คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 318 พร้อมหน้าพร้อมตา
โดย : หอหมื่นอักษร
ในขบวนมีคนใช้ภาษาต่างถิ่นตะโกนขึ้นมา ประโยคหนึ่ง ชายผู้นั้นใช้ภาษาเดียวกันตอบ กลับไป คนที่ตะโกนมาหัวเราะตบมืออย่างชอบ ใจแล้วเดินตามขบวนนั้นต่อไป
ผู้คนที่มาชมความคึกคักส่วนใหญ่มองตาม ขบวนที่มีกลุ่มคนต่างถิ่นเดินตามไป และมีคนอีก ส่วนหนึ่งกำลังมองผู้ชายที่กำลังเดินมาด้วยความ สงสัย
ชายผู้นั้นตัวสูงขายาว รูปร่างผึ่งผาย แม้ดู ออกว่าไม่ใช่คนหนุ่มแล้วแต่ต้องยอมรับว่าเป็น ชายรูปงาม “เหมือนชาวต้าโจวจริงๆ” ใน ท่ามกลางกลุ่มคน มีใครคนหนึ่งพูดประโยคนี้ ออกมา
สีหน้าชายผู้นั้นกำลังทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ มือตีไปที่ตัวสะใภ้หลินที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปันดิน “หว่านฉิง เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย”
สะใภ้หลินเหมือนตื่นจากภวังค์ คว้าข้อมือ ชายผู้นั้นแล้วร้องไห้ออกมา “พี่ใหญ่ ข้านึกว่า ท่านเป็นอะไรไปเสียแล้ว!”
ชายผู้นั้นก็คือเฉิงจื้อหย่วน บิดาของเฉิงซู่ พี่ชายบุญธรรมของสะใภ้หลิน ตอนเฉิงซู่อายุได้ สามขวบ เขาออกจากบ้านไปทัศนาจร ช่วงแรก เขากลับมาบ้านทุกๆ สองสามปี แต่สี่ห้าปีมานี้ อย่าว่าแต่คนกลับมา จดหมายสักฉบับก็ยังไม่มี
สะใภ้หลินแอบเป็นห่วงกลัวพี่ชายบุญธรรม เกิดเรื่อง ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็แอบเป็นห่วงกลัวบุตร บุญธรรมเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างส่งคนไปตามหา ตามสถานที่ที่เขาเคยกล่าวถึงในจดหมาย แต่ไม่มี ใครกล้าปรึกษากัน คล้ายกับว่าหากไม่พูด คนที่มี นิสัยใจร้อนและรักอิสระจะต้องกลับมาในที่สุด
พี่ชายบุญธรรมกลับมาแล้ว! สะใภ้หลินเช็ด น้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
“หว่านฉิงเจ้าอย่าร้อง ข้าไม่เป็นอะไร ยัง สบายดีอยู่”
“ยังสบายดีอยู่?” สะใภ้หลินทวนคำ
เฉิงจื้อหย่วนอ้าปากหัวเราะจนเห็นฟันขาว แถมยังตบหน้าอก “สบายดีมาก!”
ท่าทางสะใภ้หลินแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย ยื่น มือออกไปเตรียมจะหยิกเอวเขา
เฉิงจื้อหย่วนเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองก็คือวิ่งหนี
ผ่านไปหลายปี แค่พูดผิดหูคำเดียวหว่านฉิง ยังคงลงไม้ลงมือฟาดไม่ยั้ง
สะใภ้หลินคว้าได้เพียงอากาศ นางก้าวขา ออกวิ่งตาม “สบายดีมาก เก่งจริงท่านก็อย่าวิ่ง หนีสิ!”
หลินเห่าถูกทิ้งให้ปากอ้าตาค้าง ทนรับสายตา ที่อยากรู้อยากเห็นมากมาย
เหตุการณ์ซาบซึ้งใจที่พี่ชายน้องสาวได้พบกัน อีกครั้งนั้นไม่หายไปรวดเร็วเกินไปหน่อยหรือ ใน จวนแม่ทัพคงเกิดความวุ่นวายขึ้นแต่เป็นความ วุ่นวายสุขใจ
สะใภ้หลินตามไปได้หน่อยหนึ่งก็หายใจหอบ ส่งรอยยิ้มเยือกเย็น “ข้านึกว่าพี่ใหญ่จำไม่ได้ แม้กระทั่งบ้านตัวเองแล้ว”
ขอบตาฮูหยินผู้เฒ่าแดงก่ำ ต่อว่าบุตรสาว “เจ้าอายุเท่าไรแล้ว นึกจะโกรธก็โกรธ”
“ท่านแม่ ท่านไม่ได้ยินพี่ใหญ่พูดว่าหลายปี มานี้สบายดี สบายดีอย่างมากอีกด้วยเจ้าค่ะ!” สะใภ้หลินกัดฟันกรอด
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มให้บุตรชายบุญธรรมอย่าง อ่อนโยน “หลายปีมานี้จื้อหย่วนอยู่อย่างเป็นสุข ข้าก็วางใจแล้ว”
เฉิงจื้อหย่วนหางตากระตุก
หากมือท่านแม่บุญธรรมหากไม่ได้กำไม้เท้า เขาก็จะเชื่อ
ผู้เข้าใจสถานการณ์คือผู้ฉลาด เฉิงจื้อหย่วน คุกเข่าลงดังปึก “ลูกอกตัญูทำให้ท่านเป็นห่วง หลายปีมานี้ไม่เคยนอนหลับอย่างสบายใจ คิดถึง ท่านกับท่านพ่อบุญธรรมทุกคืนวันขอรับ!”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่กลับมาเล่า แถม ไม่ส่งข่าวคราวกลับมาอีก” เสียงฮูหยินผู้เฒ่าฟังดู ยังนับว่าอบอุ่น พยายามควบไม่ให้ใช้ไม้เท้าตีหัว บุตรชายบุญธรรมสักทีสองที
เฉิงจื้อหย่วนเอ่ยขึ้นด้วยความละอายใจ “ลูก ออกทะเลไปแล้ว อยู่ในมหาสมุทรติดต่อไม่ สะดวกขอรับ เคยขอให้คนช่วยส่งข่าวแต่ตอน หลังไม่เคยได้เห็นเขากลับมา หากท่านแม่บุญ ธรรมไม่ได้รับจดหมาย เป็นไปได้ว่าคนผู้นั้นเกิด เรื่องขึ้นแล้ว…”
ไม่ผิดหากบอกว่าทำการค้าทางทะเลสามารถ ฉกฉวยโอกาสหากำไรได้มาก แต่มันก็มีความ เสี่ยงสูง ยังไม่ต้องเอ่ยถึงอันตรายจากคน แค่ ความอันตรายของทะเลกว้างใหญ่ก็มีไม่รู้ตั้งกี่ศพ ที่จมลงสู่ก้นทะเล
ผลตอบแทนสูงย่อมแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ สูง ฮูหยินผู้เฒ่าฟังบุตรชายบุญธรรมเล่าถึงเรื่องที่ ออกทะเลก็ถอนหายใจ “คนปลอดภัยก็ดีแล้ว”
“ท่านพ่อบุญธรรมไม่อยู่บ้านหรือขอรับ” พอ คำพูดนี้หลุดออกมา รอบข้างก็พากันนิ่งเงียบ
เฉิงจื้อหย่วนมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่า แล้วหันไป มองสะใภ้หลิน สะใภ้หลินที่ดุร้ายอย่างกับปีศาจ เมื่อสักครู่พลันตาแดง ท่าทางเหมือนจะร้องไห้ ออกมา
เฉิงจื้อหย่วนใจดิ่งวูบ เอ่ยเสียงสั่น “ท่านพ่อ บุญธรรมเล่า”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลุบตาสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อ คลอเบ้าก่อนจะกล่าวอย่างสงบ “พ่อบุญธรรม ของเจ้าจากไปแล้ว”
“จากไปแล้ว?” เฉิงจื้อหย่วนท่าทางไม่เชื่อ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “เป็นไปได้อย่างไร… เป็นไปได้อย่างไร”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งสงบนิ่งกว่าเดิน น้ำเสียงอบอุ่น ปลอบโยนบุตรชายบุญธรรม “เกิดแก่เจ็บตาย ใครก็หลีกไม่พ้น ท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าปั่วย ตาย ตอนที่จากไปอายุย่างหกสิบปี ไม่นับว่าอายุ สั้น”
“ลูกไม่สามารถส่งท่านพ่อบุญธรรมเป็นครั้ง สุดท้าย!” เฉิงจื้อหย่วนตีหัวตัวเองดังตุบ ตีไป ร้องไห้ไป
สะใภ้หลินอ้าปากหมายจะเอ่ยคำปลอบใจแต่ ถูกฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้าห้ามไว้
บางอารมณ์ได้ระบายออกมานั้นเป็นผลดีกว่า
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงปล่อยให้เฉิงจื้อหย่วนร้องไห้ เสียใจจนเต็มที่ ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยเอ่ยขึ้น “ลุก ขึ้นมาเถิด หากท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าเห็น ท่าทางของเจ้า จะต้องตีเจ้าแน่ๆ”
“หากท่านพ่อบุญธรรมยังสามารถตีข้าได้ก็คง ดี” เฉิงจื้อหย่วนน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
ในความทรงจำ ท่านพ่อบุญธรรมเคยตีเขา สองครั้ง ครั้งหนึ่งคือเขายืดเวลาออกไปไม่ยอม แต่งงานจึงถูกท่านพ่อตีและด่าว่าอกตัญู ส่วน อีกครั้งหนึ่ง ก็คือตอนที่เขาตัดสินใจออกไป ทัศนาจร ท่านพ่อบุญธรรมทุบตีเขาอย่างหนัก บอกว่าเขาใจดำกับซู่เอ๋อร์
ทว่าตีเขาแล้วแต่ก็ยังให้เขาไป
สองมือเฉิงจื้อหย่วนปิดหน้า ร้องไห้อย่าง เศร้าเสียโจโดยไร้เสียง
ที่ประตูมีความเคลื่อนไหว เสียงรายงานของ สาวใช้ดังแว่ว “คุณชายกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
เฉิงจื้อหย่วนหยุดร้องไห้ทันที ตัวแข็งทื่อไม่ ไหวติง เขาย่อมรู้ว่าคำว่า ‘คุณชาย’ จากปากสาว ใช้หมายถึงใคร
เขาเป็นบุรุษที่ออกจากบ้านเที่ยวเร่ร่อนทำมา หากิน เคยข้ามน้ำข้ามทะเล ทว่าตั้งแต่กลับมา บ้านบ่อน้ำตาตื้นจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่กล้าหัน ไปดูบุตรชายตัวเอง
ซู่เอ๋อร์จะต้องโกรธเขาแน่ๆ
เฉิงซู่มองด้านหลังชายคนที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นชั่ว ครู่ ก่อนจะมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าด้วยความสงสัย
ท่านย่าให้คนไปบอกว่าบิดาของเขากลับ มาแล้ว ให้เขารีบกลับบ้าน คนที่กำลังคุกเข่านี้… คือท่านพ่อของเขาหรือ แต่ท่านพ่อของเขาได้ยิน ว่าเขากลับมาแล้ว เหตุใดจึงไม่หันมามองเขาเล่า
เฉิงซู่ย้อนนึกไปถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลง อยู่ในใจของเขาในระหว่างทางกลับบ้าน เริ่มแรก ตกใจและตื่นเต้น จากนั่นเปลี่ยนเป็นโกรธเคือง เล็กน้อยจนถึงความรู้สึกงุนงงในตอนนี้
ไม่ใช่ว่าท่านพ่อของเขามีลูกข้างนอกเป็น โขยงจึงไม่มีหน้ามาเจอเขา? เมื่อความสงสัยเช่นนี้ ผุดขึ้นมา เฉิงซู่ก็สีหน้าเดือดดาล
ฮูหยินผู้เฒ่าทนไม่ไหว กระแอมออกมาทีหนึ่ง “จื้อหย่วน ซู่เอ๋อร์กลับมาแล้ว เจ้าอย่าเอาแต่ ร้องไห้เลย”
เฉิงจื้อหย่วนหันหลังกลับไปช้าๆ ก่อนที่จะ หันกลับไป ในใจของเขาสับสนวุ่นวาย แต่เมื่อได้ เห็นชายหนุ่มที่หน้าตาคล้ายกับตนจึงรีบยืนขึ้น แล้วเดินก้าวสองก้าวมาอยู่ต่อหน้าเฉิงซู่ จากนั้นก็ คว้ามือเขาเอาไว้
“ซู่เอ๋อร์!” เฉิงจื้อหย่วนร้องเรียกออกมา
เฉิงซู่เป็นคนมีน้ำใจโอบอ้อมอารี เห็นบิดา ตนเองที่ร้องไห้น้ำตาไหล หน้าผากบวมแดง ความโกรธในใจก็มลายหายไป ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียก “ท่านพ่อ”
“อ่า” เฉิงจื้อหย่วนยิ้มหน้าบาน ตบบ่า บุตรชายแรงๆ “โตขนาดนี้แล้ว ตัวสูงขนาดนี้ ด้วย”
เฉิงซู่กลอกตามองบนโดยไม่เก็บอาการ “ท่านกลับมาครั้งที่แล้วคือเมื่อแปดปีก่อน ข้าก็ ต้องตัวสูงขึ้นเป็นธรรมดาขอรับ”
เฉิงจื้อหย่วนท่าทางเซื่องซึมไป ถอนหายใจ พลางเอ่ย “เป็นพ่อเองที่ไม่ดีต่อเจ้า”
“เช่นนั้นท่านกลับมาครั้งนี้จะจากไปอีก หรือไม่” เฉิงซู่บอกไม่ถูกว่าในใจคิดอย่างไรถึงได้ หลุดปากถามประโยคนี้ออกมา
เฉิงจื้อหย่วนหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่ากับสะใภ้ หลิน เอ่ยออกมาด้วยความหวาดหวั่น “ครั้งนี้จะ อยู่หลายวันหน่อย”
เฉิงซู่ยิ้มแต่ปากตาไม่ยิ้ม “ไม่ใช่ว่าท่านมี ครอบครัวอยู่ที่ข้างนอกนั้นแล้ว ทุกครั้งที่กลับมา ไม่นานก็จากไป ถ้าเช่นนั้นไม่สู้ท่านนำลูกและ ภรรยาเข้าเมืองหลวงมาให้หมด”