ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 835 : แผนการ!
ดังนั้นในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป เซียวฮั่นจะเดินทางไปยังสถานที่
อันตรายแห่งนั้น โดยเฉพาะสถานที่อันตรายที่มีจิตวิญญาณทมิฬและ
วิญญาณพยาบาทมากมายนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับโลกหมื่นภูติ
สถานที่ดังกล่าวมักมีจิตวิญญาณทมิฬและวิญญาณพยาบาทมาก
ที่สุด และด้วยความแข็งแกร่งของเซียวฮั่นในยามนี้ ย่อมไม่หวั่นเกรงต่อ
จิตวิญญาณทมิฬและวิญญาณพยาบาทเหล่านี้
ไม่ต้องเอ่ยถึงอย่างอื่น เพียงแค่เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬ เพลิงแห่ง
วิถีเต๋า ก็นับเป็นดาววิบัติของจิตวิญญาณทมิฬแล้ว
เมื่ออาศัยเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬและเพลิงแห่งวิถีเต๋า เซียวฮั่นจะ
สามารถเข้าไปในสถานที่อันตรายเหล่านี้อย่างไม่หวาดหวั่น
พูดง่ายๆ ก็คือ เซียวฮั่นปลดปล่อยวิญญาณเพื่อหลุดพ้นจากห้วง
แห่งความทุกข์ให้กับมนุษย์
ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณทมิฬ วิญญาณอาฆาต หรือวิญญาณ
พยาบาท เมื่ออยู่ในมือของเซียวฮั่น ก็ล้วนแต่ถูกส่งเข้าสู่ห้วงวัฏสงสาร
ขณะที่จิตวิญญาณทมิฬ วิญญาณอาฆาตและวิญญาณพยาบาทใน
มือของเซียวฮั่นถูกส่งเข้าสู่ห้วงวัฏสงสารมากขึ้นเรื่อยๆ พลังแห่งบารมี
ในกายไม่เพียงแต่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าพลังจิตวิญญาณในร่าง
ของเขายังน่าหวาดผวายิ่งขึ้น
อย่างไรเมื่อจิตวิญญาณทมิฬเหล่านี้เข้าสู่ห้วงวัฏสงสาร พลังจิต
วิญญาณของพวกมันจะถูกแผดเผาไปพร้อมกับวิญญาณพยาบาท ส่ง
มอบให้กับเซียวฮั่นผ่านทางเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬ
เซียวฮั่นเดินทางไปมาในโลกหงเหมิงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่ง
จิตวิญญาณทมิฬและวิญญาณพยาบาทเข้าสู่ห้วงวัฏสงสารทีละดวง จน
ในภายหลังเซียวฮั่นเองก็ไม่รู้ว่าตนส่งจิตวิญญาณทมิฬเข้าสู่ห้วง
วัฏสงสารไปมากเพียงใดแล้ว
เขารู้เพียงว่าร่างเวทแห่งบารมีของตนได้รวบรวมพลังแห่งบารมี
อันมิมีประมาณไว้ กระทั่งว่าพลังแห่งบารมีที่น่ากลัวเช่นนี้สามารถ
รวบรวมเป็นบงกชทองบารมีสิบสองชั้นด้วยซ˺าไป
ส่วนพลังแห่งจิตวิญญาณในกระแสวิญญาณของเซียวฮั่นก็ดำเนิน
มาถึงขั้นที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ พลังจิตวิญญาณอันน่าพรั่นพรึง
เปรียบดั่งทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต
“ฟุ่บ!”
เงาร่างนั่งขัดสมาธิในถ˺าแห่งหนึ่ง จากนั้นเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬ
และเพลิงแห่งวิถีเต๋ารอบกายเซียวฮั่นก็กลอกกลิ้งอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทั้งสองสิ่งปรากฏได้พริบตาเดียวก็หายวับไป ทว่าบัดนี้ภายในโลก
จิตรับรู้ของเซียวฮั่น เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬและเพลิงแห่งวิถีเต๋าได้จุด
ไฟจิตวิญญาณของเซียวฮั่นขึ้นมาแล้ว
เจ็บปวด…ความเจ็บปวดทรมานที่ไม่มีทางจินตนาการได้ผุดขึ้นใน
ส่วนที่ลึกที่สุดของจิตวิญญาณของเซียวฮั่นอีกครา
ความเจ็บปวดอันเนื่องมาจากจิตวิญญาณถูกจุดไฟนั้นมิอาจ
จินตนาการได้ แม้ว่าเซียวฮั่นจะเคยผ่านประสบการณ์ที่ว่านี้มาแล้วหนึ่ง
ครั้ง แต่กลับยังคงรู้สึกหวาดผวากับความเจ็บปวดรวดร้าวที่ไม่มีสิ่งใด
เทียบเทียมได้
จิตวิญญาณถูกแผดเผาทีละนิด จากนั้นความรู้สึกของพญาหงส์สู่
นิพพานก็เกิดขึ้นมาอีกครั้ง ราคาที่จ่ายไม่ต้องเอ่ยมาก
แต่หากเซียวฮั่นต้องการได้รับการยอมรับจากวิถีจิตวิญญาณเซียน
เทียน ก็จำเป็นต้องก้าวออกจากขั้นนี้ให้ได้
การแผดเผาจิตวิญญาณเทพของตน ส่งผลให้จิตวิญญาณของตน
ได้รับการยอมรับจากวิถีจิตวิญญาณอย่างบริสุทธิ์
เพลิงแห่งวิถีเต๋ากลอกกลิ้ง เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬลุกโชน บัดนี้จิต
วิญญาณเทพของเซียวฮั่นค่อยๆ ถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น ส่วนที่ถูกเผาก็
คือสิ่งเจือปนในจิตวิญญาณของเขา
อีกทั้งการแผดเผาของเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬและเพลิงแห่งวิถีเต๋า
ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน ในช่วงเวลาเจ็ดวันเจ็ด
คืนนี้ จิตวิญญาณของเซียวฮั่นถูกแผดเผาซ˺าแล้วซ˺าเล่านับเจ็ดครั้ง แต่
ละวัน แต่ละวินาที เซียวฮั่นรู้สึกคล้ายกับเอาตัวเองกระโจนเข้าไปในขุม
นรกทุกชั่วขณะ
ทว่าหลังจากผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืน จิตวิญญาณของเซียวฮั่นก็ราว
กับหลุดพ้นจากทุกสิ่ง จิตวิญญาณหนึ่งสายในส่วนลึกของจิตรับรู้
บริสุทธิ์จนถึงขั้นที่มิอาจจินตนาการได้
ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่นิดเดียว ประหนึ่งว่าเป็นจิตวิญญาณต้น
กำเนิดก็มิปาน
ขณะที่จิตวิญญาณของเซียวฮั่นบริสุทธิ์จนถึงขั้นไร้สิ่งเจือปนอื่นใด
ลมปราณที่แตกต่างจากวิถีเต๋าหลังยุคบุกเบิกฟ้าสายหนึ่งก็กวาดล้าง
ออกมาจากร่างของเซียวฮั่น
ในที่สุดเซียวฮั่นก็ได้รับการยอมรับจากวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน
พลังก้าวจากขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับร่างจำแลงสู่ขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ราชันสำเร็จ ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขสุกงอม
หลังจากเซียวฮั่นควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน จนก้าวสู่ขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน เมฆแห่งโชคลาภพันจั้งก็ปกคลุมไปทั่วโลกหงเหมิง
แสงสุริยันอันสวยสดงดงามส่องสว่างไปในนภากาศ เมฆสีม่วงปรากฏที่
ทิศบูรพา
หลังจากย่างกรายสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันและควบคุมวิถีจิต
วิญญาณสำเร็จ ยามนี้เซียวฮั่นกลับลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
บัดนี้เซียวฮั่นคล้ายกับผสานจิตวิญญาณเข้ากับฟ้าดินของโลกหง
เหมิง เขาสามารถรับรู้ได้ถึงคลื่นลมปราณจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิต
มากมายนับไม่ถ้วนในโลกหงเหมิง
กระทั่งว่าต่อให้เซียวฮั่นมิได้กระทำสิ่งใด เขาก็สามารถมองเห็น
เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ว่าในส่วนใดของโลกหงเหมิง
ชั่วขณะนี้เซียวฮั่นราวกับกลายเป็นจิตวิญญาณของโลกหงเหมิงอ
ย่างไรอย่างนั้น
เมื่อได้รับการยอมรับจากจิตวิญญาณเซียนเทียน นี่หมายความว่า
เซียวฮั่นได้ผนวกตนเองเข้ากับโลกหงเหมิงอย่างสมบูรณ์แบบ นับแต่
บัดนี้ไปเขาก็คือผู้ควบคุมวิถีจิตวิญญาณ
เพียงความคิดสายเดียว การดำรงอยู่ที่ต˹ากว่าขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ลงไปก็ล้วนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาทั้งสิ้น
นี่คือความน่ากลัวของการควบคุมวิถีจิตวิญญาณ และที่หลายปีมา
นี้ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมวิถีจิตวิญญาณก็ใช่ว่าไม่มีเหตุผล
ท่ามกลางวิถีหมื่นเทพ วิถีจิตวิญญาณสามารถจัดอยู่ในสิบอันดับ
แรกได้อย่างแน่นอน
เพราะต้นกำเนิดของหมื่นสรรพสัตว์ก็คือจิตวิญญาณและจิตรับรู้
กายเนื้อเป็นเพียงตัวนำพาของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล จิตวิญญาณถึงจะ
เป็นรากฐานของสิ่งมีชีวิต
ไม่มีจิตวิญญาณก็เท่ากับตกตาย สิ่งนี้ไม่มีอะไรน่ากังขา และยามนี้
เซียวฮั่นกลายเป็นการดำรงอยู่ผู้ควบคุมวิถีจิตวิญญาณ แค่ความคิด
สายเดียวของเขาก็สามารถควบคุมพลังแห่งจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิต
ทั้งมวลมาให้ตนใช้ประโยชน์ได้แล้ว
วิถีเต๋าเซียนเทียนมิใช่สิ่งที่วิถีเต๋าหลังยุคบุกเบิกฟ้าสามารถ
เทียบเคียงได้ ความแตกต่างระหว่างก่อนยุคบุกเบิกฟ้าและหลังยุค
บุกเบิกฟ้าก็คือฟ้ากับเหว
หลังจากควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน กลายเป็นยอดฝีมือขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ความแข็งแกร่งของเซียวฮั่นก็เพิ่มพูนขึ้นมา
มากกว่าก่อนหน้านี้อย่างน้อยที่สุดก็หลายเท่า
เขาในเวลานี้ แม้จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพ
บุรุษโดยทั่วไป ก็ยังมีความแข็งแกร่งในการต่อกร
“ครืน!”
พอควบคุมวิถีจิตวิญญาณสำเร็จและก้าวสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน
เซียวฮั่นก็ปลุกเร้าลวดลายเต๋าหมื่นวิถีอีกครา ครานี้ลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
ชี้นำทิศทางใหม่
แต่ทิศทางที่ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีชี้นำครานี้กลับทำให้เซียวฮั่นมุ่น
คิ้วอย่างห้ามมิได้ เพราะทิศทางดังกล่าวอยู่ภายในห้วงลึกอันมืดมิดไร้
สิ้นสุดแห่งหนึ่งของโลกหงเหมิง
อีกทั้งห้วงลึกอันมืดมิดไร้สิ้นสุดที่ว่า เซียวฮั่นไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็น
เขตควบคุมของผู้ใด
“เจ้าแห่งความมืดมิด ดูท่าพวกเราคงต้องประมือกันสักรอบ
เสียก่อน!”
ก่อนหน้านี้เซียวฮั่นอาจมิกล้าระรานเจ้าแห่งความมืดมิด แต่
หลังจากกลายเป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ควบคุมวิถีจิต
วิญญาณเซียนเทียน ความมั่นใจของเขาก็เพิ่มขึ้นมา
“โลกความมืด คงต้องเดินทางไปแล้วกระมัง!”
สายตาสั่นไหวเล็กน้อย เซียวฮั่นกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ ไม่แน่ว่า
การบุกไปหาศัตรูถึงข้างในอาจส่งผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้
แน่นอนว่าเซียวฮั่นไม่สามารถบุ่มบ่ามเข้าไปในโลกความมืด การ
ทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรจากส่งเนื้อเข้าปากเสือ
ก่อนจะไปเซียวฮั่นจำเป็นต้องทำตามแผนที่สองของตนเสียก่อน
เซียวฮั่นในยามนี้ควบคุมสามพันวิถี ซึ่งเท่ากับว่าเขามีร่างจำแลง
สามพันวิถี และร่างจำแลงสามพันวิถีเหล่านี้ย่อมมีประโยชน์ต่อเซียว
ฮั่นมหาศาล
“ครืน!”
พลังแห่งวิถีเต๋าสั่นไหว จากนั้นร่างจำแลงสามพันวิถีก็สาวเท้า
ออกมาจากร่างของเซียวฮั่นทีละสาย
หลังจากร่างจำแลงสามพันวิถีย่างกรายออกมา เซียวฮั่นก็สะบัดฝ่า
มือ ก่อนที่แผ่นหยกนำโชคจะปรากฏสู่เบื้องหน้า
“คงถึงคราวที่ต้องใช้เจ้าแล้ว!”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นสะบัดมือหนึ่งครา จากนั้นรัศมีแห่งวิถีเต๋าก็
กลอกกลิ้งเหนือแผ่นหยกนำโชค ก่อนที่ลวดลายค่ายกลม้วนหนึ่งจะ
ปรากฏกลางอากาศ
ลวดลายหมื่นค่ายกลคือสิ่งที่ผู้ถือครองเฉียนคุนส่งต่อให้แก่เซียว
ฮั่นในตอนนั้น นับตั้งแต่ร่างจริงของเซียวฮั่นถูกเจ้าแห่งความมืดมิด
สะกดให้เป็นทาสรับใช้ เซียวฮั่นก็มิได้ใช้กำลังอันใดในลวดลายหมื่นค่าย
กล
อย่างไรหากต้องการควบคุมค่ายกลในลวดลายหมื่นค่ายกลอย่าง
สมบูรณ์ครบถ้วน ก็ต้องสิ้นเปลืองกำลังวังชาและเวลามหาศาลสำหรับ
เซียวฮั่นจริงๆ
แต่ตอนนี้ต่างออกไปแล้ว เซียวฮั่นในยามนี้คือการดำรงอยู่ขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ราชัน ร่างจำแลงแห่งวิถีเต๋าก็มีถึงสามพันสาย
และแผนการที่สองของเซียวฮั่นในตอนนี้ก็คือให้ร่างจำแลงสามพัน
วิถีของตนควบคุมค่ายกลทั้งหมดในลวดลายหมื่นค่ายกลเร็วที่สุดเท่าที่
เป็นไปได้
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เมื่อถึงสงครามครั้งสุดท้าย เซียวฮั่นถึงสามารถ
อาศัยลวดลายหมื่นค่ายกล อัญเชิญค่ายกลวิถีหมื่นเทพได้
ขอแค่สามารถอัญเชิญค่ายกลวิถีหมื่นเทพออกมาได้ เซียวฮั่นก็
มิใช่ว่าไม่มีความสามารถในการต่อกรกับเจ้าแห่งความมืดมิด เจ้าแห่ง
การดูดกลืนและพรรคพวก
ถ้าหากใช้งานค่ายกลได้อย่างเชี่ยวชาญ ก็สามารถเทียบเคียงกับ
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ได้นับล้านท่าน!
อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้เซียวฮั่นคือการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
ราชัน อีกทั้งร่างจำแลงแห่งวิถีเต๋าของตนยังเป็นการดำรงอยู่ขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ที่ควบคุมวิถีหงเหมิง
กล่าวได้ว่าหากจัดวางค่ายกลขึ้นมา นั่นคือการใช้วิถีหงเหมิงเป็น
รากฐานของลายเส้นค่ายกล เมื่อถึงเวลาค่ายกลที่ประกอบขึ้นมาจาก
ลายเส้นค่ายกลพันล้านสายและค่ายกลสิบล้านแห่ง ก็เพียงพอจะกักขัง
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋าท่านหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงค่ายกลวิถีหมื่นเทพที่ประกอบขึ้นมาจากวิถีหง
เหมิงสามพันวิถีและลวดลายหมื่นค่ายกล
ยามนั้นร่างจำแลงสามพันวิถีนี้ของเซียวฮั่นก็คือดวงตาค่ายกลของ
ค่ายกลวิถีหมื่นเทพ ทั้งนี้เต๋าแห่งค่ายกลก็พัฒนาอย่างไร้สิ้นสุด
อานุภาพไร้ขอบเขต
ต่อให้เจ้าแห่งความมืดมิดและเจ้าแห่งการดูดกลืนมีความแข็งแกร่ง
ที่เก่งกล้าเพียงใด เซียวฮั่นอาศัยแค่ค่ายกลวิถีหมื่นเทพก็มีความ
แข็งแกร่งพอจะต่อกรแล้ว
“ไปกันเถิด!”
คนพยักหน้าให้กับร่างจำแลงสามพันวิถีของตน จากนั้นร่างจำแลง
สามพันวิถีและลวดลายหมื่นค่ายกลเปล่งประกายวาบ หายวับไปจากที่
เดิม
ส่วนเซียวฮั่น ตอนนี้เหลือเพียงพลังแห่งวิถีจิตวิญญาณและวิถีแห่ง
ความมืดมิดไว้ให้กับตนเอง
“เฒ่าภูติ เจ้าไปร้านหมื่นสมบัติ หากต้องการให้เจ้าช่วย เจ้าก็ช่วย
สุดความสามารถ ช่วงนี้ข้าเกรงว่าคงไม่สามารถกลับไปยังโลกหงเหมิง”
คนสะบัดมือ เป็นผลให้ตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋าปรากฏขึ้นมา
จากนั้นเงาร่างของเฒ่าภูติก็ปรากฏตามมาด้วย
“ขอรับ นายท่าน!” เมื่อได้ยินดังนั้น เฒ่าภูติก็พยักหน้า
เขาในยามนี้ได้ผนวกเข้ากับร่างเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เทียน
อินโดยสมบูรณ์แล้ว นอกจากอยู่ภายใต้การควบคุมของเซียวฮั่นและ
ตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋า เขาในตอนนี้ก็มิได้แตกต่างจากช่วงสูงสุด
เท่าใดนัก
หลังจากเฒ่าภูติออกไป เซียวฮั่นก็ขยับร่าง จากนั้นคลื่นพลังบนร่าง
ก็ผันเปลี่ยนเป็นพลังแห่งวิถีเต๋าอันมืดมิดไร้สิ้นสุด
เซียวฮั่นในตอนนี้ก็คือร่างจำแลงของวิถีแห่งความมืดมิด อาภรณ์สี
ขาวที่สวมใส่กลายเป็นสีดำสนิท
กระทั่งว่าเซียวฮั่นในยามนี้ มิใช่แค่เพียงเสื้อผ้าอาภรณ์ ต่อให้เป็น
ริมฝีปากหรือดวงตาก็ล้วนแต่ดำขลับทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดผวา
ลมปราณดำทมิฬอันบริสุทธิ์เกินจะเปรียบกวาดล้างออกมาจาก
ร่างของเซียวฮั่น บัดนี้เซียวฮั่นก็คือผู้ถือครองวิถีแห่งความมืดมิด
ส่วนวิถีจิตวิญญาณของเซียวฮั่นได้ผสานเข้ากับวิถีแห่งความมืดมิด
จนหมดสิ้นแล้ว ไม่สามารถสังเกตเห็นแม้แต่นิดเดียว ต่อให้เป็นเจ้าแห่ง
ความมืดมิดก็ยังไม่มีทางมองเส้นสนกลในของเซียวฮั่นออก
และนี่ก็คือข้อดีที่ตามมาหลังจากควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียน
เทียน ในระดับของจิตวิญญาณ เซียวฮั่นนับว่าเป็นคนแรกของโลกหงเห
มิง
หลังจากฝังลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชคเข้าไปในส่วน
ที่ลึกที่สุดของจิตรับรู้และจิตวิญญาณเทพของตน เซียวฮั่นก็สาวเท้า
หนึ่งครา จากนั้นเงาร่างก็กลายเป็นความมืดหายไปในโลกหล้า
โลกความมืดคือโลกที่สิ่งมีชีวิตของโลกหงเหมิงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
และถึงแม้ว่าโลกความมืดจะมิได้ปิดตายกับโลกหงเหมิง แต่หาก
ต้องหารเข้าไปในโลกความมืด เจ้าก็จำเป็นต้องแฝงตัวเข้ากับความมืด
ตกเป็นส่วนหนึ่งของความมืดเสียก่อน
มิฉะนั้นต่อให้เจ้าเป็นการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษ ก็มิ
อาจย˹ากรายเข้าไปในโลกความมืด
โลกความมืดคือโลกแห่งวิถีเต๋าของเจ้าแห่งความมืดมิด เจ้าแห่ง
ความมืดมิดย่อมเป็นผู้ถือครองเพียงท่านเดียวในโลกความมืด
แต่นอกจากเจ้าแห่งความมืดมิดแล้ว สิ่งมีชีวิตในโลกความมืดกลับ
มิได้มีน้อยเท่าใดนัก
กระทั่งหากว่ากันเรื่องจำนวนของสิ่งมีชีวิตทมิฬอย่างเดียวก็มิได้
น้อยกว่าสิ่งมีชีวิตในโลกหงเหมิง
สิ่งมีชีวิตในโลกความมืดสามารถสร้างกองทัพทมิฬขึ้นมาได้หนึ่ง
กอง
ถึงแม้ว่าเซียวฮั่นจะไม่เคยเข้าไปในโลกความมืด ทว่าเมื่อร่างของ
ตนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืด เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึง
เสียงเรียกที่ดังมาจากโลกความมืดในส่วนลึกของจิตวิญญาณและก้นบึ้ง
หัวใจ
เสียงเรียกที่ว่ามาจากความมืดอันไม่มีที่สิ้นสุด หากตกลงไปอยู่ใน
ความมืดอันไม่มีที่สิ้นสุด ตกเป็นส่วนหนึ่งของความมืด นับจากนี้ก็จะไม่
มีทางหวนกลับออกมาได้อีก
ยังดีที่เซียวฮั่นมีลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชคคุ้มกัน จึง
ไม่ถึงกับถูกความมืดดูดกลืน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืดอย่าง
แท้จริง
บัดนี้เขาแปลงกายเป็นความมืด ผสานเข้าไปในความมืดอย่างไร้ที่
ติ เรียกได้ว่าภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ ไม่ว่าผู้ใดก็มองความจริงเท็จของเขาไม่
ออก ต่อให้เป็นเจ้าแห่งความมืดมิดก็ยังหาไม่เจอแม้แต่นิดเดียว
และนี่จึงเป็นความมั่นใจที่เซียวฮั่นอาจหาญย่างกรายเข้าไปในโลก
ความมืด
การเข้าไปในโลกความมืดครั้งนี้ เซียวฮั่นไม่เพียงแต่ต้องการได้รับ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถี ทว่ายังต้องการบุกเข้าไปถึงข้างในของโลกความ
มืด
ไม่แน่ว่าเซียวฮั่นอาจสามารถคิดหาวิธีตัดทอนความแข็งแกร่งของ
เจ้าแห่งความมืดมิดจากในโลกความมืดก็เป็นได้!