คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 622 จวนตระกูลถัง
“อี๋ตู…”
หมิงเวยยืนบนหัวเรือ และพูดคำสองคำนี้เบาๆ บนกระดาษของนายท่านสามจากตระกูลหมิง วาดวงกลมเพียงแค่จุดเดียวในแคว้นฉู่ซึ่งก็คืออี๋ตู
แต่แผนที่ภูมิศาสตร์ที่สอดคล้องกันแสดงให้เห็นทิศทางของชีพจรมังกรอย่างชัดเจน เมื่อรวมกับคำพูดของเสวียนเฟย คนในตำหนักดวงดาวน่าจะทำเรื่องเดียวกันกับนาง คือการมองหาเจ้าแห่งใต้ หล้าคนใหม่
เช่นนั้นอี๋ตูก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่หรือ พวกเขากำลังมองหาผู้ใดกัน หมิงเวยขมวดคิ้วเล็กน้อยนางไม่ชอบพฤติกรรมของตำหนักดวงดาว
ดูจากนายท่านสามที่ซ่อนตัวอยู่ในตงหนิงปลุกระดมให้ฉีตงจวิ้นอ๋องก่อกบฏ ตั้งใจทำให้เกิดสถานการณ์วุ่นวาย มีร่องรอยการเคลื่อนไหวของพวกเขาในคดีของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องอีกด้วย วิธี ที่พวกเขาเลือกคือการทำลายสถานการณ์ก่อนจากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้น วิธีเช่นนี้จะต้องมาพร้อมกับการนองเลือด
เมื่อสถานการณ์วุ่นวายสิ่งที่ไร้อำนาจที่สุดก็คือชนชั้นล่างไม่ใช่หรือ ใต้หล้าที่ปรมาจารย์แห่งชีวิตปกป้องคือชีวิตของทุกคน บางทีการที่ใต้หล้าสงบสุขอาจมีราคาที่ต้องจ่าย แต่ช ชีวิตมนุษย์อยู่บนตราชั่งจะต้องดำรงตำแหน่งสำคัญ
สามารถหลีกเลี่ยงได้…
ดังนั้นแม้ว่าตำหนักดวงดาวจะมีจุดประสงค์เดียวกับนาง แต่หลักการที่พวกเขาสืบทอดมานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีทางเหมือนกันแน่นอน ตอนนี้นางเกิดจับพลัดจับผลูมาที่อี๋ตูก็ถือโอ อกาสสืบข้อมูลลับของตำหนักดวงดาวเสียเลย
เสวียนตูกวันเมื่อปีก่อนพวกเขาเลือกเสวียนเฟย แต่ผลกลับไม่เป็นดั่งที่คาดหวังไว้ เช่นนั้นพวกเขากำลังมองหาเป้าหมายใหม่งั้นหรือ หรือว่าคนผู้นั้นอยู่ที่อี๋ตูกัน
…………
หมิงเวยเดินตามฮูหยินผู้เฒ่าถังลงจากเรือ สมาชิกตระกูลถังรออยู่ที่ท่าเรือแล้ว จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางเข้าสู่เมืองอี๋ตูอย่างครึกโครม หมิงเวยเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของเมืองอี๋ ตูผ่านม่านหน้าต่าง
อี๋ตูเป็นเมืองน้ำ ไม่เพียงแต่หันหน้าเข้าหาคลอง แต่เส้นทางทางน้ำในเมืองยังเชื่อมต่อกันอีกด้วยตราบใดที่นั่งเรือลำเล็กก็สามารถเดินทางได้ทั่วเมือง
เสวี่ยอิงที่นั่งร่วมรถกับหมิงเวยยิ้ม “คุณหนูเจ็ดมาทางใต้เป็นครั้งแรกใช่หรือไม่เจ้าคะ ทิวทัศน์อี๋ตูของพวกเราต่างจากทางเหนืออย่างสิ้นเชิงเลยหรือไม่”
นางเป็นคนที่ฮูหยินผู้เฒ่าถังส่งมาให้อยู่รับใช้หมิงเวย นอกจากนางแล้วยังมีไห่เอี้ยนที่เป็นวรยุทธ์ด้วย
แคว้นฉู่ให้ความสำคัญกับชาติกำเนิดมากหมิงเวยที่เป็นถึงว่าที่หวางเฟยแห่งแคว้นฉีทำให้นางได้รับการปฏิบัติที่ดีพอสมควร
ในความเข้าใจของคนทางใต้ ถึงแม้หมิงเวยจะเป็นหวางเฟยจากแคว้นศัตรู ก่อนที่จะจัดการกับนางไม่ควรดูหมิ่นนางมากเกินไป นี่เป็นการเคารพในสถานะของนาง อีกทั้งเป็นการรักษาระบบการปกคร รองที่ขุนนางเป็นใหญ่ ดังนั้นการตัดสินใจเก็บนางไว้ฮูหยินผู้เฒ่าถังจึงให้เสวี่ยอิง และไห่เอี้ยนมาดูแลนาง
เสวี่ยอิงดูแลชีวิตประจำวันของนาง ส่วนไห่เอี้ยนนั้นมีหน้าที่เฝ้าติดตามนาง
ปฏิบัติต่อกันดีอย่างไรก็เป็นคนจากแคว้นศัตรู
หมิงเวยไม่สนใจตอนนี้นางสูญเสียกำลังภายในไปแล้ว และตระกูลถังก็คงไม่คิดจะช่วยรักษานาง นางก็คงไม่สามารถทำอะไรได้มีคนมากมายคอยเฝ้าระวังแล้วอย่างไรล่ะ
“ก็แตกต่างกันจริงๆ เดิมทีคิดว่าความเจริญรุ่งเรืองคงมีแค่ที่หยุนจิงเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าอี๋ตูจะมีชีวิตชีวาเพียงนี้” หมิงเวยมองเส้นทางน้ำอย่างละเอียดด้านข้างมีร้านขายของเล็ กๆ ทั้งร้านขายดอกไม้ ร้านขายผ้าไหม ร้านขายขนม…มีอยู่มากมายเต็มไปหมด
เสวี่ยอิงยิ้ม “อี๋ตูไม่เท่าไรเจ้าค่ะจิงตูจะคึกคักกว่านี้! ที่นั่น…” นางอธิบายบรรยากาศ และผู้คนที่นั่นอย่างสมจริงสมจัง หมิงเวยตั้งใจฟังอย่างจริงจังพยักหน้าเป็นครั้งคราว และพ พูดถึงสิ่งที่สอดคล้องกันในหยุนจิง
ทั้งสองคุยกันอย่างมีความสุข ไห่เอี้ยนสาวใช้อีกคนนั่งเงียบๆ มองหมิงเวยเป็นระยะ แต่ก็ไม่พูดอะไร
………..
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงจวนตระกูลถัง รถม้าเคลื่อนเข้าไปจอดด้านใน ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหยุดลงเพื่อเปลี่ยนไปนั่งเกี้ยวแทน เมื่อเท้าแตะพื้นรอบกายถูกล้อมไปด้วยกำแพงสีขาว และทิวทัศน น์สีสันงดงาม
สตรีงดงามผู้หนึ่งเดินนำกลุ่มเด็ก และสตรีทำความเคารพ ฮูหยินผู้เฒ่าถังลงจากเกี้ยวแล้วพวกนางก็เดินเข้ามาคำนับอย่างเป็นระเบียบ หมิงเวยไม่นับเป็นแขก ดังนั้นจึงไม่เดินมาข้างหน้ า แต่คอยดูอยู่ห่างๆ
รอจนพวกนางทักทายฮูหยินผู้เฒ่าถังเสร็จ ทางเสวี่ยนอิงที่พูดคุยเสร็จก็เดินมาเรียกนาง “คุณหนูเจ็ดเชิญตามบ่าวมาเจ้าค่ะ”
หมิงเวยถามอย่างเป็นกันเอง “คนเมื่อครู่เป็นฮูหยินตระกูลไหนหรือ”
เสวี่ยอิงตอบ “เป็นฮูหยินใหญ่ของพวกเราเจ้าค่ะ”
ตอนนี้ตระกูลถังอยู่ในอำนาจ บุตรชายคนโตของฮูหยินผู้เฒ่าถังที่ได้รับสืบทอดตำแหน่งไต้กั๋วกง
ฮูหยินใหญ่ผู้นั้นก็คงเป็นฮูหยินกั๋วกงสินะ นางน่าจะห้าสิบปีแล้วใช่หรือไม่ นางดูแลตัวเองได้ดีเป็นอย่างมาก หมิงเวยไม่ถามอะไรอีกแล้วตามเสวี่ยอิงไปที่เรือนรับรองแขกเงียบๆ
นางไม่ได้ติดต่อกับจี้เสียวอู่เลย ทุกคนให้ความสำคัญกับชนชั้นสูงต่ำ นับตั้งแต่ได้เรียนรู้ถึงสถานะของนางจี้เสียวอู่ก็ถูกตระกูลถังละเลย
เมื่อเทียบกับว่าที่หวางเฟยแห่งแคว้นฉีพี่ห้าที่ไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการจึงไม่ควรค่าที่จะกล่าวถึง หมิงเวยไม่ได้ถามอะไร แต่แน่ใจคิดว่าเขาเดินทางมากับตระกูลถังด้วย
ตระกูลถังให้ความสนใจกับนางมากขึ้นจี้เสียวอู่ก็จะปลอดภัยยิ่งขึ้น
อีกด้านหนึ่งฮูหยินผู้เฒ่าถังไปพบลูกหลานเสร็จแล้ว ฮูหยินใหญ่ถังก็รายงานเรื่องต่างๆ ภายในเรือน
ฮูหยินผู้เฒ่าถังโบกมือ “ตอนนี้เจ้าเป็นคนดูแลจวนไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้กับข้าหรอก”
ฮูหยินใหญ่ยอบตัวลงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ส่วนงานมงคลของน้องสิบ สะใภ้กลัวว่าจะประมาทเลินเล่อเลยอยากขอคำชี้แนะจากท่านแม่เจ้าค่ะ”
“เจ้าทำตามปกติได้เลย”
“เจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังถาม “เมื่อไรเอ้อร์หลางจะมาถึง”
ฮูหยินใหญ่ตอบอย่างระมัดระวัง “เด็กคนนี้ทำตามใจตนเองเสมอ จดหมายครั้งล่าสุดบอกเพียงแค่ว่าจะกลับมา แต่ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอนเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังพูด “เจ้าเป็นมารดาเขาควรใส่ใจเขามากกว่านี้ เจ้ามักจะพูดว่าเขาไม่บอกอะไรเจ้า เป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกอ่อนแอเกินไปหรือเปล่า เจ้าเป็นมารดาจะไปโกรธอะไรลู กกันเจ้าส่งจดหมายให้มากหน่อย และคอยย้ำเตือนเขา มีหรือที่เขาจะไม่บอก”
ฮูหยินใหญ่ก้มหน้ารับฟัง “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
“ต้าหลาง เอ้อร์หลางล้วนเป็นบุตรของเจ้า เจ้าจะสนใจแต่ต้าหลางไม่ได้…”
นางพูดไปแค่นั้นก็นึกขึ้นได้ก็รู้สึกเบื่อหน่าย นางพูดเรื่องนี้ไปแล้วไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แล้วได้ผลหรือไม่ ลูกสะใภ้คนนี้พูดในสิ่งที่นางควรทำ แต่ทัศนคติของนางที่มีต่อ เอ้อร์หลางไม่เคยดีขึ้นเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าถังหยุด และถามอีกครั้ง “เรื่องการแต่งงานของเอ้อร์หลาง ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้หรือ”
พอพูดถึงเรื่องนี้ฮูหยินใหญ่ยิ่งรู้สึกคับข้องใจ
“ท่านแม่ สะใภ้ไม่รู้ว่าอะไรเรียกว่าเหมาะสมแล้วเจ้าค่ะ หลายปีมานี้เลือกคุณหนูให้ไว้หลายคน แต่ไม่เข้าตาเขาเลยสักคน เขาอายุเท่านี้แล้วแม้จะแต่งงานกับซิ่วอี๋ผู้นั้นสะใภ้ก็ย ยอมรับ แต่เขากลับปฏิเสธ”
เรื่องนี้ฮูหยินผู้เฒ่าถังทราบเป็นอย่างดีจึงทำได้เพียงกำชับ “เจ้าถามเขาให้มากกว่านี้ว่าเขาชื่นชอบสตรีแบบใด สถานะทางครอบครัวไม่สำคัญ ส่วนซิ่วอี๋…”
นางชะงักไปแล้วพูดต่อว่า “อย่ากังวลไป หากเขาชอบพอนางจริงคงพูดไปนานแล้ว ไม่ยืดยาวจนถึงตอนนี้หรอก”
“เจ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่คิดในใจ บอกว่านางลำเอียงแล้วฮูหยินผู้เฒ่าไม่เคยลำเอียงหรือ ผู้ใดก็รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าให้ความสำคัญกับความเป็นตระกูลเก่าแก่อันสูงศักดิ์มากที่สุด ในครอบคร รัวไม่ว่าผู้ใดก็ตามเมื่อถึงคราวแต่งงานต้องเลือกที่สถานะ แต่พอถึงคราวของ เอ้อร์หลางนางบอกว่าไม่สำคัญ
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้นางเห็นสตรีงดงามเมื่อครู่จึงถามไปว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ผู้ที่ร่วมเดินทางมากับท่านเป็นคุณหนูตระกูลไหนหรือเจ้าคะ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นผู้ใดพูดถึง”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังตอบ “เป็นแม่นางที่ช่วยชีวิตไว้ได้เมื่อคืนที่มาค่อนข้างแปลก เห็นว่าเป็นคู่หมั้นของเยวี่ยอ๋องแห่งแคว้นฉี นางถูกซิ่วอี๋ลักพาตัวมา”
“อะไรนะเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่ตกใจ “ในเมื่อเป็นคนจากแคว้นศัตรู เหตุใดท่านแม่ถึงเก็บนางไว้ข้างกายอันตรายมากเลยนะเจ้าคะ!”
ไป่หลิงที่เข้ามารินชาตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ฮูหยินใหญ่คงไม่ทราบ คุณหนูเจ็ดเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ พวกเราเห็นกับตาว่านางสามารถรักษาอาการนอนไม่หลับของฮูหยินผู้เฒ่าได้เจ้าค่ะ!”
………….