ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 845 : คลังสมบัติ!
การทำให้จิตวิญญาณแห่งศาสตราของเจดีย์แห่งความมืดตกเป็น
ทาสสำเร็จ นับเป็นผลประโยชน์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของ
เซียวฮั่น เท่ากับว่าเขาตัดทอนกำลังของเจ้าแห่งความมืดมิดไปได้ส่วน
หนึ่ง และไพ่ตายใบนี้จะถูกเซียวฮั่นเก็บเอาไว้จนกว่าจะถึงยามวิกฤต จึง
ค่อยนำออกมาใช้
“ต่อจากนี้ไปก็คือตามหาลวดลายเต๋าหมื่นวิถี ดูท่าคงต้องสังเวย
ร่างเต๋าแห่งความมืดเสียแล้วกระมัง”
คนมุ่นคิ้ว จากความทรงจำของจิตวิญญาณแห่งศาสตรา เซียวฮั่น
ได้รับสิ่งที่มีประโยชน์มาไม่น้อย
หลังจากเขากลายเป็นบุตรแห่งความมืดมิด เจ้าแห่งความมืดมิดก็
จะลงมือทำให้ตนตกเป็นหุ่นกระบอกแห่งความมืดมิดด้วยตัวเขาเอง สิ่ง
นี้เซียวฮั่นย่อมรู้ดี
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ เขาจำเป็นต้องหาลวดลายเต๋าหมื่นวิถีมาไว้ใน
มือให้ได้เสียก่อน
“ดูท่าทาง ข้าคงต้องใช้ลูกไม้สักหน่อยแล้ว”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซียวฮั่นก็ตัดสินใจแยกตนออกเป็นสองส่วน
ร่างจำแลงของวิถีแห่งความมืดมิดกลายเป็นบุตรแห่งความมืดมิด และ
เซียวฮั่นก็บิดเบือนความทรงจำของร่างจำแลงแห่งความมืดนี้ไว้เช่นกัน
มีแค่วิธีนี้เท่านั้นถึงจะสามารถปิดฟ้าข้ามทะเล ส่วนร่างจำแลงแห่ง
จิตวิญญาณของเซียวฮั่นก็จำเป็นต้องติดอยู่กับจิตวิญญาณแห่งศาสตรา
ไปชั่วคราวก่อน ทำหน้าที่เป็นจิตวิญญาณแห่งศาสตราไประยะหนึ่ง
ทั้งนี้หลังจากควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน หากว่ากันเรื่อง
ลูกไม้ในการหลบหนีและเอาชีวิตรอด เซียวฮั่นเรียกได้ว่าเป็นที่หนึ่ง
อย่างแน่นอน ต่อให้เป็นการดำรงอยู่ที่ควบคุมวิถีแห่งมิติอากาศยังสู้กับ
เซียวฮั่นมิได้
หลังจากควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน จิตวิญญาณเทพของ
เซียวฮั่นสลับสับเปลี่ยนร่างจำแลงแห่งวิถีเต๋าไม่ว่าร่างใดได้ตามใจ
ปรารถนา โดยที่ไม่สนมิติอากาศและขีดจำกัดอันใด ต่อให้เป็นระยะทาง
ระหว่างโลกหงเหมิงและโลกความมืด เซียวฮั่นก็ไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว
วิถีจิตวิญญาณลึกลับเกินคาดเดา ทั้งนี้ยังไม่เคยมีคนควบคุมวิถีจิต
วิญญาณเซียนเทียน ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้ลูกไม้ของวิถีจิตวิญญาณเซียน
เทียน
“ครืน!”
ด้านนอกของเจดีย์แห่งความมืดแน่นขนัดไปด้วยผู้คนนานแล้ว
การถือกำเนิดของบุตรแห่งความมืดมิดนับเป็นเรื่องใหญ่อันดับหนึ่ง
สำหรับโลกความมืด
ยามเมื่อมิติอากาศบิดเบี้ยว เงาร่างของเซียวฮั่นก็ปรากฏในอากาศ
สายตายำเกรงนับไม่ถ้วนต่างทอดลงบนร่างของเขาเป็นตาเดียว ทั้งนี้
ถึงแม้รอบกายของเซียวฮั่นจะโอบล้อมไปด้วยความมืด ทว่าใบหน้ากลับ
ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก
“ใต้เท้า!”
หลังจากเงาร่างของเซียวฮั่นปรากฏ เงาร่างกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏ
ตรงหน้าเขา และการดำรงอยู่เหล่านี้ก็คือคนผู้มีอำนาจของวิหารแห่ง
ความมืด
เมื่อพวกเขาปรากฏกาย กลับหมอบกราบเซียวฮั่นอย่างพร้อม
เพรียงกัน
เพราะนับตั้งแต่ยามที่เซียวฮั่นกลายเป็นบุตรแห่งความมืดมิด เขา
ก็คือเจ้าสำนักท่านใหม่ของวิหารแห่งความมืด ส่วนเจ้าสำนักท่านก่อน
ของวิหารแห่งความมืด จะกลายเป็นผู้อาวุโสสูงส่งของวิหารแห่งความ
มืด และเริ่มปิดด่านฝึกตนด้วยความยากลำบาก
กล่าวได้ว่านับแต่บัดนี้ไป เซียวฮั่นก็คือตัวแทนของเจ้าแห่งความ
มืดมิดในโลกความมืด ฐานะของเขาสูงศักดิ์เกินบรรยาย นอกจากเจ้า
แห่งความมืดมิด ก็ไม่มีฐานะของผู้ใดจะสูงส่งไปกว่าเขาแล้ว
“ครืน!”
ระหว่างที่คนทั้งหมดกำลังหมอบกราบ พลังของวิถีแห่งความมืด
มิดที่มิอาจจินตนาการได้สายหนึ่งก็กวาดล้างลงมาจากอากาศที่มืดมัวไร้
สิ้นสุดอย่างฉับพลัน และพลังของวิถีแห่งความมืดมิดสายนี้ก็แผ่คลุม
ร่างของเซียวฮั่นเพียงผู้เดียวในทันที
พอพลังแห่งความมืดสายนี้แผ่คลุมเซียวฮั่น เซียวฮั่นก็รับรู้ได้ใน
ทันใดว่า ร่างเต๋าของตนได้ผนวกรวมเข้ากับความมืดที่ไร้สิ้นสุดอย่าง
สมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นหุ่นกระบอกของเจ้าแห่งความมืดมิดแล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ บัดนี้ความทรงจำทั้งหมดของเขาก็ถูกเจ้าแห่งความ
มืดมิดล่วงรู้ ยังดีที่เซียวฮั่นเตรียมพร้อมไว้ก่อน ดังนั้นเจ้าแห่งความมืด
มิดจึงไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด
ถึงแม้ว่าร่างเต๋าของเซียวฮั่นกลายเป็นหุ่นกระบอกของเจ้าแห่ง
ความมืดมิดไปแล้ว แต่จิตรับรู้ของเขากลับยังอยู่ เพียงแต่ทุกการ
เคลื่อนไหวของเขาจะอยู่ในสายตาของเจ้าแห่งความมืดมิด
ทั้งนี้เขายังต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าแห่งความมืดมิดอย่างไม่มี
ความลังเล ต่อให้เจ้าแห่งความมืดมิดต้องการให้เซียวฮั่นปลิดชีพตนเอง
ตอนนี้ เซียวฮั่นก็ต้องปฏิบัติทันที
และนี่ก็คือสิ่งที่น่ากลัวหลังจากกลายเป็นหุ่นกระบอก สิ่งที่เรียกว่า
ไม่มีอิสระเป็นของตนก็คือความรู้สึกเช่นนี้เอง
หลังจากพลังแห่งความมืดสลายหายไป ฐานะของเซียวฮั่นก็ถูก
ยอมรับ หลังจากนี้ไปเขาก็คือเจ้าสำนักของวิหารแห่งความมืด ทุกสิ่งใน
โลกความมืดล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับคำพูดของเขา
แน่นอนว่าก็จริงอยู่ที่คนนอกมองว่าเป็นเช่นนี้ แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตร
แห่งความมืดมิดเป็นแค่หุ่นกระบอกของเจ้าแห่งความมืดมิดเท่านั้น
เจ้าแห่งความมืดมิดยังเป็นเจ้าของที่แท้จริงของโลกความมืด สิ่งนี้
มิอาจแปรเปลี่ยนชั่วนิรันดร์ เว้นเสียแต่เจ้าแห่งความมืดมิดจะตกตาย
โลกความมืดถึงจะกลายเป็นโลกแห่งวิถีเต๋าที่ไร้เจ้าของ
แต่นี่คือเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เจ้าแห่งความมืดมิดคือการดำรง
อยู่ผู้ควบคุมวิถีแห่งความมืดมิดไร้เทียมทาน เขาอยู่เหนือทุกสิ่งไปนาน
แล้ว ตราบใดที่โลกหล้ายังมีความมืด เขาก็สามารถดำรงอยู่ยืนยาวไป
ชั่วกัปชั่วกัลป์
นอกเสียจากเจ้าจะสามารถทำให้ความมืดในโลกหล้ามลายหายไป
จนหมดสิ้น ทว่าการจะทำเช่นนี้ได้ เกรงว่าคงต้องอยู่เหนือผู้ถือครองไร้
เทียมทานแห่งวิถีเต๋าเท่านั้น ถึงจะทำสำเร็จ
กลายเป็นบุตรแห่งความมืดมิด กลายเป็นเจ้าสำนักของวิหารแห่ง
ความมืด แม้จะดูยิ่งใหญ่เกรียงไกร อยู่เหนือคนนับหมื่น อยู่ภายใต้คน
เพียงผู้เดียว ทว่าสิ่งที่เซียวฮั่นจำเป็นต้องทำจริงๆ กลับน้อยยิ่งนัก
อย่างไรเขาก็เป็นแค่หุ่นกระบอกตัวหนึ่ง ทุกสิ่งของวิหารแห่งความ
มืด เขาไม่ต้องสอดมือเข้าไปแทรกเลย ทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้อง
สอดแทรกอีกด้วย การดำรงอยู่ของเขาก็แค่แสดงให้มนุษย์โลกมองว่า
เป็นเช่นนั้น
จุดประสงค์ก็เพื่อยามเมื่อบุตรแห่งความมืดมิดครั้งหน้าถือกำเนิด
ขึ้นมาอีกครา จะได้ดึงดูดยอดฝีมือนับไม่ถ้วนให้เข้ามาในเจดีย์แห่ง
ความมืด
เมื่อกลายเป็นเจ้าสำนักของวิหารแห่งความมืด ก็ได้พำนักอยู่ใน
วิหารแห่งความมืด อาศัยอยู่ในที่พำนักที่ดีที่สุด เสวยสุขกับทุกอย่างที่
ยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งนี้เซียวฮั่นยังไม่จำเป็นต้องทำอย่างอื่นเลย
แน่นอนว่าหากเซียวฮั่นประกาศคำสั่งอันใด ก็มีคนรับคำสั่งทันที
อย่างไรเซียวฮั่นก็คือตัวแทนของเจ้าแห่งความมืดมิด ทุกคำพูดและทุก
การกระทำล้วนแต่เป็นตัวแทนของเจ้าแห่งความมืดมิด
เซียวฮั่นนั่งหลับตาบนเตียงอันหรูหราเกินจะเปรียบ ทันใดนั้นเขาก็
ลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลัน ก่อนจะกระตุกมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่
“เจ้าแห่งความมืดมิด ลูกไม้เจ้าก็ใช่ย่อยนี่ เพียงแต่เสียดาย ถึงจะ
กลายเป็นหุ่นกระบอกแห่งวิถีเต๋าของเจ้า แต่สุดท้ายแล้วนี่ก็คือร่าง
จำแลงแห่งวิถีเต๋าของข้า การตกเป็นทาสของเจ้าไม่มีผลอันใดกับข้า”
คนมองสภาพแวดล้อมที่ตนอยู่ครู่หนึ่ง เซียวฮั่นคลี่ยิ้มอย่างอดมิได้
ยามนี้เขารับช่วงต่อจากร่างเต๋าของร่างจำแลงแห่งวิถีเต๋าของตนแล้ว
ส่วนร่างจำแลงแห่งวิถีเต๋าที่ตกเป็นหุ่นกระบอกแห่งความมืดมิด ก็ถูก
เซียวฮั่นระงับไว้ก่อน
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ เจ้าแห่งความมืดมิดย่อมไม่มีทางรู้ ในฐานะ
ของการดำรงอยู่ที่ควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน ด้วยลูกไม้ของ
เซียวฮั่น นอกจากจะเป็นการดำรงอยู่ที่ควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียน
เทียนเช่นเดียวกันอีกท่าน มิฉะนั้นก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดแปลก
อันใด
คนปลุกเร้าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้การนำทางของลวดลายเต๋า
หมื่นวิถี เซียวฮั่นรู้ว่าลวดลายเต๋าหมื่นวิถีชิ้นที่ตนต้องการนั้นอยู่ในคลัง
สมบัติของวิหารแห่งความมืด
ด้วยฐานะเจ้าสำนักวิหารแห่งความมืดของเซียวฮั่นในตอนนี้ หาก
ต้องการเข้าไปในคลังสมบัติย่อมมิใช่เรื่องลำบากยากเย็นอันใด กระทั่ง
หากเขาต้องการสิ่งใดในคลังสมบัติก็ไม่มีผู้ใดห้ามได้
อย่างไรฐานะของเขาก็สูงส่งที่สุดในวิหารแห่งความมืด นอกเสีย
จากเจ้าแห่งความมืดมิด ก็ไม่มีการดำรงอยู่ใดสามารถสั่งการเขาแล้ว
“ไป พาข้าไปคลังสมบัติ!”
เซียวฮั่นออกคำสั่งทันที เป็นผลให้ผู้สูงส่งของวิหารแห่งความมืด
ต่างสะดุ้งตัวโยน
เพียงแต่ตอนนี้เซียวฮั่นคือเจ้าสำนักของวิหารแห่งความมืด คำสั่ง
ของเขาย่อมไม่มีผู้ใดขัดได้
หลังจากผ่านด่านตรวจชั้นแล้วชั้นเล่า ในที่สุดเซียวฮั่นก็เข้ามาถึง
ข้างในคลังสมบัติที่เฝ้ารักษาไว้อย่างเข้มงวด
ยามที่คลังสมบัติเปิด แม้แต่เซียวฮั่นเองก็ยังลอบสูดลมหายใจเข้า
ไปเฮือกใหญ่อย่างหักห้ามมิได้
เห็นเพียงทุกที่ที่สายตากวาดผ่านล้วนแต่เต็มไปด้วยสมบัติล˺าค่า
แห่งวิถีเต๋า อย่างน้อยที่สุดก็อยู่ในระดับหลังยุคบุกเบิกฟ้า
กระทั่งว่ายังมีสมบัติล˺าค่าระดับก่อนยุคบุกเบิกฟ้าอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่สมบัติล˺าค่าเหล่านี้ แต่ละชิ้นต่างปลดปล่อยลมปราณของวิถี
แห่งความมืดมิดออกมาอย่างไร้สิ้นสุด
และสมบัติล˺าค่าเหล่านี้โดยส่วนใหญ่แล้วเหมาะให้การดำรงอยู่ที่
ควบคุมวิถีแห่งความมืดใช้ประโยชน์เท่านั้น ต่อให้ยอดฝีมือท่านอื่นใช้
สมบัติล˺าค่าเหล่านี้ได้ อานุภาพก็ลดฮวบลงมหาศาล
คนทอดมองคลังสมบัติที่เปล่งประกายระยิบระยับละลานตา
แม้แต่ผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เช่นเซียวฮั่นก็ยังสติหลุดลอย
เล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อเทียบกับวิหารแห่งความมืด คลังสมบัติ
ของสำนักเทียนอินนั้นเป็นได้แค่เศษเหล็กกองหนึ่ง คุณภาพของทั้งสอง
มิได้อยู่ในระดับเดียวกันโดยสิ้นเชิง
สมบัติล˺าค่าหลังยุคบุกเบิกฟ้าสามารถพบเห็นได้ถมเถที่นี่ คล้ายว่า
เป็นเศษเหล็กที่ถูกทิ้งไว้ที่มุมหนึ่งของคลังสมบัติก็มิปาน
แม้แต่สมบัติล˺าค่าระดับก่อนยุคบุกเบิกฟ้า เซียวฮั่นกวาดตามองก็
มีไม่น้อยกว่าหลายสิบชิ้น อย่างไรนี่ก็คือสมบัติล˺าค่าก่อนยุคบุกเบิกฟ้า
เมื่ออยู่ในมือของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันก็สามารถปลดปล่อย
อานุภาพออกมาได้อย่างไร้สิ้นสุด
นอกจากสมบัติล˺าค่าแล้ว เคล็ดวิชาและเคล็ดเต๋าก็ล้วนเป็นเคล็ด
วิชาและเคล็ดเต๋าไร้เทียมทานที่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์หรือ
ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันสร้างขึ้นมาเอง โดยส่วนใหญ่แล้วแทบไม่ค่อย
ถ่ายทอดออกไปนัก แต่ละม้วนต่างเป็นสมบัติล˺าค่าชั้นยอด และ
เพียงพอจะทำให้ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์บ้าคลั่ง
เพียงแต่เซียวฮั่นมิได้แยแสเคล็ดเต๋าหรือเคล็ดวิชาเหล่านี้แต่อย่าง
ใด สิ่งที่เขาสนใจเพียงอย่างเดียวมีแค่ร่องรอยของลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
เท่านั้น
เมื่ออาศัยลวดลายเต๋าหมื่นวิถีชิ้นอื่น เซียวฮั่นก็สามารถรับรู้ได้ว่า
ชิ้นส่วนของลวดลายเต๋าหมื่นวิถีชั้นนั้นอยู่ภายในวิหารคลังสมบัติที่ว่านี้
เซียวฮั่นค่อยๆ ออกตามหาภายในคลังสมบัติอย่างเนิบช้าตามการ
นำทางของลวดลายเต๋าหมื่นวิถี จนเขาพบร่องรอยชิ้นส่วนของลวดลาย
เต๋าหมื่นวิถีในมุมที่ไม่สะดุดตาแม้แต่น้อยมุมหนึ่งในที่สุด
เมื่ออยู่ท่ามกลางกองสมบัติล˺าค่าก่อนยุคบุกเบิกฟ้าหรือหลังยุค
บุกเบิกฟ้า หรือบรรดาเคล็ดวิชาและเคล็ดเต๋าไร้เทียมทาน ชิ้นส่วนของ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีที่ว่านี้ดูธรรมดาสามัญอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งว่าไม่
สะดุดตาแม้เพียงนิดเดียว
แต่เขากลับรู้ว่าลวดลายเต๋าหมื่นวิถีชิ้นนี้มีค่ายิ่งกว่าสมบัติล˺าค่า
ทั้งหมดในคลังสมบัติรวมกันเสียอีก
ทว่ายามนี้เซียวฮั่นกลับไม่สามารถหยิบชิ้นส่วนของลวดลายเต๋า
หมื่นวิถีมาไว้ในมือ เพราะเขาไม่กล้ารับประกันว่า เจ้าแห่งความมืดมิด
จะไม่สร้างอุบายหรือทิ้งของต้องห้ามอันใดไว้บนลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
ดังนั้นหลังจากเซียวฮั่นเหลือบมองชิ้นส่วนของลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
แวบหนึ่ง แล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาก็ย่างกรายไปในคลังสมบัติต่อไป
ก่อนจะเลือกศาสตราเต๋าแห่งความมืดอันเป็นสมบัติล˺าค่าก่อนยุคเบิก
ฟ้าชิ้นหนึ่งในท้ายที่สุด และศาสตราเต๋าชิ้นนี้ก็คือตราประทับแห่งความ
มืด
ตราประทับแห่งความมืดที่ว่าเหมาะกับเคล็ดวิชาแห่งความมืดทั้ง
เก้าของเซียวฮั่น ทั้งยังคู่กันได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างน้อยที่สุดก็
สามารถทำให้ความแข็งแกร่งของเซียวฮั่นยกระดับได้อีกประมาณหนึ่ง
ในสาม
ด้วยเหตุนี้ เซียวฮั่นก็คร้านจะเลือกสมบัติล˺าค่าชิ้นอื่น หรือ
สิ้นเปลืองความคิดและกำลังวังชาเพื่อสร้างสมบัติล˺าค่าก่อนยุคบุกเบิก
ฟ้าชิ้นหนึ่งขึ้นมาด้วยตนเอง
ก่อนจะออกไปจากคลังสมบัติ เซียวฮั่นที่อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่
มีผู้ใดจับสังเกต ได้นำจิตวิญญาณเทพสายหนึ่งของตนแฝงเข้าไปใน
สมบัติล˺าค่าชิ้นหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยออกมาจากคลังสมบัติ
และเมื่อประตูของคลังสมบัติปิดสนิทอีกครั้ง เซียวฮั่นก็กลับมาทำ
หน้าที่เป็นเจ้าสำนักของวิหารแห่งความมืดดังเดิม
คนทั้งหมดล้วนไม่รู้ว่าจิตวิญญาณเทพของเซียวฮั่นได้ยึดครอง
สมบัติล˺าค่าหลังยุคบุกเบิกฟ้าชิ้นหนึ่งแล้ว และกลายเป็นจิตวิญญาณ
แห่งศาสตราของสมบัติดังกล่าว
แน่นอนว่าเซียวฮั่นมิอาจลงมือในตอนนี้ เขาไม่สามารถสนใจ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีอย่างน้อยที่สุดก็ระยะหนึ่ง
หลังจากวันเวลาผ่านพ้นไปอย่างไร้สุ้มเสียง เซียวฮั่นกลายเป็นเจ้า
สำนักของวิหารแห่งความมืดมากว่าร้อยปีโดยไม่รู้ตัวแล้ว
ภายในช่วงเวลาร้อยปีนี้ เซียวฮั่นมิได้กระทำการอันใดในโลกความ
มืดอีกเลย ทุกสิ่งล้วนแต่เงียบสงบดุจสายธาร เขายังคงเป็นเจ้าสำนัก
ของวิหารแห่งความมืด แต่ละวันก็ไม่จำเป็นต้องสอดมือเข้าไปแทรกกับ
ธุระของวิหารแห่งความมืด ส่วนใหญ่ก็มักจะฝึกตนหรือไม่ก็ปิดด่าน
เท่านั้น
และในระยะเวลาร้อยปีนี้ เซียวฮั่นก็มิได้อยู่เฉย ร่างจำแลงแห่งวิถี
เต๋าเหล่านั้นของเขาย่อมไม่สามารถควบคุมค่ายกลวิถีหมื่นเทพอย่าง
ง่ายดายภายในเวลาร้อยปี
ดังนั้นภายในเวลาร้อยปี ร่างจำแลงแห่งวิถีเต๋าเหล่านี้ของเซียวฮั่น
จึงพัฒนาไม่มากนัก จนในที่สุดเซียวฮั่นก็ออกเดินทางไปพบเย่ฉางเฟิง
เอง เพื่อให้เย่ฉางเฟิงใช้พลังของวิถีแห่งกาลเวลาช่วย สถานการณ์ที่ว่า
ถึงค่อยดีขึ้นมา
เพียงแต่ต่อให้อาศัยวิถีแห่งกาลเวลาผันเปลี่ยนกระแสเวลา เซียว
ฮั่นเดาว่าหากต้องการจัดวางค่ายกลวิถีหมื่นเทพบนลวดลายเต๋าหมื่น
วิถี ยังต้องใช้เวลาขั้นต˹าล้านหรือกระทั่งสิบล้านปี
อย่างที่รู้กันว่าแม้แต่ผู้ถือครองเฉียนคุนเอง ตอนนั้นก็สิ้นเปลือง
เวลาพันล้านปีเต็มๆ แต่เพิ่งจัดวางได้แค่ค่ายกลยันต์แปดทิศแห่งฟ้าดิน
ที่ยึดเอาสามพันวิถีเป็นหลัก
ทว่ายามนี้เซียวฮั่นต้องการยึดเอาหมื่นวิถีหงเหมิงเป็นหลัก จัดวาง
ค่ายกลวิถีหมื่นเทพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและไม่มีผู้ใดจัดวางขึ้นมาได้
อีกแล้วแห่งหนึ่ง
หากจัดวางออกมาได้ อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
หรือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษ
เมื่ออยู่ในค่ายกลวิถีหมื่นเทพก็ยังยากจะรับมือ!