 709 : ตัดชื่อออก!
พลังจิตวิญญาณของเซียวฮั่นที่อยู่กลางถ˺าเพิ่มพูนขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง และพลังจิตวิญญาณของหยกจิตวิญญาณในมือก็ถูกเซียวฮั่น
ดูดกลืนเข้าไปไม่ขาดสาย เสริมสร้างให้พลังจิตวิญญาณของเขา
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ถึงเวลาจะผ่านพ้นไปนับสิบวันแล้ว ทว่าเขาเพิ่งรับพลังจิต
วิญญาณจากหยกจิตวิญญาณได้เพียงหนึ่งถึงสองส่วนในสิบส่วนเท่านั้น
การรับพลังจิตวิญญาณทั้งหมดให้เสร็จสิ้น เกรงว่าหากไม่มีเวลาสอง
สามเดือน ก็คงไม่มีทางทำสำเร็จ
แน่นอนว่าเซียวฮั่นในยามนี้มีเวลาเหลือเฟือ สิ่งที่เขาขาดคือพลัง
จิตวิญญาณ
โลกภายนอกมีไป๋จื้อไจ้คอยดูแลอยู่ เพื่อไม่ให้ผู้ใดมารบกวนเซียว
ฮั่น อีกทั้งเมื่อเหล่านายพรานเห็นว่าเซียวฮั่นกำลังปิดด่านอยู่จริง มิได้
ออกมาเป็นเวลากว่าสิบวัน พวกเขาจึงไม่รบกวนไป๋จื้อไจ้และเซียวฮั่น
ด้วยความที่กลัวว่าตนจะทำให้อีกฝ่ายไม่ถูกใจ
ทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง จนเวลาผ่านไปสองเดือนโดยไม่รู้ตัว
ระยะเวลาสองเดือนนี้ เซียวฮั่นใช้มันทั้งหมดไปกับการดูดรับพลัง
จิตวิญญาณจากหยกจิตวิญญาณ และเขาดูดรับพลังจิตวิญญาณนั้นไป
เกือบหมดแล้ว ในขณะเดียวกันฝั่งของโลกภายนอก พลังแห่งวิถีเต๋า
กลอกกลิ้งรอบกายไป๋จื้อไจ้ เขาในตอนนี้ก้าวสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่ออยู่ภายใต้ความช่วยเหลือของเคล็ดวิชานำโชคอิสระ ไป๋จื้อไจ้
จะไม่อยากเพิ่มพลังขึ้นมาเลยก็คงเป็นเรื่องยาก พอพลังแห่งวิถีเต๋าอัน
บริสุทธิ์ที่ไหลเวียนวนไม่ขาดสายในโลกและสวรรค์เหล่านั้นอยู่ภายใต้
การโคจรของเคล็ดวิชานำโชคอิสระ พวกมันก็ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นพลัง
ของเขา เป็นผลให้พลังของเขาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ช่วงเวลาเพียงสองเดือน พลังของเขาก้าวจากขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลกระดับที่เจ็ดสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุด นี่คือเรื่องที่ไม่มี
ทางทำสำเร็จโดยสิ้นเชิงในโลกหงเหมิง
แต่สำหรับไป๋จื้อไจ้ เรื่องนี้กลับง่ายดายไม่ต่างจากการกินดื่มหลับ
นอน นอกจากนั่งสมาธิฝึกฝนเคล็ดวิชานำโชคอิสระทุกวันแล้ว เขาก็ออ
กล่าปีศาจทะเลในทะเลเป็นครั้งคราว จากนั้นก็กินอาหารทะเลมื้อใหญ่
แน่นอนว่าไป๋จื้อไจ้ไม่กล้าดำลงไปในส่วนลึกของทะเล แค่ล่าปีศาจ
ทะเลระดับต˹าบางตัวในขอบเขตบริเวณโดยรอบเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว
เวลาที่เหลือก็ล้วนใช้ไปกับการฝึกฝนเคล็ดวิชานำโชคอิสระภายในถ˺า
“ไม่รู้ว่าอาจารย์จะปิดด่านอีกนานเพียงใด วันนี้ถึงเวลาแล้วที่
ผู้ตรวจการจากในเมืองจะเดินทางมาตรวจการ”
ไป๋จื้อไจ้รู้สึกหวาดกลัวผู้ตรวจการอยู่ไม่น้อย เพราะในความคิด
ของเขา ผู้ตรวจการก็คือทูตของเทพเซียน เป็นบุคคลที่มิอาจล่วงเกิน
มิใช่แค่เพียงเขา แม้แต่ผู้คนในหมู่บ้านไป๋สือต่างก็มีความคิดแบบ
เดียวกัน
ทุกครั้งที่ผู้ตรวจการเดินทางมา ผู้คนในหมู่บ้านไป๋สือล้วนแต่ยก
พลมาต้อนรับกันทั้งหมู่บ้าน
ครั้งนี้ก็ย่อมไม่เว้น
ผู้ตรวจการยังมาไม่ถึง ทั้งหมู่บ้านก็พลิกรูปโฉมไปจนแทบจำไม่ได้
ไม่เพียงแต่เตรียมสมุนไพรวิญญาณไว้จำนวนมาก ทว่ายังมีหนังสัตว์
ปีศาจและวัสดุโลหะอีกไม่น้อย
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีโอสถปีศาจกว่าสิบเม็ด ชาวบ้านทุกคนต่างรอ
คอยการมาถึงของผู้ตรวจการตั้งแต่เช้าตรู่
ทุกครั้งที่ผู้ตรวจการมาถึง บรรยากาศของหมู่บ้านไป๋สือก็เกิดความ
คึกคักราวกับฉลองปีใหม่อย่างไรอย่างนั้น
ครั้งนี้ไป๋ป๋อผู้อยู่ในฐานะของหัวหน้าหมู่บ้านไป๋สือมอบโอสถปีศาจ
คุณภาพดีเพิ่มอีกสิบเม็ดเพื่อเอาใจผู้ตรวจการ
เมื่อมีโอสถปีศาจสิบเม็ดนี้ ไป๋ป๋อเชื่อว่าผู้ตรวจการต้องพอใจเป็น
อย่างยิ่งแน่นอน กระทั่งอาจถึงขั้นมอบเคล็ดวิชาม้วนหนึ่งให้กับหมู่บ้าน
ไป๋สือก็เป็นได้
แต่โลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดแน่นอน อย่างที่รู้กันว่าผู้ตรวจการในแต่ละปี
มิใช่คนเดียวกัน ส่วนสาเหตุนั้น ชาวบ้านในหมู่บ้านไป๋สือเองก็ไม่รู้
อันที่จริงบุคคลที่เรียกว่าผู้ตรวจการก็คือผู้พิทักษ์ตำหนักของเจ้า
เมืองเทียนสือ วัตถุประสงค์เดิมในการตรวจการของพวกเขาแค่เพื่อ
ปราบปรามเท่านั้น แต่มันค่อยๆ กลายเป็นการเรียกเก็บเครื่อง
บรรณาการจากหมู่บ้านและเมืองต่างๆ
เครื่องบรรณาการเหล่านี้ย่อมถูกผู้ตรวจการเก็บไปจนเกลี้ยง ถึง
เครื่องบรรณาการของหนึ่งหมู่บ้านจะมิได้มากมายนัก ทว่าเมื่อเครื่อง
บรรณาการจากสิบหมู่บ้านหรือหนึ่งร้อยหมู่บ้านรวมกัน ก็นับเป็นเม็ด
เงินจำนวนมหาศาล
ในแต่ละปีจะเลือกผู้สั่งการสามท่านจากร้อยกว่าท่านในเมือง
เทียนสือมาเป็นผู้ตรวจการและหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป ทั้งนี้อาณา
เขตของผู้สั่งการทั้งสามท่านก็จะแตกต่างกันออกไป ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
จะถูกมอบหมายให้ตรวจการเมืองขนาดเล็กสิบแห่งละแวกเมือง
เทียนสือ
ส่วนผู้ที่มีความแข็งแกร่งรองลงมาก็จะตรวจการเมืองรอบนอก
และผู้ที่อ่อนแอที่สุดทำได้เพียงตรวจการหมู่บ้านธรรมดาเท่านั้น
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าไม่ว่าจะอยู่ในโลกใบไหน ก็ล้วนคุยกันด้วย
ความแข็งแกร่ง
ผู้ตรวจการหมู่บ้านในปีนี้มีนามว่าตี๋เปียว ขอบเขตของตี๋เปียวอยู่
ในขั้นเทพระดับต˹า มิใช่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดท่ามกลางผู้สั่งการ
ทั้งหมดในเมืองเทียนสือ แต่ก็ไม่อ่อนแอที่สุดแน่นอน และถึงตาเขาทำ
หน้าที่เป็นผู้ตรวจการแล้ว
ผู้พิทักษ์เมืองเทียนสือมีผู้สั่งการกว่าร้อยท่าน ใต้ผู้สั่งการทุกท่าน
จะมีผู้พิทักษ์เทียนสือกว่าหมื่นคน รวมทั้งหมดก็มีผู้พิทักษ์เทียนสือนับ
ล้านคน ทั้งนี้คุณสมบัติขั้นต˹าในการเป็นผู้พิทักษ์เทียนสือคือต้องเป็น
การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกเท่านั้น
และเหนือกว่าผู้สั่งการหนึ่งร้อยท่านคือหัวหน้ากองทัพผู้พิทักษ์
เมืองสิบท่าน หัวหน้ากองทัพผู้พิทักษ์เมืองสิบท่านนี้ต่างเป็นการดำรง
อยู่ขั้นเทพระดับสูง ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ากองทัพสิบท่าน ผู้สั่งการ
กว่าร้อยท่าน หรือผู้พิทักษ์เทียนสือนับล้าน ล้วนต้องฟังคำสั่งของเจ้า
เมืองเทียนสือ ยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิเทพท่านนั้น
ตี๋เปียวอายุราวสี่สิบ กล้ามเนื้อบนใบหน้าปูดโปน รูปร่างสูงใหญ่
กำยำ ดูห้าวหาญเกินบรรยายอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยามนี้ตี๋เปียวก็ทั้ง
โกรธเคืองและไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะเขาพ่ายแพ้หมากกระดานให้กับ
ผู้สั่งการอีกท่าน ส่งผลให้ตนต้องมาตรวจการหมู่บ้านแห่งนี้
เป็นที่รู้กันดีว่าเครื่องบรรณาการของหมู่บ้านในแต่ละปีนั้นมีเพียง
โอสถปีศาจสิบเม็ด ต่อให้มากก็มิได้มากมายไปกว่านี้สักเท่าใดนัก
ทว่าเมืองรอบนอกกลับต่างออกไป แม้จะเป็นเพียงเมืองรอบนอก
เมืองเดียว อย่างน้อยที่สุดก็มีโอสถปีศาจกว่าร้อยเม็ด ทั้งยังเป็นเครื่อง
บรรณาการชั้นยอด
นี่ก็คือสาเหตุที่ใบหน้าของตี๋เปียวเต็มไปด้วยความโกรธ หากมิใช่
เพราะตนแพ้หมากกระดาน ตนคงไม่ถึงกับต้องทำหน้าที่เป็น
ผู้ตรวจการหมู่บ้านแห่งนี้ กล่าวได้ว่าผู้ตรวจการหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับ
ผลประโยชน์น้อยที่สุดแล้ว
ตรวจการหนึ่งครั้งด้วยความลำบากยากเย็น แต่กลับได้รับ
ผลประโยชน์น้อยที่สุด เขาจะดีใจได้ก็คงประหลาดเกินไปแล้ว เพราะ
โดยพื้นฐานเขาก็เป็นคนใจร้อน เขาอยู่ในฐานะผู้สั่งการ หากระเบิด
โทสะขึ้นมา ก็มักจะด่าทอลงโทษผู้พิทักษ์เทียนสือที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
ของตน
“รองผู้สั่งการล่ะ ไปตายที่ใดแล้ว? หมู่บ้านที่พวกเราต้องไปตอนนี้
คือหมู่บ้านใด?”
น˺าเสียงไม่สบอารมณ์เกินจะเปรียบดังขึ้น ตี๋เปียวตะโกนแผดเสียง
ด้วยใบหน้าดุร้าย
“ลูกพี่ ข้าอยู่นี่ หมู่บ้านที่พวกเราต้องไปชื่อว่าหมู่บ้านไป๋สือ และ
เป็นหมู่บ้านที่พวกเราต้องไปเป็นแห่งแรกขอรับ”
พอสิ้นเสียงของตี๋เปียว รองผู้สั่งการเผิงเลี่ยงรีบสาวเท้าไปตรงหน้า
ตี๋เปียวแล้วจึงเอ่ยขึ้นทันที
เผิงเลี่ยง เป็นการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพแห่งโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในรอง
ผู้สั่งการที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของตี๋เปียว
“หมู่บ้านไป๋สือ? มีคำว่าไป๋ด้วย?”
เมื่อได้ยินคำว่าหมู่บ้านไป๋สือ ตี๋เปียวถลึงตาด้วยความเกรี้ยวโกรธ
เพราะผู้สั่งการที่เอาชนะเขาได้ท่านนั้นก็มีคำว่าไป๋อยู่ในชื่อด้วย
“เฮอะ! หากหมู่บ้านไป๋สือที่ว่ามอบเครื่องบรรณาการไม่มากพอ ก็
ไม่ต้องอยู่แล้ว”
ตี๋เปียวแค่นเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยด้วยความเยือกเย็น สำหรับ
เขาก็แค่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เพียงสะบัดฝ่ามือก็สามารถทำลายให้ราบ
เป็นหน้ากลองได้แล้ว ในสายตาของเขาสิ่งที่เรียกว่าชาวบ้านก็คือมด
ปลวกฝูงหนึ่ง
“ขะ…ขอรับ!”
พอได้ยินดังนั้น เผิงเลี่ยงทำได้เพียงพยักหน้าในทันที พอกล่าวจบ
เขาก็เพียงหัวเราะขมขื่น อย่างไรผู้สั่งการก็มีอำนาจเหนือกว่าเขา เขา
จึงไม่กล้าขัดคำสั่งของผู้สั่งการ
ไม่นานตี๋เปียวและพวกที่อยู่ภายใต้การคุ้มกันของผู้พิทักษ์เทียนสื
อกว่าพันคนก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านไป๋สือ
ณ หมู่บ้านไป๋สือ ยามนี้แต่ละบ้านต่างปรากฏตัวที่นอกหมู่บ้านแล้ว
ต้อนรับการมาถึงของผู้ตรวจการด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม
เพียงแต่ตอนนี้ตี๋เปียวนั่งอยู่บนร่างของสัตว์ปีศาจที่ทรงพลังเกิน
บรรยายตัวหนึ่ง สายตามองไปยังบรรดาชาวบ้านของหมู่บ้านไป๋สือที่
กำลังยิ้มจนปากฉีก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกว่าฝูงชนเบื้องหน้า
คล้ายกับกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ ทันใดนั้นความโกรธจนมิอาจยั้ง
อารมณ์ได้ก็ผุดขึ้นในจิตใจ กระทั่งว่าเกิดเปลวเพลิงลุกโชนในแววตา
เสียด้วยซ˺า
“งานตรวจการคงทำให้ท่านเหน็ดเหนื่อยมาก หมู่บ้านไป๋สือรอ
ท่านนานแล้ว นี่คือเครื่องบรรณาการจากหมู่บ้านไป๋สือในปีนี้”
ไป๋ป๋อเอ่ยกับเหล่าผู้พิทักษ์เทียนสือด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
ระหว่างที่กล่าวเขาก็รีบให้ผู้คนนำหนังสัตว์ปีศาจ สมุนไพรวิญญาณ
และวัสดุโลหะออกมา
นอกจากนี้เขาเองยังมอบหีบไม้ที่บรรจุโอสถปีศาจกว่ายี่สิบเม็ด
ให้กับเผิงเลี่ยง
หลังจากเผิงเลี่ยงรับเอาหีบไม้มา แล้วเห็นโอสถปีศาจยี่สิบเม็ด
ภายในกล่องไม้ เขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าหมู่บ้าน
ไป๋สือเล็กๆ แห่งนี้จะสามารถมอบโอสถปีศาจได้มากถึงเพียงนี้ อีกทั้ง
เครื่องบรรณาการบางชิ้นภายในหีบก็ไม่เลว อย่างน้อยก็มิใช่สัตว์ปีศาจ
ระดับต˹า
“ลูกพี่ นี่คือเครื่องบรรณาการจากหมู่บ้านไป๋สือขอรับ”
หลังจากนำหีบไม้มาไว้ตรงหน้าตี๋เปียว เผิงเลี่ยงก็รีบเอ่ยขึ้นมา
ทันที
ทว่าตี๋เปียวกลับมองโอสถปีศาจกว่ายี่สิบเม็ดในหีบไม้เพียงแวบ
เดียว ก่อนจะไม่มองอีกเลย สำหรับยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกเช่นเขา
โอสถปีศาจจากสัตว์ปีศาจระดับต˹ายี่สิบตัวเป็นสิ่งที่ไม่มีความสำคัญอัน
ใด
กระทั่งว่าในความคิดของเขา โอสถปีศาจยี่สิบเม็ดนี้คือความอัปยศ
อดสู เป็นสิ่งที่หมู่บ้านไป๋สือใช้เพื่อหักหน้ายอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกเช่น
เขา
“เฮอะ! เครื่องบรรณาการไม่พอ!”
ตี๋เปียวแค่นเสียงเย็นยะเยือก จากนั้นสายตาอันน่ากลัวก็กวาดมอง
ชาวบ้านของหมู่บ้านไป๋สือแวบหนึ่ง ทันใดนั้นเสียงตะโกนของเขาก็ดัง
ลั่นไปทั่วหมู่บ้านไป๋สือ
เครื่องบรรณาการไม่พอ พอสิ้นคำกล่าวนี้ บรรยากาศของหมู่บ้าน
ไป๋สือก็เงียบงัน ชาวบ้านของหมู่บ้านไป๋สือที่ใบหน้าแย้มยิ้มเหล่านั้น
บัดนี้ล้วนแต่สีหน้าแข็งค้าง
ส่วนไป๋ป๋อยิ่งหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า
“นายท่าน เครื่องบรรณาการปีนี้จากหมู่บ้านไป๋สือของพวกเราเป็น
สองเท่าของปีก่อน เหตุใดจึงยังไม่พอขอรับ?”
“ข้าบอกว่าไม่พอก็คือไม่พอ เจ้าเป็นผู้ใดกัน? ไยจึงอาจหาญตั้ง
คำถามกับคำกล่าวของข้า?”
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาที่น่าหวาดผวาของตี๋เปียวก็ตกลงบนร่าง
ของไป๋ป๋อ ไป๋ป๋อรู้สึกว่านภาตรงหน้าตนคล้ายกับพังถล่มลงมาในทันใด
ชั่วขณะนี้ร่างอันซูบเซียวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง โลหิตก็เริ่มทะลักออก
จากมุมปาก
“นะ…นายท่าน…ขะ…ข้าน้อย ยังมีเครื่องบรรณาการอีก…”
แม้ว่าร่างจะสั่นเทิ้ม มุมปากถึงขั้นมีโลหิตทะลักออกมา ทว่าไป๋ป๋อ
กลับไม่อาจหาญเอ่ยสิ่งใด กระทั่งว่าแม้จะโกรธเพียงนิดเดียวก็ยังไม่
กล้า แต่กลับรีบนำโอสถปีศาจที่ได้รับมาจากเซียวฮั่นก่อนหน้านี้ออกมา
จากอ้อมอกของตนแทน
โอสถปีศาจกว่าเก้าสิบเม็ด หนึ่งเม็ดก็ไม่ใช่เล็กๆ
“หน็อย ยังกล้ายักยอกเครื่องบรรณาการของข้า ดูท่าพวกเจ้า
หมู่บ้านไป๋สือจะใจกล้าจริงๆ เช่นนั้นหมู่บ้านไป๋สือก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่
แล้ว บัดนี้ข้าขอประกาศให้ทราบว่า หมู่บ้านไป๋สือถูกตัดชื่อออกแล้ว!”
คนเหลือบมองโอสถปีศาจเหล่านั้นในมือของไป๋ป๋อแวบหนึ่ง จาก
นั้นตี๋เปียวก็เผยสีหน้าเยือกเย็น บัดนี้ไฟแห่งโทสะในดวงตาลุกโชนพลุ่ง
พล่าน
“อะไรกัน? ตัดชื่อออก?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋ป๋อก็ร่างสั่นเทา สายตาทอดมองตี๋เปียวด้วยสี
หน้าเหลือเชื่อ มิใช่แค่เพียงเขา ต่อให้เป็นชาวบ้านคนอื่นในหมู่บ้าน
ไป๋สือก็ยังเผยสีหน้าเหลือเชื่อก่อน จากนั้นจึงกลายเป็นหวาดกลัว
การตัดชื่อออก นี่หมายความว่าสิ่งใด พวกเขาย่อมรู้ดี
การตัดชื่อออกเท่ากับสังหารทั้งหมู่บ้าน!
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าหากปีนี้มอบเครื่องบรรณาการให้มากขึ้น จะ
สามารถแลกกับสิ่งของและเคล็ดวิชาที่ดียิ่งขึ้น นึกไม่ถึงว่าจะนำมาสู่จุด
จบเช่นนี้
การตัดชื่อออก นี่เท่ากับว่าหมู่บ้านไป๋สือต้องถูกกำจัด
“ไม่ได้ยินที่ข้าเอ่ยรึ?”
สายตาอันน่าพรั่นพรึงกวาดมองผู้พิทักษ์เทียนสือแวบหนึ่ง จาก
นั้นตี๋เปียวก็เอ่ยอย่างเย็นเยียบ
ทั้งนี้พอสิ้นเสียงของตี๋เปียว ผู้พิทักษ์เทียนสือทุกท่านต่างก็ร่างสั่น
เทิ้มตามๆ กัน แล้วจึงรีบตอบกลับทันทีว่า
“พวกเราน้อมรับคำสั่ง!”
หลังจากสิ้นเสียงอื้ออึง ผู้พิทักษ์เทียนสือกว่าพันคนก็ปลุกเร้าพลัง
ในร่างกาย อย่างที่รู้กันว่าผู้พิทักษ์เทียนสือกว่าพันคนนี้ล้วนเป็นการ
ดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก ทว่าทั้งหมู่บ้านไป๋สือมียอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกเพียงไม่กี่ท่านเท่านั้น ซ˺าร้ายยังอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลกระดับต˹า
แค่คิดก็รู้แล้วว่า ขอเพียงแต่ผู้พิทักษ์เทียนสือกลุ่มนี้ลงมือ หมู่บ้าน
ไป๋สือเบื้องหน้าต้องโลหิตเจิ่งนองดุจสายน˺าเป็นแน่แท้ กระทั่งอาจถึง
ขั้นไม่หลงเหลือผู้รอดชีวิตแม้เพียงคนเดียว
การตัดชื่อออกก็คือการสังหารทั้งหมู่บ้าน เมื่อถึงยามนั้นอย่าว่าแต่
ผู้รอดชีวิต ต่อให้เป็นสรรพสัตว์ก็ยังไม่สามารถเห็นได้แม้แต่ตัวเดียว
ระหว่างที่เงาร่างของผู้พิทักษ์เทียนสือกำลังพุ่งไปหาชาวบ้านของ
หมู่บ้านไป๋สือ ชาวบ้านทุกคนล้วนเผยสีหน้าสิ้นหวัง ชาวบ้านที่ก่อนหน้า
นี้ใบหน้ายังเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ทว่ายามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นโศกเศร้า
เสียแล้ว บางคนก็ถึงขั้นหวาดกลัวจนเป็นลมล้มลงไปกองกับพื้น!