คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 204 ของกำนัล
โดย : หอหมื่นอักษร
เฉิงซู่ที่กลับถึงจวนแม่ทัพเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นใน เรือมังกรให้ฟังอย่างภูมิอกภูมิใจ
“ท่านย่า ท่านอา พวกท่านไม่เห็นขอรับ ตอน ที่องค์รัชทายาทสนทนากับองค์หญิงแห่งอวี้หลิว จู่ๆ พระองค์ก็ถอดเสื้อผ้า…”
สะใภ้หลินตกใจ “จริงหรือ”
“เรื่องแบบนี้ข้าพูดซี้ซั้วได้ด้วยหรือขอรับ”
สะใภ้หลินพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่ๆ ย่อมพูดซี้ ซั้วไม่ได้ ซู่เอ๋อร์เจ้าเล่าต่อเร็วเข้า”
“กระตุกแบบนี้ แล้วก็กระชาก…” เฉิงซู่ทำไม้ ทำมือไปด้วย “ทุกคนยังไม่ทันดึงสติกลับมา องค์ รัชทายาทก็ถอดเสื้อผ้าเปลือยล่อนจ้อนแล้ว!”
สะใภ้หลินลมหายใจสะดุด “แม้แต่ชุดซับในก็ ไม่เหลือเลย?”
เฉิงซู่พยักหน้า “ขอรับ ไม่เหลือสักชิ้นเลย”
“นี่มันต้องเป็นภาพแบบใดกัน…” น้ำเสียง ของหลินเห่าแฝงไปด้วยความเสียดาย
ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานสาวที่ตั้งใจฟังพร้อม รอยยิ้ม ก่อนจะมองบุตรสาวที่ดวงตาเป็น ประกาย ก็ลอบกระตุกมุมปากอย่างเงียบๆ
“หลังจากองค์รัชทายาทถอดจนเกลี้ยงก็ยก เท้าวิ่ง…”
สะใภ้หลินชิงพูดตัดหน้าเฉิงซู่ด้วยความตกใจ “วิ่งโผเข้าใส่ร่างขององค์หญิงขงเชวี่ยหรือ”
ในที่สุดหลินเห่าก็อดแทรกขึ้นไม่ได้ “ท่านแม่ นางชื่อว่าหลิงเชวี่ยเจ้าค่ะ”
“นั่นแหละ” สะใภ้หลินไม่ใส่ใจที่ตนเอง เรียกชื่อขององค์หญิงแห่งอวี้หลิวผิด “ซู่เอ๋อร์เล่า ต่อสิ”
เฉิงซู่เผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “เหตุการณ์เหนือความคาดหมายของทุกคนไป มาก พอองค์รัชทายาทถอดเสื้อผ้าเสร็จก็วิ่งพรวด ไปหยุดอยู่ข้างเรือก่อนจะกระโดดลงทะเลสาบ ไป”
เวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่าตกใจขึ้นมาแล้ว “ต่อให้ ดื่มมากก็คงไม่ขนาดนี้กระมัง”
ได้ยินว่าหากดื่มมากมีแต่จะส่งเสียงเอะอะ โวยวายร้องไห้เขวี้ยงข้าวของต่อยตีคนอื่น แต่
สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียแต่อย่างใด สภาพอย่างองค์รัชทายาทมีให้เห็นน้อยนัก
“ใครจะรู้ได้เล่าขอรับ” พอเฉิงซู่นึกย้อนภาพ เหตุการณ์นั้นก็ชวนให้แสลงดวงตา เขาล้างมือไป ทั้งหมดเจ็ดแปดครั้งแล้ว
“จากนั้นเล่า” สะใภ้หลินเอ่ยถามอย่างอดรน ทนไม่ไหว
“จากนั้นข้าก็กระโดดลงทะเลสาบไปช่วยองค์ รัชทายาทขึ้นมา ยังดีที่ไม่จมน้ำตาย”
สะใภ้หลินตบแขนของเฉิงซู่ “ซู่เอ๋อร์ เจ้าต้อง เหนื่อยแล้ว คนในเชื้อพระวงศ์นิสัยใจคอ ประหลาด วันหน้าอยู่ให้ห่างหน่อยดีกว่า”
เฉิงซู่เห็นด้วยอย่างมาก “นั่นสิขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าไอค่อกแค่ก “อย่าเหมารวม ทั้งหมดจะดีกว่า ซู่เอ๋อร์ เจ้ากลับไปแช่น้ำร้อน อาบน้ำขับไล่ความเย็นออก อย่าคิดว่าอากาศ ร้อนแล้วจะประมาทได้”
เฉิงซู่ขานรับแล้วหมุนตัวเดินออกไป
หลินเห่าลุกขึ้น “ท่านย่า ท่านแม่ ข้าเองก็ กลับก่อนนะเจ้าคะ”
ภายในห้องเหลือเพียงสองสาวแม่ลูก ฮูหยินผู้ เฒ่าถอนหายใจ “บรรดาเชื้อพระวงศ์คาดเดาได้ ยากดั่งลมพัดกลีบเมฆ”
องค์รัชทายาทแก้ผ้าล่อนจ้อนกระโดดลง กลางทะเลสาบต่อหน้าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ต่างแคว้นเช่นนี้ เกรงว่าคงรักษาตำแหน่งทายาท สืบบัลลังก์ไว้ได้ยาก ฉะนั้นย่อมเหลือเพียงเว่ ยอ๋องหนึ่งตัวเลือกแล้วเท่านั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าคาดเดาได้ว่าไม่นานหลังจากนั้น คงมีบางคนเย้ยหยันจวนแม่ทัพว่าไร้วาสนา
สะใภ้หลินไม่ได้คิดมากนัก เพียงพยักหน้า อย่างคล้อยตาม
ส่วนหลินเห่าไล่ตามเฉิงซู่ไป “พี่ใหญ่ ตอน หลังองค์รัชทายาทเป็นอย่างไรบ้างหรือเจ้าคะ”
เฉิงซู่เอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “คงฟืนแล้วกระมัง เพราะตอนที่ทุกคนแยกย้ายองค์รัชทายาทยังอยู่ ในเรือมังกร”
“ซื่อจื่อเองก็กลับจวนแล้วหรือ”
เฉิงซู่คลี่ยิ้ม “ที่แท้เจ้าก็คิดถึงจิ้งอ๋องซื่อจื่อ นี่เอง เขาเองก็กลับแล้วเหมือนกัน วางใจได้ เขา เป็นผู้ชมเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”
หลินเห่าเงียบไป
ความหมายของพี่ใหญ่ก็คือ อาซั่วไม่ได้แก้ผ้า เหมือนองค์รัชทายาทจึงคู่ควรกับคำชมอย่างนั้น หรือ
“พี่ใหญ่ ท่านรีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เถิด”
พอแยกย้ายจากเฉิงซู่ หลินเห่าก็ก้าวเดินไป ทางสวนดอกไม้
ในเมื่ออาซั่วกลับมาแล้ว เวลานี้ก็มีความ เป็นไปได้มากว่ากำลังรอนางอยู่ที่สวนดอกไม้
การคาดเดาของหลินเห่าแม่นยำไม่น้อย นาง เพิ่งโผล่ศีรษะขึ้นจากรั้วกำแพงก็เห็นฉีซั่วกำลังถือ หนังสือด้วยมือข้างหนึ่งพร้อมดวงตาสุกใสจับจ้อง มาทางนี้
ไม่รอให้ฉีซั่วยื่นมือออกมา นางก็ชิงกระโดด ลงมาก่อนอย่างคล่องแคล่ว
“ข้าเดาว่าท่านต้องอยู่ที่นี่” หลินเห่าเงยหน้า ขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้ชายหนุ่มร่างสูงกว่า นางเกินครึ่งศีรษะ
ต่อมาพวกเขาทั้งสองก็นั่งลงตรงหลังชั้นวาง ดอกไม้
“ฮ่องเต้ทรงมีท่าทีเช่นไรบ้างเจ้าคะ” ต่าง จากท่าทีสุขุมยามอยู่ต่อหน้าพวกท่านย่า หลิน เห่าใคร่รู้ว่าฮ่องเต้ไท่อานจะทรงทำเช่นไรต่อไป อย่างมาก
หากฮ่องเต้ไท่อานทรงปลดองค์รัชทายาท ออกจากตำแหน่ง ภูเขาลูกนั้นที่กดทับอยู่ในใจมา นานนับตั้งแต่เกิดใหม่คงถูกยกออกอย่างแท้จริง
องค์รัชทายาทเป็นดั่งคมดาบที่ห้อยอยู่เหนือ ศีรษะ ดั่งความมืดมิดอันน่าหวาดหวั่น
“สองหมอหลวงที่อยู่บนเรือมังกรวันนี้ หนึ่ง ในนั้นมีหมอหลวงแซ่หม่าซึ่งเป็นหมอหลวงที่ ทำงานตั้งแต่สมัยก่อตั้งราชวงศ์ ย่อมมี ประสบการณ์ในการวินิจฉัยอาการเสพอู่เซ่อซั่น เกินขนาด ตอนที่ฮ่องเต้เสด็จกลับ ฝั่าบาทไม่ แสดงอารมณ์ใดบนพระพักตร์เลย แต่น่าจะรู้เรื่อง ที่องค์รัชทายาทเสพอู่เซ่อซั่นแล้ว องค์รัชทายาท สร้างความอับอายต่อทุกคน อีกทั้งฝั่าฝืนใช้สิ่ง ต้องห้ามของฝั่าบาท นอกจากเกิดเรื่องกับเว่ ยอ๋อง ไม่เช่นนั้นคงยากจะรักษาตำแหน่งทายาท ครองบัลลังก์นี้ไว้”
หลินเห่ายกสองมือขึ้นพนมมือ “ขอให้สวรรค์ คุ้มครองเว่ยอ๋องให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด”
ท่าทางของนางทำเอาฉีซั่วยกยิ้มมุมปากอย่าง ขบขัน
“อาซั่ว ที่องค์รัชทายาทคลุ้มคลั่งวันนี้…คง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง”
ฉีซั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ “ก็แค่ผลจากการ กระทำของตนเองเท่านั้น”
อู่เซ่อซั่นสะสมในร่างกายนานวันเข้าย่อมเป็น ภัยต่อร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณที่เสพเข้าไป
ก็จะเพิ่มขึ้นทุกวัน หากครั้งใดเสพเกินขนาดก็จะ ยิ่งทำลายเส้นสมดุลที่ใช้ควบคุมตนเองจนทำให้ บังคับพฤติกรรมตนเองไม่ได้
เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า พฤติกรรมขององค์รัช ทายาทจะน่าตกตะลึงขนาดนี้
“อยากลองชิมดูหรือไม่” หลังจากพูดเรื่อง ความซวยขององค์รัชทายาทจบแล้ว ฉีซั่วก็ยื่นบ๊ะ จ่างพวงหนึ่งมาตรงหน้าหลินเห่า
ตามธรรมเนียมเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ฮ่องเต้จะ ประทานบ๊ะจ่าง เหล้าว่านน้ำ พัดและหยกสี มรกตให้เหล่าขุนนาง
“จวนแม่ทัพก็มีเจ้าค่ะ” ถึงแม้หลินเห่าจะ กล่าวเช่นนั้น แต่ก็ยังยื่นมือแกะบ๊ะจ่างที่ห่อมัด ด้วยเชือกไหมสีแดงสดออกแล้วกินอย่าง เอร็ดอร่อย
เพราะเหตุนี้ฉีซั่วถึงรู้ว่าอาเห่าชอบกินบ๊ะจ่าง ไส้ถั่วพุทราเชื่อม
หลังจากกินบ๊ะจ่างหมดแล้ว หลินเห่าก็หยิบ ผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือ “ข้ากลับก่อนดีกว่า หากมีเรื่องใดค่อยติดต่อกันอีกที”
“คือว่า…” ฉีซั่วกล่าวเตือนอย่างอ้อมๆ “ใน เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างต้องพกกระเปั๋าหูรูดห้า อสรพิษ[1]ด้วยใช่หรือไม่”
หลินเห่ามองเขาด้วยสายตาฉงน “แน่นอนสิ เจ้าคะ ท่านไม่พกหรือ”
ฉีซั่วก้มหน้ามองกระเปั๋าหูรูดตรงช่วงเอวแวบ หนึ่งพลางตกอยู่ในภวังค์
เครื่องประดับและอาภรณ์ที่สวมใส่ทุกวัน ล้วนมีบ่าวเป็นคนตระเตรียม เขามีหน้าที่แค่ให้ ความร่วมมือในการสวมใส่ พอเทศกาลไหว้บ๊ะ จ่างเช่นนี้ย่อมเปลี่ยนมาห้อยกระเปั๋าหูรูดห้า อสรพิษแทน
หลินเห่าล้วงหยิบกำไลลูกปัดที่ร้อยเป็นรูป ตะขาบซึ่งอยู่ในกระเปั๋าหูรูดที่พกติดตัวออกมา
ชิ้นหนึ่ง อวดพร้อมรอยยิ้ม “งดงามหรือไม่ อันนี้ พี่หญิงข้าทำให้เองกับมือเลยนะ”
ฉีซั่ว “…”
หากเปลี่ยนเป็นน้องรอง เขาคงทุบตีไปแล้ว
“ช่างงดงามยิ่งนัก ในจวนอ๋องไม่มีใครทำสัก คน”
เรื่องทุบตีคงทำไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ อยากได้ของกำนัลจริงๆ
หลินเห่าล้วงหยิบกำไลลูกปัดที่ถักร้อยเป็นรูป แมงปั่องออกมาจากกระเปั๋าหูรูด “อันนี้ข้าทำเอง ให้ท่านก็แล้วกัน”
ฉีซั่วยื่นมือออกไปรับ ถือแมงปั่องชิ้นนั้นราว กับไม่อยากวางห่างจากมือ “ของชิ้นนี้งดงามยิ่ง กว่าอีก”
“ไปแล้วนะเจ้าคะ” หลินเห่าถือบ๊ะจ่างที่ฉีซั่ว ให้แล้วปีนข้ามกำแพงไปอย่างว่องไว
หลังจากนั้นไม่นานฉังหนิงก็เดินเข้ามา “ซื่อจื่อ ท่านว่าวันหลังเราวางบันไดติดกำแพงไว้ สักอันดีหรือไม่ขอรับ เพื่อเลี่ยงไม่ให้ว่าที่ซื่อจื่อเฟ ยต้องข้อเท้าเคล็ด”
ฉีซั่วกวาดตามองเขาแวบหนึ่ง “ยุ่งไม่เข้า เรื่อง”
ฉังหนิงประจบประแจงไม่ถูกทาง ทว่าเมื่อ สายตาเขาเหลือบไปเห็นของสิ่งหนึ่งก็เอ่ยชื่นชม ว่า “อุ้ย แมงปั่องนี้น่ารักจังเลยขอรับ”
ฉีซั่วเก็บแมงปั่องชิ้นนั้นเข้ากระเปั๋าแล้วก้าว เท้าเดินจากไป
ฉังหนิง “…”
ซื่อจื่อที่หมั้นหมายแล้วไม่ใช่ซื่อจื่อในวันวาน อีกต่อไป เอาใจยากเหลือเกิน!
เวลานี้ภายในวังเต็มไปด้วยไอสังหาร
ฮ่องเต้ไท่อานไม่ให้จวงเฟยที่มาหาเพื่อ ปลอบใจเข้าเฝั้าก่อนจะเรียกให้เฉิงเม่าหมิง ผู้บังคับบัญชาองครักษ์ผ้าต่วนเข้าวัง
“หลิวชวน เฉิงเม่าหมิง เราขอสั่งให้พวกเจ้า ร่วมกันสืบคดี ตรวจสอบว่าองค์รัชทายาทได้อู่ เซ่อซั่นมาอย่างไรโดยละเอียด จำไว้ว่าเรื่องนี้ห้าม บอกใครเด็ดขาด”
ตนเป็นคนรับสั่งให้อู่เซ่อซั่นเป็นของต้องห้าม แต่องค์รัชทายาทกลับเป็นคนเสพเสียเอง ช่างน่า ขายหน้ายิ่งนัก
——————–
[1]ห้าอสรพิษ มีแมงปั่อง งู ตะขาบ จิ้งจก และคางคก ในวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทิน จันทรคติของจีนหรือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ตาม ความเชื่อของชาวจีน ถือเป็นเดือนที่โชคร้ายและ เป็นเดือนแห่งพิษ ซึ่งจะมีสัตว์มีพิษที่เกิดขึ้น ในช่วงฤดูร้อน การขับไล่สัตว์พิษทั้ง 5 ในช่วง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างนั้นก็เพื่อเป็นการเตือนให้ ชาวบ้านรู้จักปั้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่ง ชาวบ้านก็มักจะใช้วิธีต่างๆ นานา เพื่อปั้องกันพิษ จากสัตว์พิษทั้ง 5 นี้