คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 633 ฝันร้าย
หลังจากที่หมิงเวยออกไปถังซีก็ให้คนแอบไปเรียกฉือชิ่ง “ดึกดื่นเช่นนี้ขออภัยด้วยที่ต้องรบกวนท่าน”
ฉือชิ่งทำความเคารพกลับ “นายท่านสิบต้องการพบมีเรื่องสำคัญอะไรหรือขอรับ”
ถังซีเป็นคนมีคุณธรรม และเขาจะไม่มีวันออกคำสั่งเพียงเพราะเขาเป็นเจ้านาย
ถังซีพยักหน้าจากนั้นก็เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่สวนหลานซิน สุดท้ายก็พูดกับเขาว่า “คุณหนูเจ็ดผู้นี้เป็นคนที่ซับซ้อนจริงๆ ข้าไม่อยากเชื่อนางมากเท่าไรนัก ท่านฉือมีความเห็นว่าอย่างไร”
ฉือชิ่งพูด “สิ่งที่นายท่านสิบกล่าวมาเป็นเรื่องที่ข้าน้อยต้องการพูดขอรับ คุณหนูเจ็ดผู้นี้ไม่ใช่คุณหนูธรรมดา…”
เขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเป่ยฉี และสุดท้ายก็พูดว่า “หากตอนนี้นางไม่ได้สูญเสียกำลังภายใน นางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในตระกูลถัง”
ถังซีครุ่นคิด “เช่นนั้นทักษะเคล็ดวิชาของนางอยู่ในระดับสูงหรือ”
ฉือชิ่งไม่สามารถปฏิเสธสิ่งนี้ได้ “ขอรับ แม้แต่ซิ่วอี๋ก็ไม่กล้าพูดว่าวิชาพิษกู่จะเอาชนะนางได้อย่างแน่นอนยิ่งไปกว่านั้นวิชาพิษกู่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในความสามารถของนางเท่านั้น นายท่านสิบ…พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะนางยังเด็กเกินไป เกรงว่าคงต้องยกนางเป็นปรมาจารย์”
“นางเก่งกาจเพียงนั้นเชียวหรือ” ฉือชิ่งพยักหน้ายืนยัน
“เช่นนั้น นางบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติที่สวนหลานซิน ท่านฉือคิดว่าน่าเชื่อถือแค่ไหนกัน”
ฉือชิ่งพูดอย่างไม่ลังเล “ตราบใดที่นางไม่ได้จงใจทำให้เกิดความบาดหมางกัน หากนางบอกว่ามีปัญหาก็ต้องมีปัญหาแน่ขอรับ”
ถังซีตกตะลึงการประเมินสูงเช่นนี้…
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ฉือชิ่งจึงแนะนำว่า “ในเมื่อนายท่านสิบมีข้อสงสัย เช่นนั้นให้พวกเราจับตาดูสวนหลานซินดีหรือไม่ขอรับ หากมีปัญหาจริงก็ย่อมเผยข้อบกพร่องออกมา”
ถังซีครุ่นคิดอยู่นาน และพยักหน้าช้าๆ “รบกวนท่านแล้ว”
“มิกล้าขอรับ เป็นหน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้ว”
…………
ทางด้านหมิงเวย และจี้เสียวอู่แยกย้ายกันกลับไปที่เรือนของตน เสวี่ยอิงตื่นขึ้นจริงๆ และเมื่อเห็นพวกนางกลับมาก็ดีใจมาก
“พวกท่านไปไหนมา กลางดึกเช่นนี้จู่ๆ ก็ไม่พบผู้ใด บ่าวกำลังจะไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว!”
หมิงเวยยิ้มปลอบใจ “แค่ออกไปเดินเล่นนี่ก็มีไห่เอี้ยนตามไปด้วยมิใช่หรือ”
นางถอดเสื้อคลุมออกเช็ดมือด้วยน้ำเย็นจัด พอหันกลับมามองพวกนางก็ต้องพูดด้วยความประหลาดใจว่า “อะไรกัน ยังไม่ไปนอนอีกหรือ”
ไห่เอี้ยนถามอย่างลังเล “คุณหนูเจ็ด…ไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
“จะเป็นอะไรได้” หมิงเวยยิ้ม “รีบเข้านอนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราต้องไปดูว่าอาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าหายแล้วหรือยัง” สาวใช้ทั้งสองจึงยอมแยกย้าย
ไห่เอี้ยนกลับพูดว่า “บ่าวจะออกไปนอนข้างนอกเจ้าค่ะหากท่านต้องการอะไรโปรดเรียกได้”
หมิงเวยถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าจะเหนื่อยเกินไปหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ บ่าวหลับสบายดีท่านสบายใจได้”
หมิงเวยพยักหน้า “ได้ คืนนี้ข้าคงไม่มีอะไรคงไม่เรียกเจ้าหรอก” แล้วทั้งสามก็ดับไฟเพื่อพักผ่อน
ทางด้านไห่เอี้ยนไม่นานก็นอนหลับเสียงลมหายใจยาวคงที่ งูขาวเลื้อยเข้าไปหาจากนั้นก็เลื้อยกลับมาหาหมิงเวย “นายท่าน ข้ากัดนางไปแล้วนางคงไม่ตื่นอีกสักพักเจ้าค่ะ”
หมิงเวยลุกขึ้นช้าๆ “อย่าวางยาพิษนางจนตายล่ะ”
“ไม่แน่นอนเจ้าค่ะ!” งูขาวขอคำชมจากนาง “ข้ารู้วิธีควบคุมพิษแล้วแค่ทำให้นางหมดสติ แต่นางจะไม่มีวันตาย!”
ในตอนที่มันเป็นงูตัวเล็กนั้นได้วางยาพิษผู้คนให้ตายเพราะความไม่รู้ของมัน และสูญเสียกายเนื้อไป อย่างไรก็ตามมันโชคดีมากที่ได้พบนายท่าน!
“ข้าเชื่อเจ้า” หมิงเวยถาม “เจ้าพบอะไรในสวนหลานซิน”
งูขาวตัวเล็กพูดว่า “นายท่าน! ข้าแน่ใจว่าฝันร้ายอยู่ที่นั่น! คนจัดการมันต้องเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังแน่เจ้าค่ะ”
“อ้อ เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเป็นผู้ใด”
งูขาวตัวเล็กดูละอายใจ “ไม่เจ้าค่ะ…ข้าแค่สังเกตว่ามีกลิ่นอายของฝันร้ายอยู่ที่นั่น…หลังจากนั้นข้าก็ถูกพบเข้า”
หมิงเวยถอนหายใจ “น่าเสียดาย ตอนนี้เราแน่ใจได้เพียงว่าขบวนส่งเจ้าสาวของตระกูลเหลียงมีปัญหาแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าผู้ใดคือตัวปัญหา”
นางจำบันทึกของรุ่นก่อนที่นางอ่านในชีวิตก่อนหน้านี้ได้อย่างละเอียด หลังจากนั้นใต้หล้าตกอยู่ในความวุ่นวาย และชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์มากมายสูญหายไปทำให้หลายส่วนของประวัติศาสตร์นี้มีความคลุมเครือ มีอะไรสำคัญเกิดขึ้นกับตระกูลถังในช่วงเวลานี้หรือไม่นะ
ดูเหมือนจะไม่มีบันทึก ตระกูลถังเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง น่าจะอีกสิบกว่าปีให้หลัง
ในเวลานั้นถังเช่าขึ้นสู่อำนาจ และแซงหน้าถังลั่วกลายเป็นขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดของตระกูลถัง และเหตุการณ์โศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้น…
เหตุการณ์โศกนาฏกรรมนี้ในระยะยาวถือเป็นนัยสำคัญ เพราะหลังจาก
เหตุการณ์นั้น ถังเช่ากลายเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงของตระกูลถัง ทั้งตระกูลถูกมัดรวมยิ่งมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกประเด็นแล้ว…กล่าวโดยสรุปว่าตระกูลถังไม่ได้ประสบกับวิกฤติครั้งใหญ่ในเวลานี้ และมีความเป็นไปได้มากที่เรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างสวยงาม
อืม…หรือนางควรกระตือรือร้นมากกว่านี้ทำให้ตนเองได้ความดีความชอบหลอกเรียกค่าตอบแทนอีกสักหน่อยแล้วค่อยว่ากัน
“…นายท่าน นายท่านเจ้าคะ”
หมิงเวยลูบหัวงูขาวอย่างใจลอย “เจ้าคงเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ รอข้าหายดีแล้วจะให้เลือดกับเจ้ามากกว่านี้”
งูขาวขานรับมันเลื้อยไปได้ครึ่งทางก็โผล่หัวออกมาจากแขนเสื้อ “นายท่าน ยังจะดูเนื้อหาของฝันร้ายหรือไม่เจ้าคะ”
หมิงเวยตกตะลึงครู่หนึ่ง “เนื้อหางั้นหรือ”
“เนื้อหาของฝันร้าย…” งูขาวตัวเล็กพูด “ข้าเพิ่งกินมันเข้าไป รวมทั้งของวันนี้สามารถมองเห็นเนื้อหาของมันได้แล้วเจ้าค่ะ!”
“เหตุใดเจ้าไม่บอกให้เร็วกว่านี้” หมิงเวยพูด “รีบมาให้ข้าดูเร็ว!”
งูขาวตัวเล็กรู้สึกผิด “ข้ามาไม่ทัน…”
“ได้ๆๆ ข้าไม่โทษเจ้าหรอกมาให้ข้าดูหน่อย”
“เจ้าค่ะ” งูขาวพ่นไอสีดำจางๆ หมิงเวยหลับตาลงโดยไม่รู้ตัวเอนกายลงบนเตียง และผล็อยหลับไป
นางฝัน ความฝันคือจวนใหญ่อันงดงาม
รูปปั้นหินราชสีห์ขนาดใหญ่สองตัวนั่งอยู่หน้าประตูดูสวยงาม และทรงพลัง
ประตูสีแดงสามบานแสดงถึงความสง่างามของสถานะตระกูลอันยิ่งใหญ่ แต่ภาพต่อไปเต็มไปด้วยเลือด และความรุนแรง ทหารสวมชุดเกราะเงาวับพุ่งเข้าไปในจวนใหญ่ มุ่งสู่ลานหลักจากนั้นก็ยกกระบี่ฟันผู้คน
ศพร่วงจมกองเลือดทีละคน บ่าวรับใช้ อนุภรรยา และยังมีคุณชายที่ยังเล็กอยู่
ในที่สุดเมื่อเข้าไปในห้องหลักก็เห็นบุรุษในวัยสามสิบถึงสี่สิบปีในชุดฮั่นฝูสวมมงกุฎ เขามีใบหน้าที่สง่างาม
เขาแปลกใจในตอนแรก จากนั้นก็โกรธ และสุดท้ายก็ตะโกนว่า “พวกเจ้าทำอะไร ต่อต้านข้างั้นหรือ!”
เหล่าทหารยืนเป็นหุ่นไม้ไม่ตอบสนองเลยสักนิด แต่ท่าทางของพวกเขาคือมองตนเป็นศัตรู
พวกเขาหันกระบี่เข้าใส่ เสียงแผ่วเบาดังมาจากนอกประตู “หากไม่ต่อต้าน หรือจะต้องรอให้เจ้าฆ่าก่อนหรือ”
“น้องรอง!” บุรุษผู้นั้นตกใจ แต่ก็ไม่ได้ตกใจมาก “เจ้ากล้ายกอาวุธภายในจวน กล้ามาก!”
“ที่พี่ใหญ่พูดมาก็ไม่ผิด ข้าแค่คิดว่าท่านไร้ประโยชน์เกินไป ดูท่านสิ อยากฆ่าข้ามานานมากเลยใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่ลงมือล่ะ ในเมื่อท่านไม่กล้าลงจากตำแหน่ง เชื่อเถอะว่าข้าทำได้ดีกว่าท่าน!”
“เจ้า…” ยังไม่ทันพูดจบประโยคจู่ๆ ลูกศรก็พุ่งออกมา และเมื่อเสียงทะลุผ่านอากาศดังขึ้น ปลายลูกศรก็ปาดคอของเขาเสียแล้ว
“ยิง!” ลูกธนูมากมายทะลุผ่านเข้าไปตอกเข้ากับผนัง
“ดูสิ ท่านแพ้แล้ว” เสียงที่นุ่มนวลเอ่ย ในที่สุดหมิงเวยก็เห็นเจ้าของเสียงนั้น
ภายในเรือน บุรุษผู้หนึ่งค่อยๆ ลดคันธนูในมือลง เขาไม่ได้ดูแข็งแกร่ง แม้แต่ใบหน้าของเขาก็ยังแดงราวกับคนป่วย แต่ดวงตาคู่นั้นเย็นชาราวกับน้ำแข็งที่เยือกแข็งมานับพันปีไร้ความอบอุ่นในแววตา
หมิงเวยสะดุ้งตื่น