คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 245 สะเทือนฟั้า
โดย : หอหมื่นอักษร
คนที่เดินเข้ามาคือผู้บัญชาการองครักษ์ผ้า ต่วน เฉิงเม่าหมิง
เฉินมู่ยังไม่ยอมปริปาก ยอดฝีมือการปลอม ตัวจนถึงตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอ ถึงตอนนี้แม้ไม่ได้ ตรวจสอบบนถนนอยู่ตลอดอย่างเช่นก่อนหน้านี้ ความจริงแล้วฉากหน้าผ่อนคลายแต่ตรวจสอบ เข้มงวดอย่างลับๆ ทุกที่ล้วนมีองครักษ์ผ้าต่วน แต่งกายอย่างคนธรรมดาทั่วไปคอยสังเกต เหตุการณ์ที่ผิดปกติ
ความเคลื่อนไหวของร้านห้ารสไม่ใช่เรื่อง เล็กน้อยจึงถูกรายงานต่อเฉิงเม่าหมิงที่ผ่านมา ทางนี้พอดี
“ซื่อจื่อก็อยู่ด้วย?” ท่ามกลางกลุ่มคน มากมาย เฉิงเม่าหมิงมองปราดเดียวก็เห็นฉีซั่ว
ฉีซั่วเห็นเฉิงเม่าหมิง ในใจผ่อนคลายลง เล็กน้อย
มีองครักษ์ผ้าต่วนคุมพื้นที่ อย่างน้อย เหตุการณ์คงไม่เลวร้ายไปกว่าเดิม
ในความเป็นจริงแล้วคนที่นั่งกินนั่งดื่มอยู่ใน ห้องโถงเป็นเหล่าผู้มีฐานะและเป็นชนชั้นสูง ต่าง มีแววตาสื่อเป็นนัย มีเพียงสองคนที่ดื่มเข้าไปมาก ส่งเสียงเอะอะโวยวายต้องการจะออกไปให้ได้ ส่วนคนอื่นๆ กลับรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร พวกเขา นั่งรออย่างสำรวม
ที่ชั้นบน หากคนที่เกิดเรื่องเป็นองค์รัช ทายาทจริง ดึงดันจะออกไปนับเป็นการหาเรื่อง ใส่ตัว
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรถีบคนอื่น…” คนที่โดนถีบ พยายามลุกขึ้นพลางนึกขึ้นมาได้ ถูกเพื่อนที่มา ด้วยกันรีบห้ามไว้ “หยุดโวยวายได้แล้ว นั่น องครักษ์ผ้าต่วน!”
‘องครักษ์ผ้าต่วน’ สี่พยางค์นี้คล้ายเป็นยา เรียกคืนสติ ทำให้คนกลับมามีสติรู้ตัวมากกว่า ครึ่ง หดตัวอยู่ข้างหลังสหายไม่กล้าเปล่งเสียงพูด ใดๆ อีก
เฉิงเม่าหมิงเดินเข้าไปใกล้ฉีซั่ว ถามเสียงเบา “ซื่อจื่อรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ถึงแม้ลูกน้องมารายงานดูเหมือนว่าองค์รัช ทายาทเกิดเรื่อง แต่เขาก็ยังถามเพิ่มเติมด้วย ความระมัดระวัง
“ชั้นสองมีคนร้องเรียกองค์รัชทายาทไม่ หยุด” ฉีซั่วไม่พูดออกมาตรงๆ
เฉิงเม่าหมิงใจสั่น พยักหน้าแล้วรีบเดินขึ้นไป ชั้นสอง
ในขณะนั้นเอง ภายในห้องส่วนตัวมีเสียง ร้องไห้ตะโกนเรียก “องค์รัชทายาท องค์รัช ทายาททรงฟืนขึ้นมาเถิด!” เสียงร้องเหล่านี้ฟัง แล้วทำให้ขนลุก แม้แต่องครักษ์ที่เฝั้าอยู่หัวบันได ยังอดหันไปมองไม่ได้
เฉิงเม่าหมิงสาวเท้าก้าวยาวๆ เข้าไป กวาดตา มองสถานการณ์ในห้อง เขารู้สึกเหมือนถูกฟั้าผ่า เปรี้ยง องค์รัชทายาทนอนพิงอยู่ตรงอกเวินเฟิง สี หน้าทั้งม่วงทั้งเขียว เลือดออกปากและจมูก ดู ออกว่าไม่หายใจแล้ว!
องค์รัชทายาทตายแล้ว? ในสมองเฉิงเม่าหมิง มีเสียงอื้ออึง คิดอะไรไม่ออกแม้แต่นิดเดียว
“ท่านหมอ ท่านรีบคิดหาทางเถิด! เขาเป็นถึง องค์รัชทายาท เขาเป็นองค์รัชทายาท!” หันเปั่า เฉิงคว้าเสื้อท่านหมอไว้แน่น สติหลุดไปแล้ว
คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ไปไหน หากไม่ใช่ร้องขอให้ ท่านหมอช่วยชีวิตคน ก็นั่งนิ่งน้ำตาไหล ท่านหมอ รู้ฐานะที่แท้จริงของคนที่ตายจึงตกใจจนมือเท้า อ่อน ตัวสั่นระริกพูดไม่ออก
เหล่าองครักษ์ถือดาบชี้ไปทางพวกหันเปั่าเฉิง อีกเดี๋ยวก็ชี้ไปด้านนอก สีหน้าท่าทางเคร่งเครียด คล้ายกับสายธนูที่ถูกง้างจนสุด การเคลื่อนไหว
แม้เพียงเล็กน้อยอาจทำให้สติของพวกเขาขาดผึง กวัดแกว่งดาบฟันคน
หัวไหล่เฉิงเม่าหมิงถูกตบเบาๆ หันไปมองไม่รู้ ว่าฉีซั่วขึ้นมาเมื่อไร เขารู้สึกผ่อนคลายลงในทันใด นั้นเอง
ฉีซั่วดูท่าทางองค์รัชทายาท รู้สึกทอดถอนใจ เอ่ยเตือนเสียงเบา “ท่านผู้บัญชาการ รีบไปถวาย รายงานเบื้องบนเถิด องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ไม่แน่ว่าคนร้ายอาจปะปนอยู่ในบรรดาคนเหล่านี้ ปล่อยให้ล่าช้าออกไปยิ่งไม่เป็นการดีต่อการ สืบสวน”
เฉิงเม่าหมิงที่แน่นิ่งไปรู้สึกตัวขึ้นมา “ซื่อจื่ อพูดถูก”
เขารีบออกคำสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้เรียก กำลังพลมาเพิ่ม ส่วนตัวเองนำองครักษ์วังหลวง คนหนึ่งเข้าวังไปเข้าเฝั้าฝั่าบาท นำเรื่ององค์รัช ทายาทสิ้นพระชนม์ไปถวายรายงานต่อฝั่าบาท นับเป็นเรื่องเสียแรงเปล่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ สำหรับเฉิงเม่าหมิงแล้วไม่ทำไม่ได้ ใครให้เขารีบ ไปถึงที่เกิดเหตุกันเล่า หากไม่ทำอะไร ภายหลัง จะยิ่งซวยหนักกว่าเดิม
ฮ่องเต้ไท่อานกำลังบรรทม ได้ยินผู้บัญชาการ องครักษ์ผ้าต่วนมาขอเข้าเฝั้าอย่างเร่งด่วน หาง
ตาก็กระตุกอย่างแรง เพิ่งจะสงบลงไปได้ไม่กี่วัน เกิดเรื่องขึ้นอีกแล้ว? ความคิดนี้ผุดขึ้นมา
ฮ่องเต้ไท่อานพบเฉิงเม่าหมิงที่พระที่นั่ง ตำหนักหย่างซิน
“เฉิงเม่าหมิงมีเรื่องอันใดหรือ” เห็นใบหน้า ซีดขาวของเฉิงเม่าหมิง ฮ่องเต้ไท่อานก็รู้ว่าทาย ไม่ผิด
เฉิงเม่าหมิงมององครักษ์วังหลวงที่คุกเข่าอยู่ ด้านข้างโดยไม่รู้ตัว
ฮ่องเต้ไท่อานทอดพระเนตรตามสายตาเขา ไป จู่ๆ พระทัยก็สั่นไหว เกิดความหวาดกลัว อย่างไม่มีสาเหตุ ในเวลาสั้นๆ คนที่มีความสุขุม เยือกเย็นเช่นฮ่องเต้มีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วและรุนแรง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างควบคุม ไม่ได้
เฉิงเม่าหมิงคุกเข่าก้มหน้า หน้าผากติดพื้นไม่ กล้ามองฮ่องเต้ไท่อาน กราบทูลด้วยน้ำเสียง สะอื้นโศกเศร้า “ฝั่าบาท องค์รัชทายาททรงเกิด เรื่อง…”
“เกิดเรื่องใดขึ้นกับองค์รัชทายาท!” ฮ่องเต้ ไท่อานทรงลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้พระองค์
“ตอนที่กระหม่อมรีบไปถึงองค์รัชทายาทก็ สิ้นใจแล้ว จึงรีบเข้าวังมากราบทูล เหตุการณ์เป็น เช่นไรยังไม่ทันได้ไต่ถาม…”
ฮ่องเต้ไท่อานพระวรกายสั่นระริก จับจ้อง องครักษ์คนนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย “เจ้าเป็น องครักษ์ที่อยู่ข้างกายองค์รัชทายาท?”
องครักษ์ตอบรับเสียงสั่น
“พูดมา เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับองค์รัชทายาท กันแน่!” ฮ่องเต้ไม่อาจรักษาท่าทางสุขุมของ ฮ่องเต้ไว้ได้อีกต่อไป ร้องถามเสียงแหบแห้ง
“ท่าน ท่านหมอกล่าวว่า…องค์รัชทายาททรง ถูกพิษ…” องครักษ์ตัวสั่นขณะกราบทูล ศีรษะ แทบมุดลงพื้น
“ถูกพิษ?” ฮ่องเต้ไท่อานพระพักตร์ซีดขาว สองพระเนตรบอกว่าไม่อยากจะเชื่อ “องค์รัช ทายาทถูกพิษได้อย่างไร”
เฉิงเม่าหมิงทูลตอบสีหน้าแข็งทื่อ “ทูลฝั่า บาท เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาทที่ร้านเหล้าชื่อ ว่าร้านห้ารส”
เมื่อได้ฟังว่าเกิดเรื่องขึ้นนอกวัง ฮ่องเต้ไท่อาน คว้าถ้วยน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะทรงงานขว้างใส่
องครักษ์ “เรื่องที่เจ้ารู้ บอกเรามาให้หมด ไม่เช่นนั้นเราจะสั่งประหารเจ้าเก้าชั่วโคตร!”
องครักษ์ถูกถ้วยน้ำชาปาใส่ศีรษะ เลือดไหล ออกมาจากหน้าผากแต่ไม่กล้าเช็ด กราบทูลเสียง สั่น “หลังจากเสด็จไปเยี่ยมจิ้งเฟย จากนั้นเสด็จ กลับวังบูรพา ทรงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันหยุด งานจึงมีรับสั่งให้คนไปส่งจดหมายบอกหยางเจ๋อ และคนอื่นๆ ว่าทรงนัดสังสรรค์ที่ร้านห้ารส… กระหม่อมเฝั้าอยู่นอกห้องส่วนตัว เด็กในร้านยก สุราและอาหารมาให้ทดสอบพิษ ทั้งหมดถูก ตรวจสอบว่าไม่มีปัญหากระหม่อมจึงยกเข้าไป ถวายในห้องสังสรรค์ หลังจากนั้นอยู่ๆ เกิดเสียง ร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากด้านในห้อง หลังจากที่บุกเข้าไปในห้องก็เห็นองค์รัชทายาท
ลุกไม่ขึ้นนอนพิงไหล่คนผู้หนึ่ง ไม่นานก็ ก็แน่นิ่ง ไป…”
ฟังองครักษ์เล่าเรื่องทูลถวาย พระพักตร์ ฮ่องเต้ไท่อานยิ่งไม่น่าดู หัวใจเหมือนแช่อยู่ในถ้ำ น้ำแข็ง
เจ้าสี่ของเขา องค์รัชทายาทของต้าโจว…ตาย แล้ว?
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด! เขา เป็นโอรสสวรรค์ไม่ใช่หรือ มีมังกรศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครอง สวรรค์คุ้มครอง เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้
ความคับแค้นพระทัยพุ่งขึ้นจนกระอัก ทำให้ ฮ่องเต้ไอออกมา
“ฝั่าบาท…” หลิวชวนเสียงสั่น ลูบหลังฮ่องเต้ เบาๆ ขันทีใหญ่คนนี้อยู่ข้างกายฮ่องเต้ไท่อานมา เป็นเวลาหลายปี ในตอนนี้มีแต่ความตื่นตกใจ
การสิ้นพระชนม์ขององค์รัชทายาทเป็นเรื่อง ใหญ่เหมือนฟั้าถล่มลงมาครึ่งหนึ่ง สิ่งที่น่ากลัว กว่านั้นคือไม่มีโอรสองค์อื่นแล้ว…ความคิดนี้ผุด ขึ้นมา หลิวชวนไม่กล้าคิดต่อ พุ่งความสนใจ ทั้งหมดไปที่พระวรกายของฮ่องเต้ไท่อาน
หลังจากไอออกมาชุดใหญ่ ฮ่องเต้ไท่อานดู ชราลงทันใด “เฉิงเม่าหมิง”
“กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
“เรามอบหมายเรื่องนี้ให้องครักษ์ผ้าต่วนกับ กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบให้ชัดเจน” ขณะที่รับสั่ง เรื่องนี้ออกมา ฮ่องเต้ไท่อานก็กัดฟันแน่น
เขาจะสับคนที่ทำร้ายองค์รัชทายาทเป็น หมื่นๆ ชิ้น แล้วสั่งประหารมันทั้งเก้าชั่วโคตร
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เฉิงเม่าหมิงถอย ออกไปและนำตัวองครักษ์คนนั้นออกไปด้วย ตัวเอง
ฮ่องเต้ไท่อานประทับนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
หลิวชวนทำใจให้กล้าอยู่หลายครั้งเพื่อจะเอ่ย ปากปลอบโยน ทว่ากลับอ้าปากไม่ออก
ร้านห้ารสถูกปิดล้อมจากหลายฝั่ายงานแม้แต่ น้ำรั่วก็ไม่ไหล แมลงวันสักตัวก็บินผ่านออกมา ไม่ได้
คนขององครักษ์ผ้าต่วนกับกรมราชทัณฑ์ มาถึงแล้ว ก่อนอื่นแน่นอนว่าต้องสอบถามราช องครักษ์และพวกหันเปั่าเฉิง สำหรับคนอื่นๆ ใน ร้านเหล้านอกจากฉีซั่วกับหลินเห่าล้วนถูก ควบคุมตัวไว้ก่อน
เฉิงเม่าหมิงรีบเชิญฉีซั่วหลินเห่าสองคนนี้เข้า ร่วมฟังในฐานะผู้สังเกตการณ์ ราชเลขากรม
ราชทัณฑ์อยากซักถามจิ้งอ๋องซื่อจื่อ เรื่องคนร้าย ตัวจริงที่พยายามไล่ล่าปลงพระชนม์องค์หญิงขอ งอวี้หลิว ไม่แปลกใจที่เขาเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นกับเฉิง เม่าหมิง
ห้องส่วนตัวของร้านเหล้ากลายเป็นห้องไต่ สวนชั่วคราว การไต่สวนเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ