คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 108 คณะหรูอวี้
โดย : หอหมื่นอักษร
ความประทับใจที่หลินฮูหยินมีต่อเขาดูท่าจะ ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ชายหนุ่มที่อยู่บนหลังม้าลอบถอนหายใจ เสียงเบาก่อนจะกล่าวทักทายสะใภ้หลินด้วยสี หน้าปกติ “หลินฮูหยินจะไปจวนอู่หนิงโหวหรือ ขอรับ”
สะใภ้หลินรีบเปลี่ยนสีหน้าให้ดูสุภาพ พยัก หน้ากล่าว “ซื่อจื่อก็ไปที่นั่นหรือ”
“ขอรับ” เพราะมีสะใภ้หลินกั้นไว้ ฉีซั่วจึงทำ ได้แค่เห็นเค้าโครงร่างและชายผ้าสีเขียวอ่อนของ สาวน้อยอยู่รำไร
มุมปากของเขาอดยกยิ้มไม่ได้
สะใภ้หลินส่งยิ้มให้เขาพลางลอบมองอยู่ หลายครา ในใจก็อดสบถขึ้นไม่ได้ว่า เจ้าเด็กคนนี้ เรื่องอื่นยังไม่ต้องเอ่ยถึง หน้าตาช่างหล่อเหลา เสียจริงๆ
“พระชายาไม่เสด็จด้วยหรือ”
“เสด็จแม่ติดธุระนิดหน่อยเลยให้ข้าไปแทน ขอรับ”
“ซื่อจื่อช่างกตัญูนัก พระชายามีบุญเสีย จริง” สะใภ้หลินเอ่ยปากชม
ฉีซั่วยิ้มอย่างถ่อมตัว “หลินฮูหยินมีบุญ มากกว่าขอรับ แม่นางรองหลินช่างรู้ความและ เอาใจใส่ดียิ่งนัก”
สะใภ้หลินบังตัวบุตรสาวที่นั่งในรถม้าจนมิด พึมพำในใจว่า เจ้าเด็กคนนี้สายตาหลักแหลมนัก
ฉีซั่วทำทีว่ามองไม่เห็นอากัปกิริยาที่สะใภ้ หลินแสดงออกมาอย่างสิ้นเชิง เอ่ยพลางยกมือ คำนับ “เช่นนั้นไม่รบกวนหลินฮูหยินแล้ว ข้าขอ ตัวไปก่อนก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มเหวี่ยงแส้ที ม้ารูปงามก็พุ่งตัว ออกไปอย่างรวดเร็ว
สะใภ้หลินปล่อยผ้าม่านรถม้าลงพลางถอน หายใจ “น่าเสียดายนัก”
“เสียดายอะไรหรือเจ้าคะ”
แต่ไหนแต่ไรมาสะใภ้หลินไม่เคยวางมาด ความเป็นมารดาต่อหน้าบุตรสาวอยู่แล้ว นาง ถอนหายใจ “เสียดายที่จิ้งอ๋องซื่อจื่อเกิดมา หน้าตาหล่อเหลาเสียเปล่า แต่สุขภาพกลับไม่ดี นัก หากเขาสุขภาพดีหน่อย ตอนนั้นที่มา ทาบทามเจ้าคงพอพิจารณาบ้าง”
หลินเห่าได้ยินเช่นนั้นก็ผุดความรู้สึกกระอัก กระอ่วนใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด “ท่านแม่ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว”
ตอนนั้นนางบ่ายเบี่ยงการแต่งงานครั้งนี้ราว กับเป็นพิษแมงปั่อง เพราะรู้ถึงจุดจบอันน่า เวทนาของจวนจิ้งอ๋อง นางไม่อยากทำให้คนที่รัก พลอยเดือดร้อนไปด้วย ทว่าบัดนี้หมอดูดวงชะตา
ที่คอยเปั่าหูองค์รัชทายาทอย่างฟังเฉิงจี๋ก็ตายไป แล้ว แต่เรื่องที่ว่าจวนจิ้งอ๋องจะหนีหายนะครั้งนี้ ไปได้หรือไม่นั้น นางเองก็ไม่รู้เช่นกัน
บางทีอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว…
“อาเห่า” จู่ๆ เห็นบุตรสาวเหม่อลอย สะใภ้ หลินก็ตะโกนเรียก
“เจ้าคะ”
“มัวคิดอะไรอยู่”
“ไม่ได้คิดอะไรเจ้าค่ะ ถึงจวนอู่หนิงโหวแล้ว หรือ” หลินเห่าเก็บความคิดที่ล่องลอยไปไกล กลับมาแล้วเปลี่ยนประเด็นสนทนาอย่างเป็น ธรรมชาติ
“ถึงแล้ว” สะใภ้หลินเพิ่งตอบ รถม้าก็หยุด จอดเทียบพอดี
สองแม่ลูกลงจากรถม้าแล้วตามสาวใช้ที่รอ อยู่ด้านนอกเดินเข้าไปด้านใน
เหล่าฮูหยินที่เพิ่งมาถึงมีไม่น้อย ต่างกล่าว ทักทายซึ่งกันและกัน
สะใภ้หลินไม่ค่อยกลมกลืนกับแวดวงนี้เท่าไร นัก เมื่อก่อนตอนที่แม่ทัพผู้เฒ่าหลินเป็นกั๋วกง นางเองก็เคยถูกคนรายล้อมเอาใจเช่นกัน ต่อมา แม่ทัพผู้เฒ่าหลินล่วงเกินฝั่าบาทเข้า คนที่ห้อม ล้อมนางก็แยกย้ายหนีกระเจิงกันไปหมด กระทั่ง แม่ทัพผู้เฒ่าหลินปั่วยตาย สะใภ้หลินกับเวินหรู กุยหย่าขาดจากกัน ใบหน้าเย็นชาเฉยเมยและ สายตาดูแคลนจึงมีมากขึ้นกว่าเดิม
ทว่าพอวันนี้เจอสะใภ้หลิน ฮูหยินเหล่านี้กลับ ไม่กล้าเพิกเฉยดูแคลน
ต่อให้ไม่ชินกับกิริยาวาจาของสะใภ้หลิน แต่ เวลานี้บุตรสาวของนางกำลังจะเกี่ยวดองกับเชื้อ
พระวงศ์ หากแสดงท่าทีดูหมิ่นนางอาจจะเป็น การตบหน้าเชื้อพระวงศ์
ฮูหยินเหล่านี้เป็นฝั่ายเข้ามาทักทายสะใภ้ หลินก่อนพร้อมคำพูดที่ว่า “หลินหว่านฉิงช่าง โชคชะตาดีนักที่ให้กำเนิดบุตรสาวดีๆ คนหนึ่ง”
สิ่งเดียวที่ปลอบประโลมเหล่าฮูหยินพวกนั้น ได้ก็คือความคิดนี้ เว่ยอ๋องร่างอ้วนท้วมราวกับ ภูเขาลูกเล็ก ถึงแม้แม่นางใหญ่หลินจะกลายเป็น พระชายาเว่ยเชิดหน้าชูตา แต่ความจริงเหน็บ หนาวหรืออบอุ่นย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
เหอะ จะปล่อยให้หลินหว่านชิงครอบครอง สิ่งดีๆ ทั้งหมดไว้ได้อย่างไรเล่า
ประจวบกับเวลานี้เว่ยอ๋องก็เสด็จมาพอดี
“ท่านอ๋องเชิญด้านในพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ดูแลจวน โหวตะโกนขึ้นดึงดูดสายตาของทุกคนให้มองมา
ประตูทางเข้าที่ใช้ต้อนรับแขกเหรื่อชายหญิง ของจวนอู่หนิงโหวแบ่งออกจากกัน ถึงแม้จะมี ระยะห่างเล็กน้อย ทว่าเหล่าฮูหยินกลับมองออก ว่าลูกหนังที่หดจนขนาดเล็กลงนี้ก็คือเว่ยอ๋อง
เอ๊ะ เหตุใดเว่ยอ๋องถึงผอมแล้วเล่า
ทุกคนนึกว่าตาลาย กระทั่งลืมกิริยาที่พึง สำรวมไปชั่วขณะ บ้างก็ขยี้ตา บ้างก็ชะเง้อยืดคอ มอง
เว่ยอ๋องผอมแล้วจริงๆ ถึงขนาดหากฝืนมองก็ พอจะเห็นความหล่อเหลาอย่างเลือนราง
หากดูเช่นนี้ เว่ยอ๋องสามารถผอมจน กลายเป็นบุรุษหล่อเหลาคนหนึ่งเชียว!
สำหรับเหล่าฮูหยินแล้ว การค้นพบนี้ไม่ต่าง อะไรกับถูกถังจิ๊กโฉ่วสาดใส่ ความเปรี้ยวแทรก ซึมจนปวดทรมานใจ
เรื่องดีๆ ถูกหลินหว่านฉิงครอบครองไป หมดแล้วจริงๆ
จากนั้นพวกนางก็หันมามองสะใภ้หลินอย่าง ไม่รู้ตัว
สะใภ้หลินเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ยืดอกและ สาวเท้าเดินตรงเข้าไป หลินเห่าที่เดินอยู่ข้างกาย นางแทบเดินตามไม่ทัน
เรื่องที่เว่ยอ๋องผอมลงกลายเป็นประเด็นร้อน ฉ่าซุบซิบระหว่างเหล่าฮูหยินและคุณหนูในงาน เลี้ยงอย่างไม่ต้องสงสัย
มีอีกเรื่องที่เหล่าสตรีต่างถกประเด็นกันก็คือ ถังเวยคุณหนูรองแห่งจวนอู่หนิงโหวไม่มา ร่วมงาน แต่ด้วยงานแบบนี้หากถูกใครได้ยินเข้า คงเดือดร้อน ดังนั้นทุกคนจึงพูดคุยกันเรื่องเว่ ยอ๋องจะได้อรรถรสมากกว่า
อู่หนิงโหวฮูหยินประดับประดาหยกและ ไข่มุกเต็มศีรษะ อาภรณ์ผ้าแพรสง่าสูงส่ง วันดีๆ อย่างวันคล้ายวันเกิดเช่นนี้มีคนมาร่วมอวยพรนับ ไม่ถ้วน ทว่ากลับเก็บซ่อนความเศร้าได้ไม่มิด
นับตั้งแต่ได้ฟังบุตรสาวคนโตเล่าว่าองค์รัช ทายาทหลงเสน่ห์ของสนมซุนหัวปักหัวปา ส่วน บุตรสาวคนรองก็ปรากฏตัวในงานสำคัญอย่างวัน คล้ายวันเกิดไม่ได้เพราะเสียโฉม
ครึ่งค่อนปีมานี้ชีวิตไม่ราบรื่นนัก แต่หากจะ ให้นางไปจุดธูปไหว้พระขอพรอีกก็เป็นปมมืดใน ใจไม่น้อย
ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อยากให้คนนอกมองเห็น เป็นเรื่องน่าขันจึงปลุกกำลังใจขึ้นมารับมือกับมัน
งานเลี้ยงลากยาวมาถึงตอนท้าย หลังจาก เสียงประทัดหยุดลง คณะหรูอวี้ก็ปรากฏตัว
นานๆ ทีพระชายาองค์รัชทายาทจะได้กลับ จวนตนเองมาสักครั้ง เห็นมารดาอารมณ์ไม่ค่อยดี นักก็เลือกพูดในสิ่งที่นางชอบฟัง “ท่านแม่เจ้าคะ คณะกายกรรมนี้ไปเชิญมาจากที่ใดหรือ ไม่เลว เลยจริงๆ”
คำพูดนี้ไม่ได้พูดเพื่อเอาอกเอาใจอู่หนิงโหวฮู หยินให้เบิกบานใจเสียทีเดียว เพราะทุกคนใน คณะหรูอวี้ฝีมือไม่ธรรมดา สร้างอรรถรสในการ ชมสูงมาก
พออู่หนิงโหวฮูหยินถูกสะกิดเรื่องที่แสน ภาคภูมิใจ นางก็ฉีกยิ้มกล่าว “น้องชายเจ้ารั้นจะ เชิญคณะกายกรรมมาแสดง ตอนแรกแม่กลัว เสียงดังวุ่นวายด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าจะดีขนาดนี้”
อู่หนิงโหวฮูหยินมีบุตรสาวสองคนบุตรชาย หนึ่งคน บุตรชายเพียงคนเดียวในจวนมีนามว่า ถังฮว่า
หากกล่าวว่าพระชายาองค์รัชทายาทอย่างถัง เฉียงบุตรสาวคนโตเป็นความภาคภูมิใจของอู่หนิง โหวฮูหยิน เช่นนั้นถังฮว่าก็เปรียบเสมือนแก้วตา ดวงใจอย่างแท้จริง
ฮูหยินที่นั่งอยู่ในละแวกนั้นทยอยชื่นชมอย่าง ต่อเนื่อง “ท่านโหวน้อยช่างมีใจกตัญูนัก”
กระทั่งมีคนถามว่า “ท่านโหวน้อยอายุเท่าไร แล้ว ควรหาคู่ครองได้หรือยัง”
อู่หนิงโหวฮูหยินหลงลืมความกลัดกลุ้มในใจ ไปชั่วขณะ ฉีกยิ้มตาหยีอย่างลำพองใจ เอ่ยอย่าง สุภาพ “ยังไม่ถึงยี่สิบ เรื่องแต่งงานยังไม่รีบ”
ทุกคนพูดจาเยินยอสรรเสริญอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถูกหนุ่มน้อยระบำแถบผ้าดึงดูดความ สนใจไป
หนุ่มน้อยริมฝีปากแดงฟันขาวผ่อง ลักษณะ ไม่เหมือนคนขายการแสดงที่เหน็ดเหนื่อยลำบาก อย่างสิ้นเชิง แถบผ้าสีแดงสองข้างวาดลวดลาย ออกมาอย่างงดงาม
คนก็ดูดี ผ้าสีแดงที่วาดลวดลายกลางอากาศ ก็สวยงาม สอดคล้องกันอย่างลงตัวจนชวนให้คน จับจ้องไม่วางตา ถึงขนาดมีสตรีบางส่วนพานพวง แก้มแดงระเรื่อ
จู่ๆ ชายแถบผ้าสีแดงผืนหนึ่งก็ม้วนตัวเข้าหา กันก่อนจะปรากฏดอกไม้สดดอกหนึ่งขึ้น
ดอกไม้สดดอกนั้นถูกยื่นมาตรงหน้าหลินเห่า
หลินเห่าชะงักไปแล้วมองไปทางชายหนุ่มผู้ นั้น
ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นกลับไม่มองนางสักนิด จากนั้นไม่นานดอกไม้สดก็ถูกม้วนกลับไปอยู่ใน แถบผ้าผืนนั้นดังเดิม
“อร๊าย…” สตรีไม่น้อยต่างกรีดร้องออกมา เพื่อเฝั้ารอดูความประหลาดใจนี้
หากเป็นยามปกติ การกรีดร้องเช่นนี้นับว่า เสียมารยาท ทว่าในงานเลี้ยงเช่นนี้กลับดูไม่เกิน หน้าเกินตาเลย
อู่หนิงโหวฮูหยินก็ยิ่งย่ามใจ กวาดตามอง สะใภ้หลินที่ดูอิ่มเอมมีราศีแวบหนึ่ง
ไม่รู้ว่าจะวางมาดอะไรนักหนา ต่อให้เว่ยอ๋อง ผอมลง ถึงอย่างไรก็มีแค่ตำแหน่งอ๋องประดับ หน้าเท่านั้น ไหนเลยจะเทียบชั้นกับองค์รัช ทายาทที่เฉียงเอ๋อร์อภิเษกด้วยได้
และหากเปรียบเทียบเรื่องบุตรชาย…
อู่หนิงโหวฮูหยินแอบหัวเราะอย่างไร้เสียง
เช่นนั้นคงเทียบด้วยไม่ได้ เพราะหลินหว่าน ฉิงไม่มีบุตรชาย
เหล่าฮูหยินต่างพุ่งเปั้าสนใจไปที่การแสดง เสียงอุทานของบรรดาสตรีแสดงให้เห็นว่าเชิญ คณะหรูอวี้มาถูกแล้ว เพราะสื่อถึงความกตัญู และทำงานเป็นของบุตรชายนาง
ฝังบุรุษที่อยู่ด้านหน้าต่างได้ยินเสียงอุทานโห่ ร้องเฮลั่น
องค์รัชทายาทได้ยินเสียงเช่นนั้นก็เอ่ยถาม ถังฮว่า “ทางด้านนั้นทำอะไรกันอยู่หรือ”
ถังฮว่ารีบเอ่ยตอบ “เพื่อสร้างความสุขให้ ท่านแม่ กระหม่อมเลยเชิญคณะกายกรรมมาทำ การแสดงพ่ะย่ะค่ะ”
“คณะกายกรรม? ฟังดูแล้วน่าสนใจกว่าชม ละครมากนัก บอกให้พวกเขามาแสดงที่นี่ด้วย” องค์รัชทายาทสั่งอย่างไม่ใส่ใจ