ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 8 : สะเทือนลั่นลานทดสอบ!
“หึ่ง!”
เมื่อสองมือของขวางเหมิ่งวางลงบนแผ่นศิลาทดสอบระดับ
วิญญาณ แผ่นศิลาทดสอบระดับวิญญาณพลันบังเกิดประกาย
ระยิบระยับขึ้น พร้อมกับค่อยๆ ปรากฏแสงวาวสองร้อยหกสิบห้าจุดขึ้น
เหนือแผ่นศิลาทดสอบระดับวิญญาณ
“สองร้อยหกสิบห้า อีกเพียงแค่สี่สิบห้าก็บรรลุขอบเขตก่อกำเนิด
ระดับกลาง สมแล้วที่เป็นขวางเหมิ่ง!”
เมื่อจับจ้องไปยังค่าวิญญาณสองร้อยหกสิบห้าจุดที่เปล่งประกาย
อยู่เหนือแผ่นศิลาทดสอบระดับวิญญาณ ทำให้เหล่าศิษย์สายนอกต่าง
ส่งเสียงตกตะลึง การบรรลุขอบเขตก่อกำเนิดระดับกลางตั้งแต่ยังไม่เข้า
เป็นศิษย์สายใน เมื่อเข้าไปจะได้รับทรัพยากรชั้นดีเกื้อหนุน ทำให้อาจ
บรรลุขอบเขตก่อกำเนิดระดับกลาง หรือแม้กระทั่งขอบเขตก่อกำเนิด
ระดับสูงได้ในเวลาอันสั้น
“ขวางเหมิ่ง ค่าวิญญาณสองร้อยหกสิบห้า ผู้ฝึกตกขอบเขต
ก่อกำเนิดระดับต้น เข้าสู่ศิษย์สายใน” เมื่อซุนลี่มองเห็นผลลัพธ์ที่
ปรากฏเหนือแผ่นศิลาทดสอบระดับวิญญาณ คนก็เริ่มพยักหน้า
เล็กน้อย มันถือเป็นพรสวรรค์ของขวางเหมิ่งอย่างแท้จริง ในภายภาค
re* https://www.novelgu.com
หน้าการบรรลุขอบเขตแก่นแท้สมควรไม่เป็นปัญหาอันใด กระทั่งมี
โอกาสบรรลุขอบเขตรวบรวมลมปราณจนกลายเป็นผู้ดูแลสำนักอาวุโส
รุ่นต่อไปของสำนักกระบี่หลิงเทียนก็ว่าได้
“ต่อไป เหลยเจิ้น!”
หลังขวางเหมิ่งเดินออกไป ซุนลี่โบกมือขึ้น พร้อมขานชื่อ เมื่อ
สิ้นสุดเสียงพูดของเขา ทั่วทั้งลานกว้างต่างเงียบสงัดลง
เหลยเจิ้น อายุเพียงสิบแปดปี ทว่ากลับบรรลุขอบเขตก่อกำเนิด
ระดับกลางแล้ว และเขายังมีสิ่งหนึ่งที่ผู้อื่นไม่อาจเทียบได้ บิดาของเขา
‘ผู้อาวุโสเหลยถิง’ คือหนึ่งในสิบผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่หลิงเทียน
หลังซุนลี่ขานเรียกเหลยเจิ้น เห็นเพียงฝ่าเท้าของเหลยเจิ้นผู้มีสี
หน้าโหดเหี้ยมสวมชุดคลุมสีม่วงเส้นผมสีม่วงปลิวไสวเต็มใบหน้า
เหยียบย่างลงสู่พื้นดิน ทั่วทั้งร่างราวกับอัสนีสีม่วงที่ฟาดฟันลงบนลาน
สูงอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่เหลย ศิษย์พี่เหลยช่างหล่อเหลายิ่งนัก!”
เมื่อร่างของเหลยเจิ้นปรากฏขึ้น ทำให้เหล่าศิษย์หญิงไม่น้อยต่าง
ส่งเสียงโห่ร้องอย่างเร่าร้อน
“เหลยเจิ้นเข้าร่วมการทดสอบ!”
re* https://www.novelgu.com
เหลยเจิ้นก้าวขึ้นไปบนลานสูงพร้อมเดินมุ่งไปยังแผ่นศิลาทดสอบ
ระดับวิญญาณ ขณะเดินอยู่ ปรากฏพลังวิญญาณสีม่วงขึ้นรอบตัวของ
เขา ราวกับประกายแสงจากอัสนีก็มิปาน
“หึ่ง!”
เฉกเช่นขวานเหมิ่ง ฝ่ามือของเหลยเจิ้นวางลงบนแผ่นศิลาทดสอบ
ระดับวิญญาณ บังเกิดประกายระยิบระยับ ปรากฏเป็นผลลัพธ์เหนือ
แผ่นศิลาทดสอบระดับวิญญาณ
“เจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ด!”
เมื่อจับจ้องไปยังตัวเลขที่เปล่งประกายระยิบระยับ ศิษย์สายนอก
ทุกคนต่างรู้สึกหายใจลำบากไปครู่หนึ่ง ผู้ใดก็ไม่อาจคาดคิด เหลยเจิ้น
มิใช่ผู้ฝึกตนในขอบเขตก่อกำเนิดระดับกลาง ทว่าเป็นผู้ฝึกตนใน
ขอบเขตก่อกำเนิดระดับสูง
บนลานสูง สายตาของเหลยเจิ้นกวาดไปยังลานกว้างอย่างไม่ละ
สายตา เมื่อมองเห็นสีหน้าตกตะลึงของทุกคน ก็ปรากฏรอยยิ้มแห่ง
ความภาคภูมิใจขึ้นบนใบหน้า สิ่งที่เขาปรารถนาคือความรู้สึกได้รับการ
เคารพนับถือจากผู้คนนับหมื่น
“ไม่เลว ท่านเหลยให้กำเนิดบุตรชายที่เก่งกาจแล้ว” เมื่อจับจ้องไป
ยังผลลัพธ์เหนือแผ่นศิลาทดสอบระดับวิญญาณ ซุนลี่ก็อดไม่ได้ที่จะ
re* https://www.novelgu.com
พยักหน้า อายุเพียงเท่านี้กลับทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิดระดับสูงได้
แล้ว ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้นับว่าเป็นอัจฉริยะในสำนักกระบี่หลิงเทียน
ภายใต้สายตาของผู้คนนับหมื่น เหลยเจิ้นก้าวลงจากบัลลังก์พิธี
ด้วยใบหน้าปีติยินดี มาถึงตอนนี้ การทดสอบศิษย์สายนอกใกล้เข้าสู่
ช่วงสุดท้ายแล้ว
“ต่อไป ฉู่เฟย!” ซุนลี่พลิกหนังสือไปยังหน้าถัดไป เมื่อชื่อของฉู่เฟ
ยถูกขานขึ้น สายตาของผู้คนในลานกว้างต่างจับจ้องไปยังลานสูง
ฉู่เฟย ศิษย์สายนอกผู้มีพรสวรรค์สูงที่สุด เขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนวิถี
ทำลาย ทว่าเป็นผู้ฝึกตนวิถีรังสรรค์แห่งเต๋า เขาเพิ่งเข้าสำนักกระบี่หลิง
เทียนได้เพียงหนึ่งปี ไต่เต้าจากการฝึกตนขอบเขตเต๋าแรกย่างก้าว
ระดับกลางจนไปถึงขอบเขตเต๋าแรกย่างก้าวระดับสูง
หลังจากนั้นก็สามารถบรรลุขอบเขตได้ปีละหนึ่งขั้น ใช้เวลาเพียง
ไม่กี่ปี การฝึกตนจากขอบเขตเต๋าแรกย่างก้าวระดับกลางของฉู่เฟยก็
สามารถบรรลุถึงขอบเขตก่อกำเนิดระดับสูงได้ กระทั่งบางคนคาดว่า
เท้าข้างหนึ่งของฉู่เฟยอาจเหยียบย่างเข้าไปยังขอบเขตแก่นแท้แห่งเต๋า
แล้วก็เป็นได้
พรสวรรค์เช่นนี้ได้รับการกล่าวขานว่ายอดเยี่ยม ถึงกับมีบางคนคิด
ว่าพรสวรรค์ของเขาไม่ได้มีน้อยไปกว่าเซียวฮั่นเลย เพียงแต่หลายคน
re* https://www.novelgu.com
ไม่รู้สิ่งใดเลยเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของฉู่เฟย ทว่าภูมิหลังของฉู่เฟ
ยต้องไม่เรียบง่ายอย่างแน่นอน
“ฉู่เฟยมิต้องทดสอบ เขาได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสสูงสุดให้
เป็นศิษย์สายตรงแล้ว” หลังขานชื่อ ซุนลี่ประกาศออกมาอย่างช้าๆ
และเมื่อสิ้นคำกล่าวของเขา ก็มีเสียงอื้ออึงดังขึ้น
“สมกับที่เป็นเป็นศิษย์สายนอกอันดับหนึ่ง เหลือเชื่อที่ได้รับการ
ยอมรับจากผู้อาวุโสสูงสุดให้เป็นศิษย์สายตรงทันที ความสำเร็จในภาย
ภาคหน้ามิใช่สิ่งที่พวกเราจะคาดคิดได้เลย” เป็นที่ทราบกันว่าผู้อาวุโส
สูงสุดคือตัวตนที่อยู่เหนือกว่าผู้คนนับหมื่นแห่งสำนักกระบี่หลิงเทียน
ในยามนี้ที่ประมุขหายตัวไป ผู้อาวุโสสูงสุดคือผู้ควบคุมทิศทางของ
สำนักกระบี่หลิงเทียน ถึงกับมีคนคาดว่าผู้อาวุโสสูงสุดอาจกลายมาเป็น
ประมุขก็เป็นได้
เมื่อฉู่เฟยกลายเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสสูงสุด ด้วยพรสวรรค์
ของเขา ในภายภาคหน้าอาจได้กลายเป็นประมุขรุ่นต่อไปแห่งสำนัก
กระบี่หลิงเทียนก็เป็นได้
กล่าวได้ว่า สำนักกระบี่หลิงเทียนที่ผู้มีพรสวรรค์ต่างค่อยๆ ร่วงโรย
ไป ศิษย์ผู้มีพรสวรรค์เฉกเช่นฉู่เฟยจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ
สำนักกระบี่หลิงเทียน
re* https://www.novelgu.com
“ผู้เข้ารับทดสอบคนสุดท้าย!”
เมื่อซุนลี่พลิกหนังสือไปยังหน้าสุดท้าย เขาอดไม่ได้ที่จะต้องชะงัก
งัน ใบหน้าอันเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าอันเศร้าสลด ครั้งหนึ่ง เขา
คือดาวดวงใหม่ที่ทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คืออนาคตของทั้งสำนัก
กระบี่หลิงเทียน แม้ว่าเขาจะหัวรั้นสุดโต่งก็ตาม ทว่าในตอนนี้……
“เซียวฮั่น!”
ในที่สุด ซุนลี่ค่อยๆ เปิดปากเอ่ยออกมา นี่เป็นการทดสอบครั้งที่
สามของเซียวฮั่นแล้ว สองครั้งก่อนหน้าเซียวฮั่นมาไม่ถึงลานทดสอบ
สำหรับทุกคนแล้วครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน ทว่าการทดสอบครั้งนี้ต่าง
ออกไป ในครั้งนี้จะทำให้เซียวฮั่นถูกขับออกจากสำนักกระบี่หลิงเทียน
จะไม่มีศิษย์นามเซียวฮั่นในสำนักกระบี่หลิงเทียนอีกต่อไป
เมื่อซุนลี่ขานชื่อเรียกเซียวฮั่น ทั่วทั้งลานกว้างก็ค่อยๆ เงียบสงัดลง
อีกครั้ง พร้อมกับมีเสียงพูดคุยถกเถียงกันดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“เฮ้ เจ้าคิดว่าเขาจะมาเข้ารับการทดสอบครั้งนี้หรือไม่?”
“เขาได้กลายเป็นเศษสวะไปแล้ว จะมาทดสอบหรือไม่ ผลลัพธ์ก็
ไม่ต่างกัน อย่างไรเขาก็ไม่มีทางผ่านการทดสอบอยู่แล้ว ไม่ต้องมาอับ
อายต่อหน้าสายตาผู้คนยังจะดีซะกว่า อย่างไรซะครั้งหนึ่ง เขาก็เคย
re* https://www.novelgu.com
เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเรา เขาคงไม่อยากอับอายต่อหน้าใบหน้า
เหล่านี้ก็เป็นได้”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยถกเถียงกันของผู้คน ซุนลี่กวาดสายตาไปไม่
พบเงาของเซียวฮั่นในฝูงชน จึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า พร้อมกับกล่าว
ออกมาอีกครั้ง “ผู้เข้าทดสอบ เซียวฮั่น!”
การขานชื่อครั้งที่สองดังขึ้น ลานกว้างยังคงอยู่ในความเงียบงัน ยัง
ไม่มีวี่แววเงาร่างของเซียวฮั่นปรากฏออกมา
“ดูแล้วคงไม่มาจริงๆ ทว่าไม่มานั่นแหละดีแล้ว!” เมื่อมองไปยัง
ภาพเบื้องหน้า เหล่าศิษย์สายนอกต่างอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพร้อมกับ
บ่นพึมพำออกมา
“ผู้เข้าทดสอบ เซียว……ฮั่น!” เสียงขานเรียกครั้งที่สามดังขึ้น ซุนลี่
เองก็ไร้ซึ่งความคาดหวังเช่นเดียวกัน แม้เซียวฮั่นจะปรากฏตัว เขาก็
เป็นได้เพียงแค่เศษสวะไร้ค่าเท่านั้น
อาการบาดเจ็บของเซียวฮั่นที่อยู่ต่อหน้าเขาก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว
หลายต่อหลายครั้ง ว่าไม่มีหนทางนำพลังกลับคืนมาได้ มีเพียงยา
อายุวัฒนะในตำนานเท่านั้นที่จะสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของเซียว
ฮั่นได้
re* https://www.novelgu.com
“เซียวฮั่นเข้ารับการทดสอบ!” อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้คนต่างคิด
ว่าเซียวฮั่นจะมาปรากฏตัวนั้น ก็มีเสียงพูดอันเยือกเย็นกล่าวดังขึ้น
สายตานับไม่ถ้วนทุกคู่ในลานกว้างแปรเปลี่ยนจับจ้องไปยังทางเข้า ที่
นั่นปรากฏร่างชายสวมชุดคลุมสีขาวก้าวย่างอย่างมั่นคงเข้ามายัง
ภายในลานกว้าง
“มาแล้ว มาแล้วจริงๆ ด้วย!” ณ ช่วงเวลานี้ บนใบหน้าของผู้คนนับ
ไม่ถ้วนต่างปรากฏสีหน้าบิดเบี้ยว สุดท้ายแล้วเป็นพวกเขาเองที่ไม่อาจ
เข้ารับการทดสอบได้
“พรางเป็นเทพแสร้งเป็นผี ช่างน่าหัวเราะนัก!” เมื่อเหลยเจิ้นมอง
เห็นร่างของเซียวฮั่นที่เยื้องย่างเข้ามา สายตาก็พลันค่อยๆ แปรเปลี่ยน
เป็นเย็นชา
เซียวฮั่นคืออดีตรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของสำนักกระบี่หลิงเทียน ไม่รู้
ว่ามีศิษย์ที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันไปมากน้อยเพียงใด ซึ่งเหลยเจิ้นเองก็
ตกอยู่ภายใต้ชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์ของเซียวฮั่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นสำหรับ
เซียวฮั่นแล้ว การที่เซียวฮั่นตกสู่จุดตกต˹าเช่นนี้ นับว่าไม่เป็นอันใดให้
ควรค่าแก่การใส่ใจ
แต่กับผู้อื่นนั้นต่างออกไป ในตอนนี้ดวงตาของผู้คุมกฎอาวุโสซุนลี่
จับจ้องไปยังเซียวฮั่นที่กำลังเยื้องย่างเข้ามา ม่านตาพลันหดตัวลง
re* https://www.novelgu.com
ภายใต้สายตาของเขาผู้ที่เยื้องย่างเข้ามานั้นหาใช่เซียวฮั่นไม่ ทว่าเป็น
กระบี่เทพอันแหลมคมไร้ที่สิ้นสุดที่ถูกชักออกจากฝัก
ความรู้สึกเช่นนี้ ซุนลี่ไม่เคยรับรู้ได้จากตัวของเซียวฮั่นมาก่อน
ความรู้สึกที่รับรู้ได้จากเซียวฮั่นผู้นี้ราวกับขอบเขตแห่งวิถีกระบี่ระดับ
สูงสุดในตำนานที่มนุษย์และกระบี่กลายเป็นหนึ่งเดียวกันของสำนัก
กระบี่หลิงเทียนเลย
“ความรู้สึกเช่นนี้ เป็นไป……ได้อย่างไร?” ซุนลี่พึมพำออกมา
พร้อมกับจ้องมองไปยังดวงตาที่เปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ ของเซียวฮั่น ณ
ช่วงเวลานี้ เขามองเห็นการกำเนิดของมือกระบี่แห่งใต้หล้า ความรู้สึก
เช่นนี้นั้นแสนเด่นชัด เป็นที่ทราบกันว่าเขาคือตัวตนในขอบเขต
จักรพรรดิ ดังนั้นความรู้สึกของเขาที่ตระหนักได้ถึงอำนาจแห่งฟ้าดิน
นั้นไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน
ในขณะที่เซียวฮั่นกำลังเหยียบย่างอย่างช้าๆ เข้าสู่ลานกว้าง ได้
สร้างแรงกดดันแก่ฝูงชนที่ยืนขวางอยู่ทำให้เส้นทางเดินตรงถูกเปิดออก
ในเวลานี้สายตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปยังเซียวฮั่น ทว่าใบหน้าอัน
หล่อเหลาและเย็นชาของเซียวฮั่นกลับนิ่งเฉย และก้าวเดินต่อไปอย่าง
มั่นคง จนในที่สุดก็ได้ก้าวขึ้นไปยังลานสูง
re* https://www.novelgu.com
ในเวลานี้ ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เซียวฮั่น
ในวันนี้จึงให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป เป็นความรู้สึกเช่นนี้ไม่อาจบรรยาย
ให้เข้าใจได้
สิ่งเดียวที่บอกได้คือ เซียวฮั่นกำลังแสดงความมั่นใจในตนเอง
ออกมาอย่างมหาศาล ราวกับว่าโลกใบนี้ไม่มีปัญหาใดที่จะเข้ามากล˺า
กรายเขาได้ ไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคต่อการก้าวเดินของเขา
ในเวลานี้สายตาของเซียวฮั่นกวาดมองแผ่นศิลาทดสอบที่แสน
คุ้นเคยแต่ก็แปลกตาเบื้องหน้าทั้ง 3 ชิ้น
ท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น เซียวฮั่นค่อยๆ ก้าวเดินไปยังแผ่น
ศิลาทดสอบพละกำลัง เมื่อจ้องมองไปยังแผ่นศิลาทดสอบพละกำลังที่
เบื้องหน้า เซียวฮั่นก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับค่อยๆ เอื้อมมือ
ออกไปวางบนแผ่นศิลาทดสอบพละกำลัง
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง แผ่นศิลาทดสอบพละกำลังยังคงไร้ซึ่งการ
ตอบสนองใดๆ สีหน้าของผู้คนต่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“แค่การละเล่นปาหี่ อย่าอยู่ให้อับอายขายหน้า” เหลยเจิ้นที่เห็น
ภาพเบื้องหน้าได้กล่าวคำเย้ยหยันออกมา สำหรับเขาแล้ว ชื่อเสียงของ
เซียวฮั่นเป็นเพียงแค่การยกยอปอปั้น ความจริงแล้วก็เป็นเพียงการ
พรางเป็นเทพแสร้งเป็นผีเท่านั้น
re* https://www.novelgu.com
“ครึ่ก!”
เมื่อเสียงพูดของเหลยเจิ้นได้หยุดลง ในช่วงเวลาต่อมาสีหน้า
ท่าทางของเขาก็ต้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ย
หยันก่อนหน้านี้ ในตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ดูไม่ได้ ราวกับได้
สูญเสียใบหน้าไปก็มิปาน
“แกร๊ก!”
ขณะที่เสียงอันแผ่วเบานั้นดังขึ้น ทั่วทั้งลานกว้างก็พลันเกิดความ
โกลาหล ภายใต้สายตาอันไร้ซึ่งความคิดใดๆ นับไม่ถ้วน บนแผ่นศิลา
ทดสอบพละกำลังปรากฏรอยแยกแผ่ขยายจากฝ่ามือของเซียวฮั่น
ออกไปทุกทิศทุกทาง
“เป็นไปได้อย่างไร? นี่พวกเราต้องตาฝาดไปแน่” ศิษย์สายนอกนับ
ไม่ถ้วนต่างขยี้ดวงตาของตน และจ้องมองอีกครั้งพร้อมกับสูดลมหายใจ
เข้าลึกด้วยความตะลึง
ไม่เพียงศิษย์สายนอก กระทั่งผู้คุมกฎอาวุโสซุนลี่ในเวลานี้ยังต้อง
ตกตะลึง
แผ่นศิลาทดสอบพละกำลัง ใช้ทดสอบพละกำลังของผู้ฝึกตนวิถี
ทำลายที่อยู่ในระดับต˹ากว่าขอบเขตรวบรวมลมปราณ โดยทั่วไป
พละกำลังสูงสุดของขอบเขตแรกย่างก้าวจะเทียบเท่ากับมังกรหนึ่งตัว
re* https://www.novelgu.com
พละกำลังสูงสุดของขอบเขตก่อกำเนิดจะเทียบเท่ากับมังกรสิบตัว และ
พละกำลังสูงสุดของขอบเขตแก่นแท้ก็จะเทียบเท่ากับมังกรร้อยตัว
เป็นที่รู้กันว่านี่เป็นข้อจำกัดที่ผู้ฝึกตนวิถีทำลายที่เชี่ยวชาญเรื่อง
พละกำลังจะสามารถทำได้ และขีดจำกัดของแผ่นศิลาทดสอบ
พละกำลังก็คือพละกำลังที่เทียบเท่ากับมังกรร้อยตัว หรือก็คือ
พละกำลังสิบล้านจิน และในเวลานี้ปรากฏรอยแยกขึ้นบนแผ่นศิลา
ทดสอบพละกำลัง นั่นหมายความว่าเซียวฮั่นในตอนนี้ใช้พละกำลังทาง
ร่างกายได้มากกว่าสิบล้านจินไปแล้ว!!
ทว่าสวะไร้ค่าจะมีพละกำลังถึงสิบล้านจินได้อย่างไร เป็นที่รู้กันว่า
พลังปราณของเซียวฮั่นนั้นถูกทำลายสิ้นไปแล้ว ไม่มีหนทางที่จะดูดซับ
และรวบรวมพลังฟ้าดินได้อีกแล้ว นั่นหมายความว่าพละกำลังของเขา
ไม่สามารถเพิ่มสูงขึ้นได้แล้ว ทว่าภาพที่อยู่เบื้องหน้ากลับกลายเป็นสิ่งที่
ทำให้ผู้คนประหลาดใจ
“ตูม!”
“ครืน!”
ภายใต้สายตาที่เงียบงันราวกับไร้ซึ่งชีวิต เซียวฮั่นนำฝ่ามือกลับมา
ช้าๆ จากนั้นแผ่นศิลาทดสอบพละกำลังก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
re* https://www.novelgu.com
พร้อมกันกับเสียงดังลั่นนั้น แผ่นศิลาทดสอบพละกำลังก็ได้กลายสภาพ
เป็นเพียงเศษหินที่แตกละเอียดอยู่บนลานสูงในฉับพลัน
……………
re* https://www.novelgu.com