คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 873 ตอบความ / ตอนที่ 874 เหตุผล
ตอนที่ 873 ตอบความ
ถึงอย่างไรนางกำนัลอาวุโสก็อายุมากแล้ว อาบน้ำร้อนมามากกว่านางกำนัลสาวผู้นี้ ย่อมรู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้หากพูดผิดไปแม้แต่เพียงพยางค์เดียว ก็อาจจะกลายเป็นคมดาบที่ย้อนเข้าหาตนเองได้
นางเอ่ยเสียงสั่น “ทูลฝ่าบาท วันนี้หม่อมฉันรู้เพียงว่าแม่นางไป๋มาที่ตำหนักชิ่งอัน แต่กลับไม่รู้ว่านางมาเอง หรือเป็นฮองเฮาเชิญนางมาเพคะ”
ฮ่องเต้มุ่นคิ้ว สองคนนี้มีคำตอบแตกต่างกัน และสีหน้าของนางกำนัลสาวเปลี่ยนเป็นซีดขาวทันทีที่นางกำนัลอาวุโสกล่าว ราวกับมีอะไรอยากจะพูดเช่นกัน
พระองค์ถามนางกำนัลสาวคนนั้นอีกครั้ง “เจ้าแน่ใจหรือว่าไป๋จื่อมาที่ตำหนักชิ่งอันเอง ขันทีที่ประกาศเป็นผู้ใด เจ้าตามตัวเขามาได้หรือไม่”
นางกำนัลสาวกลัวจนเหงื่อท่วมหลัง นางรีบตอบว่า “ทะ ทูลฝ่าบาท เมื่อครู่หม่อมฉันจำผิดไป หม่อมฉันคิดว่าแม่นางไป๋มาเอง แต่ความจริงแล้วหม่อมฉันก็ไม่แน่ใจว่าแม่นางไป๋มาได้อย่างไร”
จะกลับคำเช่นนี้หรือ
ฮ่องเต้ไม่ใช่คนโง่ ไยเขาจะไม่เข้าใจประเด็นสำคัญในนั้น
พระองค์ฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะ เอ่ยด้วยโทสะ “พวกเจ้ายังไม่พูดความจริงอีกหรือ ขืนกล้าพูดปดอีกแม้แต่ครึ่งคำ พวกเจ้าเลือดอาบแน่”
ทั้งสองหวั่นกลัวจนแทบจะแน่นิ่งไป ฝ่ายนางกำนัลอาวุโสพูดว่า “ฝะ ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วย ตอนนั้นหม่อมฉันไม่ได้อยู่ที่ตำหนักหน้า หม่อมฉัน…”
นางกำนัลอาวุโสยังพูดไม่ทันจบ ฮ่องเต้ก็ยกมือเรียกองครักษ์ “โบย!”
บัดนี้นางกำนัลอาวุโสมีอายุมากแล้ว จะทนรับการโบยของชายหนุ่มกำยำเช่นนี้ได้อย่างไร นางตัดสินใจเด็ดขาด กัดฟันว่า “ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะด้วย หม่อมฉันอยากพูด…”
ฮ่องเต้ยกมือขึ้น เป็นการบอกให้องครักษ์ถอยไปก่อน “รีบพูดมา!”
นางกำนัลอาวุโสโขกศีรษะให้ฮ่องเต้ครั้งหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาส่งคนไปเชิญแม่นางไป๋มาที่ตำหนักชิ่งอัน ตอนนั้นแม่นางไป๋กำลังทำการรักษาให้องค์หญิงเทียนฟางอยู่เพคะ”
เรียวคิ้วของฮ่องเต้ขยับเข้าหากันมากขึ้น “ดังนั้น ไป๋จื่อไม่รู้มาก่อนว่าวันนี้ฮองเฮาจะเชิญนางไปที่ตำหนักชิ่งอัน?”
นางกำนัลอาวุโสส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่รู้ หม่อมฉันรู้เพียงเท่านี้เพคะ”
คราวนี้ฮ่องเต้กันไปมองนางกำนัลสาวบ้าง “เจ้าคอยรับใช้อยู่ในตำหนักใช้หรือไม่”
“ทูลฝ่าบาท ใช่เพคะ หม่อมฉันคอยรับใช้อยู่ในตำหนัก” นางกำนัลสาวตัวสั่นงันงก
“เจ้าลองพูดมาสิ ว่าแท้จริงแล้ววันนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นในตำหนักชิ่งอันกันแน่”
นางกำนัลสาวนึกขึ้นได้ว่าแม้แต่นางกำนัลอาวุโสก็พูดความจริงแล้ว หากนางไม่พูดออกมาบ้าง จุดจบของนางจะเป็นอย่างไรไม่อาจล่วงรู้ได้เลย ถึงอย่างไรเสียวังหลังก็เป็นวังหลังของฝ่าบาท แม้ฮองเฮาจะเป็นใหญ่ที่สุด แต่ก็ไม่มีทางเหนือไปกว่าฝ่าบาทแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางย่อมตัดสินใจได้แล้ว ตอบความฮ่องเต้ว่า “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันรับหน้าที่ชงชาอยู่ในตำหนักเพคะ หลังจากแม่นางไป๋มาถึงแล้ว ฮองเฮาเชิญให้นางนั่งลง แต่นางบอกว่าเบาะนั้นหนาและนิ่มจนเกินไป นั่งไม่ได้ ต่อมาเซียวอ๋องมาถึง ที่นั่งที่เดิมทีเตรียมไว้ให้แม่นางไป๋นั้น เป็นเซียวอ๋องที่นั่งลงไปเพคะ”
บัดนี้ฮ่องเต้มีสีหน้าคร่ำเคร่งแล้ว พระองค์ถลึงตามองนางกำนัลสาว “เล่าต่อไป”
“หลังจากนั้นเซียวอ๋องก็…เสียกิริยาเพคะ แม่นางไป๋อยากออกไป ทว่าฮองเฮาไม่ยอม พระนางให้พวกนางกำนัลไปจับนางไว้ ก่อนที่แม่นางไป๋จะใช้ปิ่นทองทำร้ายเซียวอ๋องเพคะ”
ครั้นพูดถึงตรงนี้แล้ว ฮ่องเต้จะยังมีอะไรไม่เข้าใจอีก นี่บ่งบอกชัดจนแล้ววางซูฉุนวางแผนทำร้ายไป๋จื่อ แต่ผลสุดท้ายกลับส่งผลร้ายต่อโอรสของตนเอง
ตอนที่เขาจะสงสัยเยี่ยนเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ เยี่ยนเอ๋อร์แสดงสีหน้าตกใจก่อนจะผิดหวัง มิน่าเล่าโอรสคนนี้ถึงได้บุกไประบายโทสะที่ตำหนักชิ่งอัน
เป็นความผิดของพระองค์ แท้จริงแล้วพระองค์ผิดเอง
คนอย่างซูฉุนผู้นั้น เขาเชื่อคำนางไปได้อย่างไรกัน
เพื่อปกป้องโอรสคนหนึ่ง เขาทำร้ายโอรสอีกคนหนึ่งเป็นครั้งที่สอง ไม่ใช่สิ นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว!
เยี่ยนเอ๋อร์จะให้อภัยเขาหรือไม่ เสด็จพ่อเช่นเขาควรจะทำอย่างไรดี
……….
ตอนที่ 874 เหตุผล
“ทหาร คุมตัวออกไป ไม่จำเป็นต้องส่งพวกนางกลับไปที่ตำหนักชิ่งอันแล้ว”
สองนางกำนัลสาวและชราต่างถอนใจด้วยความโล่งอก การส่งพวกนางกลับตำหนักชิ่งอัน พวกนางก็มีแต่หนทางแห่งความตายรออยู่ข้างหน้า ถึงแม้จะต้องถูกขังอยู่ในคุกหลวง แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตรอดอยู่ ไม่ต้องไปทำงานลำบากยากเข็ญที่หน่วยซักล้างก็ดีถมไปแล้ว
เมื่อพาตัวนางกำนัลทั้งสองออกไปแล้ว กู่หลี่ก็นำทางนางกำนัลสาวและนางกำนัลอาวุโสของตำหนักหรูอี้เข้ามา
พวกนางสองคนใจเย็นกว่าพวกที่ถูกพาตัวออกไปเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด แม้บนใบหน้าจะมีความหวาดกลัว แต่ยังไม่นับว่าตื่นตระหนก
“เรื่องในตำหนักชิ่งอันวันนี้ ซูเฟยรู้ได้อย่างไร” ฮ่องเต้ถาม
นางกำนัลอาวุโสตอบความว่า “ทูลฝ่าบาท วันนี้พระสนมชมดอกไม้ อ่านหนังสืออยู่ในตำหนักเช่นเคย แต่จู่ๆ หัวหน้าสำนักหมอหลวงสวี่ก็มาถึง บอกว่ามีเรื่องอยากจะขอร้องเพคะ”
“พระสนมเชิญเขาเข้ามาในตำหนัก ก่อนที่หมอหลวงสวี่จะบอกว่าฮองเฮาเชิญแม่นางไป๋ไปที่ตำหนักชิ่งอัน แม่นางไป๋อยากให้หัวหน้าสำนักหมอหลวงสวี่ไปขอความช่วยเหลือจากจิ้นอ๋อง ทว่าจิ้นอ๋องไม่อยู่ในวัง เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงมาขอความช่วยเหลือขากพระสนมแทนเพคะ”
ฮ่องเต้ถามอีกว่า “หัวหน้าสำนักหมอหลวงสวี่รู้ได้อย่างไร ว่าซูเฟยจะต้องช่วยอย่างแน่นอน”
นางกำนัลอาวุโสเป็นฝ่ายตอบอีกครั้ง “ครั้งก่อนแม่นางไป๋เกือบจะเกิดเรื่องที่ตำหนักชิ่งอัน นางก็มาขอความช่วยเหลือจากพระสนมเช่นกันเจ้าค่ะ แม่นางไป๋รู้จักกับคุณชายสกุลเมิ่ง ก่อนหน้านี้เคยช่วยชีวิตฮูหยินเมิ่งไว้ด้วยนะเพคะ”
ฮ่องเต้มุ่นคิ้ว “ครั้งก่อนเกือบจะเรื่องที่ตำหนักชิ่งอัน? หมายความว่าอย่างไร เล่ามาให้ละเอียดสิ”
นางกำนัลอาวุโสใจเย็นมาก นางพูดความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว ย่อมไม่มีอะไรต้องกลัว “ทูลฝ่าบาท วันนั้นวันที่เจ็ด ไทเฮามีรับสั่งให้แม่นางไป๋เข้ามาตรวจชีพจรในวัง หลังจากนั้นก็ให้แม่นางไป๋ไปที่ตำหนักชิ่งอันด้วย ต่อมาแม่นางไป๋รีบร้อนวิ่งมาที่ตำหนักหรูอี้ นางตัวเปียกซก น่าสงสารมาก นางขอให้พระสนมช่วย พระสนมใจอ่อน ทั้งยังนึกถึงมิตรภาพของตนเองกับคุณหนูตงฟาง จึงให้นางเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตำหนัก แล้วค่อยส่งคนพานางกลับจวนไปเพคะ”
มือของฮ่องเต้ที่วางอยู่บนเข่าส่งเสียงดัง เขากัดฟันเอ่ยว่า “เหตุใดซูเฟยถึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้”
นางกำนัลอาวุโสกล่าวอีกว่า “แม่นางไป๋กับพระสนมกลัวว่าหากฝ่าบาทรู้เรื่องนี้แล้วจะทรงกริ้ว ลำบากไปถึงวังหลังด้วย แม้กระทั่งทำลายความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างพระองค์กับเซียวอ๋อง จึงปิดบังไว้ไม่พูดถึงเพคะ เกรงว่าแม่นางไป๋เองก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้กับจิ้นอ๋องด้วย ไม่เช่นนั้น…”
แม้นางจะไม่ได้พูดต่อไปจนจบ แต่ฮ่องเต้จะไม่รู้จักนิสัยของเยี่ยนเอ๋อร์ได้อย่างไร ไหนเลยเขาจะทนต่อโทสะได้
ที่แท้ซูฉุนก็ลงมือไปตั้งนานแล้ว
ฮ่องเต้มองไปยังนางกำนัลสาวที่คุกเข่าอยู่อีกด้านหน้า ถามว่า “ข้าจำได้ คนที่ตามซูเฟยมาพบข้าที่ห้องทรงอักษรคือเจ้า”
“ทูลฮ่องเต้ เป็นบ่าวเองเพคะ”
ฮ่องเต้ถามทันที “ซูเฟยมาพบข้าเอง หรือมีคนยุยงให้นางทำ”
นางกำนัลสาวส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่รู้เพคะ” นางไม่รู้จริงๆ ตอนที่พระสนมพูดคุยกับไป๋จื่อ นางไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย
“เจ้าก็ไม่รู้หรือ” ฮ่องเต้ถามนางกำนัลอาวุโส
อีกฝ่ายส่ายหน้า “หม่อมฉันก็ไม่รู้เช่นกันเพคะ”
ฮ่องเต้โบกมือ “ออกไปเถอะ!”
ครั้นทั้งสองคนออกไปแล้ว กู่หลี่ก็เรียกหมอหลวงจางและหัวหน้าสำนักหมอหลวงจงเข้ามา
ฮ่องเต้ถามพวกเขาทั้งสองคนว่า “วันนี้ไป๋จื่อเข้าวังมาทำการรักษาให้องค์หญิงเชียนฟาง แล้วต่อมาเหตุใดนางถึงได้ไปตำหนักชิ่งอัน”
หัวหน้าสำนักหมอหลวงจงเอ่ยว่า “ทูลฝ่าบาท แม่นางไป๋กำลังวิเคราะห์วิชายาอยู่กับกระหม่อมและคนอื่นๆ แต่จู่ๆ ขันทีจากตำหนักชิ่งอันก็มาประกาศว่าฮองเฮามีรับสั่งให้นางไปพูดคุยด้วย แม่นางไป๋จึงไปทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ถามต่อไปอีก “ในเมื่อเป็นเพียงการพูดคุยกัน เหตุใดหมอหลวงสวี่ต้องไปขอความช่วยเหลือที่ตำหนักของซูเฟยด้วย”
หัวหน้าสำนักหมอหลวงจงและหมอหลวงจางไม่ค่อยแน่ใจใจเรื่องนี้ จึงทำได้เพียงเล่าสถานการณ์ในตอนนั้นเสียรอบหนึ่ง
ฮ่องเต้เองก็กลัดกลุ้ม เพราะเมื่อฟังเรื่องเหล่านี้แล้ว จะยังมีอะไรที่เขาแยกแยะไม่ได้อีก ต่อให้เขาลำเอียงอยากจะปกป้องเพียงใด ก็หาเหตุผลอื่นไม่ได้แล้ว