คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 79 เกิดเป็นผีนี่มันลำบากจริงๆ
หลิงหรงไม่ได้รู้สึกไม่เชื่อคำพูดของฉินหลิวซี เพียงแค่กลิ่นอายที่
กระจายออกมาจากตัวฉินหลิวซี นางก็รู้แล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่
ธรรมดา นางบอกว่าเซี่ยฉี่คังจะอยู่ได้ไม่นานแล้ว คงไม่ได้พูดจาไร้
สาระอย่างแน่นอน
แม้ว่าหลิงหรงอยากจะฆ่าศัตรูคู่แค้นเพื่อบรรเทาความแค้นในใจ
ด้วยตนเอง แต่บุตรชายของนางก็ควรจะได้ไปเกิดใหม่ในที่ดีๆ
หลิงหรงหันไปมองฉินหลิวซีและโค้งคำนับ “ปรมาจารย์ ข้าจะไม่
ฆ่าเขา แต่ข้าจะต้องได้เห็นเขาตายด้วยตาของข้าเองจึงจะวางใจ
หลังจากที่เขาตายไปแล้ว ท่านปรมาจารย์ได้โปรดส่งข้าและบุตรชาย
ไปปรโลกได้หรือไม่”
“ได้สิ” ฉินหลิวซีเอ่ย “เช่นนั้นท่านก็อย่าได้เข้าใกล้เขามาก
เกินไป สะใภ้โจวผู้นั้นได้รับผลกระทบจากไอแค้นของท่าน โชคไม่ดี
ไปด้วย นางโง่เขลาก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่นางก็แค่คนตาบอดที่ถูกปิดหู
ปิดตาถูกหลอกลวงคนหนึ่งเท่านั้น ท่านก็สงสารนางหน่อยเถิด”
หลิงหรงพึมพำ “ปรมาจารย์สงสารนาง ไยไม่บอกนางให้รู้ธาตุแท้
ของเซี่ยฉี่คัง”
“เมื่อครู่ข้าก็พูดไปแล้วมิใช่หรือ นางจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของ
นาง” ฉินหลิวซีเอ่ย “ไม่ต้องไปสนใจสะใภ้โจว เซี่ยฉี่คังตายไปแล้ว
ภรรยานอกบ้านผู้นั้นย่อมพาบุตรชายมานับญาติทวงทรัพย์สินมรดก
พอถึงตอนนั้นนางก็คงไม่เสียใจที่สามีตายไปหรอก ต้องคอยรักษา
สมบัติของตนไว้มากว่า”
โหงวเฮ้งของสะใภ้โจวผู้นั้นก็นับว่าเป็นคนเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งคน
หนึ่ง เสียใจแค่ไม่นาน คนก็ตายไปแล้ว ตนเองก็ยังอายุไม่มาก ไม่
นานก็จะลืมเลือนไปได้เอง
มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะมอบความรักให้กับคนตายที่หลอกลวง
ตนเองได้
หลิงหรงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่เอ่ยอะไรอีกต่อไป เพียงโค้งคำนับให้
ฉินหลิวซีแล้วเตรียมจากไป
“อย่ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในโรงพักม้านี้เลย อย่างไรสถานที่นี้ก็มี
พลังของทางการคอยปกปักษ์รักษาอยู่ พวกท่านอยู่นานไปย่อมไม่ดี
ต่อตนเอง อีกอย่างไอแค้นของพวกท่านก็จะส่งผลต่อร่างกายของทุก
คน ทำให้โชคร้ายด้วย” ฉินหลิวซีโบกมือ “ไปๆ ห้องของข้าทั้งหนาว
และเหม็นคาว ข้ายังต้องไล่กลิ่นก่อนจะเข้านอนอีก”
หลิงหรงที่ถูกรังเกียจอย่างแรง “!”
นางดมกลิ่นบนร่างกายของตนอย่างเขินอาย “จมอยู่ใต้ทะเลสาบ
มาเป็นสิบปี ท่านจะหวังให้ข้ามีกลิ่นหอมไม่ได้หรอก” เมื่อเห็นฉิน
หลิวซีเหลือบมองมา นางก็รีบเอ่ยทันที “ข้าไปเดี๋ยวนี้!”
กระซิกๆ เกิดเป็นผีนี่มันลำบากจริงๆ!
หลิงหรงหายวับไป
ฉินหลิวซีเรียกเฉินผีที่อยู่ข้างนอกเข้ามา
“คุณชาย นางไปแล้วหรือ” เฉินผีไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม
ร่างกายเขามีพลังหยางบริสุทธิ์และมีภูมิคุ้มกันต่อความชั่วร้าย
ทั้งหมด พวกผีต่างหากที่ต้องกลัวเขา เพราะเหตุนั้นฉินหลิวซีจึงไม่
ยอมให้เขาติดตามเข้ามาด้วย
“ไปแล้ว จุดธูป ไล่กลิ่น” ฉินหลิวซีเอ่ย
“ขอรับ” เฉินผีหยิบกล่องยาวใบหนึ่งออกมาจากห่อสัมภาระ
หยิบธูปออกมาจุดก้านหนึ่งพร้อมกับถามนางถึงความแค้นระหว่างผี
สาวกับชายใกล้ตายผู้นั้น
ฉินหลิวซีหาว “จะมีอะไรได้ ก็แค่บทละครล้าสมัย ไม่มีอะไรใหม่”
นางเอ่ยสั้นๆ เช่นนั้น เฉินผีก็หมดความสนใจแล้ว “ดูไม่ออกว่า
เซี่ยซิ่วไฉผู้นั้นจะหน้าเนื้อใจเสือเช่นนี้”
“ดูคนจะดูกันแต่ภายนอกไม่ได้ การมองเรื่องราวต่างๆ ก็
เหมือนกัน บางคนหน้าตาดีแต่อาจไม่ใช่คนดี คนที่หน้าตาดูเผด็จ
การร้ายกาจก็อาจไม่ได้เลวร้ายเสมอไป” ฉินหลิวซีเอ่ย “ยกน ้ามาล้าง
หน้าล้างตาแล้วพักผ่อนกันเถอะ”
“อืม”
อีกด้านหนึ่ง อิงหนานและคนอื่นๆ ก็กำลังรับใช้เจ้านายของพวก
เขาเช่นกัน “ถึงจะเป็นเดือนแปดแล้ว แต่ปีก่อนๆ ก็ไม่ได้หนาวขนาด
นี้ หนาวยะเยือกเสียด้วย หั่วหลาง ท่านว่าใช่หรือไม่”
หั่วหลางส่ายศีรษะ “หนาวหรือ ข้าไม่รู้สึกนะ!”
“เจ้าไม่รู้สึกหรือ” ฉีเชียนหันไปมองเขาอย่างครุ่นคิด
“ใช่สิขอรับ หนาวตรงไหน ก็อุ่นดีอยู่นะ!”
ฉีเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถาม “เจ้าเอายันต์คุ้มครองที่ท่านหมอ
ฉินให้ไว้ตรงไหน”
หั่วหลางยิ้มพลางตบตรงหัวใจ “ของดีย่อมต้องเก็บไว้ใกล้ตัว ข้า
เก็บไว้ในถุงเงินใบเล็กแล้วสวมไว้ ค่อยมอบให้ภรรยาข้าตอนที่
กลับไปแล้ว เช่นนี้จะได้ไม่หาย”
ฉีเชียนอิจฉาตาร้อนอยู่บ้าง ยันต์คุ้มครองกายของหั่วหลางนี้
น่าจะช่วยป้องกันขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้เขาแล้ว!