คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 843 ขาขององค์หญิงไม่มีความรู้สึก / ตอนที่ 844 ตำราฝังเข็ม
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 843 ขาขององค์หญิงไม่มีความรู้สึก / ตอนที่ 844 ตำราฝังเข็ม
ตอนที่ 843 ขาขององค์หญิงไม่มีความรู้สึก
หมอตี๋รู้สึกเคารพเลื่อมใสมาก ตอนนี้เขาไม่บ่นอะไรอีก เพียงแต่โค้งกายให้อาจารย์อีกครั้ง “ขอบคุณอาจารย์มากขอรับ!”
หมอหลวงสวี่โบกมือ “ไยถึงขอบคุณข้า หากจะขอบคุณก็ขอบคุณแม่นางไป๋เถอะ อาจารย์ของเจ้าอยู่ที่สำนักหมอหลวงมาหลายปี แต่กลับลืมสิ่งของมากมายไปเสียได้ แม้แต่เจตนารมณ์ตอนที่ทำอาชีพหมอแต่แรกเริ่มก็ลืมไปจนสิ้น เป็นแม่นางไป๋นี่แหละที่ทำให้ข้าตามหาเจตนารมณ์ดั้งเดิมกลับมาได้”
เจ้าพนักงานผู้นั้นมองหมอหลวงสวี่ เขามองแล้วก็ไม่กล้าเชื่อจริงๆ ว่าผู้อาวุโสเช่นหมอหลวงสวี่จะเลื่อมใสแม่นางน้อยคนหนึ่งได้มากถึงเพียงนี้ ไม่รู้เหมือนกับว่าแม่นางน้อยผู้นั้นมีความสามารถอะไรกันแน่ ถึงทำให้หัวหน้าสำนักหมอหลวงผู้มีเกียรติอย่างหมอหลวงสวี่มีทีท่าเคารพนบนอบนางยามเอ่ยถึงได้เพียงนี้
…
ไป๋จื่อกลับมาที่ห้องตรวจ นางยังไม่ทันได้เข้าไปข้างใน ก็ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นขององค์หญิงดังมา
เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลยไม่ใช่หรือ ไยตอนนี้ร้องไห้ขึ้นมาได้เล่า
นางรีบร้อนเข้าไปถามจิ่นเอ๋อร์ “เกิดอะไรขึ้น”
จิ่นเอ๋อร์รีบเปิดม่านเตียงออก นางกล่าวด้วยสีหน้าซีดเผือด “แม่นางไป๋ เจ้าดูองค์หญิงหน่อยเถอะ องค์หญิงบอกว่าขาของนางไม่มีความรู้สึก บอกว่าตนเองพิการแล้ว ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”
ไม่อยากมีชีวิตอยู่? นั่นไม่ได้หรอกนะ หากนางคิดจะตายจริงๆ ก็ให้นางตายที่แคว้นฉู่แห่งนี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ใหญ่หลวงนัก
ไป๋จื่อก้าวไปข้างหน้า เปิดผ้าห่มตรงช่วงขาขององค์หญิงออก ก่อนจะใช้นิ้วกดลงบริเวณจุดต่างๆ ที่ขาของนาง “เจ็บหรือไม่”
องค์หญิงร้องไห้พลางส่ายหน้า “ไม่เจ็บ ไม่มีความรู้สึกเลยสักนิด ขาของข้าพิการแล้วใช่หรือไม่ ข้ากลายเป็นคนพิการแล้วหรือ”
ไป๋จื่อไม่ตอบ นางหมุนกายไปที่หน้าเตียง เลื่อนตัวเลขลงบนกลอน นี่เป็นกล่องของหลินหยาง ทุกกล่องล้วนมีรหัสลับ และรหัสลับของหลินหยางก็คือวันเกิดของนาง นางรู้อยู่ตลอด
นางหยิบค้อนขนาดเล็กออกมาจากในกล่อง แล้วให้จิ่นเอ๋อร์ประคององค์หญิงลุกขึ้นนั่ง นางใช้ค้อนเคาะตรงหัวเข่าอยู่สองสามครั้ง แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดตอบสนอง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นนางลองบีบกล้ามเนื้อบนน่องขององค์หญิง ทุกด้านล้วนปกติมาก แต่เหตุใดขาทั้งสองข้างถึงสูญเสียความรู้สึกไปกัน
“แม่นางไป๋ ขาของข้าเป็นอะไรกันแน่”
ไป๋จื่อก้มหน้าครุ่นคิด องค์หญิงร้องไห้อีกครั้ง “ข้าพิการแล้วแน่ๆ ข้าไม่อยากอยู่ต่อไปแล้ว จะมีชีวิตอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร”
เมื่อครู่ไป๋จื่อเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ทว่าองค์หญิงร้องไห้อีกเช่นนี้ ทำให้ความคิดนั้นขาดห้วงไป พาให้นางขมวดคิ้วมุ่นไปด้วย
“เอาละ ร้องไห้ไปก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ข้าบอกแล้วว่าจะรักษาท่านให้หาย ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนใจไป ข้ากำลังคิดหาหนทางอยู่” นางพูดจบก็หมุนกายออกไป
องค์หญิงชะงักงัน ก่อนจะเงยหน้ามองจิ่นเอ๋อร์ที่ประคองตนอยู่
จิ่นเอ๋อร์รีบเอ่ย “องค์หญิงอย่าโกรธไปเลยนะเจ้าคะ แม่นางไป๋ย่อมตั้งใจรักษาอาการของท่านอย่างแน่นอน ไม่มีได้เจตนาอื่นใดเจ้าค่ะ”
องค์หญิงพยักหน้า “ข้ารู้ ข้ารู้…แต่ขาของข้า”
จิ่นเอ๋อร์ปลอบใจว่า “องค์หญิง ก่อนหน้านี้ท่านสลบไปนานมาก ข้าคิดว่าทั้งชีวิตนี้คงไม่ได้เอ่ยวาจากับท่านแล้ว แต่ตอนนี้ท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว ส่วนขาของท่าน แม่นางไป๋จะต้องหาหนทางรักษาได้อย่างแน่นอน ท่านอย่าได้ร้อนใจไปเลยนะเจ้าคะ” ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในใจของจิ่นเอ๋อร์รู้สึกเชื่อใจไป๋จื่อมาก
นางจะไม่ร้อนใจเช่นกันได้หรือ แต่ตอนนี้ร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
…
ไป๋จื่อกลับไปที่ห้องตำรา พวกหมอหลวงสวี่กำลังค้นหาอยู่ ทั้งสามคนล้วนมุ่นคิ้ว มือขยับไม่ยอมหยุด เห็นได้ชัดว่ายังหาไม่เจอ
นางก้าวเข้าไปแทนที่หมอตี๋ รับบันทึกในมือของเขามาค้นดู ปากก็ไม่ได้เว้นว่าง “ขาขององค์หญิงไม่มีความรู้สึก หมอหลวงสวี่รู้สาเหตุหรือไม่”
หมอหลวงสวี่เงยหน้าขึ้นมองนาง “ไม่มีความรู้สึก? ไม่มีความรู้สึกแม้สักนิดเลยน่ะหรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ไม่มีความรู้สึกเลยสักนิดเดียว แม้แต่เส้นประสาท…” นางหยุดพูด พูดคำว่าเส้นประสาทที่นี่เหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก
……….
ตอนที่ 844 ตำราฝังเข็ม
“จะเป็นไปได้อย่างไร ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย หลายจุดบนศีรษะที่ถูกเข็มแทงปิดการไหลเวียนจนทำให้สลบไป ครั้นดึงออกมาได้แล้วองค์หญิงก็ฟื้น และหลายจุดนั้นไม่เกี่ยวข้องกับขา ตามหลักแล้วไม่ควรมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นสิ” หมอหลวงสวี่กล่าว
ไป๋จื่อพยักหน้า “ตามหลักแล้วไม่ควรจริงๆ เจ้าค่ะ หรือว่าพวกเราจะพลาดอะไรไป”
หมอหลวงสวี่ขบคิดอย่างละเอียด ทว่าก็คิดอะไรไม่ออกจริงๆ จึงส่ายหน้า “ไม่น่าจะมีกระมัง หรือองค์หญิงจะถูกพิษจริงๆ”
ทว่าไป๋จื่อส่ายหน้า “ถูกพิษหรือไม่ ตอนนี้ยังให้ข้อสรุปไม่ได้ แต่เรื่องขาไม่เกี่ยวข้องกับพิษแน่นอน” ไหนเลยบนโลกนี้จะมีพิษที่ส่งผลกับขาทั้งสองข้าง แต่บริเวณอื่นกลับไม่เป็นอะไรเลย
นางก้มหน้าลง ค้นหาบันทึกในมือต่อไปอย่างละเอียด ไม่กล้าพลาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว ทันใดนั้นตัวหนังสือที่งดงามแถวหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตาของนาง รัชศกเหวินจื้อปีที่สาม วันที่ห้า เดือนห้า กวนซู่จิ่งยืมตำราฝังเข็มไปหกเล่ม
หลังจากตัวหนังสือแถวนั้นมีแต่ความว่างเปล่า ความจริงแล้วควรจะเขียนวันคืนตำราเอาไว้ แต่มันกลับว่างเปล่า ชัดเจนว่าไม่เคยนำกลับมาคืน
ไป๋จื่อถามหมอหลวงสวี่ว่า “รัชศกเหวินจื้อปีที่สามคือปีใดหรือ”
“ราชวงศ์ก่อนหน้านี้ มีอะไรหรือ” หมอหลวงสวี่ตอบ
หมายความว่ายืมตำราไปหลายสิบปีแล้ว
ไป๋จื่อชี้ไปยังรายชื่อหนังสือบนบันทึก ถามว่า “ตำราฝังเข็มนี้หาได้ทั่วไปหรือไม่”
หมอหลวงสวี่ส่ายหน้า “ข้าไม่เคยเห็นตำรานี้มาก่อน มันค่อนข้างเป็นความเชื่อมากกว่าทฤษฎี”
ตำราฝังเข็มจะเป็นความเชื่อได้อย่างไร มันเป็นทฤษฎีชัดๆ
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงถามอีกว่า “กวนซู่จิ่งผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
หมอหลวงสวี่ส่ายหน้าอีกครั้ง “เขาจากโลกนี้ไปนานแล้ว ทว่าสกุลกวนยังคงอยู่ หากยังเก็บตำราที่ยืมไปเสมอมา ก็อาจจะหาพบก็เป็นได้”
“ตอนนี้สกุลกวนยังทำอาชีพหมออยู่หรือไม่” ไป๋จื่อถาม
ทว่าหมอหลวงสวี่ยังคงส่ายหน้า “ไม่ได้ทำอาชีพหมอแล้ว หลังจากหมอหลวงกวนเกษียณออกไป เหล่าลูกหลานในสกุลก็เริ่มทำการค้าขาย เจริญก้าวหน้ามาก ทักษะฝังเข็มอันยอดเยี่ยมของหมอหลวงกวนจึงไร้คนสืบทอด พูดขึ้นมาแล้วก็น่าเสียดายจริงๆ”
ไป๋จื่อกล่าวกับหมอหลวงสวี่ว่า “ท่านไปที่สกุลกวนกับข้าได้หรือไม่ ข้าอยากจะดูตำราฝังเข็มนี้ มันอาจจะมีวิธีรักษาองค์หญิงก็เป็นได้”
ตอนอยู่ในยุคปัจจุบัน นางเคยได้ยินเรื่องตำราฝังเข็มเช่นกัน แต่ตำราแพทย์นั้นถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ที่คัดลอกออกมาหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ทว่าก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาการฝังเข็มอย่างยิ่ง
หากได้อ่านตำราฝังเข็มฉบับสมบูรณ์ อาจจะพบวิธีรักษาขาขององค์หญิงได้จริงๆ
หมอหลวงสวี่ชี้บันทึกใจมือ “เล่มนี้เล่า ไม่หาแล้วหรือ”
ไป๋จื่อรีบเอ่ย “ย่อมไม่ต้องหาแล้ว ให้คนอื่นช่วยหาเถอะเจ้าค่ะ ส่วนพวกเราไปที่สกุลกวนก่อน เรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้”
“ตกลง พวกเราออกเดินทางกันเลยเถอะ” หมอหลวงสวี่พยักหน้า
จากนั้นไป๋จื่อก็กล่าวกับหมอตี๋ “อีกเดี๋ยวเจ้าไปบอกแม่นางจิ่นเอ๋อร์สักหน่อย ว่าข้าจะออกจากวังไปให้หาหนทางรักษาองค์หญิง ขอพวกนางอย่าได้กังวล”
หมอตี๋รับคำ พลางมองส่งหมอหลวงสวี่และไป๋จื่อออกจากห้องตำราไป
ทั้งสองคนเพิ่งเดินออกไปได้ไม่เท่าไร ฉู่เยี่ยนก็รีบมาถึง เขาถามเด็กรับใช้ข้างนอกห้องตรวจขององค์หญิงก่อนว่า “แม่นางไป๋อยู่หรือไม่”
เด็กรับใช้คนนั้นมีสีหน้าตื่นตกใจ จิ้นอ๋องมาที่นี่แต่ไม่ถามถึงองค์หญิง กลับถามถึงแม่นางไป๋เสียได้
ทันใดนั้นเด็กรับใช้ก็ส่ายหน้า “แม่นางไป๋ไม่อยู่ขอรับ นางออกจากวังไปกับหมอหลวงสวี่ ท่านอ๋อง องค์หญิงฟื้นแล้ว ท่านจะเข้าไปดูสักหน่อยหรือไม่”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ฟื้นแล้วก็ดี ตอนนี้ข้าไม่สะดวกเข้าไป” เขาหมุนกายเดินไปหลายก้าว คิดๆ ดูแล้วก็ย้อนกลับมาอีก “แม่นางไป๋บอกหรือไม่ว่าจะไปที่ใด”
เด็กรับใช้ตอบ “ได้ยินหมอตี๋ของหมอหลวงสวี่บอกว่า พวกเขาสองคนจะไปที่บ้านของหมอหลวงกวนขอรับ”
หมอหลวงกวน? ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว “ใครคือหมอหลวงกวน”