คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 833 ตรวจอีกครั้ง / ตอนที่ 834 ถอนพิษให้องค์หญิง
ตอนที่ 833 ตรวจอีกครั้ง
เมื่อครู่หมอหลวงเหลียงตกอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่ตลอด จึงไม่ได้ฟังโดยสิ้นเชิงว่าฉู่เยี่ยนถามว่าอะไร ตอนนี้ถูกเรียกชื่อถึงคืนสติกลับมาได้
“หมอหลวงเหลียง ข้าถามเจ้า ว่าเจ้าคิดเห็นเรื่องพิษที่องค์หญิงถูกอย่างไรบ้าง” ฉู่เยี่ยนถามย้ำอีกครั้ง สายตาเย็นชาจับจ้องอยู่ที่ตัวหมอหลวงเหลียง
“เป็นอะไรไป มีตรงไหนไม่สะดวกพูดหรือ” เขาถามอีก
หมอหลวงเหลียงรีบโบกมือ “ไม่ใช่ขอรับ ไม่ใช่ไม่สะดวกพูด แค่ข้ายังไม่ได้ตรวจดูขอรับ”
ฉู่เยี่ยนขมวดคิ้ว แววตาคบกริบ “ยังไม่ได้ตรวจดู? องค์หญิงเข้าวังมาตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงวันนี้แล้วเจ้ายังไม่ได้ตรวจดูอีกหรือนี่ หมอหลวงเหลียง เจ้ายุ่งมากสินะ มัวแต่ง่วนอยู่กับการตรวจชีพจรให้ไทเฮา ปรับสภาพร่างกายให้พระสนมซูเฟยใช่หรือไม่”
ทันใดนั้นหมอหลวงเหลียงพลันขาอ่อน เขาคุกเข่าลงบนพื้น วาจาของจิ้นอ๋องเหมือนมีความนัยบางอย่าง หรือว่าจิ้นอ๋องจะรู้อะไรเข้าแล้วจริงๆ
จบสิ้นกันแล้ว ชีวิตนี้ของเขาจบสิ้นแน่ เกรงว่าจะต้องตายอย่างสถานเดียว!
หมอหลวงจงไม่รู้ถึงบุญคุณความแค้นระหว่างทั้งสอง ครั้นเห็นหมอหลวงเหลียงมีท่าทีเช่นนั้นเขาก็อดไม่ได้ กล่าวกับจิ้นอ๋องว่า “ท่านอ๋อง เมื่อวานฮองเฮาปวดศีรษะ หมอหลวงเหลียงจึงไปตรวจอาการที่ตำหนักของฮองเฮา ตอนกลับมาท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ไปตรวจให้องค์หญิงอีกเกรงว่าจะไม่เหมาะสม จึงกลับไปที่จวนก่อนขอรับ”
“จริงหรือ” ฉู่เยี่ยนมองหมอหลวงเหลียงอย่างเย็นชาดังเดิม
หมอหลวงเหลียงรีบพยักหน้า “จริงขอรับ หมอหลวจงพูดความจริงทุคำ”
ฉู่เยี่ยนแค่นหัวเราะเสียงเบา “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไปตรวจเสียตอนนี้ พวกเจ้าทั้งสามคนไปตรวจอีกครั้งหนึ่งสิ”
ฝ่ายหมอหลวงเหลียงลอบเช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วตามหลังหมอหลวงสวี่และหมอหลวงจงเข้าไปในห้องตรวจ
ภายในสำนักหมอหลวงมีห้องตรวจมั้งหมดหกห้อง ห้องตรวจที่องค์หญิงเชียนฟางพักอยู่ตอนนี้คือหนึ่งในหกห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แม้จะบอกว่าเป็นห้องตรวจ แต่ความจริงแล้วไม่มีความแตกต่างใดกับห้องนอนทั่วไป ข้าวของเครื่องใช้ใดล้วนมีครบครัน ทุกอย่างจัดวางด้วยความประณีตอย่างมาก มีไว้ให้ชนชั้นสูงใช้โดยตลอด
จิ่นเอ๋อร์เห็นหมอหลวงทั้งสามคนเข้ามา ก็รีบลงจากเตียงข้างๆ ทันที ก่อนจะเห็นฉู่เยี่ยนตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย นางพลันมีสีหน้าเบิกบาน รีบเข้าไปต้อนรับว่า “จิ้นอ๋อง ท่านมาแล้ว”
ฉู่เยี่ยนมองนาง “เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นรึ”
ขอบตาของจิ่นเอ๋อร์แดงก่ำ นางร้องไห้มานานอย่างเห็นได้ชัด บัดนี้นางคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขา “ท่านอ๋อง ข้าขอร้องท่านละ ช่วยชีวิตองค์หญิงของข้าด้วยเถอะ ลมหายใจของนางอ่อนลงทุกที นางไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้ไม่ถูกพิษตายก็ต้องหิวตายแล้วเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องร้อนใจไป เหล่าหมอหลวงก็มาแล้วไม่ใช่หรือ ให้พวกเขาตรวจดูก่อนค่อยว่ากัน” ฉู่เยี่ยนประคองนางลุกขึ้นพลางพูดเสียงเบา
จิ่นเอ๋อร์กล่างอีกว่า “เมื่อวานพวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ บอกว่าพิษนี้หายากยิ่งนัก พวกเขาเองก็หมดหนทางเช่นกัน ท่านอ๋อง ข้าขอร้องท่าน ตามหาหมอเทวดาให้องค์หญิงสักคนเถอะเจ้าค่ะ หากแคว้นฉู่ไม่มีหมอเทวดา เช่นนั้นก็ส่งจดหมายให้แคว้นจินของพวกข้า ที่นั่นมีหมอเทวดาอยู่คนหนึ่ง เขาเชี่ยวชาญวิชาแพทย์เป็นอย่างยิ่ง เขาจะต้องรักษาได้แน่เจ้าค่ะ”
“เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่มีทางให้องค์หญิงเป็นอะไรแน่นอน แคว้นฉู่ของพวกข้าก็มีหมอเทวดาเช่นกัน เพียงแต่ต้องทำตามกฎ ให้หมอหลวงรักษาก่อน หากหมอหลวงรักษาไม่หาย ถึงจะเชิญหมอจากข้างนอกมาได้” ฉู่เยี่ยนว่า
บัดนี้จิ่นเอ๋อร์เข้าใจแล้ว จึงไม่ร้องไห้อีกต่อไป นางรีบกล่าวขอบคุณจิ้นอ๋อง ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วกลับไปที่ข้างเตียงขององค์หญิง
หมอหลวงทั้งสามคนผลัดกันเข้าไปจับชีพจร สีหน้าของแต่ละคนเคร่งขรึมอย่างยิ่ง หัวคิ้วพันกันยุ่งเหยิงไปหมด
หมอหลวงเหลียงจงใจหลบอยู่ด้านหลังหมอหลวงสวี่และหมอหลวงจง ราวกับว่าไม่กล้าพูดกับฉู่เยี่ยนตรงๆ
“เป็นอย่างไรบ้าง” ฉู่เยี่ยนถาม
หมอหลวงสวี่ตอบว่า “ข้าไร้ความสามารถ ข้าไม่เคยเห็นพิษนี้มาก่อนเลยขอรับ”
……….
ตอนที่ 834 ถอนพิษให้องค์หญิง
ฉู่เยี่ยนมองไปทางหมอหลวงจงและหมอหลวงเหลียงอีกครั้ง ทั้งสองคนต่างก็รีบช่วยกันพูด
จากนั้นฉู่เยี่ยนจึงมองไปทางหมอหลวงสวี่ “พวกเจ้าไม่มีความสามารถจริงๆ เช่นนั้นตอนนี้ควรจะทำอะไร”
หมอหลวงสวี่เงยหน้ามองฉู่เยี่ยน ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาพลันลองถามหยั่งเชิงว่า “เชิญแม่นางไป๋มาดูดีหรือไม่ขอรับ”
นี่คือสิ่งที่ฉู่เยี่ยนรอคอย เขาตอบรับทันใด “ก็ดีเหมือนกัน พวกเจ้าเขียนฎีกาให้เรียบร้อย อีกเดี๋ยวข้าจะนำไปทูลเสด็จพ่อ”
ถึงอย่างไรเสียองค์หญิงแห่งแคว้นจินก็กำลังป่วยไข้ นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อย่างยิ่ง เขาไม่อาจนำตัวไป๋จื่อมาโดยพลการได้ หากเกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงผู้นี้ ถึงตอนนั้นแล้วใครจะพูดอะไรได้ ฉู่เยี่ยนกับหมอหลวงเหลียงผู้นี้ไม่ถือโอกาสกัดเขาและไป๋จื่อไม่ปล่อยเลยหรือ
หมอหลวงสวี่เขียนฎีกาอย่างว่องไว ก่อนที่หมอหลวงทั้งสามคนจะประทับตรากันอย่างพร้อมเพรียง คราวนี้ฉู่เยี่ยนถึงจะนำฎีกานี้ไปยังห้องทรงอักษร
ฮ่องเต้อ่านฎีกาดูแล้วก็มีรับสั่งทันที ประกาศให้ไป๋จื่อเข้าวังมาถอนพิษให้องค์หญิง
“เสด็จพ่อ จื่อเอ๋อร์เข้าวังมารักษาไทเฮาและฮองเฮาถึงสองครั้งแล้ว นางรักษาโรคที่ยากจะรักษาได้ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นผลงานใหญ่ทีเดียว แต่เสด็จพ่อกลับไม่สนใจ ไม่มีตบรางวัลให้นางสักนิด เช่นนี้ดูขี้เหนียวเกินไปหน่อยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฝ่ายฮ่องเต้หลุดหัวเราะออกมา “เจ้าเด็กคนนี้ ขอรางวัลให้ภรรยาใช่หรือไม่”
ฉู่เยี่ยนยิ้มจาง “นางควรจะได้รับพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างพอพระทัย “ถูกต้อง นางควรจะได้รับรางวัลจริงๆ เอาอย่างนี้ ขอเพียงนางรักษาองค์หญิงเชียนฟางให้หายได้ ข้าจะมอบทองเป็นรางวัลให้นางหนึ่งหมื่นตำลึง ผ้าไหมอีกสี่คันรถม้า เครื่องประดับทองและหยกอีกสิบหีบ เป็นอย่างไร”
“ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อแทนนางพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่เยี่ยนประสานมือคารวะ
“จะรีบขอบคุณข้าตอนนี้ไปไย รอนางรักษาองค์หญิงเชียนฟางให้หายแล้วค่อยขอบคุณก็ยังไม่สาย”
…
เมื่อฉู่เยี่ยนออกจากห้องทรงอักษรแล้ว เขาก็เลี้ยวไปที่วังหลัง และเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา เขาจึงนั่งลงที่ศาลาไป๋อวี้ในสวนดอกไม้ แล้วสั่งให้ขันทีไปส่งสาส์นที่ตำหนักหรูอี้
พระสนมซูเฟยกำลังอ่านหนังสืออยู่ในตำหนัก เมื่อได้ยินว่าจิ้นอ๋องรอนางอยู่ที่สวนดอกไม้ นางก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด ครั้งก่อนนางช่วยไป๋จื่อไว้ ตอนนั้นไป๋จื่อพูดไว้ว่าเมื่อจิ้นอ๋องกลับมาแล้ว เขาย่อมมาพบนางเป็นแน่
“เปลี่ยนชุด!” นางวางหนังสือลง
ไม่นานนัก พระสนมซูเฟยก็นำนางกำนัลและขันทีสองสามคนไปที่สวนดอกไม้ ขณะนี้ในสวนดอกไม้แม้จะมีต้นไม้ใบหญ้าหลากสีสันไม่น้อย แต่อย่างไรเสียอากาศก็ยังเย็นเยียบอยู่ จึงแทบจะไม่เห็นใครเดินเล่นอยู่ในสวนแห่งนี้สักเท่าไร
ครั้นพบศาลาไป๋อวี้แล้ว พระสนมซูเฟยมองเห็นจิ้นอ๋องนั่งดื่มชาอยู่ข้างในตำหนักแต่ไกล เขานั่งหลังตงแหน็วเหมือนกับต้นสน ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลามีเค้าโครงของฮ่องเต้ในวัยหนุ่มอยู่ด้วย
นางถอนใจเสียงหนึ่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มขื่นอยู่เลือนราง
ปีนั้นนางแต่งเข้าวังมาโดยไม่ยินยอม และนางวัยยี่สิบแปดปีในตอนนั้น กลับแต่งให้บุรุษที่อายุน้อยว่าบิดาตนเองเพียงไม่กี่ปี
หากตอนนั้นนางไม่ได้แต่งเข้าวัง แต่แต่งให้บุรุษที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับตนเอง รับตำแหน่งภรรยาเอกของจวนสักแห่งหนึ่ง ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามที่แม่นมเคยสั่งสอน นางในตอนนี้คงจะมีความสุขเป็นแน่กระมัง
นางถอนหายใจอีกเสียงหนึ่ง คิดเรื่องเหล่านี้ในตอนนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร เมื่อเข้ามาในถ้ำเสือแล้ว สิ่งที่นางควรคิดก็คือมีชีวิตรอดต่อไปให้ดี
“จิ้นอ๋อง” พระสนมซูเฟยเรียกจากข้างนอกศาลา
ฉู่เยี่ยนลุกขึ้นยืนทันที เขาประสานมือคารวะพระสนมซูเฟยครั้งหนึ่ง “พระสนมซูเฟย”
พระสนมซูเฟยเข้ามาในศาลา นางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่ง ก่อนจะพบว่ามีกระถางถ่านวางอยู่ด้านข้างเก้าอี้หิน อีกทั้งบนนั้นก็วางเบาะนุ่มๆ เอาไว้ด้วย
จิ้นอ๋องใส่ใจทีเดียว พาให้นางยิ้มออกมาจางๆ
“ท่านอ๋องกลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แม่นางไป๋นับว่าวางใจได้แล้ว” พระสนมซูเฟยยิ้มกล่าว
จากนั้นฉู่เยี่ยนก็หยิบขวดกระเบื้องออกมาจากในอกเสื้อ แล้วยื่นมันไปบนโต๊ะตรงหน้าของพระสนมซูเฟย “นี่เป็นยาลูกกลอนที่ไป๋จื่อหลอมเอง นางบอกว่ามีผลดีต่อการปรับสมดุลร่างกายของพระสนม กินหนึ่งเม็ดทุกเช้าเย็นทุกวัน ใช้ยานี้ทุกวันตลอดหนึ่งเดือนอย่าได้หยุด ถึงตอนนั้นแล้วนางจะเข้าวางมาตรวจอาการให้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”