คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 626 เชี่ยวชาญ
“เห็นหรือไม่” หมิงเวยถามเสียงเบา ฉือชิ่งใช้เวลานานกว่าจะหายจากอาการตกใจ
เขาพยักหน้า “มันซ่อนอยู่ลึกมากเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “สิ่งนี้ซ่อนอยู่ในจิตใจของฮูหยินผู้เฒ่า มันอาศัยพลังชีวิตที่มีมาแต่กำเนิดในการปกปิด เสวียนชื่อธรรมดาแม้จะเปิดเนตรสวรรค์ ได้ แต่ยากที่จะรู้ปัญหาเจ้าค่ะ”
“พ่อมดแม่มด พิธีเข้าทรง ระบำพิชิตมาร ทำนายโชคชะตา การสื่อสารภูติผีวิญญาณ เชี่ยวชาญด้านหยินหยาง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นงานของพวกท่านซึ่งควรจะเชี่ยวชาญกว่าข้า”
ฉือชิ่งจ้องไปที่สิ่งนั้น และถามว่า “แล้วเราจะกำจัดมันได้อย่างไร”
“เรื่องนี้ท่านต้องถามตัวเองเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “ข้าบอกแล้วว่านี่เป็นหน้าที่ของพวกท่านพ่อมดแม่มด ท่านไม่ควรถามข้า แต่ควรถามตัวท่านเอง”
ถามตัวเองงั้นหรือ…ฉือชิ่งคิดเงียบๆ เป็นเวลานานแล้วหลับตาลง
พอเห็นเขาเป็นเช่นนั้น ถังซีก็มองหมิงเวยด้วยความประหลาดใจ คำพูดนั้นฟังดูเข้าใจยาก แต่แค่เพียงสองประโยคทำให้ฉือชิ่งเปลี่ยนไปได้มากเพียงนี้เลยหรือ
ผู้ที่เสียใจที่สุดคือเวินซิ่วอี๋ นางรู้สึกราวกับว่าตนเองถูกกีดกันออกไป และไม่สามารถพูดได้ แต่นางไม่เต็มใจที่จะจากไปเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงยืนอยู่กับที่ มีหลายครั้ง งที่อยากพูดออกไป แต่ก็อดกลั้นเอาไว้
หึ! นางไม่เชื่อ วิชาลับของสำนักหมอผีสูญหายไปหลายปีแล้ว อาศัยคำพูดของสตรีผู้นี้ไม่กี่คำจะหาเจออีกครั้งได้อย่างไร อาชิ่งกลับฟังนางที่พูดจาหลอกลวง สตรีผู้นั้นต้องเล่นกลอะ ะไรบางอย่างแน่
นางจะตั้งใจจับตามอง รอสตรีผู้นี้เผยพิรุธออกมา!
หมิงเวยมองฉือชิ่งพลังงานหยินหยางยังคงไหลเวียนไม่หยุด และในไม่ช้าก็เข้าสู่สภาวะระหว่างหยินหยางนางอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เขาเรียนรู้ได้เร็วมากคาดว่าในไม่ช้าเขาจะสามารถครอบครอง มรดกที่แท้จริงของสำนักหมอผีได้
เมื่อถึงตอนนั้นถึงเวินซิ่วอี๋จะเป็นเจ้าสำนักแล้วอย่างไร ผู้คนในเสวียนเหมินให้ความสนใจกับความแข็งแกร่ง หากความแข็งแกร่งไม่เพียงพอแม้ว่าฉือชิ่งจะไม่แย่งชิงตำแหน่ง แต่ผู้อื่นก็ จะเชื่อฟังเขา
แน่นอนว่านางที่สูญเสียวรยุทธ์ไปไม่สามารถเอาชนะเวินซิ่วอี๋ได้ แต่หากคิดจะรักษานางก็มีอยู่หนึ่งวิธี
ฉือชิ่งลืมตาอีกครั้งเขาก็โพล่งออกมา “มองเห็นแล้ว!”
ถังซีเลิกคิ้ว “ท่านฉือ”
ฉือชิ่งพูดด้วยความมั่นใจ “นายท่านสิบ ข้ารู้แล้วว่าจะจัดการมันอย่างไร”
ถังซีเลิกคิ้วอย่างสงสัย ฉือชิ่งมองฮูหยินผู้เฒ่าถังแล้วพูดว่า “พวกเราลงไปคุยกันเถอะขอรับ”
ถังซีพยักหน้าแล้วหันกลับมา และพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าถังก่อนจะลงไปข้างล่าง
……………
ทันทีที่เขาลงไปที่ชั้นล่างฉือชิ่งก็รีบพูดออกไป “ซิ่วอี๋ ท่านไปจุดธูปให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลับลึก”
เวินซิ่วอี๋ไม่พอใจ “ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นง่ายถึงตอนนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าคะ”
ฉือชิ่งพูด “ต้องปล่อยให้ฝันร้ายเท่านั้นจึงจะจับมันได้” พูดไปแล้วก็หันไปหาถังซี
ถังซีพยักหน้า “แม่นางซิ่วอี๋ รบกวนท่านแล้ว”
เวินซิ่วอี๋ทำหน้าบึ้ง นางหยิบซองยาสองสามซองจากถุงยาของนางแล้วส่งให้ไป่หลิง “นี่เป็นธูปหอมที่ข้าทำเองเจ้ารู้วิธีใช้มันใช่หรือไม่”
ไป่หลิงรับมา “เจ้าค่ะ บ่าวจะขึ้นไปจุดก่อน”
ถังซีถามต่อว่า “ท่านฉือ ท่าน…”
ฉือชิ่งยิ้มอย่างตื่นเต้น “ข้าน้อยเห็นแล้วว่าฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่ใด ตราบใดที่นางหลับลึก ฝันร้ายปรากฏขึ้น เราจะสามารถใช้การไหลเวียนของหยินหยางเพื่อดึงมันออกมาได้ ขอรับ”
“ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ตกใจตื่นหรือ”
“หากลงมือรวดเร็วพอก็จะไม่ตื่นขอรับ”
“แล้วมันจะหนีไปหรือไม่”
“เรื่องนี้…”
หมิงเวยก้าวไปข้างหน้า “นายท่านสิบ ก่อนหน้านี้ข้าให้พ่อบ้านจี๋วางค่ายกลเพื่อแยกโลกภายในกับภายนอกไว้แล้วฝันร้ายนั้นจะหนีไม่พ้นเจ้าค่ะ”
ถังซีครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วคำนับ “ได้ รบกวนท่านทั้งสองแล้ว”
………….
พิธีกรรมดำเนินที่ชั้นล่าง ฮูหยินผู้เฒ่าถังที่อยู่ชั้นบนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ของธูปหอมสำหรับนอนหลับ ฉือชิ่งทำตามที่ตำราสำนักหมอผีอธิบายไว้ บูชาฟ้า ดิน บรรพบุรุษจากนั้นเหยียบย่ำเท้ าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ด้วยฝีเท้าของเขาหยินหยางที่อยู่รอบๆ เริ่มเคลื่อนไหวก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง เวินซิ่วอี๋ที่มีสีหน้าดูถูกในตอนแรกเปลี่ยนเป็นตกใจ
ถึงนางเชี่ยวชาญด้านวิชาพิษกู่ แต่พลังภายในของสำนักหมอผีนางก็ได้ร่ำเรียนมาเช่นกัน ตอนนี้นางสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของหยินหยางได้อย่างชัดเจน
กระแสน้ำวนเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยมีฉือชิ่งซึ่งอยู่ตรงกลาง ทุกการเคลื่อนไหวล้วนนำไปสู่การไหลเวียนของหยินหยางทั่วทั้งสวนแห่งนี้
เขาแยกฮูหยินผู้เฒ่าถังอย่างระมัดระวังออกจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่นางจะได้ไม่ถูกรบกวน ฝันร้ายนี้ไม่รู้ตัวเลยว่าด้านนอกมีตาข่ายขนาดใหญ่รอให้มันออกมาแล้วโยนตัวเองเข้าไปในตาข่ ายนั้น
หนึ่งชั่วยามต่อมาฝันร้ายเริ่มเคลื่อนไหว กลุ่มควันสีดำค่อยๆ เล็ดลอดออกมาจากจมูก และปากของฮูหยินผู้เฒ่าถัง
ขณะที่มันบุกเข้ามาในจิตใจของฮูหยินผู้เฒ่าไอหยินหยางที่อยู่รายรอบก็ไหลออกมาราวกับพายุอย่างเงียบงัน ฝันร้ายถูกดึงเข้าไปพัวพันในชั่วพริบตา
มันพยายามอย่างยิ่งที่จะหลุดพ้น ฉือชิ่งพยายามดึงมันออกมาอย่างสุดชีวิต
“ครึก...” กระจกแปดเหลี่ยมที่แขวนไว้ทั้งสี่ทิศภายในห้องส่งเสียงสั่น
ถังซีจ้องมองฉือชิ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น
“ติง!” กระจกแปดเหลี่ยมแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และล้มลงกับพื้น
สีหน้าของถังซีเปลี่ยนไปเขาหันไปมองฉือชิ่ง และเห็นว่าฉือชิ่งกระอักเลือดออกมา
“สิ่งนี้ต่อกรยากเกินไปค่ายกลถูกทำลายไปส่วนหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดเสียงเบา “นายท่านสิบ ข้าจะไปเฝ้าฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปนี้เจ้าค่ะ”
ถังซีไม่เข้าใจเคล็ดวิชา แต่รู้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมากจึงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“รวบกวนท่านด้วย” หมิงเวยหันกลับมา และขึ้นไปชั้นบน
เวินซิ่วอี๋มองฉือชิ่งแล้วหันไปมองหมิงเวย จากนั้นก็กัดฟันตามนางไป
นางต้องจับตามองสตรีผู้นั้นดีๆ ไม่ให้นางฉวยโอกาสใช้กลอุบายได้!
เมื่อมาถึงชั้นบนหมิงเวยส่งยันต์หนึ่งแผ่นให้นาง “ท่านไปทางนั้นใช้พลังของท่านสะกดยันต์แผ่นนี้ไว้”
เวินซิ่วอี๋เอ่ยตอบนาง “ท่านสั่งข้าหรือ”
“ท่านไม่ไป หรือจะให้ข้าไปหรือเจ้าคะ” หมิงเวยพูดอย่างไม่เกรงใจ “ตอนนี้ข้าไร้พลังแล้วก็ต้องรบกวนคุณหนูเวินไม่ใช่หรือ”
ใบหน้าของเวินซิ่วอี๋บิดเบี้ยวนางแค่นหัวเราะ จากนั้นก็คว้ายันต์จากมือของหมิงเวย และหันหลังกลับ เมื่อนางยืนอยู่ตรงมุมนั้น และระดมพลังเพื่อสะกดยันต์ กระจกแปดเหลี่ยมก็หยุ ดร้องทันที เวินซิ่วอี๋รู้สึกได้ถึงพลังที่พัดผ่านร่างกายนาง
แม้ว่านางจะอยู่ชั้นบน ฉือชิ่งอยู่ชั้นล่าง แต่นางก็สามารถ ‘เห็น’ ได้ชัดเจนว่าฉือชิ่งกำลังทำอะไรอยู่ เขาเคลื่อนไหวอย่างไร ยกมืออย่างไร กระตุ้นการไหลเวียนของหยินหยางอย่างไร
โลกรอบตัวในสายตาของนางเปลี่ยนไป เวินซิ่วอี๋กลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกล ที่แท้โลกในสายตาของอาชิ่งเป็นเช่นนี้เองหรือ กระแสพลังหยินหยางเป็นเช่นนี้เองหรือ เอ๋…พลังของตนเห หมือนจะมีท่วงทำนองประสานกับมัน ขึ้น ลง ขึ้น ลง…
เวินซิ่วอี๋ค่อยๆ เคลิบเคลิ้ม ฝันร้ายถูกฉือชิ่งลากลงมาทีละน้อย
ทันทีที่มันจากไปแขนเสื้อของหมิงเวยก็ขยับ และงูขาวตัวเล็กก็พุ่งออกมากัดอย่างรวดเร็ว
ไอสีดำเข้าทางปากของงูขาวตัวน้อย มันกลับไปในแขนเสื้อของหมิงเวยอย่างรวดเร็ว
ด้วยการกัดนี้ฉือชิ่งจึงประสบความสำเร็จในการลากฝันร้ายลงมา มีไอหยินหยางห่อหุ้มไว้ และไม่ว่าฝันร้ายจะดิ้นรนแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์
ฉือชิ่งถอนหายใจ “ได้แล้ว”
ในเวลาเดียวกันเวินซิ่วอี๋ซึ่งเข้ามาแทนที่มุมหนึ่งของกระจกแปดเหลี่ยมเนื่องจากค่ายกลหายไปอย่างกะทันหันกำลังภายในจึงโจมตีกลับ และ ‘พรูด’ นางอาเจียนออกมาเป็นเลือด!