ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 846 : สิ้นหวัง!
เมื่อกาลเวลาเคลื่อนหมุน ไม่ว่าโลกหงเหมิง โลกความมืดและโลก
ดูดกลืน แม้ว่าจะดูคล้ายนิ่งสงบดุจสายน˺า แต่ความจริงได้เกิดคลื่น
ขนาดใหญ่ขึ้นนานแล้ว
เมื่อภัยพิบัติใกล้เข้ามา ทุกคนต่างเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึง
ของสงครามครั้งสุดท้าย แม้แต่เซียวฮั่นและเจ้าแห่งความมืดมิดก็ไม่
ยกเว้นเช่นกัน
โกดังสมบัติที่ซ่อนไว้มาเป็นเวลานาน เซียวฮั่นเองก็ไม่เคยแตะต้อง
จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาคิดว่าควรออกมือได้แล้ว
“วิ้ง!”
ขณะที่มิติบิดเบี้ยว เงาร่างของเซียวฮั่นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แน่นอน
ว่าร่างที่ปรากฏตัวขึ้นมาในตอนนี้คือร่างแห่งจิตวิญญาณของเขา
แผ่นหยกนำโชคและลวดลายเต๋าหมื่นวิถีคือสิ่งที่สำคัญที่สุดใน
ส่วนลึกแห่งความทรงจำของร่างแห่งจิตวิญญาณของเซียวฮั่น
บัดนี้เงาร่างของเซียวฮั่นปรากฏขึ้น แล้วมองไปยังลวดลายเต๋า
หมื่นวิถีซึ่งอยู่ในมุมที่ไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย
“วิ้ง!”
ไม่มีความลังเลใดๆ อีกต่อไป คนสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา ชิ้นส่วนของ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีได้ร่วงลงมาในมือของเซียวฮั่น จากนั้นชิ้นส่วนของ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีก็ผสานรวมเข้ากับชิ้นส่วนอีกสี่ชิ้นในความทรงจำ
แล้วกลายเป็นลวดลายเต๋าหมื่นวิถีครึ่งม้วน
เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้น เงาร่างของเซียวฮั่นก็หายลับเข้าไปใน
โกดังสมบัติ
ไม่มีสิ่งใดเหนือความคาดหมาย และไม่มีทักษะต้องห้ามใด ทุก
อย่างล้วนแต่เป็นไปอย่างราบรื่นจนมิอาจราบรื่นไปกว่านี้ได้แล้ว
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลังจากที่ได้ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีม้วนนี้มา
หัวใจของเซียวฮั่นก็เริ่มรู้สึกไม่สงบขึ้นมา
เพราะเขาไม่อยากเชื่อว่า เจ้าแห่งความมืดมิดจะยอมให้เขาได้
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีง่ายดายเช่นนี้
ความรู้สึกอันตรายได้ปรากฏขึ้นส่วนลึกภายในจิตใจของเซียวฮั่น
ไม่นานเซียวฮั่นก็รู้สึกว่าตนถูกความมืดมิดอันมิมีประมาณห่อหุ้ม
คนทั้งร่างราวกับถูกความมืดมิดดูดกลืน
“แย่แล้ว!”
เซียวฮั่นลอบสบถในใจ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นไม่น่ามอง
ขึ้นมาทันที
รอจนกระทั่งเขาต้องการหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเจ้าแห่งความ
มืดมิดได้ทิ้งลูกไม้ไว้ในลวดลายเต๋าหมื่นวิถีม้วนนั้น
“ไม่เลว สมกับเป็นผู้พลิกสวรรค์ เพิ่งผ่านมาไม่นานก็สามารถ
เติบโตได้ถึงขั้นนี้!”
ความมืดมิดอันมิมีประมาณแผ่ปกคลุม เสียงเย็นชาไร้อารมณ์ของ
เจ้าแห่งความมืดมิดดังขึ้นตามมา
เงาร่างสายหนึ่งได้เดินออกมาท่ามกลางความมืดมิด ภายใต้สายตา
ของเซียวฮั่น
เงาร่างเบื้องหน้ามีใบหน้าที่เหมือนกับเซียวฮั่นทุกประการ เงาร่าง
สายนี้ก็คือกายเนื้อซึ่งเป็นร่างแท้จริงของเซียวฮั่น และเป็นร่างเต๋า
อมตะนิรันดร์
ภายใต้การบ่มเพาะของเจ้าแห่งความมืดมิด ร่างเต๋าอมตะในยามนี้
ได้มาถึงขอบเขตอมตะนิรันดร์อย่างแท้จริง
กล่าวได้ว่าร่างเต๋าอมตะเบื้องหน้านี้ ได้มาถึงขอบเขตขั้นที่เก้าของ
เคล็ดวิชาเทพอมตะนิรันดร์แล้ว
ต่อให้ฟ้าดินดับสลาย จักรวาลพังทลาย ความเป็นอมตะนิรันดร์จะ
ยังคงดำรงอยู่ชั่วกาล!
การที่เจ้าแห่งความมืดมิดครอบครองร่างเต๋าอมตะ ก็นับว่าเป็น
การดำรงอยู่อันไร้เทียมทานที่ไม่ดับสูญตลอดกาล ต่อให้เป็นผู้ถือครอง
วิถีเต๋าที่อยู่เหนือขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษ ก็มิอาจทำอันตราย
ใดเจ้าแห่งความมืดมิดได้แม้แต่น้อย
“ผู้พลิกสวรรค์ ข้าต้องขอบใจเจ้านัก หากไม่มีเจ้าไหนเลยข้าจะได้
ร่างเต๋าอมตะที่ดีเช่นนี้มา”
บนใบหน้าไร้ความรู้สึกเผยรอยยิ้มออกมา เจ้าแห่งความมืดมิดเอ่ย
พลางกระตุกมุมปากเล็กน้อย
กล่าวได้ว่า การได้ร่างเต๋าอมตะของเซียวฮั่นมา ทำให้เจ้าแห่ง
ความมืดมิดเติมเต็มส่วนที่ตนขาดตกบกพร่องไป ขณะเดียวกันก็เป็น
เพราะร่างเต๋าอมตะ จึงทำให้เขาครอบครองสิ่งที่เหนือกว่าเทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษทั้งหมดได้สำเร็จ
เจ้าแห่งความมืดมิดในยามนี้ คือการดำรงอยู่ที่เรียกว่าไร้คู่ต่อกร
แม้แต่เจ้าแห่งการดูดกลืนก็ไม่อยู่ในสายตาของเขา
“เจ้าค้นพบข้านานแล้วงั้นรึ!”
คนมองเจ้าแห่งมืดมิด เซียวฮั่นเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ผู้พลิกสวรรค์ แม้ว่าเจ้าจะก้าวหน้าเร็วจนได้ชื่อว่าพลิกสวรรค์ แต่
เจ้ากลับประเมินทักษะของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษและข้า
ต˹าเกินไป”
คนมองเซียวฮั่น เจ้าแห่งความมืดมิดเอ่ยขึ้นด้วยน˺าเสียงอัน
ราบเรียบ
ความจริงแล้ว เมื่อเซียวฮั่นเข้ามาในโลกความมืด ทุกการ
เคลื่อนไหวของเขาล้วนตกอยู่ในการควบคุมของเจ้าแห่งความมืดมิด
ทั้งหมด รวมถึงตอนที่เขาเข้าไปในเจดีย์แห่งความมืดมิด และสะกดจิต
วิญญาณแห่งศาสตราของเจดีย์แห่งความมืดมิดได้สำเร็จ
ทั้งหมดนี้ล้วนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าแห่งความมืดมิด
ทั้งสิ้น
ทว่าเจ้าแห่งความมืดมิดกลับไม่เคยลงมือ และรอจนกระทั่งถึง
ตอนนี้
ในลวดลายเต๋าหมื่นวิถีม้วนนั้น เขาได้สะกดกฎผนึกความมืดมิด
เอาไว้ หากเซียวฮั่นนำลวดลายเต๋าหมื่นวิถีผสานเข้าไปในความทรงจำ
แห่งจิตวิญญาณเทพของตน เช่นนั้นเซียวฮั่นจะถูกความมืดมิดครอบงำ
ทันที
ต่อให้เซียวฮั่นคือการดำรงอยู่ที่ควบคุมวิถีจิตวิญญาณเซียนเทียน
และติดปีกบินหนีก็มิอาจหนีรอดไปได้
เซียวฮั่นเองก็รู้เช่นกันว่าตนประเมินทักษะของยอดฝีมือขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษต˹าเกินไปจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าแห่งความมืด
มิด ซึ่งดำรงอยู่มาเป็นเวลายาวนานนับตั้งแต่เริ่มถือกำเนิดโลกหงเหมิง
จนกระทั่งมีการดำรงอยู่เก่าแก่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความมืด
หากเป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษทั่วไป เซียวฮั่นก็คง
สามารถลอบวางกลลวงอย่างลับๆ ได้
ทว่าคู่ต่อกรของเขากลับเป็นเจ้าแห่งความมืดมิด
ตั้งแต่วินาทีที่เข้ามายังโลกความมืด เซียวฮั่นก็ตกอยู่ในหลุมพราง
ของเจ้าแห่งความมืดมิด เพียงแต่เซียวฮั่นไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง
ยามนี้ เซียวฮั่นได้ถูกความมืดมิดปกคลุม อีกทั้งตนยังอยู่ในโลก
ความมืด และจิตวิญญาณเทพก็ถูกพลังของวิถีแห่งความมืดมิดผนึกไว้
เขารู้ว่าวันนี้คงมิอาจหนีรอดไปได้โดยง่าย
สถานการณ์เช่นนี้ เซียวฮั่นรู้ว่าตนได้เพียงต้องสู้อย่างสุดชีวิต
เท่านั้น เพียงแต่เซียวฮั่นเองก็คิดไม่ถึงว่าจะมีจุดจบเช่นนี้
“วิ้ง!”
พลังแห่งเต๋าแผดร้องและกลอกกลิ้งอย่างดุเดือด เซียวฮั่นไม่ปิดบัง
ความสามารถของตนอีกต่อไป
แผ่นหยกนำโชคลอยขึ้นมาเหนือศีรษะ ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีได้
กลายเป็นกระบี่หมื่นเต๋าในมือของเซียวฮั่น
“ก็แค่พยศเท่านั้น!”
เมื่อเห็นเซียวฮั่นอัญเชิญแผ่นหยกนำโชคและลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
เจ้าแห่งความมืดมิดก็เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ในดวงตาของเขาประกาย
แววละโมบออกมา
เพราะไม่ว่าแผ่นหยกนำโชคหรือลวดลายเต๋าหมื่นวิถี สำหรับเขา
ล้วนแต่มีแรงดึงดูดมากมาย ข้อนี้คือสิ่งที่สมบัติล˺าค่าประเภทอื่นไม่
สามารถเทียบเทียมได้
เจ้าแห่งความมืดมิดสัมผัสได้ว่า หากตนสามารถควบคุมลวดลาย
เต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชค อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
บรรพบุรุษ แม้แต่ผู้ถือครองที่อยู่เหนือวิถีเต๋าเหล่านั้น เกรงว่าคงไม่
เพียงพอให้อยู่ในสายตา
เจ้าแห่งความมืดมิด ในฐานะหนึ่งในการดำรงอยู่ที่เก่าแก่ที่สุดของ
โลกหงเหมิง เขาย่อมรู้ว่านอกจากโลกหงเหมิงแล้ว ยังมีโลกหมื่นเทพอยู่
ด้วย
แต่ไม่ว่าเจ้าแห่งความมืดมิดหรือเจ้าแห่งการดูดกลืนต่างไม่ยินดีที่
จะออกจากโลกหงเหมิงเพื่อมุ่งหน้าไปยังโลกหมื่นเทพ สาเหตุหลักก็
เพราะโลกหงเหมิงได้ซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้
แน่นอนว่าระดับของโลกหมื่นเทพอยู่เหนือกว่าโลกหงเหมิง เมื่อนำ
โลกหงเหมิงวางไว้ในโลกหมื่นเทพ โลกหงเหมิงก็นับเป็นเพียงโลกระดับ
ล่างเท่านั้น โลกหมื่นเทพต่างหากจึงจะอยู่ในระดับสูงอย่างแท้จริง
ทว่าการดำรงอยู่ของโลกหงเหมิง กลับเก่าแก่กว่าโลกหมื่นเทพ
หากเจ้าแห่งความมืดมิดและเจ้าแห่งการดูดกลืนยินดีออกจากโลก
หงเหมิงไปยังโลกหมื่นเทพ ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเขาก็จะสามารถ
กลายเป็นผู้ถือครองที่อยู่เหนือยอดฝีมือขั้นเทพศักด์สิทธิ์บรรพบุรุษ
ผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋า เมื่ออยู่ในโลกหมื่นเทพ ก็นับว่าเป็นการดำรง
อยู่ที่สูงส่งที่สุด
แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเจ้าแห่งความมืดมิดและเจ้าแห่ง
การดูดกลืน เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่แค่การดูดกลืนโลกหงเหมิงเพื่อ
กลายเป็นผู้ถือครองอย่างเรียบง่ายถึงเพียงนั้น
เป้าหมายของพวกเขาคือต้องการดูดกลืนโลกหงเหมิง เพื่อ
กลายเป็นการดำรงอยู่ไร้เทียมทานที่อยู่เหนือผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋า
เพื่อเป้าหมายนี้ พวกเขาได้วางแผนมาเป็นเวลายาวนานหลายยุค
สมัย
แน่นอนว่าผู้ที่ล่วงรู้ความลับมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย หากไม่ใช่การ
ดำรงอยู่ที่เก่าแก่ ก็คงมิอาจล่วงรู้ความลับเหล่านั้นได้
รวมถึงเซียวฮั่น เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใดเจ้าแห่งความมืด
มิดและเจ้าแห่งการดูดกลืนต้องการยึดโลกหงเหมิงมาเป็นของตัวเอง
เกรงว่ามีเพียงการดำรงอยู่ที่เก่าแก่เช่นพวกเขาเท่านั้นจึงจะรู้
การปรากฎตัวของเซียวฮั่นทำให้เจ้าแห่งความมืดมิดมองเห็น
หนทางที่ง่ายดายกว่าการดูดกลืนโลกหงเหมิง
ไม่ว่าลวดลายเต๋าหมื่นวิถีหรือแผ่นหยกนำโชค ในมุมมองของเจ้า
แห่งมืดมิด สองสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญกว่าโลกหงเหมิงทั้งสิ้น
ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น แค่เพียงร่างเต๋าอมตะนิรันดร์ที่เซียวฮั่น
รวบรวมขึ้นมา ก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าแห่งความมืดมิดครอบครอง
ความสามารถที่ต้านทานผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋าได้แล้ว
หากสามารถดูดกลืนทุกสิ่งและได้รับความทรงจำของเซียวฮั่นมา
รวมถึงลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชค เจ้าแห่งความมืดมิด
เชื่อว่าตนจะต้องบรรลุถึงขอบเขตที่มิอาจจินตนาการและเป็นการดำรง
อยู่อันน่าพรั่นพรึงที่ผู้ใดก็มิอาจเทียบเทียม
บางทีถึงตอนนั้นสิ่งที่เรียกว่าผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋า ในสายตาของ
เขา คงเป็นเพียงการดำรงอยู่เช่นมดปลวกเท่านั้น
เซียวฮั่นไม่รู้ความคิดของเจ้าแห่งความมืดมิด แต่เขารู้ว่าวันนี้ตน
จะต้องลำบากอย่างแน่นอน
ไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ร่างเต๋าเหล่านั้นก็มิอาจดำรงอยู่ต่อไป
ได้ กระทั่งว่าความหวังทั้งหมด อาจต้องดับสลายลงในวินาทีนี้
เพราะเซียวฮั่นคิดไม่ออกว่าตนจะมีวิธีใดในการหนีเอาตัวรอด
เป็นอย่างที่เจ้าแห่งความมืดมิดกล่าว ตนแค่เพียงแสดงความพยศ
เท่านั้น ประหนึ่งว่าภายใต้สถานการณ์ที่ต้องตกตาย ตนต้องดิ้นรนจนไร้
เรี่ยวแรงไปในที่สุด
อย่ามองว่าเซียวฮั่นในตอนนี้คือการดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งและน่า
พรั่นพรึงอย่างถึงขีดสุด ทั้งยังสามารถต่อสู้กับยอดฝีมือขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษทั่วไปได้
แต่เมื่อเทียบกับเจ้าแห่งความมืดมิดแล้ว ทั้งสองกลับไม่ใช่การ
ดำรงอยู่ในระดับเดียวกัน เจ้าแห่งความมืดมิดคือการดำรงอยู่อันไร้
เทียมทานในบรรดาขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษ
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เซียวฮั่นยังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันภายใน
โลกความมืด และอยู่ในหลุมพรางที่เจ้าแห่งความมืดมิดจัดเตรียมไว้
นานแล้ว
แม้แต่ในมุมมองของเซียวฮั่นเอง การต่อสู้ครั้งนี้ของตนก็เป็นเพียง
การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้น
แต่หากยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย เซียวฮั่นก็จะไม่สิ้นหวัง อย่างน้อยเขา
ก็ยังยืนหยัดที่จะสู้จนถึงที่สุด
“กระบี่เก้าเต๋า หนึ่งกระบี่ดับเต๋า!”
ไม่มีการลังเลใดๆ หนึ่งกระบี่ดับเต๋า คือกระบี่ที่สามารถดับสวรรค์
ได้
กระบี่เล่มนี้คือกระบี่ที่เซียวฮั่นทุ่มพลังทั้งหมดลงไป
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีที่กลายร่างเป็นกระบี่หมื่นเต๋าในมือของเซียว
ฮั่นราวกับแผดร้องอย่างสอดรับกับวิถีหมื่นเทพ
แผ่นหยกนำโชคถูกเซียวฮั่นกระตุ้นพลังแห่งเต๋าทั้งหมดออกมา
แสงแห่งเต๋าได้กวาดล้างความมืดมิดจนขาดสะบั้นและส่องสว่างไปทั่ว
โลกความมืด
นี่คือครั้งแรกที่โลกความมืดซึ่งเก่าแก่และมืดมิดอย่างมิมีประมาณ
ได้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา
เมื่อแสงแห่งเต๋าของแผ่นหยกนำโชคสาดส่องไปทั่วทั้งโลกความ
มืด โลกความมืดราวกับเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาหลายระดับ
สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดนับไม่ถ้วนต่างแหลกสลายภายใต้การ
สาดส่องของแสงแห่งเต๋า เมื่อแสงแห่งเต๋ากวาดผ่านไปที่ใด ต่อให้เป็น
สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า ก็ต้องดับสลายลง
ในทันที
“ครืน!”
ยามนี้ เซียวฮั่นผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ และกลายเป็น
รัศมีกระบี่อันน่าพรั่นพรึงที่สังหารทุกสรรพสิ่งจนดับ
ทันใดนั้นรัศมีกระบี่ก็ฉีกสะบั้นเขตแดนของเจ้าแห่งความมืดมิดจน
ขาด แล้วพุ่งตรงไปสังหารเจ้าแห่งความมืดมิด
เจ้าแห่งความมืดมิดจ้องมองรัศมีกระบี่อันน่าพรั่นพรึงที่พุ่งตรงเข้า
มา ทว่าเขากลับไม่มีสีหน้าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เห็นเพียงยกฝ่ามือ
ขึ้นมาอย่างเนิบช้าเท่านั้น
“ครืน!”
รัศมีกระบี่และฝ่ามือของเจ้าแห่งความมืดมิดปะทะเข้าด้วยกัน ทั่ว
ทั้งโลกความมืดราวกับถูกฉีกขาด ท้องนภาพังทลายลงมาอย่างถึงขีดสุด
พลังแห่งเต๋าทำลายทุกสรรพสิ่งจนดับสูญ ทั่วทั้งโลกความมืดดุจเรือลำ
หนึ่งที่อยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์โหมซัด ราวกับว่าสามารถดับสลายได้
ตลอดเวลา
มีเพียงพลังแห่งเต๋าที่ทำลายทุกสรรพสิ่งจนดับสลายแผดร้องอย่าง
บ้าคลั่ง พลังอันบ้าระห˹านี้ทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นความว่างเปล่า
ฝ่ามือของเจ้าแห่งความมืดมิดกุมจับกระบี่หมื่นเต๋าที่กลายร่างมา
จากลวดลายเต๋าหมื่นวิถีเอาไว้ บนฝ่ามือไม่มีคลื่นพลังใดๆ แต่กระบี่
หมื่นเต๋าซึ่งมีพลังอันน่าพรั่นพรึง กลับไม่สามารถแทงทะลุผิวหนังของ
เจ้าแห่งความมืดมิดได้แม้แต่นิดเดียว
สีหน้าของเซียวฮั่นในยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองขึ้นมาทันที
เพราะกระบี่เล่มนี้คือกระบี่ที่ทุ่มพลังแห่งเต๋าทั้งหมดของเขาลงไป
ภายใต้กระบี่เล่มนี้ เซียวฮั่นเชื่อมั่นว่าสามารถสังหารเทพศักดิ์สิทธิ์
ราชันท่านหนึ่งได้ และเพียงพอที่จะทำลายทั่วทั้งโลกความมืด ถึงขั้น
สามารถทำให้การดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษท่านหนึ่งบาดเจ็บ
สาหัส
ทว่าเจ้าแห่งความมืดมิดกลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ แม้แต่น้อย หนึ่ง
กระบี่ที่แทงทะลุลงบนฝ่ามือของเจ้าแห่งความมืดมิด เขารู้สึกราวกับ
กระบี่ได้ทิ่มแทงลงบนแผ่นเหล็ก ต่อให้ออกแรงทั้งหมดก็ไม่สามารถ
แทงทะลุเข้าไปในเลือดเนื้อของเจ้าแห่งความมืดมิดได้
ทั่วทั้งโลกความมืดเกือบถูกทำลายลง มิติฉีกขาด ท้องนภา
พังทลาย ทุกสรรพสิ่งบนฟ้าดินนับพันล้านลี้ต่างกลายเป็นความว่าง
เปล่าภายใต้กระบี่เล่มนี้
ถึงขั้นว่าทั่วทั้งโลกความมืดพังทลายลง แต่เจ้าแห่งความมืดมิด
กลับไม่ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย เพราะในสายตาของเขา สิ่งมีชีวิตทั่ว
ทั้งโลกความมืดก็เป็นเพียงฝุ่นผงเท่านั้น แม้แต่มดปลวกก็เทียบไม่ได้
อย่างน้อยมดปลวกยังมีค่าพอที่จะทำให้เจ้าแห่งความมืดมิดเหลียว
มองสักครา แต่โลกความมืดรวมทั้งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้กลับไม่มีสิทธิ์นั้น
“เป็นเช่นไร? ร่างเต๋าอมตะนี้ก็คือเจ้า หากตอนนั้นเจ้าสามารถ
เติบโตขึ้นมาและครอบครองร่างเต๋าอมตะนี้ เกรงว่าต่อให้ข้าเผชิญหน้า
คงยากลำบากยิ่งนัก แต่วันนี้ทุกอย่างเป็นของข้า ไม่ว่าความทรงจำของ
เจ้า จิตวิญญาณของเจ้า สมบัติล˺าค่าเหล่านี้ของเจ้า หรือแม้แต่ทุกสิ่งทุก
อย่างของเจ้าก็จะต้องตกเป็นของข้า ข้าคือผู้ถือครองที่แท้จริง ข้า
ต่างหากที่เป็นการดำรงอยู่อันไร้เทียมทานที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง”
สำหรับร่างเต๋าอมตะของตน เจ้าแห่งความมืดมิดพอใจอย่างมาก
เมื่อได้ครอบครองร่างเต๋าอมตะเช่นนี้ ต่อให้ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
บรรพบุรุษโจมตีด้วยพลังทั้งหมดก็มิอาจทำร้ายเขาให้บาดเจ็บได้แม้
เพียงนิดเดียว
กระทั่งว่าต่อให้เป็นผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋า หากต้องการสร้างภัย
คุกคามให้กับร่างเต๋าอมตะนี้ ก็ต้องเปลืองแรงและทักษะอย่างมหาศาล
กล่าวได้ว่าขณะที่เจ้าแห่งความมืดมิดเอ่ยประโยคนี้ออกมา นั่นคือ
การแสดงความรู้สึกจากใจจริง หากตนไม่ออกมือเพื่อสะบั้นโชคของผู้
พลิกสวรรค์ก่อน วันหนึ่งผู้พลิกสวรรค์ก็จะเติบโตขึ้นมาได้อย่างแท้จริง
หากเป็นเช่นนั้นเกรงว่าเมื่อต้องเผชิญหน้าในอนาคตก็คงจะรับมือ
ได้ยากยิ่ง กระทั่งว่าอาจล้มเหลวก็เป็นได้
ทว่าเมื่อโชคของผู้พลิกสวรรค์ถูกเขาสะบั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่
เหมือนเดิมอีกต่อไป
นับแต่วันนี้เป็นต้นไป โลกหงเหมิงก็จะไร้ซึ่งผู้พลิกสวรรค์และไม่มี
ผู้ใดสามารถขัดขวางเขาได้ ไม่ว่าเจ้าแห่งกฎ เจ้าแห่งการดูดกลืน หรือ
แม้แต่เจ้าแห่งวัฏสงสาร เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ว่านเป่า และจ้านตี้ นับแต่
วันนี้เป็นต้นไปก็จะกลายเป็นเพียงการดำรงอยู่เฉกเช่นมดปลวกใน
สายตาของเขา!