คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 624 สาเหตุภายนอก
ฮูหยินใหญ่ฟังพวกเขาพูดคุยกัน “เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก วันนี้แม่ดีขึ้นมากแล้ว อายุมากแล้วนอนไม่เต็มอิ่มเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”
“ท่านแม่บอกว่าผู้ที่ช่วยชีวิตได้ระหว่างทางคือคุณหนูหมิงใช่หรือไม่ขอรับ นางมาลำบากในต่างแดน ช่างน่าสงสารมาก…”
“เฮ้อ…ท่านแม่อย่าคาดหวังมากเกินไปเลย นางเป็นแค่เด็กสาวถึงจะเคยเรียนวิชาการแพทย์มาจะมาเชี่ยวชาญเท่าท่านหมอได้อย่างไร”
“ได้ๆๆ แม่ฟังเจ้า แต่เรียกให้นางมาดูอาการก่อนเถอะแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับแม่ที่จะได้เห็นวันนั้นที่เจ้าแต่งงาน เห็นคุณหนูเหลียงเข้ามาเป็นครอบครัวแล้ว”
เย็นวันนั้นหมิงเวยได้ออกจากเรือนรับรองแขกมาอยู่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าถัง
เป็นเวลาสองวันท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าถังกลับมาไม่สดชื่นอีกครั้ง ฮูหยินใหญ่ยืนอยู่ด้านข้าง หมิงเวยเห็นเงาหนึ่งแวบผ่านช่องว่างน่าจะเป็นบุรุษวัยเยาว์
หลังจากคารวะเสร็จแล้วฮูหยินใหญ่ก็เรียก “คุณหนูเจ็ด”
ฮูหยินใหญ่พูด “ได้ยินว่าท่านคอยให้ความช่วยเหลือตลอดทางเพื่อให้ฮูหยินได้พักผ่อนอย่างสงบครั้งนี้ท่านช่วยอีกครั้งได้หรือไม่”
หมิงเวยยิ้ม “ฮูหยินใหญ่ไม่ต้องเกรงใจ ฮูหยินผู้เฒ่าได้ช่วยชีวิตข้าไว้ อย่างไรก็ต้องตอบแทนเจ้าค่ะ”
ฮูหยินใหญ่ เหลือบมองบอกให้สาวใช้ยกน้ำมา หมิงเวยล้างมือแล้วพูดเสียงอ่อนโยนว่า “ฮูหยินผู้เฒ่านอนลงเถอะเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังทำตามแล้วตบมือนางเบาๆ “รบกวนเจ้าแล้ว”
หมิงเวยยิ้มบางๆ “เป็นเรื่องสมควรแล้วเจ้าค่ะ”
นางวางมือซ้อนกันแล้วทำท่าทางจากนั้นวางลงบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าถังแล้วกดเบาๆ ไป่หลิงจ้องตาไม่กะพริบจับจ้องการเคลื่อนไหวของนาง สองมือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังขยับท่าทางตาม
จู่ๆ หมิงเวยก็พูดขึ้นว่า “ตั้งใจดู มือต้องกดจุดฝังเข็มทั้งหกพร้อมกันแบ่งเป็น…”
ไป่หลิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเห็นสายตาของนางเหลือบมองมาทางนี้ก็แน่ใจแล้วว่านางพูดกับตนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก “คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ บ่าวไม่ได้ตั้งใจลอกเลียน…”
หมิงเวยยกนิ้วขึ้นทำท่าทางบอกให้อีกฝ่ายเงียบแล้วมองไปยังฮูหยินผู้เฒ่าถัง
ไป่หลิงเงียบปากทันที หมิงเวยยังคงกดจุดต่อนางกดไปอธิบายไปด้วย นางอธิบายอย่างละเอียด หากทำตามนี้ก็สามารถเรียนรู้การกดจุดได้อย่างราบรื่น ด้วยเสียงที่นุ่มนวล และนิ้วที่อ่อนโยน ฮูหยินผู้เฒ่าถังก็ผล็อยหลับไป ฮูหยินใหญ่ที่ดูอยู่ข้างๆ รู้สึกแปลกใจ
คุณหนูเจ็ดผู้นี้ไม่รู้หรือว่าความเป็นความตายของนางอยู่ในมือของตระกูลถัง ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าต้องการใช้นางถึงได้ผ่อนปรนกับนาง หากสอนไป่หลิงไปนางก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว
หมิงเวยทำราวกับว่าไม่รู้อะไรนางเช็ดมือให้สะอาดแล้วพูดว่า “พี่สาวลองไปใช้กับผู้อื่นดูก่อน ฝึกฝนให้คุ้นชินดูสักสองรอบก็จะจำตำแหน่งจุดฝังเข็มได้แม่นยำแล้ว”
ไป่หลิงขอบคุณนาง “…บ่าวจะตั้งใจฝึกฝนเจ้าค่ะ”
หมิงเวยมองฮูหยินผู้เฒ่าถังที่นอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว นางหายใจตื้นขึ้น และหลับลึกไปแล้ว หมิงเวยเห็นสัญญาณจากฮูหยินใหญ่ก็เดินตามออกจากห้อง
“ขอบคุณคุณหนูเจ็ดมาก”
หมิงเวยยิ้ม “เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะ เทียบไม่ได้กับพระคุณของฮูหยินผู้เฒ่า”
ท่าทีแสนสุภาพนี้ฮูหยินใหญ่ฟังก็นึกถึงคำพูดของไป่หลิงจึงถามอย่างระมัดระวัง “ก่อนหน้านี้คุณหนูเจ็ดบอกว่านี่เป็นเพียงการบรรเทาอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นมีวิธีรักษาให้หายขาดหรือไม่”
“มีเจ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่ตาเป็นประกาย “วิธีอะไรหรือ”
“ต้องค้นหาสาเหตุของฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ”
ฮูหยินใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็พูดเสียงเศร้า “คุณหนูเจ็ดคงไม่ทราบพวกเราเคยลองมาแล้ว แต่ไม่เป็นผล”
“นั่นเป็นเพราะพวกท่านไม่พบทิศทางที่ถูกต้องเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางแน่วแน่มากจนฮูหยินใหญ่ไม่สามารถพูดค้านอะไรได้เลย
นางทำได้แค่ถามว่า “หมายความว่าอะไรหรือ” หมิงเวยเอี้ยวตัวหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าถังที่อยู่ภายในห้อง
ในสายตาของนางฮูหยินผู้เฒ่าถังที่กำลังหลับอยู่นั้นถูกปกคลุมไปด้วยไอสีดำอ่อนๆ “พวกท่านเคยคิดบ้างหรือไม่เจ้าคะ ว่าที่มาของฝันร้ายนี้อาจเกิดจากสาเหตุภายนอก”
ฮูหยินใหญ่ตกใจ สาเหตุภายนอกหมายความว่าอย่างไร ฝันร้ายไม่ใช่เพราะมีเรื่องในใจหรอกหรือ “ฝันร้ายมาจากภูติผีซึ่งเกิดมาจากความแค้นเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดเบาๆ
ฮูหยินใหญ่ก้าวถอยหลังจนเกือบตกบันไดโชคดีที่คว้าเอาไว้ทัน
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงนุ่มนวลของบุรุษดังขึ้น “คุณหนูเจ็ดเห็นอะไรมาหรือถึงได้พูดเช่นนั้น”
หมิงเวยหันไปมองตามเสียงเห็นใครบางคนเลิกม่านออกจากห้องข้างๆ และเดินเข้ามาหานางอย่างไม่รีบร้อน เป็นชายหนุ่มรูปงามที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่ดูสุขุมเยือกเย็น
ดวงตาสว่างไสวนั้นจ้องมองนางอย่างไม่หยาบคาย
หมิงเวยก้มหน้าทำความเคารพแล้วได้ยินฮูหยินใหญ่พูดเสียงกระซิบว่า
“น้องสิบ”
อ้อ ที่แท้ก็คือถังอวี้หยางนี่เอง! ช่างโดดเด่นจริงๆ
หมิงเวยไม่คาดคิดว่าสมาชิกบุรุษตระกูลถังคนแรกที่นางจะได้พบคือถังซี
นายท่านสิบแห่งตระกูลถังเป็นมันสมองของตระกูลไม่ควรที่จะหลอกลวงเขา
“นายท่านสิบคงได้ยินไป่หลิงเล่าเรื่องของข้าน้อยมาบ้าง” หมิงเวยพูดเสียงเบา “แม่นางซิ่วอี๋มองข้าเป็นศัตรูเพราะว่าข้าเป็นเคล็ดวิชา เป็นผู้ที่เดินเส้นทางเดียวกันกับนาง”
ถังซีพยักหน้า “ท่านจะบอกว่าท่านแม่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับอะไรบางอย่างอยู่ใช่หรือไม่”
หมิงเวยกลับถามกลับไปว่า “นายท่านสิบไม่ตอบสนองใดๆ หมายความว่าตระกูลถังกำลังหาคนมาดูเรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ถังซีจ้องนางเต็มตาแล้วตอบว่า “ใช่ ถึงคนในเสวียนเหมินจะมีไม่มาก แต่ตระกูลถังพอมีติดต่อกันอยู่ไม่กี่คน”
“อย่างเช่นแม่นางซิ่วอี๋งั้นหรือเจ้าคะ” ได้ยินนางพูดเช่นนั้น ถังซีก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เขาไม่ได้โง่ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของหมิงเวย
นี่เป็นการเยาะเย้ยว่าความสามารถของซิ่วอี๋อยู่ในระดับต่ำ
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าการตัดสินของท่านแม่ และพี่สะใภ้ต่อคุณหนูเจ็ดผู้นี้ดูเหมือนจะผิดไปเล็กน้อย นางไม่ใช่คุณหนูจากตระกูลชนชั้นสูงในสายตาของพวกเขา
หมิงเวยปล่อยให้ถังซีสังเกตนาง
นางรู้ว่าตนเองสูญเสียวรยุทธ์ไปแล้ว หากอยากตั้งหลักที่แคว้นฉู่นางก็ต้องมีทุนที่มากพอ พยายามเอาใจฮูหยินผู้เฒ่าถังดีๆ อาจสามารถอยู่ในตระกูลถังได้อย่างปลอดภัยทำงานหาเลี้ยงปากท้องได้
แต่นางพลาดมาไกลถึงแคว้นฉู่ไม่ใช่เพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่เพื่อที่จะค้นหาร่องรอยของตำหนักดวงดาว และเข้าใจจุดประสงค์ของพวกเขานางต้องให้น้ำหนักตัวเองเพียงพอ ทำให้ตระกูลถังมองนางในแง่มุมที่ต่างออกไป
ถังซีจ้องมองอยู่นานในที่สุดก็พูดขึ้นว่า “คุณหนูเจ็ดแน่ใจแล้วใช่หรือไม่”
“ไม่ลองก็ไม่รู้เจ้าค่ะ”
ถังซีพูดเสียงเรียบเฉย “หากแค่ลอง เหตุใดต้องเป็นท่านด้วย”
หมิงเวยยิ้มนายท่านสิบผู้นี้มีนิสัยที่แข็งกร้าวกว่าหน้าตาของเขา
นางคิดแล้วตอบไปว่า “นายท่านสิบก็ทราบว่าเหตุใดสำนักหมอผีถึงมองไม่ออก” ถังซีมองนาง
“หากมรดกสืบทอดของสำนักหมอผียังอยู่ละก็ ปัญหาของฮูหยินผู้เฒ่าคือความแข็งแกร่งของพวกเขา การขับไล่ภูติผี สวดมนต์ นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องทำ เพียงแต่ว่า…”
เป็นเรื่องแปลกที่สำนักหมอผีได้สูญเสียมรดกพื้นฐานที่สุดไป ดังนั้นเวินซิ่วอี๋ที่เป็นเจ้าสำนักจึงไม่สามารถมองเห็นกุญแจสู่ฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่าถังได้
ฉือชิ่งอาจมองเห็นปัญหานี้ แต่ในฐานะบุรุษเขาต้องไม่มีโอกาสเข้าไปในเรือนหลัง
ดังนั้นก็เลยเป็นโอกาสของนาง! ฮูหยินใหญ่ และถังซีมองหน้ากันแววตาของทั้งสองสั่นไหว มีอีกแง่มุมหนึ่งของอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าถังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
เรื่องของตระกูลถังไม่สามารถบอกให้คนนอกรับรู้ได้ แต่จากคำอธิบายของหมิงเวยดูเหมือนว่าไม่จำเป็นต้องพูดเหตุผลของฝันร้ายใช่หรือไม่
…………….