คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 198: พวกขี้อวด
ตอนที่ 198 พวกขี้อวด
ฉินห้าวตงได้ยินดังนั้นจึงพูดแนะนำ “ พี่หลง เธอชื่อว่าหูเสี่ยวเซียน
พวกเราก็แค่เพื่อนกันเท่านั้น ”
ที่จริงฉินห้าวตงอยากจะอธิบายต่อ แต่ทว่าหลงไห่เซิงกลับไม่เชื่อ
เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ น้องชาย นายไม่ต้องอธิบายให้ฉันฟังหรอก
พี่เองก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเหมือนกัน ชายหนุ่มผู้
ปราศจากความรักนั้นเป็นผู้ที่น่าสงสาร น้องชายเป็นคนมีความสามารถ
จะมีแฟนหลายคนมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก”
ฉินห้าวตงเองก็รู้ว่ายิ่งอธิบายก็จะยิ่งแย่ลง ดังนั้นเขาจึงหยุดพูด
ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงรีสอร์ทเดอะดรีมเจียงหนาน และเดินไปที่
ห้องวีไอพีหมายเลข 10 ตามการแนะนำของพนักงานเสิร์ฟ ห้องนี้มี
ขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของห้อง VIP สามห้องแรกและการตกแต่งภายใน
ค่อนข้างเรียบง่ายและดูธรรมดากว่า
หวางจื่อหมิงและหลิวยวี๋ฉิงรออยู่ในห้องตั้งนานแล้ว แต่ตอนที่ฉิน
ห้าวตงเดินเข้ามา หวางจื่อหมิงไม่ได้มีความตื่นตัวอะไร แต่พอเขาเห็นหู
เสี่ยวเซียนที่เดินตามมาด้านหลัง ทันใดนั้นเขาก็รีบเสนอหน้าออกไป
ต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มทันที
“ นางฟ้าคนสวย คุณมาแล้วหรือ รีบนั่งลงสิ ! ”
หูเสี่ยวเซียนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ สุดหล่อ ฉันกับห้าวตงพาเพื่อนมา
ด้วยหนึ่งคน คุณคงไม่ปฏิเสธใช่ไหม ? ”
“ ไม่ปฏิเสธ ไม่ปฏิเสธแน่นอน ” หวางจื่อหมิงชำเลืองมองหลงไห่
เซิงที่สวมแว่นกันแดดสีดำ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจสักนิด เพราะในความคิด
ของเขา เพื่อนของบอดี้การ์ดก็คงไม่น่าจะเป็นคนที่พิเศษอะไรนักหนา
หลังจากที่พวกเขานั่งกันครบทุกคนแล้ว หวางจื่อหมิงก็มองฉินห้าว
ตงด้วยสีหน้าหยิ่งยโส “ เป็นยังไงบ้าง บอดี้การ์ดอย่างพวกนายทั้งชีวิต
นี้คงไม่มีปัญญากินอาหารหรูหราแบบนี้ใช่ไหม ฉันจะบอกอะไรนายให้
นะ ค่าอาหารของที่นี่ในแต่ละมื้อเท่ากับเงินเดือนของพวกนายทั้งปีเลย
นะ แต่พาเพื่อนมาด้วยก็ดี เพราะทั้งชีวิตนี้พวกนายคงไม่มีโอกาสกิน
อาหารดีๆ แบบนี้หรอก นายต้องเข้าใจนะว่าที่รีสอร์ทเดอะดรีมเจียง
หนานไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจะจองห้องได้ ต้องมีสถานะทางสังคมด้วย ”
สีหน้าของหลงไห่เซิงดูบูดบึ้งทันทีที่เขาได้ยินหวางหมิงจื่อพูดจาดู
แคลนเช่นนี้ ในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้ามาเฟียแห่งเมืองเจียงหนาน ทำ
ให้ไม่มีใครกล้าพูดคุยกับเขาเช่นนี้
แต่วันนี้ที่เขาอดกลั้นไว้เพราะต้องการไว้หน้าฉินห้าวตง เมื่อเห็นว่า
ฉินห้าวตงไม่ได้พูดอะไร เขาก็อดทนไม่พูดอะไรเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงและหลงไห่เซิงต่างก็ไม่ได้พูดอะไร หวางจื่อห
มิงก็ยิ่งได้ใจมากยิ่งขึ้น มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะแสดงถึงอภิสิทธิ์พิเศษ
ของตัวเองได้ และจะได้ดึงดูดความสนใจของคนสวยตรงหน้านี้
พนักงานเสิร์ฟนำเมนูไปที่โต๊ะแล้วถามอย่างสุภาพ “ ไม่ทราบว่า
ทุกท่านจะรับอะไรดีครับ ? ”
หวางจื่อหมิงจงใจพูดเสียงดัง “ อยากกินอะไรก็สั่งกันเองแล้วกัน
ฉันไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน อีกอย่างหลังจากวันนี้ไป ต่อให้พวกนายอยาก
กินก็คงไม่มีปัญญากินแล้วแหละ ”
หลังจากนั้นเขาพูดกับหูเสี่ยวเซียนด้วยใบหน้าที่ประจบประแจง “
คนสวย อยากดื่มอะไรหน่อยไหม ? ”
หูเสี่ยวเซียนตอบ “ ไวน์แดงแล้วกัน อย่างอื่นฉันดื่มไม่ชิน ”
แม้ว่าบนใบหน้าจะเปื้อนยิ้ม แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความ
รังเกียจชายอ้วนคนนี้ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะสั่งอาหารเอาให้เขา
กระเป๋าฉีกไปเลย
“ ถ้าจะดื่มไวน์แดงก็ต้องดื่มของดีหน่อยนะ รสชาติมันถึงจะดี ”
หวางจื่อหมิงพูดจบก็กระดิกนิ้วเรียกพนักงาน “ เอา Petrus มาให้ฉัน
หนึ่งขวด”
พนักงานเสิร์ฟถามอย่างสุภาพว่า “ คุณคะ คุณอยากได้ Petrus
ในเรทราคาไหนคะ ? ”
หวางจื่อหมิงแสร้งทำเป็นว่าตัวเองเป็นคนใจกว้าง “ ไม่ได้ยินที่คน
สวยของฉันพูดหรอ ? ไวน์แดงก็ต้องกินของดีหน่อย เอาขวดที่ราคาสอง
หมื่นหยวนมาให้ฉัน ”
“ ค่ะคุณ ”
พนักงานเสิร์ฟตอบด้วยความสุภาพ แต่ในใจกับเต็มไปด้วยความดู
ถูกผู้ชายคนนี้ ไวน์แดงที่รีสอร์ทเดอะดรีมเจียงหนานล้วนนำเข้ามาจาก
ฝรั่งเศส มีแต่ของคุณภาพดี แน่นอนว่าถ้าคุณภาพไวน์ดีราคาย่อมสูง
ตามไปด้วย แต่ Petrus ขวดละสองหมื่นหยวนนี้เป็นราคาที่ถูกที่สุด
แต่หวางจื่อหมิงกลับพูดออกมาอย่างโอ้อวด เห็นได้ชัดว่าเขา
ต้องการจะดูถูกว่าพวกของฉินห้าวตงไม่เคยดื่มไวน์แดงราคาขนาดนี้มา
ก่อนและไม่มีความรู้เรื่องราคาไวน์
หวางจื่อหมิงคิดแบบนั้นจริงๆ ในความคิดของเขา กะอีแค่บอดี้
การ์ดต˹าต้อยคนหนึ่งจะเคยดื่มไวน์ราคาแพงได้อย่างไร มีปัญญาดื่ม
เหล้าเอ้อร์กัวโถว (เหล้าจีนโบราณ) ราคาไม่กี่หยวนก็บุญนักหนาแล้ว
จากนั้นเขาหันไปพูดกับหูเสี่ยวเซียนอย่างภาคภูมิใจอีกว่า “ เป็นไง
บ้างคนสวย พอใจไหม ? ไวน์ราคาสูงลิ่วถึงสองหมื่นหยวนอย่างขวดนี้
หลายคนทำงานมาทั้งปียังหาเงินได้ไม่ถึงเท่านี้เลย ”
หูเสี่ยวเซียนพูดด้วยรอยยิ้ม “ พี่ชาย ฉันเหมือนจะจำได้ว่ามันไม่ใช่
แบบนี้นะ ราคา Petrus ที่ถูกที่สุดของรีสอร์ทเดอะดรีมเจียงหนานคือ
สองหมื่นหยวนใช่ไหม? ถ้าดูจากสถานะของคุณแล้ว ไม่น่าจะดื่มไวน์
ราคาถูกแบบนี้นะ ? ”
“ เอ่อ…… ” หวางจื่อหมิงทำตัวไม่ถูก คิดไม่ถึงเลยว่าหูเสี่ยวเซียน
จะมีความรู้เรื่องไวน์แดงขนาดนี้ ดังนั้นเขาจึงรีบพูดขึ้น “ อ้อ ! มันไม่ใช่
อย่างนั้นอยู่แล้ว ฉันก็แค่พูดไปเรื่อย จะเชิญคนสวยดื่มไวน์ทั้งที แน่นอน
ว่าจะต้องจัดหาของดีให้อยู่แล้ว”
ดังนั้นเขาจึงหันกลับไปพูดกับพนักงานเสิร์ฟอีกครั้ง “ ได้ยินหรือยัง
เปลี่ยนเอา Petrus ขวดที่ราคาห้าหมื่อนหยวนมาให้ฉันแทน ”
“ ได้ค่ะ ” ขณะที่พนักงานกำลังถือเมนูเดินออกไปนั้น ฉินห้าวตงก็
เรียกเขาให้หยุด
“ เดี๋ยวก่อนครับ เถ้าแก่หวางสั่งไวน์แดงแค่ขวดเดียวเองหรอ ? ”
“ ใช่ค่ะ มีแค่ Petrus แค่ขวดเดียว”
“ แต่พวกเรามีกันห้าคน ไวน์แดงแค่ขวดเดียวจะไปพออะไร ? ”
จากนั้นฉินห้าวตงพูดกับหวางจื่อหมิง “ เถ้าแก่หวาง คุณพูดเองไม่ใช่
หรอว่าจะให้ผมมาเปิดประสบการณ์ใหม่ที่นี่ ? พวกเรามีแต่คนคอแข็ง
ทั้งนั้น สั่งไวน์แดงแค่ขวดเดียวยังไม่พอยัดลงท้องพวกเราเลย คุณคงจะ
ไม่ขี้เหนียวขนาดนี้หรอกนะ ? ”
ในเมื่อวันนี้เขามาแล้ว งั้นก็ต้องสั่งสอนไอ้หมอนี่ให้หลาบจำอย่าง
ไร้ความเมตตา ต้องให้ไอ้หมอนี่จ่ายจนกระเป๋าฉีก
หวางจื่อหมิงหน้าตาบิดเบี้ยว นี่มันไวน์แดงขวดละห้าหมื่นหยวน
เชียวนะ ไม่ใช่เหล้าเอ้อร์กัวโถว ไอ้หมอนี่กำลังทำให้เขาลำบากใจชัดๆ
สมควรตายจริงๆ
อย่างไรก็ตามเขาตั้งใจที่จะเอาชนะใจหูเสี่ยวเซียน ดังนั้นเขาจึงไม่
มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ งั้นก็ได้ ในเมื่อขวดเดียวไม่พอ งั้นเอามา
สองขวด ”
หูเสี่ยวเซียนพูดว่า “ สุดหล่อ ฉันเป็นนักดื่มตัวยงด้วยเหมือนกัน
แค่สองขวดไม่พอหรอก งั้นพวกเราเอาไปคนละขวดไหม ไหนๆ คุณก็
เป็นคนใจกว้างขนาดนี้แล้ว คงไม่สนใจเงินเล็กๆ น้อยๆ หรอกจริงไหม ?
”
“ ไม่ ! ไม่แน่นอน ! ” หวางจื่อหมิงกัดฟันพูด “ แม้ว่า Petrus จะ
เป็นไวน์ชั้นสูง แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจราคาของมันเลย ”
เขาสาบานกับตัวเองว่าวันนี้เขาต้องเอาหูเสี่ยวเซียนไปนอนบน
เตียงของเขาให้ได้ แน่นอนว่าเขาจะกินไวอาก้าเพิ่มขึ้นเพื่อระบายความ
อัดอั้นตันใจทั้งหมดออกมา
“ พนักงานเสิร์ฟ ได้ยินที่พูดแล้วใช่ไหม เอา Petrus มาห้าขวด
วันนี้ฉันจะสนุกกับคนสวยให้สุดเหวี่ยงไปเลย ”
เขาโบกไม้โบกมือทำให้ตัวเองดูเหมือนคนใจกว้างมากยิ่งขึ้น แต่ที่
จริงในใจของเขาแทบกระอักเลือด ไวน์ห้าขวดนั่นรวมกันแล้วมีมูลค่าถึง
สองแสนห้าเลยนะ เขาอาจจะร˹ารวยก็จริง แต่ก็ไม่ได้รวยมากมายขนาด
นั้น
“ สุดหล่อใจดีจังเลย ! ”
คำชมของหูเสี่ยวเซียนปลดเปลื้องความหดหู่ทั้งหมดของหวางจื่อห
มิง ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยความภาคภูมิใจ “ แน่นอนสิ ฉันเป็นผู้ชายนะ
ผู้ชายไม่สนใจเรื่องเงินทองเล็กน้อยแค่นี้หรอก คนสวย จนถึงตอนนี้
พี่ชายยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย คุณจะรังเกียจไหมที่จะบอกชื่อของ
ตัวเอง ? ”
“สุดหล่อ ฉันชื่อหูเสี่ยวเซียน ”
“ หูเสี่ยวเซียน ชื่อเพราะจัง ” หวางจื่อหมิงพูดด้วยสีหน้าหื่น
กระหาย“ ต่อไปนี้พวกเราน่าจะไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ฉันไม่เพียงแต่ใจ
กว้างเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีอีกมากมาย เดี๋ยวคุณก็จะได้รู้เมื่อสัมผัสมัน ”
ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ต่างก็รู้ว่าคำพูดแบบนี้มันคือการคุกคาม ใน
แววตาของหูเสี่ยวเซียนดูเยือกเย็นขึ้น แต่เธอก็ยังคงพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“ จริงหรือ ? งั้นถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะลองสัมผัสดูสักหน่อย ”
แม้ว่ารูปร่างภายนอกของเธอจะดูออดอ้อนยั่วยวนใจ แต่ภายในใจ
ของเธอเป็นผู้หญิงที่ซื่อสัตย์มาก ในเมื่อไอ้อ้วนนี่กล้าคุกคามเธอต่อ
หน้าสาธารณะ แน่นอนว่าเขาไม่สมควรมีชีวิตอยู่
“ วางใจได้คนสวย ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
หวางจื่อหมิงหัวเราะชอบใจราวกับว่าเขาเห็นความหวัง ต่อให้เป็น
คนสวยขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานอำนาจเงินได้อยู่ดี
หลิวยวี๋ฉิงรู้ดีว่าแฟนหนุ่มของเธอกำลังหว่านเสน่ห์ความเจ้าชู้ใส่หู
เสี่ยวเซียน แต่อย่างไรก็ตามเธอรู้จักนิสัยของแฟนเธอดี เธอรู้ว่าเขาเป็น
คนเจ้าชู้ชอบลักกินขโมยกิน ดังนั้นเพื่อที่จะรักษาสถานะทางสังคมของ
ตัวเองไว้ เธอจึงต้องยอมปิดตาข้างหนึ่งเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นถ้าเธอเผย
ความรู้สึกทั้งหมดออกมา มีหวังถูกเขาถีบไล่หัวส่งแน่
คนเราก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ เราต้องยอมเสียสละบางสิ่งเพื่อให้
ได้สิ่งอื่นเสมอ ในเมื่อเธอเลือกที่จะรักเขาที่เงิน แน่นอนว่าเธอก็ต้องละ
ทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเอง
ในเวลานี้ พนักงานเสิร์ฟนำไวน์ทั้งหมดห้าขวดขึ้นมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
แล้วถามอย่างสุภาพว่า “ คุณต้องการจะเปิดทั้งหมดเลยไหมคะ ? ”
“ แน่นอน เปิดทั้งหมดเลย ”
หวางจื่อหมิงกำลังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเขากับหูเสี่ยวเซียน
กำลังก้าวหน้า แน่นอนว่าเขาจะไม่เสียดายเงินพวกนี้เด็ดขาด อีกอย่าง
เขาเป็นนักดื่มตัวยง ดังนั้นเขาจึงอยากจะถือโอกาสนี้มอมฉินห้าวตง
และหูเสี่ยวเซียน พอถึงตอนนั้นเขาก็จะมีโอกาสลงมือแล้ว
พนักงานเสิร์ฟเปิดขวดไวน์ทีละขวดและวางขวดไว้ข้างหน้าทุกคน
หวางจื่อหมิงพูดกับฉินห้าวตงว่า “ ไหนๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้
พบหน้ากัน กล้าชนกับฉันสักแก้วไหม ? ”
ฉินห้าวตงเงยหน้าขึ้นมองดูคนโง่สมองเบาที่พยายามจะแข่งความ
คอแข็งกับเขา เคยมีคำกล่าวที่ว่า ‘เหล้าทำมาจากธัญพืช’ ในเมื่อเขา
เป็นถึงมหาเทพแห่งพงไพร ผู้ควบคุมพืชพันธุ์ต่างๆ ต่อให้เขาดื่มเป็น
พันแก้วก็ไม่มีทางเมาเด็ดขาด
หวางจื่อหมิงนึกว่าฉินห้าวตงกลัวจนนั่งเงียบไม่พูดอะไร เขาลุกขึ้น
ยืนและทำเป็นพูดอวดเบ่งว่า “ นายเป็นผู้ชายหรือเปล่า ? ถ้าเป็นผู้ชาย
พวกเราก็มาชนแก้วกันสักหน่อย ”
ในเวลานี้ฉินห้าวตงก็ตอบกลับไปว่า “ เอาแบบนี้แล้วกัน ในเมื่อเถ้า
แก่หวางมีน˺าใจ งั้นพวกเรามาดื่มให้สนุกไปเลย คุณกับผมดื่มกันคนละ
ขวด เราจะดื่มจากขวดโดยตรงเลย ตกลงไหม ?”
“ คนละขวด ? แถมยังดื่มจากขวดด้วย ? ”
หวางจื่อหมิงตกตะลึง แม้ว่าเขาจะเป็นนักดื่ม แต่เขาก็ยังไม่เคยดื่ม
แบบนี้มาก่อน
“ ว่าไงล่ะ ? เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ถ้าเป็นลูกผู้ชายพวกเราก็มา
ดื่มกันยกขวดเลย ! ”
ฉินห้าวตงพูดตามคำพูดของหวางจื่อหมิง เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจาก
คำว่าแก้วเป็นคำว่าขวดแทน
“ เอ่อ…… ”
หวางจื่อหมิงลังเลไปครู่หนึ่ง ถ้าหากว่าดื่มลงไปเป็นขวดขนาดนี้ ดี
ไม่ดีอาจทำให้ตัวเขาเมาได้
หูเสี่ยวเซียนพูดสมทบขึ้นมาทันที “ สุดหล่อ เป็นอะไรไปล่ะ ? หรือ
ว่าคุณไม่กล้าดื่มไวน์ยกขวด ? ”
“ เป็นไปไม่ได้ แค่ขวดเดียวเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับฉันมาก ! ”
หวางจื่อหมิงหยิบขวดไวน์ขึ้นมาแล้วเริ่มดื่มจากขวดเพื่อไม่ให้หู
เสี่ยวเซียนดูถูกเขาได้
เมื่อเขาดื่มไปได้ครึ่งขวดนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกถึงไอร้อนของ
แอลกอฮอล์วูบวาบขึ้นมา จนเขาแทบจะเดินต่อไม่ได้ ส่วนฉินห้าวตงก็
ดื่มขวดไวน์ในมือของเขาหมดในรวดเดียวราวกับดื่มน˺าเปล่า
หวางจื่อหมิงกลัวว่าตัวเองจะอับอาย ดังนั้นเขาจึงดื่มอีกครึ่งที่
เหลือจนหมด จากนั้นเขารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อยหลังจากเขาดื่มเสร็จ
“สุดหล่อ คอแข็งมากเลย คุณนี่มันสุดยอดจริงๆ ”
หูเสี่ยวเซียนปรบมือเบาๆ และพูดชม
“ นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ก็ฉันทั้งหล่อทั้งใจกว้าง ” หลังจากพูดจบ
เขาก็ยกมือของหลิวยวี๋ฉิงขึ้นมาอย่างแรงเพื่อโชว์แหวนเพชรเม็ดใหญ่
ในมือของเธอ หลิวยวี๋ฉิงถูกบีบมือจนปวดไปหมด แต่เธอก็ไม่กล้าพูด
อะไรออกมา เพราะเธอคุ้นเคยกับชีวิตแบบนี้แล้ว
หวางจื่อหมิงดึงแหวนเพชรวงนี้ออกมาแล้วพูดว่า “ เห็นหรือยัง
เพชรเม็ดใหญ่ขนาดนี้ ราคาตั้งแปดหมื่นหยวนเลยนะ แต่สำหรับฉันมัน
ก็แค่เงินเล็กน้อย ขอแค่เป็นผู้หญิงที่ฉันชอบ ฉันก็พร้อมที่จะจ่ายเพื่อ
เธอ ”
เขาถือแหวนเพชรขึ้นแล้วเหลือบมองฉินห้าวตงและหลงไห่เซิง
อย่างดูถูกเหยียดหยาม “ เงินตั้งแปดหมื่นหยวน ต้องใช้เวลากี่ปีกว่า
พวกนายจะหาได้ขนาดนี้ ? คนอย่างพวกนายคงไม่มีปัญญาซื้อแหวน
เพชรเม็ดใหญ่แบบนี้ไปได้ตลอดชีวิตหรอก ในเวลานี้ต่อให้ฉันพูดไปมัน
ก็เท่านั้น เมื่อกี้พวกนายก็เห็นไวน์แดงพวกนั้นแล้วนี่ ทั้งหมดสองแสน
ห้าหมื่นหยวน ถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่สามารถจินตนาการได้สำหรับ
พวกนาย เพราะมันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก แต่สำหรับฉันมันก็แค่
จำนวนเงินเล็กน้อย ”
ที่จริงถึงแม้ว่าเขาจะรวย แต่ก็ไม่รวยพอที่จะจ่ายเงินกินข้าวมื้อละ
หลายแสนหยวน แต่ในเมื่อจ่ายไปแล้ว ถึงยังไงพวกขี้อวดอย่างเขาก็
อยากจะอวดสักหน่อย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขากำลังดูถูกฉินห้าวตง และ
เอาชนะใจหูเสี่ยวเซียน
จบตอน