คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 835 พวกเจ้ามันเป็นอันธพาล / ตอนที่ 836 ใครบอกว่าองค์หญิงถูกพิษ
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 835 พวกเจ้ามันเป็นอันธพาล / ตอนที่ 836 ใครบอกว่าองค์หญิงถูกพิษ
ตอนที่ 835 พวกเจ้ามันเป็นอันธพาล
พระสนมซูเฟยดีใจมาก นางรีบรับขวดยานั้นมาไว้ในกำมือ มือนางสั่นเล็กน้อย ความใจเย็นโดยปกติของนางหายไปโดยพลัน นางถามฉู่เยี่ยนว่า “เมื่อกินยานี้แล้ว ร่างกายของข้าจะแข็งแรงขึ้นใช่หรือไม่”
“จื่อเอ๋อร์ว่าไว้เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ อย่างอื่นข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน หากพระสนมเชื่อใจนาง เช่นนั้นก็ลองดูเถอะพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่เยี่ยนกล่าว
แน่นอนว่าพระสนมซูเฟยเชื่อใจไป๋จื่อ ตั้งแต่วันนั้นที่ไป๋จื่อออกจากวังไป นางก็ส่งคนไปสอบถามเรื่องของไป๋จื่อที่จวน ข้อมูลที่นางได้รับกลับมาทำให้นางพอใจอย่างยิ่ง วิชาแพทย์ของไป๋จื่อเป็นเลิศ ไม่อาจนำไปพูดรวมกับหัวหน้าสำนักหมอหลวงพวกนั้นได้เลย
“ขอบคุณนางแทนข้าด้วย หากข้าได้สมปรารถนา ข้าย่อมไม่ลืมความดีของนางแน่”
ฉู่เยี่ยนพยักหน้า ไม่พูดอะไรมากเท่าไร “ข้าจะบอกนางให้พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้สายแล้ว ข้ามีเรื่องอื่นต้องไปจัดการอีก ขอตัวลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
พระสนมซูเฟยก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน นางมองส่งฉู่เยี่ยนจากไป ในใจเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง จึงนำเหล่านางกำนัลกลับตำหนักทันที
…
ไป๋จื่อมาถึงสำนักหมอหลวงแล้ว พบหมอหลวงสวี่ต้อนรับอยู่ด้านนอก
นางออกมาจากในเกี้ยว นวดขมับพลางกล่าวว่า “เกี้ยวนี้ช่างนั่งไม่สบายจริงๆ มันส่ายไหวจนข้าเวียนหัวนัก”
หมอหลวงสวี่ยิ้มว่า “เจ้ายังไม่ชินมากกว่า นั่งหลายรอบกว่านี้ก็ชินแล้ว ถึงตอนนั้นก็ไม่น่าจะเวียนหัวแล้วละ”
ไป๋จื่อยิ้มเช่นกัน “องค์หญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
เมื่อพูดถึงองค์หญิง รอยยิ้มบนใบหน้าของหมอหลวงสวี่ก็หายไปในทันที เขาถอนใจเสียงหนึ่ง “เหมือนกับตอนที่ถูกส่งตัวมาเมื่อวานนั่นแหละ ยังมีลมหายใจ หัวใจยังเต้นดังเดิม สีหน้าก็เป็นปกติเช่นกัน เพียงแต่ว่ายังไม่ฟื้น ดูไม่ออกจริงๆ ว่านางถูกพิษอะไร ข้าไม่เคยพบเห็นพิษชนิดนี้ น่าจะไม่ใช่พิษของแคว้นฉู่”
ก่อนหน้าที่จะพบตัวคน ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงพยักหน้าน้อยๆ แล้วตามหมอหลวงสวี่เข้าไปในสำนักหมอหลวง
จิ่นเอ๋อร์กำลังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตัวให้องค์หญิงเชียนฟาง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็รีบนำผ้าห่มมาห่มกายองค์หญิง แล้วหมุนกายไปดู
ครั้นเห็นว่าเป็นเด็กสาวท่าทางอายุสิบสามสิบสี่ปีคนหนึ่งเข้ามา นางก็ขมวดคิ้วทันใด “บอกว่าจะเชิญหมอเทวดามารักษาองค์หญิงไม่ใช่หรือ หมอเทวดาเล่า” นางร้อนใจมาก แต่คนแคว้นฉู่พวกนี้กลับไม่มีใครร้อนใจเลย หากองค์หญิงของนางต้องมีอันเป็นไป พวกเขาจะมียังมีชีวิตรอดได้อยู่อีกหรือไร
หมอหลวงสวี่กล่าวกับจิ่นเอ๋อร์ว่า “แม่นางจิ่นเอ๋อร์ นี่คือคุณหนูไป๋ นางก็คือหมอเทวดาที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟัง”
จิ่นเอ๋อร์เบิกตากว้าง พร้อมทำหน้าตาไม่กล้าเชื่อ “เจ้าจะบอกว่านางก็คือหมอเทวดาหรือ”
“ถูกต้อง” หมอหลวงสวี่พยักหน้า
ขณะนี้จิ่นเอ๋อร์โมโหไม่น้อย นางเท้าสะเอวต่อว่า “พวกเจ้ามันเป็นอันธพาล คิดร้ายกับองค์หญิง อยากเห็นองค์หญิงตาย”
เมื่อเห็นนางร้องไห้ หมอหลวงสวี่ก็ถามว่า “แม่นางจิ่นเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร แม่นางไป๋มีวิชาแพทย์เป็นเลิศจริงๆ คนอายุมากเช่นข้าจะหลอกเด็กสาวคนหนึ่งเช่นเจ้าไปทำไม รีบหลีกไปเถอะ ให้คุณหนูไปดูอาการให้องค์หญิงหน่อย”
ทว่าจิ่นเอ๋อร์กลับไม่หลีกไป นางร้องไห้พลางเอ่ยว่า “พวกเจ้าหลอกข้า เรียกใครมาก็ไม่รู้ บอกว่านางเป็นหมอเทวดา แต่นางเพิ่งจะอายุเท่าไรเอง ถ้านางเป็นหมอเทวดาได้ ข้าก็เป็นเซียนหมอแล้ว”
ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง ต่อจากนี้เกรงจะมีเรื่องพรรค์นี้ไม่น้อย นางอายุน้อยนัก ไม่เหมือนหมอที่มีความสามารถจะรักษาผู้ป่วยได้จริงๆ นางจึงไม่กล่าวโทษที่เด็กสาวผู้นี้จะไม่เชื่อนาง
นางก้าวไปข้างหน้าสองก้าว กล่าวกับจิ่นเอ๋อร์ “แม่นางจิ่นเอ๋อร์ ข้าไม่ใช่หมอเทวดาอะไรจริงๆ เพียงแต่รู้วิชาแพทย์ก็เท่านั้นเอง ไม่สู้ให้ข้าดูสักหน่อย เป็นสตรีเหมือนๆ กัน มองดูแล้วไม่มีทางเสียเปรียบ หากข้ารักษาไม่ได้ก็ค่อยเชิญหมอเทวดาคนอื่นมา ดีหรือไม่”
จิ่นเอ๋อร์เห็นนางจริงใจ ความไม่ชอบใจจึงลดลงไปหลายส่วน ก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้ เจ้าลองดูเถอะ หากรักษาไม่ได้ก็บอกมาตามตรง อย่ายื้ออาการขององค์หญิงเลย”
……….
ตอนที่ 836 ใครบอกว่าองค์หญิงถูกพิษ
ไป๋จื่อพยักหน้า “นั่นย่อมแน่นอนยู่แล้ว”
จิ่นเอ๋อร์เบี่ยงกายหลบ ไป๋จื่อจึงก้าวเข้าไปหมายจะเปิดผ้าห่มออก ทว่าจิ่นเอ๋อร์รีบถลันเข้ามา กดผ้าห่มเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“มีอะไรหรือ” ไป๋จื่อไม่เข้าใจ
จิ่นเอ๋อร์หันไปมองหมอหลวงสวี่ครั้งหนึ่ง นางพูดเสียงเบา “เมื่อครู่ก่อนที่เจ้าจะมา ข้ากำลังเช็ดตัวให้องค์หญิงอยู่”
ไป๋จื่อเข้าใจโดยพลัน นางยิ้ม “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง” จากนั้นนางหันกลับไปกล่าวกับหมอหลวงสวี่ “หมอหลวงสวี่ ท่านออกไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวข้าจะเขียนกระบวนการรักษาให้ท่านเอง”
หมอหลวงสวี่เห็นท่าทางของจิ่นเอ๋อร์ก็เดาอะไรได้บ้าง อีกทั้งได้ยินว่าไป๋จื่อจะเขียนกระบวนการรักษาให้ เขาย่อมดีใจมาก รีบถอยออกไปทันที แม้กระทั่งปิดประตูห้องให้ด้วย
“ตอนนี้เปิดออกได้แล้วใช่หรือไม่” ไป๋จื่อถามจิ่นเอ๋อร์
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้า นางเปิดผ้าห่มองค์หญิงออกพร้อมตาแดงๆ องค์หญิงที่อยู่ใต้เผ้าห่มสวมเพียงเสื้อตัวใน เผยให้เห็นตู้โตว[1]สีแดงเหมือนผลท้อ ด้านบนปักลายดอกบัวตูมสองดอก
ผิวขององค์หญิงขาวละเอียดเหมือนหยกขาวและหิมะ อีกทั้งยังดูเนียนนุ่ม แม้แต่ไป๋จื่อเห็นแล้วก็ยังอยากจะลองลูบไล้ดูสักครั้ง
นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าขององค์หญิง ขณะนี้มีผ้าโปร่งบดบังอยู่ ทำให้มองเห็นโฉมหน้าไม่ชัดเจน มองเห็นเพียงดวงตาของอีกฝ่าย แต่เพียงแค่ดวงตาคู่นั้นก็รู้แล้วว่าจะต้องเป็นหญิงงามที่หาได้ยากแน่นอน
“ใครบอกว่าองค์หญิงถูกพิษ” ไป๋จื่อถาม
จิ่นเอ๋อร์ชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีใครบอก ข้าเป็นคนบอกเอง”
ไป๋จื่อถามอีกว่า “เหตุใดเจ้าถึงรู้สึกว่าองค์หญิงถูกพิษ”
จิ่นเอ๋อร์ไม่รู้ว่าไป๋จื่อคิดเช่นไรถึงถามออกมา แต่ในเมื่อถามแล้วก็ย่อมต้องตอบ นางหวนคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น แล้วพูดเสียงเบาว่า “เย็นวันนั้นเพิ่งกินอาหารเย็น ก็มีคนชุดดำกลุ่มหนึ่งปรี่เข้ามาในสถานพักม้า พวกเขาเห็นคนก็ฆ่าทิ้ง เพื่อปกป้ององค์หญิง ไท่จื่อก็เข้าต่อสู้กับพวกผู้ร้าย องค์หญิงพบว่ามีคนหมายจะใช้อาวุธลับกับไท่จื่อ จึงถลันเข้าไปขวาง ผลสุดท้ายถูกอาวุธลับนั่นเข้าเสียเอง ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาองค์หญิงก็มีสภาพเช่นนี้ ไม่ฟื้นขึ้นอีก”
“เป็นอาวุธลับอะไร” ไป๋จื่อถามอีก
ทันใดนั้น จิ่นเอ๋อร์รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาจากในอกเสื้อ ด้านในผ้าเช็ดหน้าห่อเข็มเงินเอาไว้หลายเข็ม
“มันคือพวกนี้แหละ”
ไป๋จื่อหยิบเข็มเงินขึ้นมาดู นางมองอะไรไม่ออก เพราะมันเป็นเพียงอาวุธลับธรรมดาๆ
“หลังจากดึงอาวุธลับพวกนี้ออกมาแล้ว องค์หญิงก็สลบไสลตลอด เจ้าจึงคิดว่าองค์หญิงถูกพิษใช่หรือไม่”
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้า “ถูกต้อง หากไม่ได้ถูกพิษ องค์หญิงจะไม่ได้สติอยู่ตลอดได้อย่างไร”
“เจ้าได้ให้หมอหลวงดูเข็มพวกนี้หรือไม่”
“พวกเขาเห็นแล้ว หมอหลวงบอกว่าบนเข็มไม่มีพิษ ข้าคิดว่าพิษต้องเข้าสู่ร่างกายขององค์หญิงจนหมดแล้วแน่ๆ บนเข็มจึงไม่มีพิษหลงเหลืออยู่” จิ่นเอ๋อร์เล่า
“แล้วหมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง” ไป๋จื่อเลิกคิ้ว ยังคงถามต่อไป
จิ่นเอ๋อร์ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงถามไม่ยอมหยุด แม้กระทั่งไม่จับชีพจรให้องค์หญิงอีกต่างหาก แค่ถามเพียงอย่างเดียวก็รู้ต้นสายปลายเหตุแล้วหรือ
“หมอหลวงบอกว่าอาการขององค์หญิงแปลกมาก จับชีพจรแล้วก็ไม่พบความผิดปกติอะไร แต่องค์หญิงน่าจะถูกพิษ กลับไม่รู้ว่าเป็นพิษอะไร”
ไป๋จื่อพยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเบี่ยงตัวนั่งลงที่ข้างเตียง แล้วจับข้อมือขององค์หญิงเชียนฟางเพื่อตรวจชีพจรอย่างละเอียด
นางตรวจอยู่ได้ครู่หนึ่งก็หยุด
“เป็นอย่างไรบ้าง” จิ่นเอ๋อร์ถาม
ไป๋จื่อตอบเสียงเรียบว่า “เหมือนกับที่หมอหลวงว่า ชีพจรของนางไม่มีอาการว่าถูกพิษอะไร เพียงแต่ชีพจรค่อนข้างอ่อน ดูท่าจะไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วกระมัง”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จิ่นเอ๋อร์ก็ขอบตาแดงขึ้นมาทันควัน “ไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำ ข้าป้อนอะไรไปนางก็อาเจียนออกมา เมื่อเห็นเช่นนั้นข้าก็ไม่กล้าป้อนอีก ด้วยกลัวว่าอาหารของนางจะแย่ลงอีก”
ไป๋จื่อพยักหน้า “เจ้าทำถูกแล้ว หากไม่อาจกินอาหารเองได้ เจ้าบังคับให้นางกินก็ไม่ใช่เรื่องดี”
“แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น องค์หญิงของข้าก็ต้องหิวตายน่ะสิ” จิ่นเอ๋อร์พูดพลางร้องไห้
แต่ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่มีทาง เจ้าวางใจเถอะ มีข้าอยู่ตรงนี้แล้ว องค์หญิงของเจ้าไม่มีทางตาย”
[1] ตู้โตว (肚兜) คือ เสื้อชั้นในของผู้หญิงจีนในสมับโบราณ