คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 909 เรื่องมาหาถึงหน้าประตู
หลังจากฝังยันต์และหินหยกชิ้นสุดท้ายแล้ว มือร่ายคาถา ก้าว
เท้าตามรูปแบบ ค่ายอาคมเริ่มทำงาน
ฉินหลิวซียืนอยู่บนหลังคา มองดูโชคลาภจางๆ หลังจาก
รูปแบบฮวงจุ้ยก่อกำเนิดขึ้น ยกมุมปากเล็กน้อย
มีลมหายใจที่คุ้นเคยมาจากด้านหลัง นางรีบหลบหลีกการ
กระโจนเข้าใส่อย่างคล่องแคล่ว แล้วเตะกลับไป
“อ้า”
เฟิงซิวแปลงร่างทันที กลายเป็นร่างเดิมหมอบอยู่บนหลังคาอย่าง
ราบคาบ
เขาพลิกตัว เหลือบมองฉินหลิวซี “มีความเป็นคนบ้างหรือไม่
หากถูกเตะจนเป็นหมันจะทำอย่างไร”
“อย่างไรเสียก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว จะเป็นหมันหรือไม่ก็ไม่สำคัญ”
ฉินหลิวซีเอ่ยด้วยใบหน้าเย็นชา “นี่เป็นการเตือนให้เจ้ารู้ว่าอย่ามา
แตะต้องตัวข้า”
“ท่านจะไปเข้าใจอะไร นี่ช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่ง” เฟิงซิว
กระโดดขึ้นมา
“เหอะ”
เฟิงซิวเหลือบมอง กล่าวว่า “เหตุใดจึงได้มีความเมตตากรุณาอีก
แล้ว วางรูปแบบฮวงจุ้ยให้จวนนี้? หรือว่าติดความเมตตาของ
พระพุทธเจ้ามาจากวัดอวี้ฝอ”
“เจ้าหุบปากไปเถอะ!” ฉินหลิวซีมองดูจวนใหญ่ที่มีห้าทางเข้า
แห่งนี้ เอ่ย “สุดท้ายแล้วคนตระกูลฉินกับข้าก็เดินเส้นทางที่แตกต่าง
กัน เมื่อพวกเขาแข็งแกร่งด้วยตัวเองแล้วก็จะไม่เดือดร้อนข้า
ตลอดเวลา และข้าก็ไม่ต้องการมาช่วยเหลืออยู่บ่อยๆ”
อีกอย่าง หากนางไม่มีความสามารถที่จะช่วยขึ้นมาล่ะ
พึ่งพาผู้อื่นไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอดไป พึ่งพาใครก็ไม่สู้พึ่งพา
ตัวเอง
หากอยากผ่อนคลายเป็นอิสระ ก็ต้องผลักดันให้คนเหล่านี้
ทำงานหนักเพื่อความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับที่นางผลักดันให้เถิงเจา
เรียนรู้อย่างรวดเร็ว
เฟิงซิวสบถเบาๆ “ปากไม่ตรงกับใจ ข้าจะไม่เปิดเผยก็แล้วกัน”
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ข้าคิดถึงท่าน” เฟิงซิวโน้มตัวเข้าไป อยากจะกระซิบข้างหู
“ไม่รู้จักพูดก็ไสหัวไป!”
เฟิงซิวเบะปาก “ก็เบื่อๆ อยู่ไม่ใช่หรือ ท่านจะไปเมื่อไหร่ จะไม่ไป
วัดอวี้ฝอแล้วจริงๆ หรือ”
“อีกสองวันก็จะไปแล้ว ทางด้านวัดอวี้ฝอ ในใจท่านอาจารย์จิ้ง
ฉือรู้ดีอยู่แล้ว…” ขณะที่นางกล่าว จู่ๆ ก็หยุดไป เอ่ยว่า “เจ้าบอกมา
เถิดว่าเหตุใดถึงเอาแต่เร่งเร้าข้า”
“ผู้มีความสามารถควรทำงานให้มากไม่ใช่หรือ”
“เดี๋ยวนะ หรือข้าโง่ไปแล้ว!” รู้สึกเหมือนถูกคนล้างสมองเสียแล้ว
ต้องฆ่าซื่อหลัวให้ตาย!
ฉินหลิวซีสีหน้ามืดครึ้ม นี่มันไม่ปกติ นางมีใจกบฏมาตั้งแต่เกิด
จะเป็นคนดีได้อย่างไร!
“จริงสิ ตอนที่ข้ามาเมื่อครู่ เห็นจวนหนึ่งแปลกประหลาด
เล็กน้อย” เฟิงซิวขัดจังหวะความคิดของนาง
“แปลกอย่างไร อยู่ที่ไหน” ฉินหลิวซีอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
เฟิงซิวจับมือนาง ร่ายคาถา ทันใดนั้นก็ย้ายตำแหน่งมาที่หลังคา
เรือนหลังหนึ่ง
“ท่านดูเถิด เห็นได้ชัดว่าโชคลาภของบ้านหลังนี้เจริญรุ่งเรือง
มาก แต่ความเจริญรุ่งเรืองนี้มักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
ฉินหลิวซีหลับตาแล้วลืมขึ้นมาใหม่ ดวงตาทั้งสองข้างราวกับมี
แสงสีทองส่องผ่านไป เร็วจนคว้าเอาไว้ไม่ได้ เมื่อมองดู โชคลาภนี้
เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งจริงๆ
“เจ้าดูไม่ผิด ด้วยโชคลาภนี้ผู้ที่อาศัยอยู่เรือนนี้จะต้องมั่งคั่ง
ร ่ารวยสู่จุดสูงสุด อาชีพการงานรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา”
เฟิงซิวเอามือไขว้หลังพลางเอ่ย “แต่ข้ากลับได้ยินถึงความเย็น
ชาและความรังเกียจในคำพูดท่าน”
ฉินหลิวซีชี้ไปที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือ “เจ้าดูตรงนั้นสิ”
เฟิงซิวมองไปอย่างตั้งใจ ภายใต้ค ่าคืนอันมืดมิด เรือนที่เกือบจะ
ถูกห่อหุ้มด้วยพลังแห่งความเป็นมงคลสีทอง มีพลังสีดำจางๆ พลุ่ง
พล่านอยู่ในมุมตะวันตกเฉียงเหนือ
พลังงานสีดำนั้นแฝงไว้ด้วยความชั่วร้าย
“มันเป็นพลังงานชั่วร้าย” เฟิงซิวขมวดคิ้ว “นี่มันไม่ถูกต้อง เรือน
หลังนี้มีพลังงานสีทองเจริญรุ่งเรืองขนาดนี้ เหตุใดจึงได้มีพลังงานชั่ว
ร้ายจางๆ ซ ้ายังไม่ชัดเจนนัก”
“นั่นเป็นเพราะพลังงานมงคลสีทองนั้นแข็งแกร่งเกินไป
ครอบคลุมพลังงานชั่วร้ายนี้ จึงได้กดทับมันแต่ไม่ได้เป็นภัยคุกคาม
และอีกอย่าง บางทีทั้งสองอย่างนี้อาจเชื่อมโยงกัน”
เฟิงซิวตกตะลึง “เชื่อมโยงกันอย่างไร”
“บางทีพลังงานทั้งสองอาจเกิดจากสิ่งเดียวกัน” หรือคนเดียวกัน
เฟิงซิวขมวดคิ้ว ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรได้ กล่าวด้วยน ้าเสียงสังเวช “ยิ่ง
มีอำนาจมากเท่าไหร่ เรื่องสกปรกก็ยิ่งมีมากเท่านั้น ใจคนน่ากลัวยิ่ง
กว่าปีศาจเสียอีก”
ใครว่าไม่ใช่กันล่ะ
ฉินหลิวซีมองไปที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้นก็มองไปที่พลัง
มงคลสีทองอันแข็งแกร่งนี้ แสยะยิ้ม
นางไม่ได้ไปสำรวจว่าสิ่งที่อยู่ทางมุมตะวันตกเฉียงเหนือคืออะไร
ผู้คนในเมืองหลวงคาดเดาได้ยาก ในที่ที่มองไม่เห็นหลายแห่ง ไม่รู้ว่า
ซ่อนสิ่งสกปรกไว้มากมายแค่ไหน
สิ่งที่ฉินหลิวซีคิดไม่ถึงก็คือ นางไม่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่บาง
เรื่องนั้นจะมาหานางถึงที่
ในขณะที่กำลังเตรียมตัวบอกลาสะใภ้กู้และคนอื่นๆ คนเฝ้าประตู
ก็ยื่นส่งเทียบมาให้ บอกว่าใต้เท้าจั่วมาเยี่ยมพร้อมกับของขวัญ
มากมาย
เมื่อฉินหยวนซานเห็นมือวางอันดับหนึ่งผู้ซื่อสัตย์ของสำนัก
ผู้ตรวจการก็สับสนเล็กน้อย จำได้ว่าคนผู้นี้ก็เคยฟ้องร้องเขามาก่อน
เหตุใดจึงได้มาที่นี่
ดูเหมือนว่าตอนที่ฉลองวันเกิด ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนใน
ตอนนั้นไม่สามารถให้ของขวัญชิ้นใหญ่ได้ จึงได้รวบรวมเงินมอบ
ของขวัญราคาแพงให้ จึงได้ถูกฟ้องร้อง บอกว่าเขาอาศัยงานวันเกิด
รวบรวมเงิน ทำเอาเขาอับอายแทบตาย
ใต้เท้าจั่วเองก็อึดอัดเล็กน้อย แต่ข้างหลังความอึดอัดเป็นความ
สงบนิ่ง แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเอ่ยอย่างไม่น่าฟังก็คือ
ทั้งราชสำนักมีไม่กี่คนที่ไม่ถูกเขาฟ้องร้อง แม้แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็
ยังถูกเขายื่นฎีกา ฉินหยวนซานไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร
“ครั้งนี้ใต้เท้าจั่วมาหาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือ” ฉินหยวนซานดื่มชา
กับใต้เท้าจั่วสองสามอึกก็เริ่มเปิดประเด็นแล้ว
ใต้เท้าจั่วกล่าวว่า “ก็มาเพราะภรรยากับบุตรไม่เอาไหนของข้าผู้
นั้น ต้องขอบคุณที่ท่านเจ้าอาวาสน้อยช่วยเหลือ ครอบครัวจึงได้
รวมตัวกัน อ้อ ก็คือหลานสาวของท่าน”
เมื่อเขาพูดถึงหลานสาว ซ ้ายังมองฉินหยวนซานอย่างลึกซึ้ง
ทันใดนั้นก็รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง
ตระกูลฉินถูกยึดทรัพย์และเนรเทศ ความจริงยังไม่ถึงสองปีก็ได้
พลิกคดีกลับคืนสู่เมืองหลวงแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม
ซ ้ายังลดลงมาหนึ่งขั้นอยู่ที่ขั้นสี่ แต่นี่มันเร็วเกินไปแล้ว โชคดีเกินไป
แล้ว ราวกับมีคนอยู่เบื้องหลังคอยช่วยพวกเขาวางแผน
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ก็เพราะว่ามีคนดูแลเขาอยู่ข้างหลัง
ช่วยเหลืออย่างใจกว้าง ดังนั้นเรื่องพลิกคดีนี้ของเขาจึงได้เปิดประตู
ได้อย่างสะดวก การสืบสวนต่างๆ การหาตำแหน่งต่างๆ ล้วนเป็นไป
อย่างราบรื่น
โชคดีเพราะหลานสาว!
ใช่แล้ว ไม่มีความลับอะไรในเมืองหลวง ที่เฉิงเอินโหวและ
บุตรชายออกหน้าให้ฉินหยวนซาน ได้ถูกเผยแพร่โดยคนที่มีเจตนา
ดี อะไรที่ควรรู้ก็รู้ทั้งหมด และสิ่งที่อยากรู้ยิ่งกว่าก็คือหลานสาวคนโต
ของฉินหยวนซานผู้นั้นมีที่มาอย่างไร หรือว่าเฉิงเอินโหวจะถูกใจ
อยากได้นางหนูผู้นี้ไปเป็นลูกสะใภ้ของเขา?
แต่หลังจากที่สืบเกี่ยวกับตัวตนของฉินหลิวซี จึงได้รู้สึกตกใจที่
นางได้กระจายเส้นสายมากมายในเมืองหลวงอย่างเงียบๆ ราวกับตา
ข่ายขนาดใหญ่ ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าครอบคลุมทั้งเมืองหลวง แต่ละคนที่
ดึงออกมาล้วนทำให้หลายคนอิจฉาตาร้อนเป็นอย่างมาก หากบรรดา
องค์ชายเหล่านั้นรู้เข้า เกรงว่าจะยิ่งคิดมาก
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้ว่าฉินหลิวซีเป็นใคร ผู้ที่ไปสืบมาได้
ย่อมเป็นผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงและมีช่องทางข่าวสารของตัวเอง ใต้เท้า
จั่วก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่ที่เขามาไม่ใช่เพื่อเส้นสายของฉินหลิวซี ประการแรกมาเพื่อ
ขอบคุณ เนื่องจากภรรยาของเขาฟื้นแล้ว เมื่อเห็นบุตรชายแท้ๆ ที่
พลัดพรากกลับมาอยู่ข้างกาย ไม่ต้องใช้ยาก็หายได้จริงๆ หากไม่ใช่
เพราะนางนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน ร่างกายอ่อนแอเป็นอย่าง
มากก็จะตามมาแสดงความขอบคุณด้วย
ส่วนประการที่สองน่ะหรือ ความจริงแล้วใต้เท้าจั่วก็มาเพื่อคนอื่น
ด้วย อยากจะขอความช่วยเหลือจากฉินหลิวซี แน่นอนว่านี่นับว่าเป็น
ความหน้าหนาไร้ยางอาย
เมื่อฉินหยวนซานได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกชาเล็กน้อย ไม่แปลกใจเลย
ที่ก่อนหน้านี้ฉินหลิวซีบอกว่าให้คนไปที่ตระกูลจั่วแจ้งให้เขาเตรียม
ฟ้องร้องจอมเสเพลจวนฉังผิงปั๋วผู้นั้น ที่แท้บุตรชายของใต้เท้าจั่วผู้
นั้นก็เป็นนางที่ตามหากลับคืนมา!