คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 621 รั้งไว้
เมื่อเห็นสภาพพ่อบ้านจี๋ฮูหยินผู้เฒ่าถังหันศีรษะ และดุสาวใช้ “พวกเจ้ายืนนิ่งอยู่ทำไมไปเรียกหมอมาสิ!”
พ่อบ้านจี๋รีบพูด “ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าน้อยไม่เป็นอะไรขอรับแค่ตามประสาคนแก่เลยเคลื่อนไหวไม่สะดวกชั่วขณะขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังมีท่าทีอ่อนโยน “ให้หมอดูหน่อยเถอะ รู้ว่าตัวเองแก่แล้วอย่าฝืนเกินไป”
พ่อบ้านจี๋รู้สึกซาบซึ้งมาก “ขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าที่ห่วงใยขอรับอีกสักครู่ข้าน้อยจะไปให้หมอดู” ฮูหยินผู้เฒ่าถังพยักหน้า และมองไปที่เวินซิ่วอี๋
เวินซิ่วอี๋มือไม้อ่อน เรื่องยุทธภพนางจัดการได้ง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่การสื่อสารกับชนชั้นสูงนั้นรู้สึกเป็นเรื่องยากมากไม่อย่างนั้นเวลาผ่านไปนานเพียงนี้นางคงเอาใจฮู หยินผู้เฒ่าถังได้แล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าถังถอนหายใจแล้วพูดว่า “แม่นางซิ่วอี๋ เกิดอะไรขึ้นกันแน่เจ้าบุกเข้ามาแล้วอ้าปากพูดแต่สตรีชั่ว เสียมารยาทกับเจ้าบ้านมาก”
“ข้า…” เวินซิ่วอี๋อึกอักไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
ไป่หลิงรีบฉวยโอกาสนี้พูดว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ! บ่าวพูดเองเจ้าค่ะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังพยักหน้า “พูดมา”
ไป่หลิงสมชื่อ นางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ด้วยน้ำเสียงดังชัดเจน
“ตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่าพักผ่อนอยู่ บ่าวกับคุณหนูเจ็ดเฝ้าประตูอยู่ด้านนอก แล้วจู่ๆ แม่นางซิ่วอี๋ก็บุกเข้ามาบอกว่าคุณหนูเจ็ดเป็นนักโทษของนาง แล้วยังบอกอีกว่าคุณหนูเจ็ดไม่สาม มารถรักษาอาการให้หายขาดได้จะต้องทำอะไรบางอย่างกับฮูหยินผู้เฒ่าแน่ๆ เจ้าค่ะ…”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังยิ่งฟังยิ่งเลิกคิ้ว “คุณหนูเจ็ดหรือ”
หมิงเวยผละออกจากพ่อบ้านจี๋นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำความเคารพ จากนั้นก็ตอบไปว่า “ข้าน้อยปิดบังตัวตนเพราะไม่สะดวกจะพูดออกไป ถึงข้าน้อยเป็นชาวแคว้นฉี แต่ต้องการตอบแทนพระคุณของฮ ฮูหยินผู้เฒ่าด้วยความจริงใจ เดิมทีข้าน้อยคิดว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อตอบแทนความเมตตานี้ และไปจากที่นี่กับพี่ชายคิดหาวิธีกลับแคว้นฉี แต่ไม่คิดว่าคุณหนูเวินจะมาเร็วเพียง งนี้…”
นางยิ้มอย่างหมดหนทาง “เรื่องที่เป็นชาวแคว้นฉีข้าน้อยไม่มีทางเลือก อีกทั้งได้หมั้นหมายกับเสียนอ๋องถูกคุณหนูเวินมองเป็นศัตรู ข้าน้อยก็ไม่มีอะไรจะ อธิบาย แต่ข้าน้อยรับรองได ด้ว่าความจริงใจที่อยากตอบแทนนั้นไม่ใช่ของปลอมแน่นอน อีกทั้งเมื่อครู่ข้าน้อยก็ไม่ได้ใช้กลอุบายใดๆ…”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังนอนหลับฝันดีรู้สึกสบายตัวมากกว่าที่เคยอีกทั้งนางมีความรู้สึกดีๆ อยู่ในใจยิ่งได้ยินนางพูดเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า
“เมื่อครู่ข้าหลับสบายมาก คุณหนูเจ็ดไม่ได้ใช้อุบายใดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกพวกเจ้าปลุกก็คงหลับไปได้สักสองชั่วยาม”
ไป่หลิงได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจมาก “วิธีของคุณหนูเจ็ดได้ผลจริงๆ ฮูหยินผู้เฒ่า ดูสิเจ้าคะ…”
วิธีกดจุดแบบง่ายๆ ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลับสบายเช่นนั้นหากให้นางรักษาอาการ ไม่แน่ว่าอาจจะรักษาหายก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นจะปล่อยให้คุณหนูเจ็ดจากไปไม่ได้เด็ดขาด!
แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังหันไปมองหมิงเวย
พ่อบ้านจี๋ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “คุณหนูเจ็ด ข้าน้อยขอเชิญท่านไปเป็นแขกที่จวนตระกูลถังได้หรือไม่ขอรับ”
หมิงเวยยิ้ม “ใจจริงก็อยากอยู่ แต่คงยาก สถานการณ์ของข้าน้อยในตอนนี้ หากจากฮูหยินผู้เฒ่าไปเกรงว่าคุณหนูเวินคงรีบจับกุมข้าทันทีเพื่อชีวิตของข้าน้อยแล้วถึงพ่อบ้านจี๋ไม่พูดข ข้าน้อยเองก็คิดจะขอหลบภัยกับฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ”
เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมามากก็คืออยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าถังเป็นที่พึ่งพิง
อย่างไรก็ตามฮูหยินผู้เฒ่าถังได้ยินกลับไม่ได้ไม่พอใจแม้แต่น้อย แม่นางผู้นี้ไม่คิดปิดบัง มีนิสัยชอบธรรมสมควรแล้วที่ได้เป็นสะใภ้ที่ได้รับเลือกจากราชวงศ์แคว้นฉี อีกอย่างนางที่เ เป็นห่วงชีวิตตนเองก็ควรพยายามรักษาฮูหยินผู้เฒ่าถังให้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ
เวินซิ่วอี๋เห็นว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้องก็รีบพูดออกไปว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ นางไม่ใช่สตรีอ่อนแออะไร! สตรีผู้นี้เป็นวรยุทธ์ รู้เคล็ดวิชา เก็บนางไว้ข้างกายท่านมันอันตรายเ เกินไป!”
“จริงหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าถังแปลกใจมากแล้วมองหมิงเวยด้วยสายตาสงสัย
หมิงเวยพยักหน้าเงียบๆ แล้วตอบว่า “ข้าน้อยเคยเรียนวรยุทธ์จริงๆ เจ้าค่ะ แต่ตอนที่ถูกคุณหนูเวินจับตัวมาได้ถูกนางทำลายวรยุทธ์ไปแล้ว ตอนนี้จึงสูญเสียวรยุทธ์อย่างสมบูรณ์ อีกทั้ง งยังมีอาการบาดเจ็บภายในไม่อย่างนั้นเมื่อคืนคงหนีลอยนวลไปได้แล้วจะรอให้คุณหนูเวินมาหาทำไมหรือเจ้าคะ”
ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าถังมีสาวใช้ที่เป็นวรยุทธ์อยู่ ไป่หลิงพูดทันทีว่า “ไปเรียกไห่เอี้ยนมา” มีสาวใช้ตอบรับแล้วรีบวิ่งออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่งสาวใช้ที่ดูแข็งแรงรูปร่างสูงรีบวิ่งเข้ามาคำนับ
“ฮูหยินผู้เฒ่า”
ไป่หลิงชี้ไปทางหมิงเวย “ไห่เอี้ยน เจ้าไปตรวจดูหน่อยว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้สูญเสียวรยุทธ์ และมีอาการบาดเจ็บภายในจริงหรือไม่”
“เจ้าค่ะพี่ไป่หลิง” ไห่เอี้ยนเดินวนรอบกายหมิงเวยสองรอบจากนั้นสัมผัสชีพจรเพื่อตรวจสอบ นางตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า แม่นางผู้นี้สูญเสียวรยุทธ์แล้วจริงๆ เ เจ้าค่ะ อาการบาดเจ็บภายในค่อนข้างหนัก”
“เช่นนั้นนางสามารถทำร้ายผู้ใดได้หรือไม่”
ไห่เอี้ยนตอบ “ก็แค่คล่องแคล่วกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
ไป่หลิงพอใจมาก นางเหลือบมองเวินซิ่วอี๋ และพูดว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ ในเมื่อคุณหนูเจ็ดไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปให้นางอยู่ด้วยคงไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ!” เวินซิ่วอี๋รู้สึกสิ้นหวัง “นางอันตรายจริงๆ นะเจ้าคะ บางครั้งการสังหารคนไม่จำเป็นต้องใช้วรยุทธ์ก็ได้”
ไห่เอี้ยนตอบเสียงเรียบเฉย “มีบ่าวอยู่ด้วยจะไม่ยอมให้คนอื่นทำร้ายฮูหยินผู้เฒ่าแน่นอนเจ้าค่ะ”
“เจ้า…”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คุณหนูเจ็ด แม้เจ้าจะเป็นคุณหนูในห้องหอ แต่ก็เป็นชาวแคว้นฉี ในเมื่อพวกเรารู้ความจริงแล้วคงไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยเจ้าไปตอนนี้เจ้ากล ลับไปกับพวกเราเถอะ”
หมิงเวยยิ้มบางๆ แล้วก้มหน้าตอบ “ขอบพระคุณฮูหยินผู้เฒ่าที่เมตตาเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะพยายามตอบแทนความเมตตาของท่านอย่างเต็มที่”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ!” เวินซิ่วอี๋ยังคงต้องการเถียง
ฮูหยินผู้เฒ่าถังพูดตัดบทนาง “เอาล่ะ เจ้าเป็นคนจับนางกลับมาไม่ใช่เพราะต้องการให้เอ้อร์หลาง[1]เป็นคนจัดการหรือ อีกไม่กี่วันเขาก็กลับมาแล้ว คุณหนูหมิงยกให้ข้าเป็นคนจัดการช ชั่วคราว เมื่อถึงตอนนั้นค่อยถามเอ้อร์หลางก็ได้”
“แต่ว่า…”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วถามพ่อบ้านจี๋ “เดินทางตอนนี้ยังทันหรือไม่ วันนี้จะถึงอี๋ตูหรือเปล่า”
พ่อบ้านจี๋ตอบ “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า เรือได้เตรียมไว้แล้วขอรับ หากออกเดินทางตอนนี้น่าจะไปถึงเมืองอี๋ตูในตอนกลางคืน”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังพยักหน้า “เช่นนั้นก็อย่ารอช้าพวกเรากลับกันเถอะ”
“ขอรับ”
เวินซิ่วอี๋มองดูฮูหยินผู้เฒ่าถัง และคนอื่นๆ เก็บของออกจากเรือน แน่นอนว่าหมิงเวยต้องติดตามข้างกายนางไปด้วย ทั้งหมดเดินทางออกจากเรือน และขึ้นเรืออย่างราบรื่น
ฉือชิ่งมาถึงท่าเรือก็เห็นเวินซิ่วอี๋นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่ท่าเรือด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้
“ซิ่วอี๋ ท่านเรียกข้ามาทำไม”
“ไม่ต้องไปหาแล้ว” เวินซิ่วอี๋พูดด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัว
ฉือชิ่งเลิกคิ้ว “ทำไมกัน ไม่สนใจพวกเขาแล้วหรือ”
“หาเจอแล้ว”
ฉือชิ่งประหลาดใจ “พวกเขาอยู่ที่ใด”
เสียงของเวินซิ่วอี๋มืดมนมากขึ้น “ตระกูลถัง!”
“ที่แท้ก็ถูกตระกูลถังจับไปงั้นหรือ” ฉือชิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็รู้สึกสับสน “แล้วท่านเป็นอะไรจับได้แล้วเหตุใดถึงไม่ดีใจเลย”
จู่ๆ เวินซิ่วอี๋ก็ลุกขึ้นสีหน้าของนางโกรธจัดจากนั้นก็ชก และเตะต้นไม้ใหญ่
“ดีใจงั้นหรือ ดีใจกับผีสิ! ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถึงรังเกียจข้า แต่พอเจอสตรีผู้นั้นเหตุใดถึงได้ทำดีกับนาง เพราะชาติกำเนิดหรือ ข้าเป็นชาวยุทธภพ ข้าต่ำ ำต้อย ส่วนนางเป็นคุณหนูจากตระกูลที่สูงศักดิ์ นางสูงส่ง! แม้ว่านางจะเป็นศัตรู แม้ว่าข้าจะทำทุกอย่างมากมายเพื่อตระกูลถัง! เพราะเหตุใดกัน!”
เวินซิ่วอี๋ถึงกับหลั่งน้ำตา
……………
[1] เอ้อร์หลาง : หมายถึงคุณชายรองตระกูลถัง