คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 109 ลอบสังหาร
โดย : หอหมื่นอักษร
สำหรับข้อเสนอขององค์รัชทายาท ถังฮว่า ย่อมต้องทำตามพระประสงค์
เขาเป็นคนเชิญคณะหรูอวี้มา หากทำให้องค์ รัชทายาทพอใจ เขาย่อมได้หน้าไปด้วย
ถังฮว่าออกคำสั่งบ่าวรับใช้สองสามประโยค จากนั้นบ่าวรับใช้ก็รีบเดินถอยออกไปด้านหลัง
ฉีซั่วที่เป็นตัวแทนของจวนจิ้งอ๋องนั่งห่างจาก องค์รัชทายาทไม่ไกลนัก ได้ยินองค์รัชทายาท กล่าวเช่นนั้น เขาก็ยกจอกเหล้าขึ้นจิบเล็กน้อย
ที่แท้องค์รัชทายาทก็เป็นฝั่ายเรียกร้องขอดู เอง?
คนรอบข้างมากมายต่างดื่มเหล้าสังสรรค์ เฮฮา คนที่มาสนทนากับฉีซั่วมีไม่มากนัก สำหรับจิ้งอ๋องซื่อจื่อที่ปั่วยออดๆ แอดๆ เก็บตัว เงียบผู้นี้ แค่กล่าวคำทักทายก็เพียงพอแล้ว
ทว่าขณะที่กำลังรอคณะหรูอวี้มา ถังฮว่าก็ เปิดปากชวนคุย “เหตุใดจวิ้นจู่น้อยถึงไม่ตาม ซื่อจื่อมาด้วยกันเล่า”
ฉีซั่วกำจอกเหล้าพลางฉีกยิ้ม “เด็กผู้หญิงพอ โตแล้วก็ไม่ค่อยอยากออกจากจวน”
“คิดว่าหากจวิ้นจู่น้อยมาด้วย น้องรองคงมี เพื่อนบ้าง”
ฉีซั่วมองถังฮว่าแวบหนึ่งพลางครุ่นคิด
เสียดายที่แม่นางรองถังไม่มีเพื่อน หรือ เสียดายที่ตนเองไม่ได้เจอน้องสาวของเขากันแน่
ได้ยินถังฮว่าเอ่ยถึงถังเวย องค์รัชทายาทก็ หงุดหงิด ถามสีหน้าเย็นยะเยือก “เหตุใดคณะ หรูอวี้ถึงยังไม่มาอีก”
น้องภรรยาที่วางตัวจองหองหยิ่งผยองรังแกผู้ ที่อ่อนโยนจิตใจดีอย่างสนมซุนเช่นนั้น ภายในใจ ขององค์รัชทายาทคิดว่าถังเวยนั้นน่าชิงชังยิ่งนัก
คณะหรูอวี้มาถึงพอดี
นางรำที่กำลังระบำอยู่ภายในห้องโถงต่างเดิน ออกไปเพื่อยกพื้นที่ให้
คนของคณะหรูอวี้เริ่มวาดลวดลายแสดงฝีมือ ทั้งพ่นไฟ ควงจาน แสดงกายกรรมตัวอ่อน…ทุก การแสดงเรียกเสียงโห่ร้องชื่นชมเป็นระยะๆ
ฝังหนึ่งเป็นงานเลี้ยงดื่มสังสรรค์หรูหรา ส่วน อีกฝังเป็นการแสดงกายกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามตรอกซอยท้องถนน เพราะแสดงได้อย่างดี เยี่ยม แขกเหรื่อในงานต่างรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ถือ จอกเหล้าจับจ้องอย่างไม่วางตา
องค์รัชทายาทที่ดูระบำชั้นสูงจนชินชาเผย ท่าทีตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เอ่ยกับถังฮว่า “ไม่เลว เลย”
ถังฮว่าได้รับคำชื่นชมจากองค์รัชทายาท อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก “พี่เขยรอชมได้เลย อีกเดี๋ยว ระบำแถบผ้างดงามกว่านี้อีก”
องค์รัชทายาทเห็นแล้ว
ชายหนุ่มใบหน้าสะอาดหมดจดตีลังกากลับ หัวเข้าฉากอย่างคล่องแคล่ว พอตอนท้ายยืนทรง ตัวมั่นคงแล้วถึงส่งแถบผ้าสีแดงสองข้างเหวี่ยง ลอยออกมาจากแขนเสื้อ เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวน มอง
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องปรบมือ แถบผ้าสีแดง ดุจมังกรก็โบกสะบัดกลางอากาศไปมา
ไม่นานก็มาถึงจุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการ แสดง จู่ๆ แถบผ้าสีแดงก็ลอยไปอีกฝัง บริเวณนั้น มีเด็กสาวนางหนึ่งยืนถือขวดลายครามอยู่ ทันใด นั้นภายในขวดลายครามที่ว่างเปล่าก็ปรากฏ ดอกไม้สดดอกหนึ่งเสียบลงไป
ยามที่แถบผ้าสีแดงลอยมาปะทะใบหน้า เด็ก สาวกลับเผยใบหน้าแน่นิ่งไม่เปลี่ยนสี
ชั่วพริบตาเดียวดอกไม้สดในขวดลายครามก็ หายวับไป แถบผ้าสีแดงนั้นสะบัดลอยไปหาถังฮ ว่าแทน
เห็นได้ชัดว่าถังฮว่าเคยเห็นการแสดงสุดยอด นี้มาแล้วจึงไม่ได้เผยสีหน้าตื่นตาตื่นใจแต่อย่างใด
แขกเหรื่อทุกคนรู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้า พร่ามัว แถบผ้าแดงกลับเข้าไปอยู่ในมือของชาย หนุ่มอีกครั้ง จากนั้นโต๊ะตรงหน้าของถังฮว่าก็ ปรากฏดอกไม้สดที่สั่นโงนเงนไปมาดอกหนึ่ง
หลังตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ เสียงโห่ร้องก็ ดังขึ้น
หลังจากนั้นแถบผ้าสีแดงก็เหวี่ยงสะบัดกลาง อากาศราวกับผสมเส้นขอบฟั้าสีรุ้งเข้าด้วยกัน มี แขกเหรื่อมากมายต่างได้รับดอกไม้สดที่แถบผ้าสี แดงส่งให้
แม้แต่บนโต๊ะของฉีซั่วยังมีดอกไม้โผล่มาวาง ดอกหนึ่ง
เป็นดอกเหมยขี้ผึ้ง
กลีบดอกสีเหลืองอร่าม กลิ่นหอมจางๆ พัด มาเตะจมูก
ฉีซั่วถือดอกเหมยขี้ผึ้งมาดมกลิ่นหอมพลาง ลอบถอนหายใจเสียงเบา
องค์รัชทายาทเห็นว่าถังฮว่ากับฉีซั่วต่างได้รับ ดอกไม้สดแต่เขากลับไม่ได้ ทันใดนั้นก็รู้สึกไม่สบ อารมณ์ขึ้นมา
ดอกเหมยขี้ผึ้งย่อมหาได้ไม่ยาก แต่ด้วยงาน เลี้ยงแบบนี้มาเพื่อร่วมยินดีกัน ในเมื่อคนอื่นมี ทว่าองค์รัชทายาทอย่างเขาดันไม่มีจึงชวนให้น่า ผิดหวังไม่น้อย
จุดบกพร่องของเหล่าคุณชายผู้รากมากดี อย่างถังฮว่ามีมากมาย ทว่ายามอยู่ต่อหน้าองค์รัช ทายาทกลับหาจุดบกพร่องนั้นไม่พบ หลงเหลือ เพียงความเอาใจใส่และไหวพริบดีเท่านั้น
ถังฮว่าเห็นปฏิกิริยาขององค์รัชทายาท เช่นนั้นจึงขยิบตาอย่างถี่ยิบเพื่อส่งสัญญาณไปให้ ชายหนุ่มที่ระบำแถบผ้า
แขกเหรื่อไม่น้อยต่างมองเห็นชัดเจน แต่ไม่ได้ รู้สึกว่าถังฮว่ากระทำการใดไม่เหมาะสม เป็นชาย หนุ่มที่ระบำแถบผ้าผู้นี้ต่างหากที่ไม่รู้ความ
ในบรรดาแขกเหรื่อในงาน คนที่มีสถานะสูง ศักดิ์ที่สุดก็คือองค์รัชทายาท แต่เหตุใดถึงไม่ ถวายดอกไม้ให้องค์รัชทายาทเล่า
ในบรรยากาศพิเศษมักก่อให้เกิดความคิด พิสดารตามมาด้วย ทุกคนต่างเอาดอกเหมยขี้ผึ้ง ที่ได้มาถือเป็นเครื่องรางนำโชค
ในที่สุดชายหนุ่มก็เข้าใจ จากนั้นแถบผ้าสี แดงก็ลอยไปหาองค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทถือจอกเหล้าพลางยกยิ้มอย่าง อดไม่ได้
แถบผ้าสีแดงเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ทันใดนั้นวัตถุบางอย่างก็พุ่งลอยไปหาองค์รัช ทายาทภายใต้สายตาเฝั้ารอของทุกคน มีดบินที่ ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าแถบผ้าสีแดงนั้นอยู่ห่างจากตัว องค์รัชทายาทไม่ไกลนัก กระทั่งไอเย็นจากปลาย มีดอันแหลมคมแผ่ออกมาคนถึงสังเกตเห็นเข้า
ทันใดนั้นองครักษ์ที่พรางตัวอยู่ด้านหลังองค์ รัชทายาทก็พุ่งตัวเข้าไป
น่าเสียดายที่บรรยากาศเมื่อครู่นี้ทำให้ทุกคน ลดความหวาดระแวงลง ถึงแม้องครักษ์ที่คุ้มกัน องค์รัชทายาทจะมีฝีมือขั้นสูงแต่ก็ยังช้าไปหนึ่ง ก้าว
ยามที่พวกเขาดึงองค์รัชทายาทไปด้านหลัง มีดบินก็เฉือนแขนขององค์รัชทายาทเข้าให้แล้ว
ร่างของชายหนุ่มหยุดลง แถบผ้าสีแดงที่วาด ลวดลายสะบัดไปมาตรงหน้าเขาค่อยๆ ร่วงลงพื้น ประกายแวววาวในดวงตาของเขาเองก็หม่นลง
ไม่เฉือนโดนส่วนสำคัญใดขององค์รัชทายาท
เสียงร้องโอดครวญขององค์รัชทายาทดังโอด โอย เสียงเซ็งแซ่นับไม่ถ้วนพลันดังขึ้น
“มีมือสังหาร!”
“คุ้มกันองค์รัชทายาท!”
โต๊ะพลิกคว่ำ ถ้วยชากลิ้งตกพื้น ภายในงาน ตกอยู่ในความวุ่นวายชั่วขณะ
ขณะที่ยังไม่ปะทุสถานการณ์ใดขึ้น องครักษ์ ที่พยายามลดระดับความมีตัวตนของพวกเขาลงก็ ทยอยชักดาบออกมาแล้วแทงใส่ชายหนุ่มผู้นั้น
ไม่นานชายหนุ่มก็ล้มลงกับพื้นภายใต้ฝีดาบ อันชุลมุนนั้นอย่างรวดเร็ว
เลือดสีสดไหลรินออกมาจากมุมปาก เขา พยายามเงยหน้าขึ้นมองไปทางองค์รัชทายาท
สายตาของเขาพร่าเลือนเต็มทีจนมองสภาพ ขององค์รัชทายาทไม่ชัดแล้ว ทว่าเขาก็ไม่อยาก ถ่างตาให้กว้างขึ้นเช่นกัน
ไม่นานก็ได้ยินเสียงตื่นตระหนกโพล่งขึ้นว่า “แย่แล้ว อาวุธสังหารมีพิษ!”
อาวุธสังหารมีพิษ…
มุมปากชายหนุ่มยกขึ้นก่อนจะปิดตาลง
ท่ามกลางความโกลาหล มีองครักษ์ยกดาบ ฆ่าคน แขกเหรื่อต่างพากันหนีออกจากงานอย่าง ตาลีตาเหลือก ส่วนนางรำก็กรีดร้องเสียงหลง
ฉีซั่วมองร่างชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น พลางเอ่ยขอโทษในใจ
เขาเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
องค์รัชทายาทบาดเจ็บที่แขนเท่านั้นจริงๆ
ความจริงภายใต้การอารักขาอันเข้มงวดแต่ กลับทำให้แขนขององค์รัชทายาทบาดเจ็บได้ก็ นับว่ามหัศจรรย์แล้ว ถึงแม้เขาจะวางแผนลอบ สังหารอีกอย่างไว้ ถึงขนาดมีการเปลี่ยนแปลงใน รายละเอียดเล็กน้อย แต่ล้วนมีความเป็นไปได้ที่ จะเสียแรงเปล่า
แม้จะไม่ถึงตาย ทว่าอย่างน้อยก็ทำให้องค์รัช ทายาทเห็นเลือด
และสิ่งที่เขาทำได้ก็คืออาศัยจังหวะที่องค์รัช ทายาทเห็นเลือดนี้ เปลี่ยนให้การลอบสังหาร เพียงครั้งเดียวที่องค์รัชทายาทแค่มีแผลถลอก โดยเสียแรงเปล่านี้ เป็นการสังหารด้วยยาพิษ
เพราะหากบาดเจ็บที่แขนธรรมดา ในเมื่อมี หมอหลวงมากมาย หากคิดจะเอาชีวิตองค์รัช ทายาทคงไร้หนทาง
ไม่นานสถานการณ์ก็ถูกควบคุมไว้อย่าง รวดเร็ว องค์รัชทายาทที่โดนพิษถูกส่งตัวไปรักษา
ที่ห้องรับแขก ส่วนแขกในงานคนอื่นๆ ห้ามออก จากจวนเด็ดขาด
ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเหล่าสาวๆ ที่ดื่มเหล้า อยู่ทางด้านหลังก็ถูกเชิญตัวมาด้วย
ระหว่างทางอู่หนิงโหวฮูหยินแขนขาสั่นระริก อาศัยแรงจากสาวใช้คอยประคองถึงพอฝืนเดินได้ บ้าง
ส่วนพระชายาองค์รัชทายาทไม่ได้ดีไปกว่ากัน เท่าไรนัก ใบหน้าขาวซีดจนน่าตกใจ
หากองค์รัชทายาทถูกลอบสังหารในจวนโหว จริง จวนอู่หนิงโหวคงต้องเจออุปสรรคครั้งใหญ่ หลวงแน่
สองแม่ลูกความคิดตรงกัน ทุกย่างก้าวเปรียบ ดั่งคมดาบที่ทิ่มแทง
ทางด้านสะใภ้หลิน นางกำลังกำชับหลินเห่า “อาเห่า รอถึงข้างหน้าแล้วเจ้าต้องเดินตามแม่ อย่าให้ห่าง และอย่าเถลไถลไปไหนด้วย”
“เจ้าค่ะ” หลินเห่าตอบอย่างเชื่อฟัง คลื่น อารมณ์ในใจพลันปะทุขึ้น
ช่วงเวลานี้เมื่อชาติก่อนนางหนีออกจากเมือง หลวงไปแล้ว ถึงแม้สามปีให้หลังนางจะกลับมา เจอคนบางส่วน ได้ฟังเรื่องราวบางเรื่อง แต่สิ่งที่ ไม่รู้กลับมีมากมายนัก
ที่แท้องค์รัชทายาทก็เคยโดนลอบสังหาร อย่างนั้นหรือ คนที่ลอบสังหารองค์รัชทายาทเป็น ใคร แล้วอาการขององค์รัชทายาทเป็นอย่างไร บ้าง
หลินเห่าหอบเอาข้อสงสัยนับไม่ถ้วนเดินตาม กลุ่มคนมาจนถึงโถงใหญ่
เพราะบนพื้นโถงมีร่างศพนอนเกลื่อนกลาด เป็นผลให้เหล่าฮูหยินและแม่นางบางส่วนส่งเสียง กรีดร้อง
พวกนางคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะตกอยู่ใน สถานการณ์เช่นนี้
ฉับพลันสายตาของหลินเห่าก็เลื่อนไปอยู่บน ร่างของเสี่ยวเฟิง
ชายหนุ่มนอนจมกองเลือดแน่นิ่งราวกับกำลัง หลับใหล
หลินเห่ามองใบหน้าสงบของชายหนุ่ม ทันใด นั้นดวงตาก็เบิกโพลง
นึกออกแล้ว!