คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 647 โน้มน้าว
พอเห็นถังซีฟื้นขึ้นมา คุณหนูเหลียงก็เลิกคิ้ว นางเงยหน้ามองหมิงเวยซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบ คุณหนูเหลียงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ นางประกบมือเข้าหากัน หยินหยางรอบตัวไหลเวียน
เมื่อไอวิญญาณสงบลงอีกครั้ง นางหันศีรษะมองไปรอบๆ และในที่สุดก็เข้าใจ “ท่านทำอะไรบางอย่างกับค่ายกลของข้าหรือ”
หมิงเวยชี้ไปที่เวินซิ่วอี๋ “แม่นางซิ่วอี๋ผู้นั้นเป็นคนควบคุมหนอนพิษกู่ วิชาพิษกู่ของนางได้รับการสืบทอดมาจากสำนักหมอผีโบราณ การใช้พิษกู่ร่วมกับหยินหยางสามารถเจาะค่ายกลของท่านได้อย่างพอดี”
คุณหนูเหลียงเข้าใจ “ค่ายกลหยินหยางที่บุรุษตัวใหญ่ผู้นั้นสร้างขึ้นเป็นเพียงสิ่งหลอกล่อให้ตายใจ ท่านอาศัยโอกาสที่ข้าพัวพันอยู่กับเขาให้นางแทรกซึมเข้ามาหมายความว่าเป็นข้าที่เข้ามาอยู่ในค่ายกลของท่านสินะ”
หมิงเวยยิ้ม “วิชาฝันร้ายไม่ได้มีแค่ท่านผู้เดียวที่ทำได้”
นางใช้ประโยชน์จากความทระนงตนของคุณหนูเหลียงที่เชี่ยวชาญในวิชาฝันร้ายซึ่งคงไม่คาดคิดว่าจะถูกผู้อื่นตลบหลังกลับ
“วิชาฝันร้ายหรือ” จี้เสียวอู่ลูบคาง และคิดอยู่ครู่หนึ่ง “คืนนั้นที่พวกเราพบกันครั้งแรก เจ้าให้ข้าปีนเชือกนั่นก็เป็นวิชาฝันร้ายด้วยใช่หรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วกล่าวชื่นชมเขา “พี่ห้าฉลาดจริงๆ ฝันร้ายคือการปล่อยให้คนเข้าสู่ความฝัน วิชาฝันร้ายของคุณหนูเหลียงทรงพลังมากข้าก็แค่กล้าเข้าไปต่อภาพนั้นเล็กๆ น้อยๆ ไม่เหมือนกับพี่ห้าที่คืนนั้นปีนขึ้นไปไม่พบอะไร…” จี้เสียวอู่แค่นหัวเราะ
สตรีผู้นี้จิตใจสกปรกจริงๆ ก่อนหน้านี้ที่จงใจท่องบทกวีนั้นคงกำลังระดมสมองอยู่แล้วรอให้คุณหนูเหลียงเข้ามาติดกับด้วยตนเองใช่หรือไม่ ถังเช่ามองหมิงเวยอย่างลึกซึ้งอยู่นานก่อนจะหันไปถามคุณหนูเหลียง
“ตกลงท่านเป็นผู้ใดกันแน่ เหตุใดถึงใช้นามคุณหนูเหลียง”
คุณหนูเหลียงตอบ “ข้าเป็นผู้ใดไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือคุณชายรองเต็มใจที่จะใช้ชีวิตโดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้หรือ”
ถังเช่าเลิกคิ้ว “ท่านหมายความว่าอะไร”
“หมายความว่าท่านไม่ควรจมปลักอยู่เช่นนี้” คุณหนูเหลียงพูด “ในด้านความสามารถทั้งความรู้ และวรยุทธ์ของท่านไม่ได้ด้อยกว่าผู้ใด เหตุใดตอนนี้ท่านถึงไม่ยกระดับตระกูลถัง เพราะมีถังซี และถังลั่วอยู่หรือ หากถังลั่วยังอยู่สุดท้ายเขาก็จะได้รับสืบทอดตำแหน่งแล้วท่านจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย
หากถังซีได้เป็นขุนนางใกล้ชิดโอรสสวรรค์แม้แต่ตำแหน่งขุนนางท่านก็ต้องปล่อยให้เขาได้ไป ให้เขาได้ดื่มด่ำกับความสุข ส่วนความทะเยอทะยานของท่านกลับสูญเปล่าท่านเต็มใจหรือ”
ถังเช่าหรี่ตาไม่ได้ตอบอะไร
นักพรตจินลูบเคราที่ยุ่งของเขา และพูดว่า “แม่นาง ท่านอย่าบอกนะว่าที่ท่านทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อเขา!”
คุณหนูเหลียงเหมือนจะยิ้ม แต่ไม่ยิ้ม “เหตุใดท่านนักพรตถึงทำสีหน้าเหลือเชื่อเช่นนั้นเล่า หากไม่ใช่เพื่อเขาแล้วจะเพื่อผู้ใด”
“…” นักพรตจินส่ายหน้าแล้วหันไปหาถังเช่า “ถังเอ้อร์ เมื่อครู่ข้าได้ยินผิดไปหรือไม่ ผู้ที่สตรีผู้นี้ชอบจริงๆ แล้วคือท่านไม่ใช่อาของท่าน”
คุณหนูเหลียงสีหน้าเปลี่ยนแล้วพูดเสียงเย็นชา “ท่านนักพรตอย่ามาพูดจามั่วซั่วข้าไม่ใช่สตรีที่มีจิตใจไม่มั่นคงเช่นนั้น”
“ฮะ” นักพรตจินรู้สึกว่ามุมมองของเขาพังทลายลง “ท่านชอบอาของเขา แต่กลับฆ่าผู้เป็นอาเพื่อเขา แม่นางสมองท่านยังอยู่ดีหรือไม่”
คุณหนูเหลียงพูดอย่างดูถูก “คนธรรมดาสามัญไม่มีวันเข้าใจปณิธานของพวกเรา”
จี้เสียวอู่เกาหัว “น้องหญิง เจ้าไม่ใช่คนธรรมดาเจ้าเข้าใจหรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้า “คุณหนูเหลียงต้องการให้คุณชายรองหลุดพ้นจากพันธนาการของตระกูลถัง และบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อเป้าหมายนี้นางสามารถละทิ้งได้ทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตของนายท่านสิบนางก็นำมาใช้ปูทางได้” จี้เสียวอู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง และรู้สึกว่าเขายังเป็นคนธรรมดา
“นางไม่ได้ชอบคุณชายรอง แล้วเหตุใดนางต้องช่วยให้เขาสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ด้วย”
“แน่นอนว่าเพื่อปณิธานที่อยู่ในใจ”
“…เข้าใจยากจริง”
หมิงเวยยิ้ม “ไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอกเข้าใจไปก็ไม่มีอะไรดีเจ้าค่ะ”
คุณหนูเหลียงพูดอย่างเห็นชอบ “ยังมีท่านที่เข้าใจ”
จากนั้นนางก็พูดว่า “คุณชายรอง ท่านก็เห็นว่าข้ามาเพื่อช่วยเหลือท่านจริงๆ ตอนนี้ท่านถูกผูกติดมากเกินไปทำให้ท่านไม่สามารถแสดงความทะเยอทะยานได้ ตรงกันข้ามกับสตรีผู้นี้นางเข้าใจเพราะนางเองก็ทำแบบเดียวกัน แต่ข้าอยากเตือนท่านว่าข้าเลือกท่าน ผู้ที่นางเลือกคือผู้อื่นเพื่อเป้าหมายนั้นแล้วนางสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนกัน รวมถึงการกำจัดท่านเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นศัตรูเช่นนี้ข้าควรจัดการอย่างไรท่านลองคิดดู”
“…” นักพรตจินอยากจะบอกว่าโลกนี้มันช่างบ้าจริงๆ สตรีวัยนี้คิดอะไรกันอยู่ ออกมาฆ่าคนหรือไม่ก็ช่างไป แต่ปณิธาน ความทะเยอทะยานอะไรนั่น เขาฟังละไม่เข้าใจจริงๆ
ทางด้านเวินซิ่วอี๋พูดว่า “ศิษย์พี่ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากท่าน! ท่านอยู่ดีๆ ก็มาทำร้ายตระกูลถัง ทำร้ายนายท่านสิบแล้วยังคิดที่จะใส่ร้ายศิษย์พี่ของข้า ยังมีหน้าจะพูดว่าช่วยเขาอีกท่านเห็นพวกเราเป็นลิงหรืออย่างไร” ได้ยินคำพูดนี้นักพรตจินรู้สึกโล่งใจมาก
ไม่ใช่สตรีทุกคนที่มีความคิดบิดเบี้ยวเช่นนี้ มองดูนางเหมือนจะไม่ใช่คนธรรมดา แต่ยังมีความคิดอย่างคนธรรมดาอยู่!
คุณหนูเหลียงไม่สนใจนาง แต่พูดกับถังเช่าต่อว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่านางเป็นผู้ใด นางไม่ได้เป็นเพียงคู่หมั้นของเยวี่ยอ๋อง แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่เหมาะสมที่จะถูกเลือกในตำแหน่งปรมาจารย์แห่งชีวิต ท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อปรมาจารย์แห่งชีวิต แต่ไม่สำคัญหรอกท่านแค่ต้องจำไว้ว่านางกับข้ามีเป้าหมายเดียวกันคือการเลือกว่าที่ผู้ปกครองใต้หล้าในอนาคต ผู้ที่ข้าเลือกคือท่าน แต่นางเลือกเยวี่ยอ๋อง เรื่องพวกนี้ท่านอาจไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด แต่อนาคตท่านจะเข้าใจอย่างแน่นอน”
พูดแล้วนางก็ก้มหน้ามองถังซี “ขออภัยด้วยที่เมื่อครู่เอาชีวิตท่าน ท่านยังไม่ตายข้าทั้งเศร้า และมีความสุขหวังว่าเราจะได้พบกันอีก!”
พูดเสร็จนางก็ตะโกนขึ้นว่า “อี้หั่วเฉอ ชิงรื่อหม่า!”
“ขอรับ!” นายท่านสามตระกูลเหลียง และชายชุดดำถือแส้สีทองโผล่ออกมาจากด้านหลังนาง
“กลับ!”
“ขอรับ” ทั้งสามคนหันกลับต้องการจะถอย แต่ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง “เดี๋ยวก่อน!”
หมิงเวยลงมาจากหลังคา และมองนางด้วยสายตาล้ำลึก “ท่านคือดาวจูเชวี่ย[1]ใช่หรือไม่”
คุณหนูเหลียงหันกลับมา และเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ท่านฉลาดกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” นางพูดอีกว่า “บิดาของเจ้ากุ่ยจินหยางอยู่ภายใต้อำนาจของจูเชวี่ย แต่ข้าเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานจึงไม่เคยพบเขา หากข้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าเขาจะมีบุตรสาวเช่นนี้ข้าจะต้องจัดการเจ้าก่อนอย่างแน่นอน”
หมิงเวยยิ้มเย็น “จัดการข้าหรือ ข้าเกรงว่าท่านคงไม่สามารถ ตอนนี้ภารกิจล้มเหลว คิดจะไปก็ไปมันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ”
คุณหนูเหลียงยิ้ม “ถึงแม้จะล้มเหลว แต่หากข้าคิดจะออกจากตระกูลถังก็สามารถออกได้หากไม่เชื่อท่านก็ลองดู!”
สิ้นเสียงพลังหยินหยางภายในจวนตระกูลถังก็ปั่นป่วนหมิงเวยหยิบขลุ่ย…
“เดี๋ยวก่อน” นางชะงักแล้วหันไปตามเสียงนั้น
ถังเช่าพูด “ปล่อยนางไปเถอะ”
หมิงเวยหรี่ตาเขาเชื่อคำพูดของคุณหนูเหลียงหรือ หากเป็นเช่นนั้น…
ถังเช่ามองนางแล้วอธิบาย “นางยังวางคนซุ่มโจมตีที่ลานหลังเรือนด้วย หากลงมือขึ้นมาจะมีผู้บริสุทธิ์ล้มตาย” ที่อยู่ลานหลังเรือนล้วนเป็นญาติที่เป็นสตรี
หมิงเวยผ่อนคลายลงนางหมุนขลุ่ยในมือ “ในเมื่อคุณชายรองรับสั่งเช่นนี้ข้าจะพูดอะไรได้อีก อย่างไรที่นี่ก็คืออาณาเขตตระกูลถัง”
ถังเช่าพยักหน้า “ขอบคุณ”
คุณหนูเหลียงมองถังเช่าอย่างลึกซึ้ง “หากท่านคิดได้ ข้าจะมาหาได้ทุกเมื่อ”
……………
[1] จูเชวี่ย : หงส์แดง 1 ใน 4 สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้แก่ มังกร หงส์ กิเลน และเต่า ในศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย หงส์ก็นับเป็น 1 ใน 4 สัตว์วิเศษ ได้แก่ หงส์แดงทางทิศใต้ เต่าดำทางทิศเหนือ มังกรเขียวทางทิศตะวันออก และเสือขาวทางทิศตะวันตก