คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 847 ตำราฝังเข็ม / ตอนที่ 848 หานกู่จื่อ ผู้สร้างวิชาจุดวิเศษ
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 847 ตำราฝังเข็ม / ตอนที่ 848 หานกู่จื่อ ผู้สร้างวิชาจุดวิเศษ
ตอนที่ 847 ตำราฝังเข็ม
บรรพบุรุษของสกุลกวนทำอาชีพหมอมาหลายชั่วอายุคน ตำราแพทย์หรือตำรายาใดมีมากมาย ส่วนมากเป็นตำราที่มีอยู่เพียงเล่มเดียวในโลก ทว่าไป๋จื่ออ่านดูแล้วไม่ได้รู้สึกสนใจเท่าไร เพราะพวกมันเป็นตำราแพทย์ที่มีการรวบรวมไว้ในยุคปัจจุบันแล้ว นางเคยอ่านแล้วทั้งหมด มีความรู้ที่เป็นประโยชน์เช่นกัน แต่มากเกินไป
ไป๋จื่อยังไม่ทันดูรายการหนังสือทั้งหมด หมอหลวงสวี่ก็พบตำราฝังเข็มบนชั้นหนังสือแล้ว “เจอแล้วๆ อยู่ตรงนี้” เขานำตำราปกสีน้ำเงินส่งให้ไป๋จื่อ
บนปกหนังสีน้ำเงินเขียนไว้ว่า ‘ตำราฝังเข็ม’ อยู่รางๆ
นางรีบรับมา อาศัยความทรงจำในสมอง พลิกเปิดไปยังบทที่สี่
ตนจำได้ว่าตำราฝังเข็มที่เคยอ่านในยุคปัจจุบันนั้น สิ่งที่อธิบายไว้ในบทที่สี่ก็คือวิธีฝังเข็มเก้าหยินเก้าหยาง
และมันก็เหมือนกับที่นางเคยอ่านในยุคปัจจุบันจริงๆ เพียงแต่มันหนากว่ามาก ส่วนที่เหลืออยู่ในยุคปัจจุบันมีแค่เศษเสี้ยวหนึ่ง วิธีฝังเข็มเก้าหยินเก้าหยางในบทที่สี่ก็มีอยู่เพียงครึ่งเดียว นางอาศัยเนื้อหาครึ่งหนึ่งนั้นสร้างวิธีฝังเข็มสามหยางด้วยตนเอง มันใช้ประโยชน์ได้ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าหากได้ศึกษาวิธีฝังเข็มเก้าหยินเก้าหยาง วิชาแพทย์ของนางต้องเพิ่มขึ้นไปอีกระดับแน่นอน
“เล่มนี้แหละเจ้าค่ะ นายท่านกวน ข้าขอนำตำราไปได้หรือไม่” ไป๋จื่อดีใจมาก รีบพูดกับนายท่านกวนทันที
นายท่านกวนพยักหน้า “แน่นอนว่าได้ เมื่อครู่ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าตำราแพทย์นี้เป็นของสำนักหมอหลวง มันควรกลับไปอยู่ที่ของมัน อีกอย่างตอนนี้สกุลกวนก็ไม่ได้ทำอาชีพหมอแล้ว แม้ตำราแพทย์เหล่านี้จะเป็นของดี แต่เก็บไว้ที่สกุลกวนก็มีแต่จะฝุ่นจับ น่าเสียดายนัก”
“ไม่ใช่แค่เล่มนี้นะ แต่ตำราแพทย์ที่พวกเจ้าใช้ประโยชน์ได้ พวกเจ้านำกลับไปทั้งหมดเลยเถอะ”
ไป๋จื่อเลื่อมใสนายท่านกวนที่มีทัศนคติเช่นนี้มาก มิน่าเล่ากิจการของพวกเขาสกุลกวนถึงได้เจริญก้าวหน้าเช่นนี้ ไม่ได้ใช้แค่โชคดีจริงๆ
หลังจากบอกลานายท่านกวนแล้ว ไป๋จื่อก็นั่งลงบนรถม้าของสำนักหมอหลวง ก่อนจะพลิกอ่านตำราฝังเข็มอย่างไม่รอช้า ตอนที่นางพลิกไปถึงส่วนที่เก้าของตำราฝังเข็ม นางก็พลันตาเป็นประกาย และเริ่มอ่านตัวอักษรงดงามเป็นระเบียบบนตำราอย่างมีความสุข
“ตรงนี้!” นางโพล่งออกมาอย่างอดไม่อยู่ หมอหลวงสวี่ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเขา ก็รีบยื่นศีรษะมามอง “อะไรหรือ”
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “ข้าเพียงเคยได้ยินเรื่องจุดวิเศษมาก่อน ว่ากันว่ามันบรรยายเรื่องจุดวิเศษที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย และโรคประหลาดรักษายากบางโรคก็รักษาให้หายได้ผ่านจุดวิเศษเจ้าค่ะ”
หมอหลวงสวี่ได้ยินแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เขารับตำรามาจากในมือของไป๋จื่อ อ่านอย่างละเอียดอยู่หลายบรรทัดแล้วก็มีแต่รู้สึกตื่นเต้นขึ้น “นี่ๆๆ จุดวิเศษพวกนี้มีอยู่จริงหรือ เหตุใดไม่มีบันทึกไว้ในตำราแพทย์อื่นเลยเล่า”
“นี่เป็นวิชาที่หานกู่จื่อค้นพบเอง คนที่รู้มีอยู่ไม่มาก ตำราเล่มนี้มาถึงมือของพวกเราได้นับว่าโชคดีจริงๆ จุดวิเศษเป็นจุดที่ร่ำเรียนได้ยากมาก คนที่ศึกษาวิชานี้ได้ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการฝังเข็มสูงส่ง และคนเช่นนี้ก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อย ดังนั้นคนที่รู้วิชานี้จึงมีน้อยยิ่งกว่านั้นไปอีก”
สีหน้าของหมอหลวงสวี่มีแต่ความรู้สึกนึกคิดมากมาย “ตามหลักแล้ววิชาที่มีค่าเช่นนี้ควรสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นถึงจะถูก แต่เหตุใดไม่เพียงคนที่รู้วิชานี้มีน้อยนัก แม้กระทั่งมีข่าวลือว่ามันเป็นเพียงความเชื่อ ด้วยเหตุนี้หมอหลวงมากมายเห็นตำราเล่มนี้อยู่ในห้องตำราแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครยอมอ่าน”
“หมอหลวงกวนยืมตำราเล่มนี้ไปหลายปี ไม่รู้เหมือนกันว่าสำเร็จวิชาแพทย์ในตำราเล่มนี้แล้วหรือไม่” หมอหลวงสวี่เสียดาย หมอหลวงกวนเชี่ยวชาญวิชาแพทย์มาก แต่ลูกหลานของเขากลับทำการค้าขาย ไม่ได้สืบทอดวิชาแพทย์ของเขาต่อไป แม้แต่ลูกศิษย์สักคนก็ไม่มี
……….
ตอนที่ 848 หานกู่จื่อ ผู้สร้างวิชาจุดวิเศษ
ทั้งสองคนกลับไปที่สำนักหมอหลวง ไป๋จื่อไปดูอาการองค์หญิงก่อน นางยังคงมีอาการดังเดิม
จิ่นเอ๋อร์ถามว่า “แม่นางไป๋ หมอตี๋บอกว่าเจ้ากับหมอหลวงสวี่ออกจากวังไปหาหนทาง พบหนทางนั้นหรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า “มีเค้าลางแล้ว แต่ต้องทดสอบก่อนถึงจะบอกได้ ตอนนี้พูดอะไรถือว่ายังเร็วเกินไป ข้าไม่อาจหลอกเจ้า แต่เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะทุ่มเทรักษาองค์หญิงอย่างเต็มที่ ต้องทำให้นางแข็งแรงดังเดิม”
จิ่นเอ๋อร์ดีใจมาก มีเค้าลางถือว่าเป็นเรื่องดี แม่นางไป๋เก่งกาจถึงเพียงนี้ จะต้องคิดหาหนทางได้แน่นอน
ขณะนี้องค์หญิงกำลังหลับ หากนางตื่นขึ้นมาแล้วได้ยินคำพูดของแม่นางไป๋ นางจะต้องดีใจมากเช่นกัน
ไป๋จื่อออกจากห้องตรวจ และหาห้องหนังสือเงียบๆ แห่งหนึ่ง ร่วมกันศึกษาวิชาจุดวิเศษกับหมอหลวงสวี่
วิชาจุดวิเศษกล่าวว่า ร่างกายคนมีจุดแจ้งหยินหยางเจ็ดสิบหกจุด จุบลับหยินหยางสามสิบสองจุด และจุดวิเศษหยินหยางสิบแปดจุด
จุดวิเศษหยินหยางสิบแปดจุดซ่อนอยู่ในจุดแจ้งเจ็ดสิบหกจุด และจุดลับสามสิบสองจุด ทั้งแจ้งและลับครองเก้าจุด…
ความสามารถด้านการฝังเข็มของหมอหลวงสวี่เหนือกว่าคนอื่นๆ ในสำนักหมอหลวง หากเขาเป็นที่สองก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง
หมอหลวงจงอายุมากกว่าเขา ในสำนักหมอหลวงมีหมอหลวงที่อายุมากกว่าเขาไม่น้อย แต่วิชาแพทย์และวิชาฝังเข็มกลับไม่มีใครกล้าเทียบกับเขาเลย
กระนั้นด้วยความสามารถด้านการฝังเข็มเช่นนี้ของหมอหลวงสวี่ ยามค้นคว้าวิชาจุดวิเศษแล้วก็ยังคงเปลืองแรงอย่างยิ่ง
ไป๋จื่อดีกว่าหมอหลวงสวี่เล็กน้อย แต่ก็นับว่าเปลืองแรงเช่นกัน ชัดเจนว่าหานกู่จื่อ ผู้สร้างวิชาจุดวิเศษนี้มีความรู้และความสามารถเหนือคนธรรมดาจริงๆ
ตั้งแต่ฟ้าสว่างยันฟ้ามืด ตั้งแต่ฟ้ามืดยันฟ้าสว่าง ดวงตาของไป๋จื่อไม่ละออกจากตำราฝังเข็มเลยแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนหมอหลวงสวี่ ถึงอย่างไรเสียเขาก็อายุมากแล้ว อดทนได้ไม่นานเท่าคนวัยเยาว์เช่นนาง เมื่อตกกลางดึกเขาก็เดินไปหาที่พักผ่อนเองแล้ว ส่วนไป๋จื่อยังคงอดทนต่อไปจนฟ้าสว่าง
หลังจากวิเคราะห์วิชาจุดวิเศษอยู่หลายรอบ ในที่สุดไป๋จื่อก็พบทางสว่าง ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งคืนหายไปเป็นปลิดทิ้ง ราวกับว่าโลกที่นางรู้จักในห้วงสมอง พลันมีประตูขนาดยักษ์ใหญ่บานหนึ่งเปิดออก หลังจากเดินออกจากประตูบานนั้นแล้ว ก็เข้าสู่โลกใบใหม่แห่งหนึ่ง
นางรู้สึกว่ารูขุมขนทั่วร่างกายเปิดออกโดยพลัน จนควบคุมความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
ตอนที่ฉู่เยี่ยนมาถึง เขาเห็นนางถือตำราร้องไห้ไปพลาง หัวเราะไปพลาง อีกทั้งร่างกายยังสั่นเทาไม่หยุด ทำเอาเขาตกใจจนตัวโยน ท่าทางของนางเหมือนคนฝึกวรยุทธ์ที่ถูกธาตุไฟเข้าแทรกไม่มีผิด
เขารีบร้อนปรี่เข้าไปดึงตำราออกจากมือของนาง จากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งจับไหล่ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของนางไว้ บังคับให้นางเงยหน้ามองตนเอง
“จื่อเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าอย่าทำให้ข้ากลัวสิ”
ไป๋จื่อยังคงหัวเราะ นางดีใจจนแทบจะลุกขึ้นมาเต้นระบำ จู่ๆ นางก็ยื่นมือไปประคองใบหน้าของหูเฟิง แล้วเขย่งปลายเท้าประทับจุมพิตลงบนหน้าเขา แล้วเอ่ยด้วยความตื่นเต้นว่า “ข้ารู้แล้วๆ ข้ารู้แล้วว่าขาขององค์หญิงเป็นอะไรไป”
เมื่อพูดจบนางก็วิ่งไปถึงห้องตรวจที่จิ่นเอ๋อร์และองค์หญิงเชียนฟางพักอยู่
ฉู่เยี่ยนยืนชะงักงันอยู่ที่เดิม เขามองเขาหลังของไป๋จื่อที่วิ่งจากไปไกลอย่างงุนงง ความสุขมาอย่างรวดเร็วและกะทันหันยิ่งนัก เขายังไม่ทันได้รู้สึกถึงอะไรเลย นางก็วิ่งหนีไปแล้วหรือนี่
หมอหลวงสวี่เข้ามาเห็นไป๋จื่อไม่อยู่ มีเพียงฉู่เยี่ยนที่ยืนแน่นิ่ง พร้อมกับตำราฝังเข็มที่อยู่บนโต๊ะ
“ท่านอ๋อง แม่นางไป๋เล่าขอรับ”
คราวนี้ฉู่เยี่ยนถึงดึงสติกลับมาได้ เขากระแอมแก้เก้อสองเสียง ก่อนจะพูดกับหมอหลวงสวี่ “น่าจะไปหาองค์หญิงแล้ว”
สีหน้าของหมอหลวงสวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “อาการขององค์หญิงเปลี่ยนไปอีกแล้วหรือขอรับ”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “น่าจะไม่ใช่ ดูจากท่าทางของไป๋จื่อแล้ว นางทั้งร้องไห้ ทั้งหัวเราะเหมือนกับคนบ้า บอกอีกว่ารู้อะไรบางอย่างแล้ว และเหมือนจะบอกด้วยว่าคิดออกแล้วว่าควรรักษาขาขององค์หญิงอย่างไร”