คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 116 ข้าว่าท่านโชคไม่ค่อยดี
แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะเรียกหานาง ฉินหลิวซีก็ไม่ได้รีบไปทันที แต่
กลับไปอาบน ้าสมุนไพรอย่างดีเสียก่อนเพื่อชำระล้างฝุ่นและขจัด
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แล้วจึงค่อยๆ เดินไป
เวลานั้นเป็นเวลากินข้าวเย็นแล้ว ในห้องของฮูหยินผู้เฒ่าก็มีคนอื่น
อยู่ด้วยกำลังเตรียมตัวจะกินข้าว
พอฉินหลิวซีเข้าไป ทุกคนก็มองมาเป็นตาเดียว
ท้องฟ้ามืดแล้ว ภายในห้องก็จุดไฟตะเกียงแล้ว เมื่อนางเดินมาจึงรู้สึก
ได้ถึงความอบอุ่น
เหตุใดไม่เห็นหน้านางหลายวัน ดูเหมือนนางจะดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็
ให้ความรู้สึกห่างเหินเข้าใกล้ยากยิ่งขึ้นไปอีก
“คารวะท่านย่า” ฉินหลิวซียอบกายคารวะ
“ลุกขึ้นเถิด” สีหน้าฮูหยินฉินผู้เฒ่าเรียบเฉย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะป่วย
หรือความกังวล ผมของนางจึงยิ่งดูหงอกขาวมากขึ้นไปอีก ทั้งยังดู
แก่ชราขึ้นด้วย
เป็นรูปลักษณ์แห่งความเสื่อมโทรม
ฉินหลิวซีกวาดตามองก่อนจะหลุบตาลง แล้วหันไปคารวะสะใภ้หวัง
“ท่านแม่”
“นังหนูซีใหญ่โตจริงนะ ท่านย่าของเจ้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว กว่าจะมา
ได้” สะใภ้เซี่ยกำลังนึกชิงชังที่ตนเองถูกทำลายโฉม เมื่อเห็นท่าทาง
เนิบนาบของนาง ในใจพลันรู้สึกโกรธและอดเสียงดังขึ้นมาไม่ได้
พอคิดถึงเรื่องในวันนั้น นางก็รู้สึกเจ็บจมูกขึ้นมาทันที
สะใภ้หวังทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดยุยงของสะใภ้เซี่ย ขณะที่นางก้าวเข้า
ไปจับตัวฉินหลิวซี ก็ได้กลิ่นยาจางๆ ลอยมา แล้วจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“กลับมาแล้ว เจ้าอาบน ้าอาบท่าล้างฝุ่นตามเนื้อตัวก่อนจะมาหรือ”
นี่เป็นการแก้ต่างแทนฉินหลิวซี
ฉินหลิวซีเอ่ย “เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ กินยาเข้าไปด้วย กลิ่นยาแรงมาก
ข้าจึงไม่กล้ามาทันที เกรงว่าจะทำให้ท่านย่าได้กลิ่นแล้วรู้สึกไม่
สบาย”
ทุกคนตกตะลึงไปทันที
สะใภ้หวังรีบถามทันที “ไม่สบายตรงไหนหรือ จะต้องตามหมอมา
หรือไม่”
“ก็ไม่เป็นไรมากหรอกเจ้าค่ะ เป็นยาที่ข้ากินมาตั้งแต่เด็ก ก็ร่างกาย
กับดวงของข้าไม่ค่อยดีอยู่แล้วมิใช่หรือ อาจารย์ก็เลยปรุงยาให้ข้า
กินมาตลอดน่ะเจ้าค่ะ” ฉินหลิวซีเอาคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าก่อนหน้า
นี้มาใช้
สะใภ้หวัง “…”
ฮูหยินฉินผู้เฒ่ามีสีหน้าอักอ่วนเล็กน้อย “นั่งลงเถิด เจ้าไปอยู่ที่
อารามหลายวันไม่กลับมาจนข้าเกือบจะให้ท่านแม่เจ้าไปรับกลับ
มาแล้ว จะได้พบเจ้าอาวาสชื่อหยวนสักหน่อยด้วย”
“บังเอิญจริงๆ ที่อาจารย์ออกพเนจรพอดี”
สะใภ้เซี่ยถูกละเลย ในใจนางจึงไม่สบอารมณ์ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ย
“บังเอิญออกไปพเนจรพอดีเชียว คงไม่ได้หาขออ้างมาปฏิเสธหรอก
นะ”
“อาสะใภ้รองเอ่ยอันใดออกมา” ฉินหลิวซีนิ่วหน้า “สำนักเต๋าใครก็ไป
ได้ ไปทำบุญถวายธูปเทียนก็ทำให้อารามเป็นที่นิยมมากขึ้น สำนัก
เต๋าที่ไหนบ้างจะไม่ต้อนรับคนมาทำบุญ”
สะใภ้เซี่ยสะอึกไปทันที
“อาสะใภ้รองจมูกไปโดนอันใดมาหรือเจ้าคะ” ฉินหลิวซียกมือขึ้น
เล็กน้อย สีหน้าท่าทางเป็นกังวล “ท่านบาดเจ็บตรงจมูก จะต้องระวัง
หน่อยแล้ว ข้าเห็นว่าจุดอิ้นถังกลางหว่างคิ้วของท่านดำคล ้า เร็วๆ นี้
จะโชคร้าย น่าจะเป็นเพราะบาดเจ็บที่จมูกนี่แหละ”
เปลือกตาของสะใภ้เซี่ยกระตุกทันที “เจ้าพูดเหลวไหลอันใด โชคร้าย
อันใด เจ้าแช่งข้าหรือ! ท่านแม่ ท่านดูนางสิ มีที่ไหนสาปแช่งผู้หลัก
ผู้ใหญ่อย่างนี้”
ฉินหลิวซีก้มหน้าท่าทางน้อยเนื้อต ่าใจ “ข้าติดตามอาจารย์มานาน
หลายปี แม้อาจารย์จะเอ่ยอยู่เสมอว่าข้าโง่เขลา แต่ต่อให้ข้าจะไม่ได้
ฝึกถึงขั้นปรมาจารย์ แต่โหงวเฮ้งง่ายๆ ข้าก็พอดูเป็น อาสะใภ้รองไม่
เชื่อก็ถือว่าข้าไม่ได้เอ่ยก็แล้วกัน”
จมูกเป็นแผล บริเวณหน้าผากหมองคล ้า ใบหน้าทะมึน ดวงตาไร้แวว
โหงวเฮ้งนี้บอกว่านางกำลังโชคร้ายแน่นอน
สะใภ้เซี่ยโกรธจนสั่นไปทั้งตัว ริมฝีปากนางสั่นระริก แต่กลับไม่
สามารถตอบโต้กลับไปได้ เพราะช่วงนี้นางโชคร้ายจริงๆ กำลังปัก
ดอกไม้อยู่ในห้องดีๆ ก็ถูกเข็มแทง เดินอยู่ดีๆ ก็เลี้ยวไปชนเก้าอี้
แม้แต่ดื่มน ้า นางก็ยังสำลักเอาเป็นเอาตาย
ดังนั้นคำพูดของฉินหลิวซีจึงแทงใจนางเข้าอย่างจัง หรือว่ามันจะเป็น
เรื่องจริง