คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 845 พี่สี่? / ตอนที่ 846 นายท่านกวน
ตอนที่ 845 พี่สี่?
เด็กรับใช้ส่ายหน้า “ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ”
ฉู่เยี่ยนกำลังคิดว่าจะต้องไปถามกับผู้ใด ก็มีเสียงเด็กรับใช้อีกคนหนึ่งดังขึ้นว่า “เซียวอ๋อง!”
เขาหมุนกายไป สบสายตาหยั่งลึกของฉู่เฟิงเข้าพอดี มุมปากของเขายกโค้งขึ้นทันที ก่อนจะกล่าวเหมือนจะยิ้ม แต่ก็ไม่ยิ้มว่า “พี่สี่?”
ฉู่เฟิงก็ยิ้มเช่นกัน แววตาของเขาเย็นเยียบยิ่ง “น้องหกมาเยี่ยมองค์หญิงหรือ”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ข้ามาหาจื่อเอ๋อร์ แต่ในเมื่อนางไม่อยู่ ข้าก็ต้องไปเช่นกัน องค์หญิงอยู่ข้างใน ตอนนี้นางฟื้นแล้วด้วย พี่สี่เข้าไปเถอะ”
“ได้ยินมาว่าองค์หญิงเชียนฟางเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นจิน ในคืนที่องค์หญิงเกิด ดอกไม้ทุกดอกในวังบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมปกคลุมไปทั่วบริเวณวัง เป็นเหตุให้นางมีนามว่าเชียนฟาง (กลิ่นหอมขจรขจาย) สตรีที่พิเศษเช่นนี้ น้องหกไม่อยากไปดูหน่อยหรือ” ฉู่เฟิงยิ้มถาม
ฝ่ายฉู่เยี่ยนยิ้มจาง “พี่สี่อาจจะลืมไปแล้วว่าข้าเป็นคนพาองค์หญิงเชียนฟางกลับมาจากเมืองจินหยาง ข้าเคยพบนางแล้ว ในเมื่อพี่สี่สนใจนางขนาดนี้ เช่นนั้นยังรออะไรอยู่เล่า” ครั้นกล่าวจบ เขาก็ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ฉู่เฟิง เอ่ยเสียงเบาว่า “ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้จื่อเอ๋อร์เข้าวังไปตรวจชีพจรให้ฮองเฮา แต่ไม่ทันระวังทำเสื้อผ้าเปียกในตำหนักชิ่งอัน”
ฉู่เฟิงยิ้มมุมปาก “สายข่าวของน้องหกกว้างขวางนัก เรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ กลับไปถึงหูของคนงานยุ่งเช่นเจ้าได้ด้วย”
ฉู่เยี่ยนจ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง กล่าวย้ำชัดทีละคำ “สำหรับข้า เรื่องของจื่อเอ๋อร์ไม่ใช่เรื่องเล็ก ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องใหญ่ พี่สี่ อย่าได้มีครั้งหน้าอีกก็แล้วกัน”
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่เฟิงพลันเยือกเย็นขึ้น “หากมีครั้งหน้าอีกจะเป็นอย่างไร”
“เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้!” ฉู่เยี่ยนแค่นหัวเราะ ก่อนจะสาวเท้าจากไป
ฉู่เฟิงกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วเป็นสีขาวซีด เขามองเงาหลังที่ห่างออกไปไกลของฉู่เยี่ยน แววตาน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
เขามองประตูห้องตรวจที่ปิดสนิท หลังจากคิดดูแล้ว ในที่สุดก็ไม่ได้เข้าไป เพียงแต่หมุนกายเดินออกไป
ที่เขามาที่นี่ในวันนี้ไม่ใช่เพื่อพบองค์หญิงเชียนฟาง แต่เขาได้ยินมาว่าไป๋จื่ออยู่ที่นี่ ถึงได้รีบร้อนมาถึง
ผลสุดท้ายกลับพบแต่ความว่างเปล่า แต่ไม่เป็นไร ยังมีเวลาอีกนาน อย่างไรเสียก็ต้องมีโอกาส ต่อให้ไม่มีโอกาส เขาก็ต้องสร้างโอกาสขึ้นมาจนได้
…
หลังจากไป๋จื่อและหมอหลวงสวี่ออกจากสำนักหมอหลวง ก็มุ่งหน้าไปยังจวนสกุลกวนบนถนนตงจื้อทันที
ตั้งแต่นายใหญ่เกษียณจากสำนักหมอหลวง สกุลกวนก็เริ่มเปิดกิจการขายสมุนไพร ชื่อเสียงของหมอหลวงชรายังคงอยู่ กิจการขายวัตถุดิบสมุนไพรย่อมดีกว่าที่อื่น ยิ่งมายิ่งทำมาค้าขึ้น จนบัดนี้เป็นอันดับหนึ่งในบรรดาสกุลที่ทำกิจการเดียวกันในเมืองหลวงแล้ว
เรียกได้ว่าเป็นสกุลร่ำรวยที่ผ่านความยากลำบากมาหลายปีเช่นกัน แต่ชื่อเสียง เงินทอง และเส้นสายล้วนไม่ขาด
ครั้นเคาะห่วงประตูที่ทำจากทองแดงแล้ว ไม่นานนักก็มีนายทวารมาถามไถ่
“ทั้งสองท่านมาพบใครหรือ”
“พวกข้ามาจากสำนักหมอหลวง มีเรื่องด่วนต้องการพบนายท่านของเจ้าด่วน โปรดรายงานเขาด้วย” หมอหลวงสวี่ว่า
ทันทีที่นายทวารได้ยินว่ามาจากสำนักหมอหลวง เขาก็เข้าไปรายงานในทันใด ไม่นานเท่าไรนักก็กลับออกมานำทั้งสองคนเข้าไป
คนดูแลสกุลกวนในตอนนี้คือหลานของหมอหลวงกวน นามว่ากวนฉางผิง ปีนี้อายุประมาณห้าสิบปี เขาดูแลตัวเองได้ไม่เลว ดูแล้วเหมือนบุรุษแข็งแรงวัยสี่สิบต้นๆ เท่านั้น
“นี่หมอหลวงสวี่ไม่ใช่หรือ” เมื่อนายท่านกวนเห็นหมอหลวงสวี่ เขาก็จำอีกฝ่ายได้ทันที จึงรีบก้าวเข้ามาทักทาย
หมอหลวงสวี่ตะลึงงาน “นายท่านกวนรู้จักข้าด้วย?”
นายท่านกวนยิ้ม “หมอหลวงสวี่ช่างเป็นคนขี้ลืมเสียจริง ปีก่อนจู่ๆ ก็เกิดโรคระบาดที่เมืองชิงหยาง ท่านเดินทางไปทำการรักษา อีกทั้งเจรจาซื้อขายกับร้านค้าวัตถุดิบสมุนไพรในเมืองหลวงอย่างพวกข้าอย่างลับๆ ด้วย พวกข้าตัดสินใจสนับสนุนวัตถุดิบสมุนไพรสิบคันรถ ตอนนั้นข้าส่งมันไปที่เมืองชิงหยางด้วยตัวเอง ท่านยังดื่มชาจอกหนึ่งกับข้าอยู่เลย”
……….
ตอนที่ 846 นายท่านกวน
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว หมอหลวงสวี่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องเช่นนี้อยู่จริงๆ เพื่อการรักษาโรคระบาดในตอนนั้น เขายุ่งจนหัวหมุน และต้อนรับนายท่านกวนที่มาส่งสมุนไรจริงๆ ตอนนั้นเขายังคิดอยู่เลยว่าหากรอดกลับเมืองหลวงไปได้ จะต้องขอบคุณร้านขายสมุนไพรใจบุญเหล่านี้แทนชาวเมืองชิงหยาง คิดไม่ถึงเลยว่าต่อมาเขารอดกลับมาได้ ทว่าก็ป่วยครั้งใหญ่ทีเดียว แม้จะไม่ได้ป่วยด้วยโรคระบาด แต่ก็เกือบจะสิ้นชีวิต ต้องบำรุงรักษาร่างหายอยู่ครึ่งปีถึงจะหายดี หลังจากนั้นเขาก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท หากไม่ใช่เพราะวันนี้ได้พบนายท่านกวนอีกครั้ง เขาเกรงว่าจะลืมเรื่องนี้ไปทั้งชีวิตแล้ว
“ที่แท้เป็นเจ้านี่เอง ดูความจำของข้าสิ เดิมทีคิดอยู่ว่ากลับมาแล้วจะขอให้ฮ่องเต้พระราชทานรางวัลให้พวกเจ้า แต่ตอนนั้นข้าป่วยหนักมาก นอนสลบไสลอยู่นาน ครั้นฟื้นขึ้นมาก็ลืมเรื่องราวต่างๆ ไปมากมาย เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
นายท่านกวนรีบโบกมือ “หมอหลวงสวี่พูดเช่นนี้ทำให้ข้าอับอายนัก พวกข้าเพียงทำเรื่องที่ทำได้อย่างสุดความสามารถ ไฉนเลยจะเทียบกับท่านได้ พวกข้าล้วนรู้เรื่องที่ท่านล้มป่วย ตอนนั้นคิดจะไปเยี่ยมท่านเช่นกัน แต่ไม่อาจผ่านประตูเข้าไปได้ รู้สึกเสียดายจริงๆ เมื่อรู้ว่าหลังจากนั้นท่านหายดี กลับมาเป็นหมอหลวงที่สำนักหมอหลวง พวกข้าก็ดีใจกับท่านมาก วันนี้ได้พบกันอีกครั้งย่อมเป็นเรื่องดียิ่งนักขอรับ”
ตอนนี้นายท่านกวนตื่นเต้นอยู่บ้าง ปู่ของเขาเป็นหมอหลวง วัยเด็กของเขาเล่นสนุกอยู่กับปู่เสมอ ฟังคำสั่งสอนปู่มาแต่ไหนแต่ไร จึงรู้สึกเคารพนับถือปู่มาก เพียงแต่น่าเสียตายที่เขาเหมือนกับบิดา ไม่ได้ฉลาดเป็นกรดปานนั้น ไม่อาจร่ำเรียนความสามารถของปู่ได้ ทำได้เพียงทำกิจการที่เกี่ยวข้องกับหมอและสมุนไพร ถือได้ว่ารักษาชื่อเสียงเล็กน้อยของหมอหลวงกวนในตอนนั้นได้ต่อไป
เมื่อทั้งสองคนพูดเรื่องเหล่านี้อีกครั้ง ต่างก็มีความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้พบกันเร็วกว่านี้
หมอหลวงสวี่เอ่ยกับนายท่านกวนว่า “ผู้นี้คือแม่นางไป๋ อย่าได้มองว่านางอายุน้อยเชียว เพราะวิชาแพทย์ของนางล้ำเลิศยิ่งนัก”
นายท่านกวนตาเป็นประกาย เมื่อครู่เขาไม่ได้มองให้ชัดเจน ยังคิดว่านางเป็นหลานสาวของหมอหลวงสวี่ด้วยซ้ำไป คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหมอหญิงคนหนึ่ง
ไป๋จื่อโค้งตัวคารวะนายท่านกวน นางยิ้มหวาน “เมื่อครู่ได้ฟังทั้งสองท่านพูดถึงเรื่องในอดีต น่าเลื่อมใสจริงๆ เจ้าค่ะ วันนี้ข้ากับหมอหลวงสวี่ไม่มีธุระไม่มาซานเป่าเตี้ยน มีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้อง หวังว่านายท่านกวนจะอำนวยความสะดวก”
นายท่านกวนย่อมรู้ว่าพวกเขามาเพราะมีธุระ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางรีบร้อนมาที่จวนสกุลกวน
“รีบพูดมาเถอะ” นายท่านกวนกล่าว
ไป๋จื่อจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดเสียรอบหนึ่ง
เมื่อนายท่านกวนได้ฟัง เขาก็เบิกบานใจทันที “ที่แท้เพราะเรื่องนี้เอง ขอไม่ปิดบังทั้งสองท่าน พวกข้าสกุลกวนมีตำราแพทย์โบราณอยู่บ้างจริงๆ ล้วนเป็นท่านปู่ที่เก็บสะสมเอาไว้ แต่ตำราฝังเข็มที่เจ้าว่านั้น ข้าไม่รู้เหมือนกันว่ามีหรือไม่ ผ่านมาหลายปีมากแล้ว ข้าไม่ได้ไปอ่านดูเลย แต่ส่งคนไปจัดการดูแลโดยเฉพาะ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างข้าไม่รู้เลยจริงๆ”
“พาพวกข้าไปดูได้หรือไม่เจ้าคะ” ไป๋จื่อถาม
นายท่านกวนพยักหน้า “ย่อมได้ ในเมื่อเดิมทีเป็นตำราของสำนักหมอหลวง หากหาพบก็นำกลับไปเถอะ อยู่ในมือของพวกเจ้ามีประโยชน์มากกว่าแน่อยู่แล้ว เก็บไว้ที่สกุลกวนก็มีแต่จะฝุ่นเกาะ วิญญาณท่านปู่บนสวรรค์คงไม่พอใจ”
ไป๋จื่อรีบกล่าวขอบคุณ “นายท่านกวนมีเมตตาจริงๆ ไป๋จื่อเลื่อมใส”
นายท่านกวนนำทั้งสองคนไปที่เรือนเก็บหนังสือ ในมุมด้านในสุดของเรือนเป็นสถานที่สำหรับวางตำราแพทย์โดยเฉพาะ
เขาสั่งให้ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่ดูแลเรือนเก็บหนังสือนำบันทึกรายนามหนังสือมา ภายในนั้นมีบันทึกรายการหนังสือที่เก็บอยู่ที่นี่อย่างละเอียด
“พวกมันล้วนเป็นหนังสือที่ตกทอดกันมาในสกุลกวน แต่มาถึงรุ่นของข้าแล้วกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ น่าเสียดายยิ่ง”
นายท่านกวนมีสีหน้าเสียใจจริงๆ