คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 634 ล่องู
หมิงเวยหอบหายใจ นี่เป็นเนื้อหาในฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่าถังหรือ
สถานที่นั้นดูเหมือนจะเป็นจวนกั๋วกงซึ่งตระกูลถังตั้งอยู่ในจิงตูในแคว้นฉู่
บุรุษผู้สง่างามในวัยสามสิบดูเหมือนว่าจะเป็นทายาทของจวนกั๋วกง คุณชายใหญ่ถังลั่วหรือ แล้วผู้ที่ยิงธนูที่นางเห็นในเวลาต่อมาคือคุณชายรอง…ถังเช่า!
ไม่น่าแปลกใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าถังตกใจมากจนนอนไม่หลับมาหลายปี
ถังลั่วเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลถังเป็นหลานชายคนโตของนางแน่นอนว่าต้องรัก และทะนุถนอมเขามาก และถังเช่าก็เป็นผู้ที่นางเลี้ยงดูมากับมือย่อมมีความรักความผูกพันที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน หญิงชราในวัยหกสิบปีจะยอมรับได้อย่างไรเมื่อเห็นหลานสองคนหันหลังให้กัน และต่อสู้กันเอง
ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลถังลังเลที่จะเล่าเรื่องราวในฝันร้ายนี้ผู้อื่นจะรู้เรื่องแบบนี้ได้อย่างไร หมิงเวยลุกจากเตียง และรินชาให้ตนเอง ชาเย็นชืดไหลลงคอให้ความรู้สึกเย็น นางลูบหน้าผากด้วยความรู้สึกว่าจิตใจยุ่งเหยิงจนไม่สามารถสลัดออกไปได้ในชั่วขณะหนึ่ง
หากเป็นผู้อื่นที่รู้เนื้อหาของฝันร้ายพวกเขาคงแปลกใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าถังจะมีความฝันเช่นนี้ แต่นางต่างออกไปนางรู้ทิศทางของประวัติศาสตร์
ถังเช่า…จะฆ่าถังลั่วจริงๆ ในอีกสิบกว่าปีต่อมา! แต่ไม่ทราบสาเหตุ
ชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์สูญหายไปมากนางรู้เพียงว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนของถังเช่าที่ได้กลายเป็นขุนนางที่มีอำนาจ
หลังจากสังหารถังลั่วแล้วถังเช่าก็ไม่ซ่อนความทะเยอทะยานของตนเองอีกต่อไป เขาสนับสนุนฮ่องเต้ที่ทรงพระเยาว์ ควบคุมราชสำนัก และได้รับบรรดาศักดิ์เก้าขั้น
ความแตกต่างระหว่างเขากับฮ่องเต้นั้นมีเพียงชื่อเท่านั้น แต่นางรู้ดีเพราะนางมาจากยุคสมัยหลายสิบปีต่อมา เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถังถึงมีความฝันเช่นนี้
ผู้ใดเป็นคนปลุกฝันร้ายนี้ขึ้นมามีเจตนาอะไรถึงให้นางฝันเช่นนี้ แล้วตระกูลเหลียงเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้
เดี๋ยวก่อน…ฟังเรื่องราวจากเหล่าสาวใช้ คุณชายรองตระกูลถังแทบจะไม่ได้อยู่จวนเลยในช่วงไม่กี่ปีมานี้มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
“นายท่าน” งูขาวตัวเล็กเลื้อยไปมาพร้อมเลียนิ้วอันเย็นเยียบของนาง
หมิงเวยลูบหัวมันแล้วยิ้ม “ไม่เป็นไร หลับก่อนเถอะ”
หากไม่สามารถเข้าใจได้ก็คงต้องค่อยๆ สืบเท่านั้น นางกลับไปนอน และปัดเป่าความคิดของตนเองออกไป พอตื่นมาอีกทีก็สว่างแล้ว
หมิงเวยลุกขึ้นล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าจากการปรนนิบัติของเสวี่ยอิง
หลังอาหารเช้านางพูดว่า “ไม่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลับเป็นอย่างไรบ้างพวกเราไปเยี่ยมดีหรือไม่”
เพิ่งทำพิธีเมื่อวานวันนี้ไปดูผลลัพธ์ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
เสวี่ยอิง และไห่เอี้ยนไม่ได้คัดค้าน โดยเฉพาะไห่เอี้ยนนางกำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ และสงสัยว่าจับโจรได้แล้วหรือไม่
เมื่อพวกนางมาถึงฮูหยินผู้เฒ่าถังกำลังทานอาหารอยู่ ดูจากท่าทางของนางแล้วคงจะอารมณ์ดีไม่น้อย
เมื่อเห็นหมิงเวยเข้ามานางก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ลูกชิ้นปลาวันนี้อร่อยดี ลองทานหรือไม่ ทานอาหารเช้ามาแล้วหรือ ไม่เป็นไรลองชิมดูสิ!” หมิงเวยยากที่จะปฏิเสธการเชื้อเชิญนั้นได้จึงทำได้เพียงนั่งลง
หลังจากรับประทานอาหารเป็นเพื่อนนางแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าถังก็พูดขึ้นว่า “ข้าไม่ได้นอนหลับสบายเช่นนี้มาหลายปีแล้ว เมื่อคืนไม่ได้ตื่นกลางดึกเลยลืมแม้แต่ที่จะตื่นกลางดึกด้วย”
ไป่หลิงปิดปากหัวเราะ “เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่าหลับสนิทมาก แม้แต่เสียงตะโกนให้จับโจรยังไม่ตื่น โชคดีที่โจรไม่ได้มาหาพวกเราที่นี่ไม่อย่างนั้นฮูหยินผู้เฒ่าถูกลักพาตัวก็คงไม่รู้สึกตัวเจ้าค่ะ”
นางรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่าถังมาหลายปีแล้ว ความรู้สึกสนิทสนมจึงไม่ธรรมดา นางเลยกล้าพูดเล่นเช่นนี้
ฮูหยินผู้เฒ่าถังจ้องมองนางแล้วก็หัวเราะเช่นกัน “ข้าแก่แล้วไม่คุ้มที่จะลักพาตัวเลย หากจะลักพาตัวสู้ลักพาตัวพวกเจ้าที่ยังสาวอยู่ไม่ดีกว่าหรือ”
ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และบรรยากาศมีความสุข
หลังจากหัวเราะฮูหยินผู้เฒ่าถามด้วยความเป็นห่วง “ตกลงเมื่อคืนจับโจรได้หรือไม่”
ไป่หลิงกำลังจะตอบ แต่ถังซีก็เดินทางมาถึง พวกเขาสองแม่ลูกพูดคุยกัน หมิงเวยจึงเดินไปที่ห้องข้างๆ
เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าถังไม่สะดุ้งตื่นอีกจริงๆ ถังซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็คุยเล่นเป็นเพื่อนนางอีกสักพักอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับโจรเมื่อคืนนี้
เขาไม่ได้บอกความจริง แค่บอกว่าไม่เป็นไรแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าถังได้ยินว่าโจรอาละวาดที่สวนหลานซินก็รู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก นางย้ำกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าทำให้คุณหนูเหลียงต้องตื่นตกใจ
หลังจากปลอบโยนฮูหยินผู้เฒ่าถัง ถังซีก็เดินออกจากห้อง และเห็นหมิงเวยยืนมองออกไปไกลๆ อยู่ใต้ชายคา
“คุณหนูเจ็ด”
หมิงเวยหันกลับมาทำความเคารพ และถามว่า “จับโจรเมื่อคืนได้หรือไม่เจ้าคะ”
ถังซีส่ายหน้า “ไม่ได้”
“หายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือ” ถังซีพยักหน้า
“ตอนที่ข้าบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติในตระกูลเหลียง นายท่านสิบเชื่อหรือไม่เจ้าคะ”
ถังซีมองไปรอบๆ แล้วส่งสายตาให้นาง ทั้งสองจึงลงไปข้างล่าง และหลบหลีกไปที่หลังเรือน
“มีวิธีค้นหาคนหรือไม่”
หมิงเวยยิ้ม “ยังไม่รู้อีกหรือเจ้าคะ!”
ประโยคนี้ถังซีได้ยินก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังเขาถามว่า “ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“ก็แค่ผิวเผินเจ้าค่ะ” หมิงเวยตอบอย่างสบายๆ เหมือนเดิมที่ไม่คิดอธิบายใดๆ จากนั้นก็กลับเข้าประเด็น “เป็นเรื่องปกติที่พวกท่านหามันไม่พบ พวกเขาโจมตีฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อสองสามปีก่อน ท่านไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยหรือเจ้าคะ อีกฝ่ายดูเจ้าเล่ห์มาก ตอนนี้ข้าสูญเสียกำลังภายในไปแล้วแม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะเต็มเปี่ยมก็ไม่กล้าพูดว่าจะจับได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้น…”
“บอกตามตรงนะเจ้าคะ” หมิงเวยพูดขัดจังหวะเขา “ความแตกต่างของความแข็งแกร่งระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นมากเกินไปไม่ว่านายท่านสิบจะฉลาดเพียงใด มันก็ไร้ประโยชน์ การต่อสู้ระหว่างเคล็ดวิชาพูดตรงๆ คือการต่อสู้เพื่อความแข็งแกร่ง สู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้ไม่มีทางอื่นนอกเสียจากยอมรับความพ่ายแพ้เจ้าค่ะ”
ถังซีไม่พอใจ “คุณหนูเจ็ดพูดเช่นนี้ หมายความว่าพวกเราเป็นเนื้อบนเขียงงั้นหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “หรือว่าไม่ใช่ล่ะเจ้าคะ”
ถังซีรู้สึกรำคาญ แต่ไม่สามารถคิดหาคำที่จะหักล้างได้
หากหมิงเวยไม่มาที่นี่เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถึงป่วย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พบว่าขบวนส่งเจ้าสาวของตระกูลเหลียงมีอันตรายซ่อนเร้นอยู่เลย
สถานการณ์ปัจจุบันยังคงเป็นอันตราย แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับตระกูลเหลียงเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้แต่คนยังหาไม่พบยังจะทำอะไรได้อีก
เมื่อคิดดูแล้วก็มีทางเดียวเท่านั้น แต่วิธีนี้ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออกนั่นก็คือ…
“วางใจเถอะ ท่านยอมรับว่าทำไม่ได้ข้าก็ไม่หัวเราะเยาะท่านหรอก” หมิงเวยเข้าใจเป็นอย่างดี “นายท่านสิบอยากให้ข้าช่วยไม่ใช่แค่พูดออกมาหรือเจ้าคะ หากพูดน่าฟังสักหน่อย ข้าเป็นแขกที่ตระกูลถังรองรับพูดไม่น่าฟังข้าก็เป็นนักโทษ หากนายท่านสิบออกคำสั่งมีหรือที่ข้าจะไม่เชื่อฟัง”
“…” ถังซีถาม “คุณหนูหมิงคิดว่าอย่างไร”
“ในเมื่อหาไม่พบก็ต้องล่องูออกจากถ้ำ!” หมิงเวยพูด “เดินทางมาหลายพันลี้ไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงอี๋ตู คิดว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายก็คงจะแสดงสีหน้าที่แท้จริงในอีกไม่ช้า ท้ายที่สุดหากจะลงมือจะมีช่วงเวลาไหนจะดีไปกว่างานแต่งงานเล่าเจ้าคะ”
“…”
“นายท่านสิบ ท่านคิดว่าใช่หรือไม่”
ถังซีคิดในใจว่าเขายังจะบอกว่าไม่ใช่ได้อีกหรือ เขาหาศัตรูไม่เจอด้วยซ้ำ และดูเหมือนไม่มีทางอื่นนอกจากล่องูออกจากถ้ำ
“คุณหนูเจ็ดพูดเช่นนั้น แน่ใจหรือว่าจะล่อพวกเขาออกมาได้”
หมิงเวยกะพริบตา “โอกาส ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ แต่ความสำเร็จทุกอย่างอยู่ที่ความพยายามของเรา พวกเราสามารถลองดูได้ไม่ใช่หรือ”
เห็นนางเป็นเช่นนี้จู่ๆ ถังซีก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี!
………