คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 174: ร่างศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้น
ตอนที่ 174 ร่างศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้น
ไม่แปลกที่ฉินห้าวตงจะตกใจ เพราะร่างศักดิ์สิทธิ์ของหงส์เพลิงอยู่
ในอันดับที่ห้าของสิบร่างศักดิ์สิทธิ์ในโลกเซียน อันดับนำร่างกิเลน
ศักดิ์สิทธิ์ของหม่าเหวินโจวเสียอีก
ร่างที่เกิดมาพร้อมร่างศักดิ์สิทธิ์แบบนี้หาได้น้อยมากในหมู่ผู้ฝึกตน
ขนาดในโลกเซียนใช้เวลากว่าร้อยปียังยากที่จะพบเจอได้สักครั้ง ทว่า
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เขาพบเจอกับร่างกิเลนศักดิ์สิทธิ์ของ
หม่าเหวินโจว ผ่านไปชั่วพริบตาเดียวลูกสาวตัวเองก็มากลายเป็นร่าง
หงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์อีก
ทว่าหลินโม่โม่กลับไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เธอถามด้วยความร้อนใจ
ปนกังวลว่า “ ที่คุณพูดถึงมันคืออะไร ? อะไรคือร่างหงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์
?”
แม่หนูน้อยก็รีบถามเหมือนแม่ของเธอ “ นั่นน่ะสิป่าป๊า อะไรคือ
หงส์เพลิง? สวยกว่าหงส์ธรรมดาไหมคะ ? ถังถังชอบหงส์ที่มีหางสวยๆ
”
ในระหว่างที่พูด ในปากของแม่หนูน้อยก็มีแนวโน้มเหมือนจะพ่น
ไฟออกมาอีกครั้ง ฉินห้าวตงจึงจับเธอมาด้านข้าง กันไม่ให้เธอพ่นไฟ
ออกมาเผาหลินโม่โม่
“ คุณไม่ใช่ชาวยุทธย่อมไม่เข้าใจ ร่างหงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์เป็นร่างที่
ไม่ได้พบเจอได้ง่ายๆ ในโลกของชาวยุทธ ก็เหมือนกับอัศวินที่เก่งกาจใน
หนังอัศวินนั่นแหละ ”
ฉินห้าวตงกลัวว่าหลินโม่โม่จะเป็นกังวล จึงพูดปลอบเธออีกว่า “
คุณสบายใจเถอะ นี่เป็นเรื่องดี ไม่เป็นอันตรายต่อถังถังแน่นอน ”
ได้ยินเขาพูดอย่างนั้น หลินโม่โม่จึงสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่
วายจะอดเป็นห่วงอีก “ แต่ว่าจู่ๆ ก็ติดไฟได้เองนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก
เหมือนกันนะ ถ้าหากทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นมาจะทำยังไง ? อีกอย่างพรุ่งนี้
ถังถังยังต้องไปโรงเรียนอีก พอถึงตอนนั้นจะไม่ถูกเพื่อนๆ มองว่าเป็น
ตัวประหลาดเหรอ ? ”
“ วางใจเถอะ ผมมีวิธีจัดการ อีกอย่างร่างหงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์เป็น
เช่นนี้แค่ตอนตื่นขึ้นใหม่ๆ เท่านั้นแหละ รอให้ผ่านไปอีกสักไม่กี่วันก็คง
ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ” ฉินห้าวตงพูดเสร็จก็ให้แม่หนูน้อยนั่งลง จากนั้นเขา
ก็ใช้มือทั้งคู่จี้สกัดจุดฝังเข็มทั้ง 36 จุดใหญ่ แล้วใช้พลังพิเศษเพื่อสกัด
กั้นความร้อนในตัวของแม่หนูน้อยเอาไว้
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แม่หนูน้อยก็กลับคืนเป็น
ปกติอีกครั้ง หลินโม่โม่จึงถอนหายใจโล่งอก
ฉินห้าวตงเริ่มตรวจชีพจรถังถังอีกครั้ง เขาระบุได้แล้วว่าแม่หนู
น้อยคือร่างหงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย เวลาการตื่นจากการ
หลับใหลของร่างศักดิ์สิทธิ์แต่ละร่างนั้นไม่เหมือนกัน ของหม่าเหวินโจ
วตื่นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขาเกิดมา แต่ก็เพราะว่าร่างกิเลนศักดิ์สิทธิ์และร่าง
หงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ต่างกัน ดังนั้นจึงยังไม่มีใคร
ค้นพบเรื่องนี้
ส่วนร่างหงส์เพลิงของแม่หนูน้อยนั้นถือว่าตื่นจากการหลับใหล
ค่อนข้างช้า ต้องใช้โอสถชำระไขกระดูกและตำราเทพยดาซู่หนี่เข้าช่วย
กระตุ้นถึงสองครั้งถึงจะตื่นขึ้น ถ้าเขาไม่ปรากฎตัวออกมา เป็นไปได้ว่า
ต้องรอเวลาที่นานกว่านี้หรือบางทีต่อให้ใช้ทั้งชีวิตก็อาจจะไม่ตื่นขึ้นมา
เลยก็ได้
แต่ว่าตอนนี้ร่างหงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์ของแม่หนูน้อยได้ตื่นขึ้นแล้ว ไม่
เหมาะที่จะฝึกตำราเทพยดาซู่หนี่อีกต่อไป ฉินห้าวตงจึงได้เลือกการฝึก
พลังภายในจักรพรรดิแห่งไฟมาให้แม่หนูน้อยฝึกฝน วรยุทธนี้เป็นวร
ยุทธธาตุไฟ หากก่อตัวเป็นรากฐานจะสามารถควบคุมไฟในร่างของ
ตัวเองได้ และไม่ต้องกังวลว่าจะพ่นไฟออกมาบ่อยๆ
หลังจากที่รอให้พลังภายในจักรพรรดิแห่งไฟในร่างของถังถังก่อตัว
รวมกันเป็นรากฐานแล้ว ฉินห้าวตงถึงจะพาเธอกลับไปนอนที่เตียงอีก
ครั้ง เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน เขาไม่ได้จากไปไหน และยังนอนลงใกล้ๆ
กับถังถัง
ถึงอย่างไรร่างหงส์เพลิงก็รุนแรงมาก และตอนนี้พลังของเขาก็ต˹า
มากเช่นกัน ทำให้พลังผนึกของเขาค่อนข้างอ่อนแอ หากทำไม่ดีผนึก
อาจถูกเปิดออกได้ทุกเมื่อ และถังถังอาจจะติดไฟขึ้นมาได้อีกครั้ง
วันต่อมาในเมืองเจียงหนานก็มีข่าวใหญ่ที่เป็นที่ฮือฮาแพร่ออกไป
ทั่วทั้งเมือง ข่าวแรกคือคุณชายใหญ่เฝิงเทียนต๋าแห่งตระกูลเฝิงออกมา
สารภาพผิดต่อสาธารณะ จากนั้นไม่นานก็หายตัวไปอย่างลึกลับ
และเฝิงชื่อกรุ๊ปถูกถอนรากถอนโคนโดยฝ่ายตุลาการเนื่องจากมีการตั้ง
ข้อหาว่าลักลอบขนสินค้าและหลบเลี่ยงภาษี จากที่เคยเป็นหนึ่งบริษัทที่
ครอบครองอุตสาหกรรมอัญมณีครึ่งหนึ่งของเมืองเจียงหนาน บัดนี้ได้
ล้มละลายลงเพราะเหตุนี้เอง
เรื่องที่ยังคงเป็นที่น่าสงสัยที่สุดคือเรื่องการหายตัวไปอย่างลึกลับ
ของเฝิงเทียนต๋า ตามหลักฐานและข้อมูลที่ตำรวจตรวจสอบ ยืนยันว่า
เขากลับมาถึงห้องของตัวเองและไม่ออกมาอีกเลย แต่คนทั้งคนแบบนี้
จะหายตัวไปได้ยังไง
เฝิงชื่อกรุ๊ปเกิดเรื่องขึ้นไปแล้ว ส่วนหลินชื่อกรุ๊ปในฐานะที่เป็นยักษ์
ใหญ่อันดับสองของวงการอุตสาหกรรมอัญมณีก็ไม่ได้เงียบสงบเช่นกัน
หลินผิงเฉารุ่นที่สามแห่งตระกูลหลินที่เมื่อวานแพ้การแข่งขันกับ
หลินโม่โม่ หลังจากที่กลับมาถึงบ้านก็ไม่พอใจหนักจนควบคุมตัวเอง
ไม่ได้ ต่อมาเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอุดตัน ตายอย่างกะทันหัน พ่อ
ของเขาหลินจื่อเกาและผู้เป็นแม่จางซิ่วหยิงสะเทือนใจจากการจากไป
ของลูกชายจนกลายเป็นโรคประสาท ทั้งคู่จึงถูกส่งไปรักษาตัวอยู่ที่
โรงพยาบาลโรคประสาท
ที่เมืองหลวง ในอาคารหลังเล็กๆ ที่เงียบสงบในชานเมือง ชายแก่
ผมขาวราวหิมะและสาวสวยอายุประมาณยี่สิบกว่าปีกำลังจ้องดูที่หน้า
จอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า และบนหน้าจอนั้นกำลังแสดงวิดีโอที่เฝิง
เทียนต๋าสารภาพผิด
ดูไปสักครู่หนึ่ง ชายแก่ก็ถามหญิงสาวว่า “ หลานคิดว่าอย่างไร ? ”
ผู้หญิงคนนี้ถึงแม้ว่าท่าทางจะดูจริงจังมาก แต่กลับมีเสน่ห์แก่ผู้คน
ที่พบเห็น เธอกระพริบดวงตากลมโตแล้วพูดว่า “ แม้ว่าคนนี้ดูแล้วจะ
ปกติดี แต่หนูแน่ใจว่าเขาถูกสะกดจิต แต่แค่ว่าอีกฝั่งมีฝีมือที่สูงมาก จึง
ทำให้คนทั่วไปดูไม่ออก หนูสงสัยว่าคนที่สะกดจิตเขาอาจเป็นคนของ
สำนักมายา ”
“ คิดเหมือนที่ฉันคิดเลย ” ชายแก่พูด จากนั้นยังพูดต่ออีกว่า “
ก่อนหน้านี้ที่เขตอู่เฟิงของเมืองเจียงหนาน ก็ปรากฏวีดีโอสารภาพผิด
ต่อสาธารณะชนเช่นนี้ คนหนึ่งคือ ฟู่ไห่คุน รองผู้บัญชาการของ
สำนักงานตำรวจ อีกคนคือไป๋เหวินเจี๋ยน้องชายของภรรยาเขา
เหตุการณ์คล้ายกันกับเรื่องของเฝิงเทียนต๋ามาก ฉันสงสัยว่าคนลงมือ
จะเป็นคนเดียวกัน ”
“ ท่านปู่ หนูดูวิดีโอทั้งสองคลิปนั้นหมดแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเขาจะ
ถูกสะกดจิตให้สารภาพผิด แต่ที่เขาพูดทั้งหมดล้วนเป็นความจริง แสดง
ว่าคนที่สะกดจิตนั่นต้องไม่ใช่คนชั่ว ดังนั้นหนูคิดว่าพวกเราไม่ต้องเข้า
ไปยุ่งก็ได้ ”
ชายแก่ได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้น “ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ใช้วิชากับคน
ธรรมดา ฝ่าฝืนกฎของพวกเรา แต่ปู่ก็ไม่ได้อยากจะทำอะไรเขาหรอก
หนูลองไปดูสักหน่อย ถ้าเป็นคนมีฝีมือก็พาเขามา ไม่กี่ปีมานี้เราสูญเสีย
ผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ต้องการคนหน้าใหม่มาเติมเต็ม ”
หญิงสาวยิ้มอย่างมีเสน่ห์แล้วตอบว่า “ ก็ได้ หนูขอจัดการงานตรง
นี้สักหน่อย แล้วจะรีบไปที่เมืองเจียงหนาน ถึงเวลานั้นจะดูซิว่าฝีมือของ
เขาหรือว่าพลังเสน่ห์จิ้งจอกสวรรค์ของหนูที่จะเก่งกาจกว่ากัน ”
ชายชราพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ หลานรัก ถึงแม้ว่าหลานจะมี
พรสวรรค์ แต่หลานไม่อาจใช้พลังเสน่ห์จิ้งจอกสวรรค์ได้อย่างพร˹าเพรื่อ
ไม่เช่นนั้นถ้าอีกฝ่ายมีพลังจิตที่แกร่งกว่าหลานล่ะก็ ผลลัพธ์อาจไม่เป็น
ดังที่คิดไว้ได้ ”
หญิงสาวหัวเราะออกว่า “ มีอะไรที่ไม่เป็นตามที่คิดล่ะ อย่างมาก
หนูก็แค่ไปตกหลุมรักเขาเอง อีกอย่างหนูก็อายุยี่สิบกว่าแล้ว ถึงตอนนี้
ยังไม่มีแฟนเลย ”
ชายแก่พูดขึ้นอย่างตำหนิ “ เหลวไหล อีกฝ่ายใช้พลังขั้นสูงของ
สำนักมายาเช่นนี้ ดีไม่ดีอาจจะแก่กว่าปู่ก็ได้ หลานจะยอมแต่งกับคนแก่
เหรอ ? ”
ชอบใจแล้วตอบว่า “ รู้แล้วน่าท่านปู่ ถ้าอีกฝ่ายขี้เหร่แบบท่านปู่
หนูคงไม่เอาหรอก อีกอย่างคือถ้าเขาคิดจะทำลายพลังเสน่ห์จิ้งจอก
สวรรค์ของหนู พลังยุทธของอีกฝ่ายจะต้องมากกว่าหนูถึงสิบเท่า หนู
เดาว่าคนแบบนั้นยังไม่เกิดด้วยซ˺า ”
หลังจากพูดจบแล้ว เธอก็วิ่งหัวเราะออกไปจากห้อง
“ หลานคนนี้นี่นะ ฉันขี้เหร่ที่ไหนกัน ตอนที่ปู่ยังเป็นหนุ่มเป็นแน่น
ปู่เป็นหน้าเป็นตาของตระกูลเราเชียวนะ ! ” ชายชราถูกยั่วให้โมโหจน
หนวดเคราสั่น แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความรักความเอ็นดูที่มีต่อ
หลานสาวคนนี้
กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลิน เนื่องจากแม่หนูน้อยอาการยังไม่
คงที่ ฉินห้าวตงจึงยังไม่ให้เธอไปโรงเรียน และเนื่องจากตระกูลหลินเกิด
เรื่องราวใหญ่โต หลินจื่อเยวียนกับหลินโม่โม่จึงรีบไปที่หลินชื่อกรุ๊ป ฉิน
ห้าวตงอยู่บ้านดูแลแม่หนูน้อยเพียงลำพัง
สองพ่อลูกเล่นอยู่บ้านด้วยกันทั้งเช้า พอถึงเวลาใกล้เที่ยง แม่หนู
น้อยก็เริ่มหิว “ ป่าป๊า หนูหิวแล้ว พาหนูไปกินของอร่อยหน่อย ”
ได้ยินถังถังพูดแบบนี้ ฉินห้าวตงก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองรับปากฉีหว่าน
เอ๋อไว้ว่าวันนี้ตอนเที่ยงจะไปฉลองวันเกิดประจำเดือนให้กับเธอ ถ้า
ตัวเองผิดนัดอีกล่ะก็ มีหวังยัยเด็กนั่นจะต้องไม่ไว้ชีวิตเขาแน่ๆ
“ ถังถัง วันนี้ตอนเที่ยงป่าป๊าต้องไปกินของอร่อยกับน้าหว่านเอ๋อ ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาฉีหว่านเอ๋อ
ส่วนทางด้านฉีหว่านเอ๋อ เมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็จะเที่ยงแล้ว แต่ยังคง
ไม่มีวี่แววของฉินห้าวตงแม้แต่น้อย เธอจึงนั่งโมโหอยู่ที่หน้า
คอมพิวเตอร์ แต่ในตอนนั้นเองจู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เหลือบดูที่หน้าจอ ก็เห็นว่าเป็นฉินห้าวตงที่โทรมา เธอจึง
เปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างดีใจแล้วรีบกดรับสายทันที “ ฉันนึกว่าพี่จะผิดนัด
ฉันอีกซะแล้ว ”
“ กล้าที่ไหนกันล่ะ ฉันผิดนัดคนอื่นได้ แต่ไม่กล้าผิดนัดกับ
ประจำเดือนญาติผู้ใหญ่ของเธอหรอก ” ฉินห้าวตงตอบพลางหัวเราะ “
เที่ยงนี้อยากกินอะไร ? ฉันเลี้ยงเอง”
ฉีหว่านเอ๋อตอบกลับ “ กินอาหารตะวันตกแล้วกัน ฉันไม่ได้กินส
เต็กเนื้อมานานแล้ว ”
แม่หนูน้อยผู้ที่ร่างศักดิ์สิทธิ์เพิ่งตื่นจากการหลับใหลทำให้
ความสามารถในการได้ยินของเธอดีมาก เธอได้ยินคำพูดของทั้งสอง
อย่างชัดเจน จึงร้องด้วยความดีใจว่า “ หิวมากเลย ! หิวแล้ว ! ถังถังก็
ไม่ได้กินสเต็กเนื้อมานานแล้วเหมือนกัน ถังถังยังอยากกินสลัดผลไม้
ด้วย ! ”
เดิมทีฉีหว่านเอ๋ออยากจะกินข้าวกับฉินห้าวตงสองต่อสอง แต่
หลังจากได้ยินเสียงของแม่หนูน้อยตะโกนขึ้นมา จึงถามด้วยความ
แปลกใจ “ วันนี้ถังถังไม่ไปโรงเรียนเหรอ ? ”
“ วันนี้ถังถังไม่สบาย ฉันอยู่บ้านดูแลเธออยู่ เราไปกันสามคน เธอ
จะว่าอะไรไหม ? ”
ฉีหว่านเอ๋อตอบกลับ “ ไม่มีปัญหา ฉันชอบถังถังที่สุดเลย ”
“ คุณน้าหว่านเอ๋อคะ ถังถังก็ชอบคุณน้ามากเลยค่ะ ! ” แม่หนูน้อย
ตะโกนใส่โทรศัพท์
“ ถังถังรีบมานะ น้าจะพาถังถังไปกินของอร่อย ”
ที่จริงแล้วฉีหว่านเอ๋อชอบแม่หนูน้อยมาก ถึงขั้นฝันอยากมีลูกสาว
ที่น่ารักแบบนี้เลย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉินห้าวตงและฉีหว่านเอ๋อจูงแม่หนูน้อยเข้า
ร้านอาหารตะวันตกไปด้วยกัน เนื่องด้วยทั้งสามคนดูโดดเด่นสง่างาม
ไหนจะหนุ่มหล่อสาวสวยแถมยังมีแม่หนูน้อยที่น่ารักสุดๆ อีก ทำให้
พวกเขาเป็นที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้ในทันที
ทั้งสามเลือกห้องส่วนตัวแล้วใช้เวลาแห่งความสุขในมื้ออาการ
กลางวันร่วมกัน
ฉินห้าวตงเทเครื่องดื่มให้แม่หนูน้อยจนเต็มแก้ว จากนั้นก็ยกแก้ว
ไวน์ของตัวเองไปทางฉีหว่านเอ๋อแล้วพูดว่า “ มา เรามาชนแก้วกัน สุข
สันต์วันเกิดให้คุณป้าประจำเดือนญาติผู้ใหญ่ของเธอนะ ”
เมื่อได้ยินฉินห้าวตงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แก้มของฉีหว่านเอ๋อก็แดงระ
เรื่อ แต่เธอก็ยังยกแก้วไวน์ขึ้นมาชนแก้วกับเขา ยังไม่ทันที่เธอจะเอา
แก้วกลับมา แม่หนูน้อยก็ยกเครื่องดื่มของตัวเองแล้วร้องขึ้นมาว่า “ ยัง
มีหนูด้วย ยังมีหนูอีก ถังถังก็สุขสันต์วันเกิดให้คุณป้าประจำเดือนนะคะ
! ”
“ เอ่อ…… ”
ฉินห้าวตงและฉีหว่านเอ๋อต่างก็รู้สึกเคอะเขินขึ้นมา แต่ว่าก็ยังชน
แก้วกับแม่หนูน้อย จากนั้นทั้งสามก็ดื่มพร้อมกัน
ใครจะรู้ล่ะว่าเรื่องที่ทำให้เคอะเขินยังไม่จบอยู่แค่นั้น หลังจากที่แม่
หนูน้อยวางแก้วของตัวเองลง เธอก็กอดแขนฉีหว่านเอ๋อแล้วถามขึ้นมา
ว่า “ คุณน้าหว่านเอ๋อคะ แล้วคุณป้าประจำเดือนอยู่ไหนเหรอคะ ? เรา
ฉลองวันเกิดให้แล้วทำไมคุณป้าคนนั้นไม่มากินข้าวด้วยกันล่ะคะ ? ”
“ เอ่อ…… ” ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอยิ่งเขินอายมากขึ้น แก้ม
ของฉีหว่านเอ๋อแดงก˹าไปหมดแล้ว จนเหมือนกับเลือดจะหยดออกมา
แม่หนูน้อยยังคงพูดต่ออีกว่า “ คุณน้าหว่านเอ๋อคะ ฉลองวันเกิด
คุณป้าแล้วทำไมไม่เตรียมเค้กให้เธอล่ะคะ ? ฉลองวันเกิดต้องเป่าเทียน
กินเค้กกันไม่ใช่เหรอคะ ? ”
ฉินห้าวตงยิ้มแล้วโน้มตัวมาข้างหน้า ฉีหว่านเอ๋อจ้องเขาตาเขม็ง “
พี่ชอบพูดจาเหลวไหล อธิบายเลย ! ”
“ เอ่อ…… ” ตอนนั้นเองฉินห้าวตงก็หัวเราะออกมา ปัญหายาก
ขนาดนี้จะให้เขาอธิบายได้อย่างไร ? หลังจากคิดอยู่นาน สุดท้ายเขาก็
พูดขึ้นว่า “ ถังถัง คุณป้าคนนั้นก็คือญาติสนิทของคุณน้าฉีหว่านเอ๋อ
ยังไงล่ะ ญาติผู้ใหญ่คนนี้หนึ่งเดือนจะมาหนึ่งครั้ง ตอนนี้เธอไปแล้ว
พวกเราอวยพรให้ก็เพื่อจะแสดงความเคารพ ดังนั้นจึงไม่ต้องเตรียม
เค้กน่ะ ”
“ อ้อ ! ” แม่หนูน้อยพยักหน้าเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่
จากนั้นก็หันมาถามอีกว่า “ ป่าป๊า ป่าป๊ามีป้าประจำเดือนไหมคะ ? ”
“ พรวด…….”
ฉีหว่านเอ๋อที่เพิ่งดื่มไวน์แดงเข้าปากไปก็พ่นออกมาทันที ยังดีที่
เธอไหวตัวทัน จึงไม่ได้พ่นออกไปโดนฉินห้าวตง
ฉินห้าวตงตอบอย่างเขินๆ ว่า “ แม่ของพ่อยังไม่มีเลย จะมีคุณป้า
ประจำเดือนได้อย่างไร ? ”
หลังจากพูดจบ ฉินห้าวตงก็รีบเอาจานพิชซ่าให้กับแม่หนูน้อย เพื่อ
ปิดปากเธอซะ ถึงจะผ่านเรื่องนี้ไปได้
หลังจากที่กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ทั้งสามก็ไปเที่ยวสวนสนุกกัน
เนื่องจากเมื่อก่อนฉีหว่านเอ๋อป่วยจึงไม่ได้ออกจากบ้านบ่อยนัก ดังนั้น
ออกมาเที่ยวกับแม่หนูน้อยในครั้งนี้จึงทำให้เธอรู้สึกสนุกมาก จนถึง
เวลาพลบค˹า พวกเขาสามคนถึงยอมออกจากสวนสนุก
ส่วนหลินโม่โม่กับหลินจื่อเยวียนไปจัดการงานศพของหลินผิงเฉา
จนดึกถึงกลับมา ฉินห้าวตงพาแม่หนูน้อยไปบริษัทรักษาความปลอดภัย
ป่าป๊า
ทั้งสามคนรู้สึกมีความสุขมาก จนไม่ได้สังเกตว่ามีนักพรตเต๋าคน
หนึ่งติดตามอยู่ข้างหลังไกลๆ
จบตอน