คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 884: ศึกชิงตำแหน่งประธานนักเรียน
ตอนที่ 884 ศึกชิงตำแหน่งหัวหน้าห้อง
“ พระเจ้า เป็นขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายจริงด้วย สมแล้วที่เขาเป็น
ลูกศิษย์ของตระกูลใหญ่ เพิ่งเข้าสำนักมาไม่นานก็มีพลังการฝึกตนสูง
ขนาดนี้แล้ว…… ”
“ ท่านพี่เฉาเก่งจริง ๆ ตอนนี้ก็เป็นขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายแล้ว
รอให้เรียนจบแล้ว รับรองว่าเขาจะต้องเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดฝีมือของ
สำนักแน่นอน…… ”
“ ที่แท้ท่านพี่เฉาก็อ่อนน้อมถ่อมตนมาตลอดนี่เอง มีระดับการฝึก
ตนสูงขนาดนี้แต่ไม่ยอมพูดออกมา ช่างน่านับถือเหลือเกิน…… ”
ตอนนี้เองก็มีเสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นเป็นระยะ รวมถึง
อาจารย์เหม่ยหลินที่ตกใจไม่แพ้กัน คิดไม่ถึงเลยว่านักเรียนผู้ยอดเยี่ยม
ในชั้นเรียนของเธอจะมีเยอะขนาดนี้
สายตาของฉินห้าวตงกวาดตามองเฉาฮั่วเผิงตั้งแต่หัวจรดเท้า มุม
ปากของเขากระตุกรอยยิ้มขึ้นมา เจ้าหมอนี่ยังมีพลังไม่นิ่ง เห็นได้ชัดว่า
เพิ่งสำเร็จขั้นพลังไม่นาน
ยิ่งไปกว่านั้นบนตัวของเจ้าหนุ่มคนนี้ยังมีกลิ่นของยาโอสถ
ปรับแต่งพลังชนิดหนึ่งอยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งใช้ยาโอสถ
ประเภทนี้มาสำเร็จขั้นพลัง และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองทำให้อีกฝ่าย
ไม่ได้อ่อนน้อมถ่อมตนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะกินยาโอสถ
เพิ่มพลังชั่วคราวเพื่อคิดจะมาแย่งชิงความโดดเด่นไปจากเขา
“ หากข้าดูไม่ผิด ระดับการฝึกตนของเจ้าพึ่งจะเพิ่มขึ้นมาและใช้
ยาโอสถปรับแต่งพลังด้วยใช่หรือไม่ ? ”
เฉาฮั่วเผิงกำลังภาคภูมิใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย หลังจากที่ได้ยิน
คำพูดของฉินห้าวตง เขาก็ผงะไปครู่หนึ่ง เมื่อคืนนี้เขาจ่ายเงินไปเป็น
จำนวนมากเพื่อซื้อยาโอสถปรับแต่งพลังที่มีลวดลายถึง 3 เส้นมาจาก
สมาพันธ์นักปรุงยา หลังจากกินไปแล้วได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ทำให้
เขาสามารถสำเร็จพลังขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายได้ในทันที
เพื่อที่จะได้เป็นที่สะดุดตาของอาจารย์และสาวสวยในชั้นเรียน เขา
จึงแสร้งทำเป็นออกตัวว่าตัวเองแกล้งทำเป็นคนอ่อนแอมาโดยตลอด
แต่เขากลับไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าหมอนี่จะมองออกได้ จากนั้นเขาก็ได้สติ
กลับมาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจว่า “ เจ้าจะมายุ่งทำไมว่าข้า
สำเร็จขั้นพลังได้อย่างไร อย่างไรตอนนี้ข้าก็เป็นขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้น
ปลายแล้ว ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าแม้แต่น้อย ”
ฉินห้าวตงกระตุกรอยยิ้มขึ้นมา แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเขา
ไม่ได้สนใจสมญานามราชานักเรียนใหม่อยู่แล้ว และก็ไม่อยากเอาตัวไป
เปรียบกับคนพวกนี้ด้วย เขาแค่อยากเพิ่มระดับการฝึกตนของตัวเอง
อย่างสงบเท่านั้น
“ ทำไมถึงพูดกับพี่ชายข้าแบบนี้ ? คนอ่อนหัดอย่างเจ้าเทียบไม่ได้
แม้แต่ปลายเล็บของพี่ชายข้า คิดว่าตัวเองเป็นขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลาย
แล้วจะเก่งนักหรือไงฃ ? ข้าพี่ชายเก่งกาจกว่าเจ้าตั้งเยอะ แถมยังเป็นผู้
ที่อ่อนน้อมถ่อมตนอย่างแท้จริง ”
แม้ว่าเขาจะอดทนได้ แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะอดทนได้ซะเมื่อไหร่
ปีศาจสาวน้อยรีบออกโรงปกป้องคนของตัวเองทันที
ฉินห้าวตงเห็นดังนั้นก็ได้แต่หัวเราะ ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก
ทำไม ? ฉันเองก็ไม่ได้อยากเปรียบเทียบความเก่งกาจกับเจ้าหมอนั่นสัก
หน่อย
เฉาฮั่วเผิงหัวเราะเยาะแล้วพูดขึ้นว่า “ เลิกคุยโม้แทนเจ้าหนุ่มคนนี้
ได้แล้ว อย่าบอกนะว่าเขาสำเร็จพลังขอบเขตเลี่ยนสวี่แล้ว และเพื่อ
ต้องการที่จะถ่อมตนจึงไม่ได้แสดงออกมา ? ”
ปีศาจสาวน้อยได้ยินดังนั้นก็อารมณ์ขึ้น “ พูดได้ไม่เลว ตอนนี้
พี่ชายของข้าเป็นขอบเขตเลี่ยนสวี่ คนอย่างพวกเจ้าจะมาเปรียบเทียบ
ได้อย่างไร ”
แม้ว่าเธอจะไม่เคยเห็นฉินห้าวตงแสดงพลังของตัวเองออกมาก่อน
แต่เธอก็รู้ว่าฉินห้าวตงสามารถปรุงยาโอสถระดับ 6 ออกมาได้
โดยทั่วไปแล้วผู้ที่สามารถปรุงยาโอสถระดับ 6 ออกมาได้นั้น ต้องมีพลัง
ขอบเขตเลี่ยนสวี่อย่างแน่นอน ในสายตาของเธอพี่ชายนั้นยอดเยี่ยม
ที่สุด เธอจะไม่มีวันอนุญาตให้ใครมาดูถูกดูแคลนเขาเด็ดขาด ต่อให้เป็น
การดูถูกเพียงน้อยนิดก็ไม่ยอม
“ พี่ชาย การแสดงพลังของตัวเองออกมาสักหน่อย จะได้ให้เจ้า
หมอนี่มันเห็นสักที ”
ปีศาจสาวน้อยหันกลับมาพูดกับเขาด้วยความโมโห
“ ใช่แล้วพี่ฉิน ให้พวกเขาเห็นพลังที่แท้จริงของท่านหน่อย ! ”
จ้าวซิงเยว่พูดด้วยความโมโหเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเธอจะขี้ขลาด
ตาขาว แต่เธอก็ไม่อยากให้ใครมาดูถูกพี่ฉินของเธอ
“ เอ่อ…… ”
เดิมทีฉินห้าวตงไม่อยากแสดงความโดดเด่นของตัวเองออกมา แต่
ในตอนนี้เมื่อถูกสาวน้อยทั้งสองผลักดันขนาดนี้แล้ว เขาเองก็จนใจ
เช่นเดียวกัน เขาจะทำให้พวกเธอทั้งสองอับอายขายหน้าไม่ได้
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเกิดความลังเล เฉาฮั่วเผิงก็ยิ่งภาคภูมิใจเข้าไป
ใหญ่ เขาเห็นว่าฉินห้าวตงดูอายุน้อยขนาดนี้จะต้องเด็กกว่าเขาหลายปี
แน่ คนหนุ่มเช่นนี้จะสำเร็จพลังขอบเขตเลี่ยนสวี่ได้อย่างไรกัน ยิ่งไป
กว่านั้นคนแบบนี้ในสายตาของเขาถ้าหากมีระดับการฝึกตนขอบเขต
เลี่ยนสวี่จริง เวลาสมัครสอบเข้าเรียนจะต้องแสดงพลังของตัวเอง
ออกมาให้เห็นแล้ว
ต้องเข้าใจว่ายิ่งแสดงความเก่งกาจของตัวเองออกมามากเท่าไหร่ก็
จะยิ่งเป็นที่สะดุดสายตาในสำนักมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ก็จะยิ่งจีบ
สาวงามของสำนักได้มากยิ่งขึ้น ไม่มีเจ้าโง่คนไหนที่คิดอยากจะถ่อมตัว
จริงๆ หรอก
ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเจ้าหมอนี่คงพูดหลอกลวงเพราะต้องการจะจีบ
จ้าวซิงเยว่และปีศาจสาวน้อย โดยการพูดว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือ
ขอบเขตเลี่ยนสวี่ ที่จริงแล้วเรื่องพวกนี้คงเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
และเมื่อคิดถึงตรงนี้ เพื่อที่จะเปิดโปงแผนการของอีกฝ่าย เขาจึง
พูดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงว่า “ ฉินห้าวตง ในเมื่อมีคนพูดว่าเจ้าเองคือ
ขอบเขตเลี่ยนสวี่ เช่นนั้นพวกเรามาประลองกันหน่อยไหม มาดูกันว่า
เจ้าจะเก่งกว่าข้าสักเท่าไหร่ ? ”
หลังจากพูดจบ ขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายก็ระเบิดออกมาจากร่าง
ของเขาอีกครั้ง เพียงแต่ว่าทิศทางในการระเบิดพลังพุ่งไปที่ฉินห้าวตง
เพียงคนเดียว เขาคิดอยากจะใช้พลังของตนเองมายับยั้งอีกฝ่าย อย่าง
น้อยก็ยังสามารถต่อสู้กันอย่างสูสีได้ จากนั้นมันก็จะเป็นการเพิ่มสถานะ
ของเขาในห้องเรียนให้เพิ่มสูงขึ้น
ฉินห้าวตงส่ายหัวด้วยความระอา ดูเหมือนว่าเจ้าหมอนี่คิดอยากจะ
ฆ่าตัวตายไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ในเมื่ออยากมาตายถึงหน้าประตู
เช่นนั้นก็ให้ลิ้มรสความเจ็บปวดสักหน่อยดีกว่า
ใช้พลังจิตของเขาเพื่อควบคุมพลังลมปราณภายในร่างกาย ทันใด
นั้นพลังในร่างกายของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ชั่ว
พริบตาเดียวมันก็เข้าไปบดขยี้พลังขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายของเฉาฮั่ว
เผิงจนไม่เหลือ
พลังของผู้ฝึกเซียนขอบเขตเลี่ยนสวี่แข็งแกร่งขนาดไหนนั้น
ถึงแม้ว่าฉินห้าวตงจะแสดงออกมาให้เห็นเพียงแค่แว๊บเดียว แต่มันก็
กระแทกจนทำให้เฉาฮั่วเผิงถอยออกไปด้านหลังไกลกว่า 10 เมตร จน
ตัวของเขาเข้าไปกระแทกกับโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังอีกหลายตัว กระทั่ง
ในที่สุดก็เข้าไปชนปะทะเข้ากับผนังห้องแล้วกลิ้งตลบไปมาด้วยความ
อับอาย
นี่เป็นเพราะฉินห้าวตงไว้หน้าเขา ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขากระอัก
เลือดไปแล้ว
ทว่าเรื่องนี้จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน ใครใช้ให้เขาเป็นฝ่าย
ปะทะอารมณ์กับผู้ฝึกเซียนขอบเขตเลี่ยนสวี่กันล่ะ มันเป็นการกระทำที่
รนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“ เจ้า……เจ้าคือขอบเขตเลี่ยนสวี่จริงด้วย…… ”
เฉาฮั่วเผิงหน้าซีด เขาไม่มีท่าทีหยิ่งทะนงอีกต่อไป
นักเรียนคนอื่นต่างก็ตกใจเช่นเดียวกัน นักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาใน
สำนักแค่สำเร็จพลังถึงขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายก็เก่งมากแล้ว แต่ชาย
หนุ่มตรงหน้านี้กลับสำเร็จพลังขอบเขตเลี่ยนสวี่ นี่ต้องอัจฉริยะขนาด
ไหนกัน ?
แม้แต่ในดวงตาของเหม่ยหลินยังเปล่งประกายระยิบระยับอย่าง
ต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าชั้นเรียนของเธอจะมีสมบัติล˺าค่าปรากฏขึ้นจริง ๆ
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มีความโดดเด่นที่สุด ตลอด
หลายปีมานี้ แต่ตลอดหลายปีมานี้เธอพบเห็นนักเรียนผู้มีความสามารถ
ยอดเยี่ยมน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีพลังในระดับค่อนข้างต˹าทั้งนั้น
แต่ดูเหมือนว่าปีนี้มันจะพลิกผันไปหมด
“ พี่ชาย ท่านสุดยอดเลย ! ”
ปีศาจสาวน้อยวิ่งเข้าไปกอดแขนฉินห้าวตง แล้วหันไปพูดกับทุก
คนด้วยความภาคภูมิใจ “ พวกเจ้าเห็นแล้วใช่ไหมว่าพี่ชายของข้าเก่ง
ขนาดไหน ”
แม้ว่าจ้าวซิงเยว่จะอายเกินกว่าที่จะพูดอะไร แต่เธอก็ยังคงแอบจับ
มืออีกข้างนึงของฉินห้าวตงเอาไว้แน่น พร้อมกับแสดงความภาคภูมิใจ
ผ่านทางสีหน้า
“ ข้า…… ”
แม้ว่าเฉาฮั่วเผิงจะไม่ยอม แต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอที่จะ
เผชิญหน้ากับยอดฝีมือขอบเขตเลี่ยนสวี่ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ถอย
ไปด้านข้างอย่างเงียบ ๆ
และในตอนนี้เองก็มีเสียงที่เย็นชาดังขึ้น “ ลำพังแค่ระดับการฝึก
ตนมีอะไรให้น่าเกรงขามขนาดนั้น ในสำนักเต่าทมิฬของพวกเราไม่ได้
แข่งขันกันเพียงแค่ระดับการฝึกตนเท่านั้น ”
คนที่พูดคือนักเรียนรูปร่างผอมแห้งคนหนึ่ง นักเรียนคนนี้มีชื่อว่า
จั่วเทียนซง หลังจากเข้ามาในสำนักแล้ว เขาก็ตะลึงในความงามของ
จ้าวซิงเยว่ และมองเธอเป็นเทพธิดาในดวงใจมาโดยตลอด
เมื่อเห็นว่าเทพธิดาของตัวเองทั้งเคารพและชื่นชมเจ้าหมอนี่ ในใจ
ของเขาก็เกิดความริษยาขึ้นมา
ปีศาจสาวน้อยถลึงตามองจั่วเทียนซงแล้วพูดด้วยความไม่พอใจว่า
“ ถ้าไม่ให้แข่งระดับการฝึกตนแล้วจะให้แข่งอะไร หรือจะให้พี่ชายข้า
แข่งจีบสาวกับเจ้า ? ”
ทุกคนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผู้ฝึกเซียนขอบเขตหยวนหยิง
ขั้นปลายคนหนึ่งไปเอาความกล้าอะไรมาแข่งกับผู้ฝึกเซียนขอบเขต
เลี่ยนสวี่
เมื่อเห็นว่าจ้าวซิงเยว่เองก็มองมาที่เขาเช่นเดียวกัน จั่วเทียนซงก็
ทำสีหน้าภาคภูมิใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ ถึงแม้ว่าระดับการฝึกตนของ
ข้ายังไม่ถึงขอบเขตเลี่ยนสวี่ แต่ว่าตอนนี้ข้าเป็นนักปรุงยาระดับ 3 แล้ว
จากจุดนี้สามารถแข่งกับเขาได้หรือไม่ ? ”
“ พระเจ้า เจ้าเด็กคนนี้มันล˺าลึกมาก ถึงขนาดที่เป็นนักปรุงยา
ระดับ 3 แล้ว ไม่เลวเลยทีเดียว…… ”
“ ว่ากันว่าระดับขั้นของนักปรุงยานั้นมีการเพิ่มระดับอย่าง
ยากลำบาก จำเป็นที่จะต้องผ่านการทดสอบ ข้ารู้จักกับศิษย์คนหนึ่งใน
สำนัก ตอนนี้เขาเรียนมากว่า 3 ปีแล้วแต่กลับยังไม่เคยสอบได้แม้แต่
เหรียญตรานักปรุงยาระดับ 1…… ”
“ เหรียญตรานักปรุงยาระดับ 3 เป็นอะไรที่ดูถูกไม่ได้จริงด้วย
บางครั้งนักปรุงยาก็มีประโยชน์มากกว่าชาวยุทธเป็นไหน ๆ…… ”
หลังจากที่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนดังขึ้น จั่วเทียนซง
จึงหันไปพูดกับเหม่ยหลินด้วยความภาคภูมิใจ “ อาจารย์เหม่ย ข้าคิดว่า
การจะให้ใครเป็นหัวหน้าห้องนั้น ท่านคงดูแค่ที่ระดับการฝึกตนไม่ได้
แล้ว เพราะถึงอย่างไรนักปรุงยาก็มีประโยชน์สำหรับทุกคนมากกว่า
พวกชาวยุทธอยู่แล้ว ”
“ เอ่อ…… ”
เหม่ยหลินเกิดความลังเลไปเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรคำพูดของ
จั่วเทียนซงก็พูดมาอย่างมีเหตุผล นักปรุงยาระดับ 3 ในสำนักเต่าทมิฬ
ถือเป็นระดับที่มีความสามารถโดดเด่นเช่นเดียวกัน ลำพังแค่พูดถึง
สถานะนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าชาวยุทธขอบเขตเลี่ยนสวี่แต่อย่างใด
เพราะถึงอย่างไรในทั้งสำนักนี้ก็มีเพียงแค่ฟางจิ้งเอ๋อร์คนเดียว
เท่านั้นที่เป็นนักเรียนที่สอบผ่านเหรียญตรานักปรุงยาระดับ 5
และในตอนที่เธอกำลังเกิดความลังเลอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
และเรือนร่างอันงดงามก็ปรากฏอยู่กลางห้องเรียน ทุกคนต่างหันไปมอง
ตามเสียงของฝีเท้า และคนที่มาเยือนก็คือฟางจิ้งเอ๋อร์ หนึ่ง
ใน 5 มังกร 3 หงส์ของสำนักเต่าทมิฬนั่นเอง
“ ศิษย์พี่ฟาง ศิษย์พี่ฟางงดงามมาก ทำไมนางถึงมาที่ชั้นเรียนของ
พวกเราได้ ? ”
“ ศิษย์พี่ฟางเป็นถึงเทพธิดาในดวงใจของข้าเชียวนะ ไม่เพียงแต่
งดงามเท่านั้น นอกจากนี้นางยังมีความสามารถที่โดดเด่นอีกด้วย นาง
เป็นนักปรุงยาระดับ 5 เพียงคนเดียวในบรรดานักเรียนอย่างพวก
เรา…… ”
“ ศิษย์พี่ฟางช่างงดงามเหลือเกิน ถ้าหากนางยิ้มให้ข้าแม้เพียงครั้ง
เดียว ข้าก็จะยอมตายเพื่อนางทันที…… ”
ต้องยอมรับเลยว่าถึงแม้ฟางจิ้งเอ๋อร์จะเป็นคนเย็นชา แต่เธอก็เป็น
คนที่งดงามหมดจด ถึงขนาดทำให้นักเรียนชายในห้องนี้ยอมตายเพื่อ
เธอได้
ทันใดนั้นภายในห้องก็พากันเข้าสู่ความเงียบ สายตาทุกคู่จับจ้อง
ไปที่ฟางจิ้งเอ๋อร์ เขาไม่เข้าใจว่าศิษย์พี่ฟางผู้งดงามคนนี้มาที่นี่ทำไม
ฟางจิ้งเอ๋อร์ไม่ได้สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เธอเดินเข้าประตู
มาแล้ว ทันใดนั้นในสายตาของเธอก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอเดินตรง
ไปหาฉินห้าวตง จากนั้นก็เผยรอยยิ้มงดงามพร้อมกับเรียกเขาเบา ๆ ว่า
“ ศิษย์พี่ ! ”
รอยยิ้มจากหญิงสาวที่เย็นชาเช่นเธอมันน่าพิศมัยยิ่งกว่าดอกไม้
บานเสียอีก ทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึงในความงามของเธอ เรียกได้ว่า
แม่สาวน้อยคนนี้มีความงามชนิดที่ว่าสามารถล่มเมืองได้เลยทีเดียว
“ แม่เจ้า ข้ากำลังจะตายแล้ว เทพธิดาฟางจิ้งเอ๋อร์ยิ้มให้ข้าด้วย
นางยิ้มให้ข้าจริง ๆ…… ”
“ เทพธิดาก็คือเทพธิดาอยู่วันยังค˹า คิดไม่ถึงเลยว่าเวลานางยิ้มจะ
งดงามถึงเพียงนี้ ช่างงดงามเหลือเกิน…… ”
“ เลิกหลงตัวเองได้แล้ว ศิษย์พี่ฟางจิ้งเอ๋อร์ไม่ได้มองมาที่เจ้าแม้แต่
น้อย ไม่เกี่ยวกับเจ้าเลยสักนิด…… ”
เหม่ยหลินเองก็เกิดความสงสัยเช่นเดียวกัน ในฐานะที่เป็นอาจารย์
ของสำนักย่อมรู้จักคุ้นเคยกับฟางจิ้งเอ๋อร์เป็นอย่างดี เอกลักษณ์สำคัญ
ที่สุดของเด็กสาวคนนี้ก็คือเป็นคนที่เย็นชามาก ตั้งแต่ที่นางเข้ามาใน
สำนักก็ดูเหมือนกับว่าไม่เคยยิ้มมาก่อน อย่างน้อยเธอก็ไม่เคยเห็น
ฟางจิ้งเอ๋อร์ยิ้มมาก่อน แต่ตอนนี้นางกลับยิ้มให้กับชายคนหนึ่ง ยิ่งไป
กว่านั้นยังเป็นรอยยิ้มที่แสนหวานอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่น่า
แปลกใจมาก
ฟางจิ้งเอ๋อร์ทักทายกับฉินห้าวตงเรียบร้อยแล้วก็หันไปพูดกับเหม่ย
หลิน “ อาจารย์เหม่ย วันนี้ข้าเป็นตัวแทนของสมาพันธ์นักปรุงยาเพื่อ
มามอบเหรียญตรานักปรุงยา ”
“ มามอบเหรียญตรานักปรุงยา หรือว่าในห้องของเรายังมีคนอื่นที่
ไปสอบเหรียญตรานักปรุงยาใช่ไหม ? ”
“ หรือจะบอกว่าเอามาให้จั่วเทียนซง ตอนนี้เขาเป็นนักปรุงยา
ระดับ 3 แล้ว ถ้าหากเพิ่มไปอีกระดับก็เป็นนักปรุงยาระดับ 4 สุดยอด !
”
“ ข้าได้ยินมาว่าจะมีการมอบเหรียญตรานักปรุงยาให้หลังจากที่ทำ
การทดสอบผ่านหมดแล้ว โดยจะมอบให้ในสถานที่ทดสอบเลย แต่นี่
ทำไมศิษย์พี่ฟางจิ้งเอ๋อร์ถึงนำมามอบให้ด้วยตนเอง ? แบบนี้มันไม่
สมเหตุสมผลกันหน่อยไหม ? ”
มีคนคิดถึงจุดนี้เข้า ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของสำนัก เหม่ยหลิน
ยอมรู้กฎเกณฑ์ของสมาพันธ์นักปรุงยาเป็นอย่างดี
เธอจึงถามขึ้นว่า “ ฟางจิ้งเอ๋อร์ ปกติเหรียญตรานักปรุงยาจะมอบ
ให้ในสถานที่ทดสอบไม่ใช่หรือ ? แล้วทำไมถึงต้องนำมามอบให้ที่นี่ ? ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์ตอบกลับ “ เรื่องมันเป็นแบบนี้อาจารย์เหม่ย
โดยทั่วไปแล้วสมาพันธ์นักปรุงยาของพวกเราจะมอบเหรียญตราให้ใน
สถานที่ทดสอบ แต่ว่าสมาพันธ์นักปรุงยาในสำนักของเราเป็นเพียง
สาขาย่อยเท่านั้น ดังนั้นเหรียญตราจึงถูกจำกัดอยู่ในช่วงระดับที่ 1 ถึง
ระดับที่ 5 ศิษย์พี่ของข้าผ่านการทดสอบเหรียญตรานักปรุงยาระดับ
6 ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องยื่นเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่ และตอนนี้ทาง
สำนักงานใหญ่ได้ส่งเหรียญตรามาให้แล้ว ข้าก็เลยนำมามอบให้เขา ”
“ พระเจ้า นักปรุงยาระดับ 6 หรือ ? ข้าไม่ได้ยินผิดไปใช่ไหม ใน
ห้องของเรามีผู้ที่สอบผ่านเหรียญตรานักปรุงยาระดับ 6 ด้วยงั้น
หรือ ? ”
“ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่ฟางจิ้งเอ๋อร์ก็เป็น
นักเรียนผู้ที่มีความโดดเด่นที่สุดในสำนักของเราอยู่แล้ว แต่นางสอบ
ผ่านเพียงแค่เหรียญตรานักปรุงยาระดับ 5 เท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีนัก
ปรุงยาระดับ 6 และยังเป็นนักเรียนในชั้นเรียนเราอีกด้วย มันจะน่า
เหลือเชื่อไปหน่อยไหม ? ”
“ นักปรุงยาระดับ 6 ? อย่างน้อยต้องมีพลังอยู่ในระดับขอบเขต
เลี่ยนสวี่ หรือจะบอกว่าเป็นเขา แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ? สวรรค์คง
ไม่ลำเอียงถึงเพียงนี้หรอกจริงไหม ? ”
จบตอน