คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 859 ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง / ตอนที่ 860 โอรสมีใจให้ไป๋จื่อ
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 859 ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง / ตอนที่ 860 โอรสมีใจให้ไป๋จื่อ
ตอนที่ 859 ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง
สีหน้าของไป๋จื่อยังคงเดิม ก่อนจะทำเป็นเดินไปข้างหน้าเพื่อนั่งลง ขณะที่นางค่อยๆ หย่อนก้นลงนั่ง สายตานางกวาดมองฮองเฮาและนางกำนัลที่อยู่ข้างหลังพระนาง ทั้งสองคนจ้องนางเขม็ง จ้องก้นที่กำลังหย่อนลงของนาง
ปกติแล้วใครเล่าจะมานั่งจ้องก้นคนอื่นเช่นนี้ มีอะไรน่ามองกัน สีหน้าของทั้งสองคนยิ่งยืนยันการคาดเดาของนางขึ้นทุกที
ตอนที่ก้นของไป๋จื่อกำลังจะสัมผัสเบาะนิ่มๆ นางพลันลุกขึ้นยืน แล้วมองฮองเฮาด้วยความรู้สึกผิด”ฮองเฮาเพคะ เดิมทีหม่อมฉันไม่ได้อยากจะขัดความประสงค์ดีของฮองเฮา แต่ตอนที่หม่อมฉันอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ หม่อมฉันเป็นโรคที่ไม่ค่อยดีบางอย่าง ทำให้ทิ้งแผลในใจเอาไว้ ไม่อาจนั่งบนเบาะนุ่มนิ่มเช่นนี้ได้เพคะ”
ดวงตาของฮองเฮาคมปลาบอยู่บ้าง เด็กคนนี้จงใจหรือไม่จงใจกันแน่ นางไม่มีทางมองเห็นสิ่งที่อยู่ในเบาะได้แน่ๆ หรือนางจะเป็นโรคประหลาดอะไรจริงๆ
มีใครบ้างเล่าที่เป็นโรคประหลาดจนทำให้นั่งบนเบาะไม่ได้ พระนางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริงๆ
ฮองเฮากลืนน้ำลาย “เบาะนี้ถูกสั่งทำเป็นพิเศษ ไม่ถือว่านิ่มเกินไป เจ้าลองนั่งดูดีหรือไม่ หากลองแล้วรู้สึกไม่สบาย เช่นนั้นค่อยนำออกไปก็ยังไม่สาย”
ไป๋จื่อมองไปยังฝั่งตรงข้าม บริเวณนั้นวางเก้าอี้ลักษณะเดียวกันอยู่ตัวหนึ่ง เบาะที่วางอยู่บนนั้นเป็นเบาะที่นางเห็นตอนที่มาเมื่อครั้งก่อน นางไม่พูดอะไรมาก เดินไปนั่งลงตรงนั้นเสียเลย พลางยิ้มเอ่ยว่า “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันนั่งตรงนี้ดีกว่าเพคะ”
ฮองเฮาโมโหจนแทบจะกระอักเลือด แต่พระนางก็ยังคงสงวนท่าทีเอาไว้ ทำได้เพียงกดกลั้นโทสะนี้ ‘คอยดูแล้วกัน อีกเดี๋ยวข้าจะค่อยๆ จัดการกับเจ้า’
นางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วมองรอยยิ้มที่เปล่งประกายของไป๋จื่อ “ได้ยินมาว่าองค์หญิงเชียนฟางฟื้นแล้ว?”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ทูลฮองเฮา องค์หญิงเชียนฟางฟื้นเมื่อวานนี้เพคะ เพียงแต่ยังไม่หายสนิทดี ยังต้องคอยสังเกตอาการอยู่เพคะ”
“ทั้งสำนักหมอหลวงล้วนจนปัญญา แต่เจ้ามาไม่ทันไรก็รักษาองค์หญิงจนฟื้นขึ้นมาได้ ท่าทางวิชาแพทย์ของเจ้าจะมหัศจรรย์จริงตามคำร่ำลือ”
“หม่อมฉันรู้วิชาแพทย์เพียงผิวเผิน ไม่อาจเรียกได้ว่ามหัศจรรย์หรอกเพคะ” ไป๋จื่อยิ้มจาง
นางกำนัลยกชาชงใหม่และขนมเข้ามา กลิ่นของพวกมันปกติดีมาก แต่นางยังคงไม่แตะต้อง ใครจะรู้ว่าตอนนี้กินสิ่งนี้เข้าไปแล้ว ต่อไปยังมีอะไรรอนางอยู่ มาที่นี่ นางไม่อาจสบายใจได้เลยสักนิดเดียว
ฮองเฮาเห็นนางไม่ดื่มชาและไม่กินขนม แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา เพียงแต่คุยกับเด็กสาวเพื่อคลายเบื่อไปเรื่อยๆ ทว่าดวงตามองไปข้างนอกอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่ากำลังรอใครอยู่
นางจะรอใครได้? ต้องเป็นฉู่เฟิงแน่นอนอยู่แล้ว
จู่ๆ นางก็รู้สึกตั้งตาคอยขึ้นมาอยู่บ้าง ด้วยอยากรู้ว่าสองแม่ลูกนี้จะเล่นละครอะไรกันแน่
เป็นไปตามคาด ไม่นานนักก็มีเสียงเล็กแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของขันทีข้างนอกดังขึ้น “เซียวอ๋องมาแล้ว!”
ไป๋จื่อเม้มปาก พลางลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
ฮองเฮายิ้ม “เด็กคนนี้นี่ ไยเข้าตำหนักมาในเวลานี้ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเขาบอกไว้เลยว่าจะมา”
ที่นี่ไม่มีมีเงินสามร้อยตำลึง และยิ่งจับยิ่งดำหมายถึงอะไร
พระนางเป็นถึงฮองเฮา แต่อธิบายเช่นนี้กับนางเนี่ยนะ ในใจมีเจตนาไม่ดีชัดๆ
เงาร่างสูงใหญ่เข้ามาจากข้างนอก แต่ละย่างก้าวล้วนสง่างาม เสื้อผ้าหรูหราและประณีตปลิวไสวตามท่วงท่าของเขา บัดนี้เขาเหยียดหลังตรง มาพร้อมกับบหน้าที่หล่อเหลา สถานะองค์ชายและทุกอย่างของเขา เป็นแรงดึงดูดถึงชีวิตต่อสตรีทีเดียว
แต่ไป๋จื่อราวกับมองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น หลังจากกวาดสายตามองผ่านไปแล้ว นางก็ไม่ได้มองเขาอีก เพียงย่อกายทำความเคารพอย่างนอบน้อมเท่านั้นเอง
ฉู่เฟิงมองใบหน้าที่ทำให้คนยากจะลืมเลือนตั้งแต่แรกเริ่ม หัวใจเขาสั่นไหวเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ ในแววตาที่แต่ไหนแต่ไรมาเฉยชา พลันมีความอบอุ่นเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย “ไม่ต้องมากพิธี”
……….
ตอนที่ 860 โอรสมีใจให้ไป๋จื่อ
ซูฉุนเห็นท่าทางของโอรส ยามที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังไป๋จื่อ แววตานั้นอบอุ่นเหมือนลมฤดูใบไม้ผลิในเดือนสามอย่างไรอย่างนั้น ทว่ายามที่มองมายังมารดาเช่นนาง กลับไม่มีความอบอุ่นเช่นเดียวกันนี้เลย
นางพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง โอรสของนางมีใจให้ไป๋จื่อแล้ว แต่เขาไม่ยอมรับเสียที!
บัดนี้นางไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง จึงลอบส่งสายตาตักเตือนไปที่เขา แต่น่าเสียดายนัก โอรสคนนี้ไม่ได้มองนางโดยสิ้นเชิง ดวงตาของเขาเอาแต่มองไป๋จื่อ ราวกับติดหนึบเป็นตังเม แกะอย่างไรก็ไม่ออก
“นั่งลงเถอะ”
ฮองเฮาเพิ่งพูดได้ไม่ทันไร ก็เห็นฉู่เฟิงตั้งใจเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมให้ไป๋จื่อ
สีหน้าของพระนางเปลี่ยนไปโดยพลัน พลางอ้าปากหมายจะห้าม ทว่าช้าไปก้าวหนึ่ง ฉู่เฟิงก้าวเท้ายาวมาก เดินเหินว่องไว ครั้นคำพูดของนางยังอยู่ที่ลำคอ ก้นของเขาก็นั่งลงลนเก้าอี้แล้ว
ฉู่เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างทิ่มก้น เขาเงยหน้ามองเสด็จแม่ทันควัน เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าแปลกไป ในใจก็เข้าใจได้ในทันที ดูท่าทางเก้าอี้ตัวนี้จะเตรียมไว้ให้ไป๋จื่อ ทว่าไป๋จื่อไม่ได้ติดกับดักนี้ เป็นเขาเองที่ก้าวเข้ามาพอดิบพอดี นางกำนัลยังไม่ทันได้ยกออกไป ตนเองถึงได้พบโศกนาฏรรมเช่นนี้
เขาลุกขึ้นยืนอย่างเก้ๆ กังๆ มืออยู่ด้านหลัง แอบดึงเข็มที่แทงก้นออกมา ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ว่า “เสด็จแม่ เบาะนี้นิ่มเกินไป เปลี่ยนใหม่เถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
ไป๋จื่อเม้มปากและก้มหน้าลง ซ่อนความขบขันในแววตาเอาไว้ แต่ในใจของนางขำกลิ้งอยู่หลายตลบ หากไม่ใช่เพราะฐานะของพวกเขาไม่ธรรมดา นางคงไม่อยากจะอดกลั้นไว้เช่นนี้
นางกำนัลรีบเข้ามาเปลี่ยนเบาะออกไป
ฉู่เฟิงเลิกคิ้วให้ฮองเฮาเป็นนัยไถ่ถาม ฝ่ายฮองเฮาส่ายหน้าน้อยๆ เป็นการบอกให้เขาอย่าเอ็ดไป
เข็มเพิ่งแทงได้ไม่นาน ไม่มีทางที่ฤทธิ์ยาจะออกเร็วปานนั้น พระนางย่อมหาข้ออ้างให้เขามีโอกาสออกไปจากที่นี่
จากนั้นฉู่เฟิงก็นั่งลงบนเบาะอันใหม่ แล้วหันไปทักทายไป๋จื่อราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“แม่นางไป๋ ได้ยินว่าเจ้านอกจากรักษาองค์หญิงจนฟื้นได้ เจ้ายังรักษาขาของนางด้วยหรือ”
ไป๋จื่อยิ้มจาง “ข้าเพียงทำไปพร้อมกันเลยเจ้าค่ะ หมอหลวงสวี่ก็ร่วมรักษากับข้าด้วย”
ฉู่เฟิงรู้ว่านางกำลังถ่อมตัว หากหมอหลวงสวี่รักษาองค์หญิงได้ นางคงไม่ถูกเชิญเข้าไปที่สำนักหมอหลวงหรอก
พวกที่คิดว่าตนเองเป็นหมอมือดีแห่งแคว้นเหล่านั้น ปกติแล้วต่อให้ตนเองรักษาไม่ได้ ก็จะไม่มีทางอนุญาตให้หมอคนอื่นเข้ามาแทรก โดยเฉพาะคนรุ่นเยาว์ที่ไม่มีชื่อเสียง หากเชิญมาแล้วรักษาหายได้ ไม่เท่ากับตบหน้าพวกเขาหรืออย่างไร
หากไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด เกรงว่าพวกเขาคงจะอาละวาดไปนานแล้ว
“ไยแม่นางไป๋จื่อถ่อมตัว ฉายาหมอเทวดาของเจ้า คาดว่าอีกไม่นานก็ต้องเป็นที่รู้จักทั่วเมืองหลวงแล้ว”
ไป๋จื่อยังคงยิ้มจางดังเดิม “ข้าคงไม่กล้าเรียกตัวเองว่าหมอเทวดาหรอกเจ้าค่ะ ท่านอ๋องชมเกินไปแล้ว”
นางตอบเขาตามมารยาทเสมอ เหินห่างยิ่งกว่าเวลาพูดจากับคนที่ผ่านทางมาเสียอีก นี่ทำให้ฉู่เฟิงรู้สึกไม่พอใจมาก
“ปกติแม่นางไป๋มีงานอดิเรกอะไรหรือ” ฉู่เฟิงถาม
ไป๋จื่อลอบกลอกตาขาว ‘ข้าไม่ได้มาดูตัวกับเจ้า สนใจเรื่องงานอดิเรกของข้าทำไม’
“ข้าไม่มีงานอดิเรกหรอกเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านอ๋องที่ถาม”
ฮองเฮาที่นั่งอยู่ด้านบนเห็นโอรสมีสีหน้าเปลี่ยนไป หลังหูเริ่มปรากฏสีแดงระเรื่อ นางจึงกระแอมสองเสียงทันที แล้วเอ่ยกับเขาว่า “เฟิงเอ๋อร์ ข้าเชิญแม่นางไป๋มาเพราะอยากคุยเล่นกับนาง เจ้าเอาแต่พูดไม่จบเช่นนี้ แล้วข้าจะได้พูดกับแม่นางไป๋เมื่อไร”
ฉู่เฟิงเงยหน้ามองเสด็จแม่ เห็นแววตาของพระนางมีความนัย จึงรู้ว่าตนเองอยู่ต่อไปม่ได้แล้ว ด้วยเกรงว่ายาจะออกฤทธิ์ขึ้นมา
ขณะเขากำลังจะลุกขึ้นบอกลาไป๋จื่อ นางกลับถามเขาในเวลานี้ “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมีเรื่องหนึ่งไม่เข้าใจ ท่านอ๋องโปรดชี้แนะข้าด้วย”